The Way Back

The Way Back

แหกค่ายนรกหนีข้ามแผ่นดิน
★ 7.0/10 2010 133 นาที ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ ผจญ หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Way Back

เรื่องย่อ The Way Back

ถ้าถูกพรากอิสรภาพไปจนหมดแล้วเหลือแค่ลมหายใจสุดท้าย เราจะกล้าแลกทุกอย่างเพื่อเดินกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้งไหม แหกค่ายนรกหนีข้ามแผ่นดิน พาเรากลับไปตั้งคำถามนี้พร้อมกับคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากความหวังริบหรี่ในใจ ดูจบแล้วมันรู้สึกทั้งหนาวทั้งอิ่มในอกพร้อมกันอย่างบอกไม่ถูก เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหนี แต่เป็นเรื่องของการเลือกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี แม้ต้องแลกด้วยการเดินเท้านับพันไมล์ผ่านแผ่นดินที่พร้อมจะกลืนกินคนได้ทุกย่างก้าวก็ตาม เรื่องมันเริ่มในปี 1940 ในค่ายแรงงานกลางไซบีเรียที่ทั้งหนาวเยียบทั้งสิ้นหวัง ที่นั่นมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกจับมาด้วยข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อ แต่สิ่งที่เจ็บกว่าความหนาวคือการถูกหักหลังจากคนที่รักที่สุด จนทำให้เขาแทบไม่เหลือเหตุผลจะมีชีวิตอยู่ต่อ สิ่งเดียวที่ยังพยุงใจเขาคือความคิดว่าสักวันจะได้กลับไปยืนในที่ที่เรียกว่าบ้านในฐานะคนอิสระอีกครั้ง และความคิดนั้นเองที่ผลักให้เขาตัดสินใจร่วมมือกับนักโทษอีกหกคนที่ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างอดีต แต่มีฝันเดียวกันคือหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ จุดหมายของพวกเขาอยู่ไกลจนแทบไม่น่าเชื่อ นั่นคืออินเดีย ดินแดนแห่งเสรีภาพที่ต้องข้ามทั้งป่าหิมะ เทือกเขา ทะเลทราย และความหิวกระหายไปให้ถึง พวกเขาไม่มีอาวุธ ไม่มีเสบียงพร้อม ไม่มีแผนที่ที่รับประกันอะไรเลย มีแค่ขาสองข้างกับใจที่ไม่ยอมกลับไปถูกขังอีก ความน่าติดตามของเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีฉากไล่ล่าตูมตามแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าใจของคนธรรมดาเจ็ดคนจะพาร่างที่แทบหมดแรงไปไกลได้แค่ไหนกัน สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วเอาใจช่วยไม่วางตาคือความสัมพันธ์ของคนทั้งเจ็ดที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตลอดทาง ตอนแรกพวกเขาเป็นแค่คนแปลกหน้าที่โชคชะตาจับมาไว้ด้วยกัน ต่างคนต่างมีแผลในใจ มีทั้งคนที่แข็งกระด้างเพราะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว มีทั้งคนที่พูดน้อยแต่แบกความรู้สึกผิดไว้เต็มอก มีทั้งคนที่ดูเหมือนนักเลงหัวแข็งแต่จริง ๆ แล้วเปราะบางกว่าที่คิด แต่พอต้องเดินไปด้วยกันจริง ๆ ต้องแบ่งขนมปังชิ้นสุดท้าย ต้องผลัดกันเฝ้ายามในคืนที่หนาวจนกระดูกสั่น ต้องพยุงกันตอนที่ใครสักคนล้มลงและบอกว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว กำแพงในใจก็ค่อย ๆ ละลาย พวกเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะฟังกันโดยไม่ต้องใช้ภาษาเดียวกัน เรียนรู้ที่จะให้อภัยทั้งตัวเองและคนอื่น และเรียนรู้ว่าการไม่ทิ้งกันในวันที่มืดที่สุดคือความกล้าหาญที่สุดแล้ว ระหว่างทางยังมีเด็กสาวคนหนึ่งที่เข้ามาร่วมเดินทางด้วย เธอไม่ได้ทำให้เรื่องเบาลงเลย แต่กลับทำให้กลุ่มของผู้ชายที่กร้านโลกนี้ได้เห็นความอ่อนโยนที่ตัวเองเกือบลืมไปแล้ว รอยยิ้มเล็ก ๆ บทสนทนาเงียบ ๆ ในคืนที่ดาวเต็มฟ้า มันกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้พวกเขายังอยากก้าวต่อ แม้ร่างกายจะบอกให้หยุดอยู่ตรงนั้นก็ตาม บรรยากาศของเรื่องนี้ใหญ่มากจนเรารู้สึกตัวเล็กไปเลยตอนดู ตั้งแต่ทุ่งหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาที่หนาวจนเหมือนจะได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ไปจนถึงทะเลทรายเวิ้งว้างที่ร้อนจนแทบไม่มีเงาให้หลบ จังหวะการเล่าไม่ได้เร่งเร้าแบบหนังหนีคุกทั่วไป แต่ค่อย ๆ พาเราเดินไปพร้อมพวกเขา มีช่วงที่ตึงจนต้องกลั้นหายใจ มีช่วงที่เงียบจนเหงาจับใจ และมีช่วงที่สวยจนต้องเผลอยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอ สำหรับใครที่อยาก ดูหนัง แหกค่ายนรกหนีข้ามแผ่นดิน เต็มเรื่อง แบบใช้เวลาอยู่กับตัวละครจริง ๆ จะสัมผัสได้เลยว่านี่คือ หนังของ จิม สเตอร์เกส ที่ไม่ได้ขายแค่ความหล่อหรือฉากบู๊ แต่ขายความนิ่ง ความอดทน และแววตาของคนที่ค่อย ๆ กลับมามีความหวังอีกครั้ง ผสมกับรุ่นใหญ่อย่างเอ็ด แฮร์ริส และโคลิน ฟาร์เรลล์ที่มาเติมมิติของความเก๋า ความดื้อ และความเจ็บปวดที่ต่างกัน ทำให้กลุ่มนี้ดูเป็นมนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่ฮีโร่ในตำนาน ทุกก้าวของพวกเขาทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่า ถ้าเป็นเรา เราจะยังเลือกเดินต่อไหมในวันที่ไม่เห็นเส้นชัยเลย ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบดราม่าผจญภัยที่อิ่มใจ ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดก็ได้เพราะมันชวนคุยกันต่อเรื่องความอดทน มิตรภาพ และคุณค่าของอิสรภาพ หรือจะดูคนเดียวเงียบ ๆ ตอนที่รู้สึกเหนื่อยกับชีวิตก็ดี เพราะมันเหมือนมีเพื่อนร่วมทางเจ็ดคนมาบอกเราว่าไม่เป็นไรนะ เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ค่อย ๆ ลุกเดินต่อก็พอ สายลุ้นก็สนุกเพราะทุกวันของพวกเขาคือการเอาชีวิตรอดจริง ๆ ต้องลุ้นว่าจะหาน้ำเจอไหม จะผ่านพายุหิมะไปได้ไหม จะยังจับมือกันไว้แน่นพอหรือเปล่า แต่สายดราม่าความสัมพันธ์จะยิ่งรักเรื่องนี้ เพราะหัวใจของมันคือการที่คนแปลกหน้ากลายเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายโดยไม่ต้องมีคำสัญญาใหญ่โตเลย แค่ไม่ทิ้งกันก็พอแล้ว ใครที่กำลังมองหาหนังผจญภัย ประวัติศาสตร์ และหนังชีวิตที่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่นและอยากกอดคนข้าง ๆ แน่นขึ้น อยากให้ลองเปิดใจเดินไปพร้อมพวกเขาสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งระยะทางที่ไกลที่สุดถึงไม่ใช่ระยะทางบนแผนที่ แต่เป็นระยะทางจากความสิ้นหวังกลับมาสู่ความเชื่อในเพื่อนมนุษย์อีกครั้ง

เรื่องย่อ The Way Back

ถ้าถูกพรากอิสรภาพไปจนหมดแล้วเหลือแค่ลมหายใจสุดท้าย เราจะกล้าแลกทุกอย่างเพื่อเดินกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้งไหม แหกค่ายนรกหนีข้ามแผ่นดิน พาเรากลับไปตั้งคำถามนี้พร้อมกับคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากความหวังริบหรี่ในใจ ดูจบแล้วมันรู้สึกทั้งหนาวทั้งอิ่มในอกพร้อมกันอย่างบอกไม่ถูก เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหนี แต่เป็นเรื่องของการเลือกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี แม้ต้องแลกด้วยการเดินเท้านับพันไมล์ผ่านแผ่นดินที่พร้อมจะกลืนกินคนได้ทุกย่างก้าวก็ตาม

เรื่องมันเริ่มในปี 1940 ในค่ายแรงงานกลางไซบีเรียที่ทั้งหนาวเยียบทั้งสิ้นหวัง ที่นั่นมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกจับมาด้วยข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อ แต่สิ่งที่เจ็บกว่าความหนาวคือการถูกหักหลังจากคนที่รักที่สุด จนทำให้เขาแทบไม่เหลือเหตุผลจะมีชีวิตอยู่ต่อ สิ่งเดียวที่ยังพยุงใจเขาคือความคิดว่าสักวันจะได้กลับไปยืนในที่ที่เรียกว่าบ้านในฐานะคนอิสระอีกครั้ง และความคิดนั้นเองที่ผลักให้เขาตัดสินใจร่วมมือกับนักโทษอีกหกคนที่ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างอดีต แต่มีฝันเดียวกันคือหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ จุดหมายของพวกเขาอยู่ไกลจนแทบไม่น่าเชื่อ นั่นคืออินเดีย ดินแดนแห่งเสรีภาพที่ต้องข้ามทั้งป่าหิมะ เทือกเขา ทะเลทราย และความหิวกระหายไปให้ถึง พวกเขาไม่มีอาวุธ ไม่มีเสบียงพร้อม ไม่มีแผนที่ที่รับประกันอะไรเลย มีแค่ขาสองข้างกับใจที่ไม่ยอมกลับไปถูกขังอีก ความน่าติดตามของเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีฉากไล่ล่าตูมตามแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าใจของคนธรรมดาเจ็ดคนจะพาร่างที่แทบหมดแรงไปไกลได้แค่ไหนกัน

สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วเอาใจช่วยไม่วางตาคือความสัมพันธ์ของคนทั้งเจ็ดที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตลอดทาง ตอนแรกพวกเขาเป็นแค่คนแปลกหน้าที่โชคชะตาจับมาไว้ด้วยกัน ต่างคนต่างมีแผลในใจ มีทั้งคนที่แข็งกระด้างเพราะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว มีทั้งคนที่พูดน้อยแต่แบกความรู้สึกผิดไว้เต็มอก มีทั้งคนที่ดูเหมือนนักเลงหัวแข็งแต่จริง ๆ แล้วเปราะบางกว่าที่คิด แต่พอต้องเดินไปด้วยกันจริง ๆ ต้องแบ่งขนมปังชิ้นสุดท้าย ต้องผลัดกันเฝ้ายามในคืนที่หนาวจนกระดูกสั่น ต้องพยุงกันตอนที่ใครสักคนล้มลงและบอกว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว กำแพงในใจก็ค่อย ๆ ละลาย พวกเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะฟังกันโดยไม่ต้องใช้ภาษาเดียวกัน เรียนรู้ที่จะให้อภัยทั้งตัวเองและคนอื่น และเรียนรู้ว่าการไม่ทิ้งกันในวันที่มืดที่สุดคือความกล้าหาญที่สุดแล้ว ระหว่างทางยังมีเด็กสาวคนหนึ่งที่เข้ามาร่วมเดินทางด้วย เธอไม่ได้ทำให้เรื่องเบาลงเลย แต่กลับทำให้กลุ่มของผู้ชายที่กร้านโลกนี้ได้เห็นความอ่อนโยนที่ตัวเองเกือบลืมไปแล้ว รอยยิ้มเล็ก ๆ บทสนทนาเงียบ ๆ ในคืนที่ดาวเต็มฟ้า มันกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้พวกเขายังอยากก้าวต่อ แม้ร่างกายจะบอกให้หยุดอยู่ตรงนั้นก็ตาม

บรรยากาศของเรื่องนี้ใหญ่มากจนเรารู้สึกตัวเล็กไปเลยตอนดู ตั้งแต่ทุ่งหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาที่หนาวจนเหมือนจะได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ไปจนถึงทะเลทรายเวิ้งว้างที่ร้อนจนแทบไม่มีเงาให้หลบ จังหวะการเล่าไม่ได้เร่งเร้าแบบหนังหนีคุกทั่วไป แต่ค่อย ๆ พาเราเดินไปพร้อมพวกเขา มีช่วงที่ตึงจนต้องกลั้นหายใจ มีช่วงที่เงียบจนเหงาจับใจ และมีช่วงที่สวยจนต้องเผลอยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอ สำหรับใครที่อยาก ดูหนัง แหกค่ายนรกหนีข้ามแผ่นดิน เต็มเรื่อง แบบใช้เวลาอยู่กับตัวละครจริง ๆ จะสัมผัสได้เลยว่านี่คือ หนังของ จิม สเตอร์เกส ที่ไม่ได้ขายแค่ความหล่อหรือฉากบู๊ แต่ขายความนิ่ง ความอดทน และแววตาของคนที่ค่อย ๆ กลับมามีความหวังอีกครั้ง ผสมกับรุ่นใหญ่อย่างเอ็ด แฮร์ริส และโคลิน ฟาร์เรลล์ที่มาเติมมิติของความเก๋า ความดื้อ และความเจ็บปวดที่ต่างกัน ทำให้กลุ่มนี้ดูเป็นมนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่ฮีโร่ในตำนาน ทุกก้าวของพวกเขาทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่า ถ้าเป็นเรา เราจะยังเลือกเดินต่อไหมในวันที่ไม่เห็นเส้นชัยเลย

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบดราม่าผจญภัยที่อิ่มใจ ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดก็ได้เพราะมันชวนคุยกันต่อเรื่องความอดทน มิตรภาพ และคุณค่าของอิสรภาพ หรือจะดูคนเดียวเงียบ ๆ ตอนที่รู้สึกเหนื่อยกับชีวิตก็ดี เพราะมันเหมือนมีเพื่อนร่วมทางเจ็ดคนมาบอกเราว่าไม่เป็นไรนะ เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ค่อย ๆ ลุกเดินต่อก็พอ สายลุ้นก็สนุกเพราะทุกวันของพวกเขาคือการเอาชีวิตรอดจริง ๆ ต้องลุ้นว่าจะหาน้ำเจอไหม จะผ่านพายุหิมะไปได้ไหม จะยังจับมือกันไว้แน่นพอหรือเปล่า แต่สายดราม่าความสัมพันธ์จะยิ่งรักเรื่องนี้ เพราะหัวใจของมันคือการที่คนแปลกหน้ากลายเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายโดยไม่ต้องมีคำสัญญาใหญ่โตเลย แค่ไม่ทิ้งกันก็พอแล้ว ใครที่กำลังมองหาหนังผจญภัย ประวัติศาสตร์ และหนังชีวิตที่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่นและอยากกอดคนข้าง ๆ แน่นขึ้น อยากให้ลองเปิดใจเดินไปพร้อมพวกเขาสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งระยะทางที่ไกลที่สุดถึงไม่ใช่ระยะทางบนแผนที่ แต่เป็นระยะทางจากความสิ้นหวังกลับมาสู่ความเชื่อในเพื่อนมนุษย์อีกครั้ง

ดู The Way Back ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • แหกค่ายแรงงานไซบีเรีย
  • หนีเอาชีวิตรอด
  • เดินเท้าสู่เสรีภาพ
  • ผจญภัยประวัติศาสตร์
  • ดราม่ามิตรภาพ
  • ข้ามหิมะและทะเลทราย
  • ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี
  • ความหวังไม่ยอมแพ้