

Take Charge of My Heart Season 1
เรื่องย่อ Take Charge of My Heart Season 1
ชายหนุ่มทายาทธุรกิจที่ต้องประคองชีวิตไว้ด้วยหัวใจเทียมที่ต้องชาร์จพลังอยู่ตลอดเวลา คือศูนย์กลางของ ชาร์จรัก สปาร์กเลิฟ Season 1 ซีรีส์ที่ชวนให้เราค่อย ๆ ทำความรู้จักเขาทีละนิดผ่านความเงียบและความเป็นระเบียบที่เขาสร้างขึ้นมาล้อมตัวเองไว้ เขาเป็นคนที่ดูพร้อมไปหมดทุกอย่างในสายตาคนอื่นเลยนะ ทั้งหน้าที่การงาน ทั้งภาพลักษณ์ ทั้งความนิ่งสุขุมที่ทำให้ใคร ๆ ก็ไว้ใจ แต่จริง ๆ แล้วข้างในเขากลับต้องใช้ชีวิตแบบระวังที่สุด เพราะหัวใจของเขาไม่ใช่หัวใจธรรมดาที่จะเต้นแรงได้ตามใจชอบ มันคือเครื่องจักรที่ต้องการการดูแลอย่างเข้มงวด ห้ามตื่นเต้นเกินไป ห้ามเครียดเกินไป ห้ามเหนื่อยเกินไป และห้ามรู้สึกมากเกินไป ชีวิตของเขาก็เลยกลายเป็นตารางเวลาที่เป๊ะมาก มีกฎเยอะมาก และมีกำแพงสูงมากเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสี่ยง แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็พาให้เขาได้มาเจอกับผู้หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ต่างจากเขาแบบสุดขั้ว เธอเป็นคนไฟแรงสูงของจริงเลยนะ ทั้งพูดเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว ใจดีแบบไม่ต้องคิดเยอะ และใช้ชีวิตด้วยพลังล้น ๆ เหมือนแบตเต็มตลอดเวลา การเจอกันของคนสองคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยแบบนี้ ตอนแรกมันก็เลยดูวุ่นวายและป่วนไปหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีประกายบางอย่างเกิดขึ้น เป็นประกายเล็ก ๆ ที่ทำให้คนดูอย่างเราอดยิ้มไม่ได้และอยากเอาใจช่วยต่อไปเรื่อย ๆ ว่า เอ๊ะ แล้วคนนิ่ง ๆ ที่กลัวใจตัวเองจะเต้นแรง กับคนสดใสที่ใช้ชีวิตแบบสุดเสียงแบบนี้ เขาจะเดินไปด้วยกันได้ยังไงกันนะ เรื่องราวหลังจากที่ทั้งคู่ได้มาเจอกันก็ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ข้อตกลงพิเศษอย่างหนึ่ง เป็นสัญญาที่ตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือเพื่อช่วยประคองหัวใจเทียมของเขาไม่ให้หยุดเต้น ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของเงื่อนไขและหน้าที่ที่คุมได้ด้วยเหตุผลใช่ไหมล่ะ แต่พอได้ดูไปเรื่อย ๆ เราจะรู้เลยว่าสัญญาแบบนี้แหละที่คุมใจคนไม่ได้เลยสักนิด เพราะยิ่งเขาต้องพึ่งพาพลังและความใกล้ชิดจากเธอมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจที่ควรจะทำงานอย่างนิ่ง ๆ เสถียร ๆ กลับยิ่งเต้นในจังหวะแปลก ๆ ที่ไม่มีในคู่มือมากขึ้นเท่านั้น จากตอนแรกที่แค่ต้องอยู่ใกล้กันเพื่อเติมพลังให้ผ่านไปวัน ๆ มันก็ค่อย ๆ กลายเป็นความผูกพันที่ต้องเรียนรู้กันและกันจริง ๆ เขาต้องเรียนรู้ที่จะไว้ใจใครสักคนให้เข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง ส่วนเธอก็ต้องเรียนรู้ว่าความสดใสของเธอไม่ได้มีไว้แค่สร้างเสียงหัวเราะ แต่มีพลังพอที่จะประคองใครอีกคนให้กล้ากลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เลยค่อย ๆ ก่อตัวแบบน่ารักมาก ไม่ได้หวือหวาแบบเร่งรีบ แต่เป็นการขยับเข้าใกล้กันทีละนิดผ่านการดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่านการเถียงกันบ้าง งอนกันบ้าง แล้วก็กลับมาเป็นห่วงกันแบบไม่รู้ตัว จนเราที่ดูอยู่ข้างจออดไม่ได้ที่จะลุ้นว่า ตกลงที่เขาพยายามชาร์จอยู่ทุกวันเนี่ย เขากำลังชาร์จแบตให้หัวใจ หรือกำลังชาร์จความรู้สึกดี ๆ ให้กันและกันแน่ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอิ่มใจมาก ๆ ก็คือการเล่นกับคำว่าหัวใจในสองความหมายไปพร้อมกันเลยนะ ด้านหนึ่งคือหัวใจที่เป็นเครื่องจักรที่ต้องเสียบชาร์จ ต้องดูตัวเลขพลังงาน ต้องฟังเสียงเตือนเวลาพลังงานต่ำ อีกด้านหนึ่งคือหัวใจที่เป็นความรู้สึกที่ต้องดูแลด้วยความเข้าใจและความอบอุ่นเหมือนกัน คนที่เคยเลือกจะไม่รู้สึกอะไรเลยเพื่อเอาตัวรอด กลับต้องมาค่อย ๆ เรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่จริง ๆ บางทีก็ต้องยอมให้ใจเต้นแรงดูบ้าง ยอมหัวเราะดัง ๆ บ้าง ยอมเสียน้ำตาบ้าง และยอมให้ใครสักคนเข้ามาเห็นมุมอ่อนแอของตัวเองบ้าง ส่วนคนที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งและสดใสตลอดเวลา จริง ๆ แล้วเธอก็มีมุมเหงาและมุมเปราะบางที่ซ่อนไว้เหมือนกัน โลกที่สมบูรณ์แบบเกินไปของเขามันก็เหงาเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ ส่วนโลกที่วิ่งเร็วเกินไปของเธอบางทีก็ต้องการใครสักคนให้พักพิงเหมือนกัน เวลาดูเราก็เลยจะสัมผัสได้ทั้งความอบอุ่นจั๊กจี้ในใจและความซึ้งลึก ๆ ที่แตะเรื่องความเป็นความตายอย่างอ่อนโยนมาก ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนักหรือเศร้าจนเกินไป แต่ทำให้เราอยากกอดตัวละครแน่น ๆ แล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะ ค่อย ๆ ไปด้วยกันก็ได้ ทุกครั้งที่หัวใจเทียมส่งเสียงเตือนหรือต้องชาร์จพลัง คนดูอย่างเราก็เลยไม่ได้ลุ้นแค่ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่ามันจะดับหรือเปล่า แต่ลุ้นในเชิงความรู้สึกด้วยว่าความใกล้ชิดในวินาทีนั้นจะทำให้ใจของทั้งคู่เต้นตรงกันไหมนะ ในแง่ของอารมณ์ตอนดู บอกเลยว่าเรื่องนี้พาเรานั่งอยู่บนคลื่นสองลูกที่ซ้อนกันอยู่ตลอดเวลา ลูกหนึ่งคือความเบาสบาย สดใส ขี้เล่น อีกหนึ่งคือความละมุนลึก ๆ ที่ทำให้ใจฟูแบบไม่รู้ตัว พาร์ทตลกจะมาในจังหวะโบ๊ะบ๊ะของการที่คนหนึ่งต้องนิ่งที่สุดในโลก ส่วนอีกคนอยู่นิ่งไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว การพยายามทำตามสัญญาอย่างเคร่งครัดแต่ชีวิตจริงกลับป่วนไม่หยุด การแกล้งทำเป็นไม่หวั่นไหวทั้งที่หัวใจดันฟ้องผ่านตัวเลขพลังงานหรือเสียงเตือนที่ดังขึ้นมาผิดจังหวะ มันทั้งน่าเอ็นดูทั้งน่าขำจนต้องยิ้มตาม ส่วนพาร์ทจิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ก็ทำออกมาได้น่ารักและชวนฝันมาก ๆ เลยนะ ทั้งภาพของแสงไฟ ประกายสปาร์กเล็ก ๆ อุปกรณ์ชาร์จสุดล้ำ และโมเมนต์ที่ตัวละครต้องขยับมาใกล้กัน ต้องแตะมือกัน หรือต้องทำอะไรบางอย่างร่วมกันเพื่อเติมพลัง ทุกฉากถูกออกแบบมาให้ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าเขินในเวลาเดียวกัน จังหวะการเล่าเรื่องก็ไหลลื่นดีมาก สลับฉากกุ๊กกิ๊กให้ยิ้มกับฉากลุ้นให้ใจหายได้อย่างพอดี ไม่เหนื่อยเกินไป ไม่หน่วงเกินไป ดูเพลินจนจบตอนแบบไม่รู้ตัว แล้วก็ทิ้งท้ายแต่ละตอนด้วยความรู้สึกค้างคาเบา ๆ ที่ทำให้อยากกดดูตอนต่อไปทันทีว่า เอ๊ะ แล้วสัญญาครั้งนี้จะพาทั้งคู่ไปถึงตรงไหนต่อนะ ถ้าถามว่าใครจะหลงรักซีรีส์เรื่องนี้บ้าง ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบรอมคอมอบอุ่นหัวใจ ชอบดราม่าความสัมพันธ์ที่ดูแล้วอิ่ม ไม่ต้องลุ้นแบบเครียดจนปวดหัว แต่ได้ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาซึม ๆ ในเรื่องเดียว คนที่ชอบดูตัวละครค่อย ๆ เติบโตไปด้วยกัน ชอบความต่างขั้วที่มาเยียวยากันอย่างพอดี และชอบไอเดียไซไฟแบบละมุนที่ไม่ได้เน้นเทคนิคจ๋าแต่เน้นความรู้สึก ก็น่าจะยิ้มไม่หุบตลอดทั้งซีซันเลยล่ะ ยิ่งถ้าใครกำลังมองหาเรื่องไว้ดูกับครอบครัวหรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนหลังเลิกงาน เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์มากเพราะโทนอบอุ่นเหมือนกระแสไฟอ่อน ๆ ที่วิ่งผ่านผิว ไม่ได้ช็อตแรงจนเจ็บ แต่ทำให้รู้สึกดีแบบอยู่ด้วยแล้วสบายใจ สำหรับใครที่อยากสัมผัสความน่ารักของคู่นี้แบบเต็ม ๆ ลองเปิดใจให้ ซีรีส์ ชาร์จรัก สปาร์กเลิฟ พากย์ไทย ดูสักตอนแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมแค่เสียงเตือนแบตต่ำถึงทำให้ใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ และถ้าอยากเก็บโมเมนต์ฟิน ๆ ไว้ดูยาว ๆ แบบไม่สะดุด ชาร์จรัก สปาร์กเลิฟ ซีซัน 1 ดูออนไลน์ ก็เป็นทางเลือกที่ชวนให้ชวนเพื่อนมานั่งจิกหมอนไปด้วยกันได้เลยนะ รับรองว่ายิ่งดูไปเรื่อย ๆ จะยิ่งรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังใจให้ตัวเองไปด้วยพร้อมกับตัวละครเลยจริง ๆ
รับชม Take Charge of My Heart Season 1 ตอนที่ 9
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- ซีรีส์โรแมนติก
- คอมเมดี้
- หัวใจเทียม
- ทายาทธุรกิจ
- สาวพลังบวก
- สัญญารัก
- รักต่างขั้ว
- อบอุ่นหัวใจ













