Purgatoryo

Purgatoryo

ไฟชำระแดนสยอง
★ 4.2/10 2016 85 นาที ภาพยนตร์ สยองขวัญ หนังชีวิต อาชญากรรม

เรื่องย่อ Purgatoryo

ถ้าตายไปแล้วแต่ยังไปไหนไม่ได้ ต้องติดอยู่ดูโลกที่เคยจากมาเน่าเฟะลงต่อหน้าต่อตา จะรู้สึกยังไงกันนะ นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยหลังดู ไฟชำระแดนสยอง จบ แล้วมันก็ค้างอยู่ในใจไม่หายไปง่าย ๆ ด้วย เรื่องมันเริ่มจากชีวิตสั้น ๆ ของชายคนหนึ่งชื่อ อิลย้ง คนธรรมดาที่ปากกัดตีนถีบจนต้องกลายเป็นขโมย แล้ววันหนึ่งเขาก็ถูกตำรวจวิสามัญจนเสียชีวิต ข่าวของเขาอาจเป็นแค่ข่าวสั้น ๆ ที่คนอ่านผ่านแล้วก็ลืม แต่สำหรับตัวเขาเอง ความตายกลับไม่ใช่ที่สิ้นสุดอย่างที่คิด เพราะวิญญาณของเขาดันมาติดค้างอยู่ในห้องเก็บศพเก่า ๆ โทรม ๆ ที่ทั้งเย็น ทั้งชื้น ทั้งอึดอัด เหมือนโลกหยุดหายใจไปพร้อมกับเขาแล้ว แต่เขากลับยังต้องรับรู้ทุกอย่าง ทุกเสียง ทุกการกระทำของคนเป็น ที่เดินวนเวียนอยู่รอบร่างของเขาเอง ความรู้สึกของคนตายที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูนี่แหละ ที่ทำให้เรื่องนี้ทั้งเศร้า ทั้งหลอน ทั้งหน่วงในอกแบบบอกไม่ถูก โลกหลังความตายของอิลย้งไม่ได้มีแสงสว่างหรือเสียงสวดมนต์มารับ แต่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แสงไฟสลัว ๆ กับเสียงเหล็กกระทบกันในห้องเก็บศพที่บริหารโดย ไวโอเล็ต ชายผู้ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสังคมที่โหดร้ายจนความเห็นใจมันกลายเป็นของฟุ่มเฟือยไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ก็คงไม่ต่างจากพวกเราหรอก คืออยากมีชีวิตอยู่รอด อยากมีเงินพอจะประคองวันพรุ่งนี้ไปให้ได้ แต่ทางที่เขาเลือกมันค่อย ๆ กัดกินความเป็นคนของเขาไปทีละนิด เพราะห้องเก็บศพของเขาไม่ได้มีไว้แค่เก็บรักษาร่างผู้ตายอย่างเงียบ ๆ แต่กลายเป็นที่พักของธุรกิจมืดที่เอาร่างไร้วิญญาณไปหาผลประโยชน์ต่อ โดยมี ไซมอน ผู้มีอิทธิพลที่มองคนเป็นแค่ตัวเลขและมองคนตายเป็นแค่วัตถุดิบคอยชักใยอยู่ข้างหลัง แล้วก็มี โจโจ้ ตำรวจที่ควรจะเป็นคนปกป้องคนอื่น แต่กลับยอมรับเงินใต้โต๊ะแล้วคอยส่งศพมาให้ เหมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอำนาจกับเงินสกปรก ส่วน ออนออน กับ โจกราด ลูกน้องสองคนของไวโอเล็ต ก็เป็นเด็กชายขอบที่ต้องคลุกคลีกับความตายทุกวันจนชินชา หัวเราะหยาบ ๆ ไปวัน ๆ เพื่อกลบความกลัวในใจ ทุกคนในห้องแคบ ๆ นี้เลยเหมือนคนที่ยังหายใจอยู่ แต่ข้างในกลับด้านชาไปแล้วทั้งเป็น แล้วอิลย้งที่จากไปแล้วกลับต้องมาเป็นพยานเงียบ ๆ ให้กับความเน่าเฟะทั้งหมดนี้ สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วอึดอัดจนต้องกลืนน้ำลายอยู่หลายรอบ ไม่ใช่ผีโผล่มาตุ้งแช่เลยนะ แต่เป็นสายตาของคนเป็นที่มีต่อคนตายต่างหาก ลองคิดดูว่าถ้าร่างของเรานอนนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่คนรอบข้างกลับต่อรองราคากันเหมือนเราเป็นสิ่งของ หัวเราะกันหน้าศพ หรือทำเหมือนความตายเป็นเรื่องปกติจนไม่เหลือความเคารพใด ๆ มันจะหนาวเยือกแค่ไหน ไวโอเล็ตเองก็ไม่ได้เกิดมาใจร้ายหรอก เขาก็แค่คนที่ถูกความจนบีบ ถูกสังคมผลักให้จนมุม จนต้องเรียนรู้ที่จะปิดสวิตช์ความรู้สึกเพื่อความอยู่รอด แต่ยิ่งเขาพยายามทำเป็นไม่รู้สึก ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ทั้งลูกน้องที่เหมือนครอบครัวจำเป็น ทั้งตำรวจที่ทั้งพึ่งพาทั้งระแวง ทั้งนายทุนที่กดเขาอยู่ข้างบน ก็ยิ่งพันกันแน่นจนหายใจไม่ออก ความโลภเล็ก ๆ ในตอนแรกมันเลยค่อย ๆ ลามเป็นความผิดใหญ่ที่ถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนโจโจ้ก็เป็นภาพของคนที่เคยมีอุดมการณ์แหละมั้ง แต่พอเงินมันหอมกว่าเกียรติ เขาก็เลือกจะหลับตาข้างหนึ่ง แล้วความเคยชินนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะเมื่อคนทำผิดจนชิน เขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดอีกต่อไป สำหรับใครที่อยากลอง ดูหนัง ไฟชำระแดนสยอง เต็มเรื่อง แบบตั้งใจดูบรรยากาศดี ๆ จะสัมผัสได้เลยว่าห้องเก็บศพในเรื่องมันไม่ใช่แค่ฉาก แต่มันเหมือนแดนชำระบาปจริง ๆ ที่ขังทั้งคนตายให้ไปไม่พ้น และขังทั้งคนเป็นให้จมอยู่กับบาปของตัวเอง จังหวะการเล่าเรื่องมันจะค่อย ๆ หน่วง ค่อย ๆ กดทับลงมาช้า ๆ ไม่ได้รีบกระชากอารมณ์เลย ภาพก็หม่น แสงก็สลัว เสียงเงียบ ๆ ในห้องเย็น ๆ ดังกว่าบทพูดเสียอีก บางฉากแทบไม่มีดนตรีประกอบ แต่เรากลับได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดมาก บทสนทนาของตัวละครก็ดิบ หยาบบ้าง ตลกร้ายบ้างตามประสาคนชายขอบที่ต้องใช้มุกตลกกลบความกลัวตาย แต่พอฟังไปเรื่อย ๆ มันกลับเศร้า เพราะทุกคำพูดมันเผยให้เห็นว่าไม่มีใครในนั้นบริสุทธิ์เลยจริง ๆ ทุกคนมีแผล มีเหตุผล มีความจำเป็นของตัวเอง แล้วความจำเป็นเหล่านั้นก็ชนกันเองจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมเงียบ ๆ ที่ไม่มีเสียงปืนดังลั่น แต่เจ็บลึกกว่าเยอะ พาร์ทสยองขวัญเลยมาในแบบหลอนลึก ๆ เหมือนมีใครจ้องกลับมาจากเตียงเก็บศพ เหมือนความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมตลอดเวลา ดูไปก็ขนลุกไป ไม่ใช่เพราะกลัวผี แต่เพราะกลัวใจคนนี่แหละ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับคนที่ชอบดราม่าหนัก ๆ ที่พูดเรื่องชีวิต ความจน และศีลธรรมแบบไม่โลกสวย เหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรนิ่ง ๆ ลึก ๆ คนเดียวแล้วนั่งคิดต่อหลังจบ หรือจะชวนคนในครอบครัวที่ชอบคุยกันเรื่องสังคม เรื่องคน มาดูแล้วชวนกันถกต่อก็ดีเหมือนกัน สายลุ้นที่หวังว่าจะมีฉากไล่ล่าตื่นเต้นตลอดเวลาอาจต้องปรับใจนิดหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เขาเน้นกดอารมณ์ด้วยบรรยากาศและความสัมพันธ์มากกว่าฉากตกใจ แต่ถ้าใครชอบหนังที่ดูแล้วอิ่มใจแบบขม ๆ ได้ครุ่นคิดถึงคุณค่าของความเป็นคน และชอบงานที่กล้าฉีกเปลือกสังคมออกมาให้เราเห็นความจริงแบบไม่ประนีประนอม เรื่องนี้จะตรึงอยู่ยาว ๆ เลย ดูจบแล้วอาจจะทำให้เรากลับมาถามตัวเองเบา ๆ ว่าทุกวันนี้เราใช้ชีวิตแบบคนที่ยังมีหัวใจอยู่จริง ๆ หรือแค่หายใจไปวัน ๆ กันแน่

เรื่องย่อ Purgatoryo

ถ้าตายไปแล้วแต่ยังไปไหนไม่ได้ ต้องติดอยู่ดูโลกที่เคยจากมาเน่าเฟะลงต่อหน้าต่อตา จะรู้สึกยังไงกันนะ นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยหลังดู ไฟชำระแดนสยอง จบ แล้วมันก็ค้างอยู่ในใจไม่หายไปง่าย ๆ ด้วย เรื่องมันเริ่มจากชีวิตสั้น ๆ ของชายคนหนึ่งชื่อ อิลย้ง คนธรรมดาที่ปากกัดตีนถีบจนต้องกลายเป็นขโมย แล้ววันหนึ่งเขาก็ถูกตำรวจวิสามัญจนเสียชีวิต ข่าวของเขาอาจเป็นแค่ข่าวสั้น ๆ ที่คนอ่านผ่านแล้วก็ลืม แต่สำหรับตัวเขาเอง ความตายกลับไม่ใช่ที่สิ้นสุดอย่างที่คิด เพราะวิญญาณของเขาดันมาติดค้างอยู่ในห้องเก็บศพเก่า ๆ โทรม ๆ ที่ทั้งเย็น ทั้งชื้น ทั้งอึดอัด เหมือนโลกหยุดหายใจไปพร้อมกับเขาแล้ว แต่เขากลับยังต้องรับรู้ทุกอย่าง ทุกเสียง ทุกการกระทำของคนเป็น ที่เดินวนเวียนอยู่รอบร่างของเขาเอง ความรู้สึกของคนตายที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูนี่แหละ ที่ทำให้เรื่องนี้ทั้งเศร้า ทั้งหลอน ทั้งหน่วงในอกแบบบอกไม่ถูก

โลกหลังความตายของอิลย้งไม่ได้มีแสงสว่างหรือเสียงสวดมนต์มารับ แต่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แสงไฟสลัว ๆ กับเสียงเหล็กกระทบกันในห้องเก็บศพที่บริหารโดย ไวโอเล็ต ชายผู้ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสังคมที่โหดร้ายจนความเห็นใจมันกลายเป็นของฟุ่มเฟือยไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ก็คงไม่ต่างจากพวกเราหรอก คืออยากมีชีวิตอยู่รอด อยากมีเงินพอจะประคองวันพรุ่งนี้ไปให้ได้ แต่ทางที่เขาเลือกมันค่อย ๆ กัดกินความเป็นคนของเขาไปทีละนิด เพราะห้องเก็บศพของเขาไม่ได้มีไว้แค่เก็บรักษาร่างผู้ตายอย่างเงียบ ๆ แต่กลายเป็นที่พักของธุรกิจมืดที่เอาร่างไร้วิญญาณไปหาผลประโยชน์ต่อ โดยมี ไซมอน ผู้มีอิทธิพลที่มองคนเป็นแค่ตัวเลขและมองคนตายเป็นแค่วัตถุดิบคอยชักใยอยู่ข้างหลัง แล้วก็มี โจโจ้ ตำรวจที่ควรจะเป็นคนปกป้องคนอื่น แต่กลับยอมรับเงินใต้โต๊ะแล้วคอยส่งศพมาให้ เหมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอำนาจกับเงินสกปรก ส่วน ออนออน กับ โจกราด ลูกน้องสองคนของไวโอเล็ต ก็เป็นเด็กชายขอบที่ต้องคลุกคลีกับความตายทุกวันจนชินชา หัวเราะหยาบ ๆ ไปวัน ๆ เพื่อกลบความกลัวในใจ ทุกคนในห้องแคบ ๆ นี้เลยเหมือนคนที่ยังหายใจอยู่ แต่ข้างในกลับด้านชาไปแล้วทั้งเป็น แล้วอิลย้งที่จากไปแล้วกลับต้องมาเป็นพยานเงียบ ๆ ให้กับความเน่าเฟะทั้งหมดนี้

สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วอึดอัดจนต้องกลืนน้ำลายอยู่หลายรอบ ไม่ใช่ผีโผล่มาตุ้งแช่เลยนะ แต่เป็นสายตาของคนเป็นที่มีต่อคนตายต่างหาก ลองคิดดูว่าถ้าร่างของเรานอนนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่คนรอบข้างกลับต่อรองราคากันเหมือนเราเป็นสิ่งของ หัวเราะกันหน้าศพ หรือทำเหมือนความตายเป็นเรื่องปกติจนไม่เหลือความเคารพใด ๆ มันจะหนาวเยือกแค่ไหน ไวโอเล็ตเองก็ไม่ได้เกิดมาใจร้ายหรอก เขาก็แค่คนที่ถูกความจนบีบ ถูกสังคมผลักให้จนมุม จนต้องเรียนรู้ที่จะปิดสวิตช์ความรู้สึกเพื่อความอยู่รอด แต่ยิ่งเขาพยายามทำเป็นไม่รู้สึก ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ทั้งลูกน้องที่เหมือนครอบครัวจำเป็น ทั้งตำรวจที่ทั้งพึ่งพาทั้งระแวง ทั้งนายทุนที่กดเขาอยู่ข้างบน ก็ยิ่งพันกันแน่นจนหายใจไม่ออก ความโลภเล็ก ๆ ในตอนแรกมันเลยค่อย ๆ ลามเป็นความผิดใหญ่ที่ถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนโจโจ้ก็เป็นภาพของคนที่เคยมีอุดมการณ์แหละมั้ง แต่พอเงินมันหอมกว่าเกียรติ เขาก็เลือกจะหลับตาข้างหนึ่ง แล้วความเคยชินนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะเมื่อคนทำผิดจนชิน เขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดอีกต่อไป สำหรับใครที่อยากลอง ดูหนัง ไฟชำระแดนสยอง เต็มเรื่อง แบบตั้งใจดูบรรยากาศดี ๆ จะสัมผัสได้เลยว่าห้องเก็บศพในเรื่องมันไม่ใช่แค่ฉาก แต่มันเหมือนแดนชำระบาปจริง ๆ ที่ขังทั้งคนตายให้ไปไม่พ้น และขังทั้งคนเป็นให้จมอยู่กับบาปของตัวเอง

จังหวะการเล่าเรื่องมันจะค่อย ๆ หน่วง ค่อย ๆ กดทับลงมาช้า ๆ ไม่ได้รีบกระชากอารมณ์เลย ภาพก็หม่น แสงก็สลัว เสียงเงียบ ๆ ในห้องเย็น ๆ ดังกว่าบทพูดเสียอีก บางฉากแทบไม่มีดนตรีประกอบ แต่เรากลับได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดมาก บทสนทนาของตัวละครก็ดิบ หยาบบ้าง ตลกร้ายบ้างตามประสาคนชายขอบที่ต้องใช้มุกตลกกลบความกลัวตาย แต่พอฟังไปเรื่อย ๆ มันกลับเศร้า เพราะทุกคำพูดมันเผยให้เห็นว่าไม่มีใครในนั้นบริสุทธิ์เลยจริง ๆ ทุกคนมีแผล มีเหตุผล มีความจำเป็นของตัวเอง แล้วความจำเป็นเหล่านั้นก็ชนกันเองจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมเงียบ ๆ ที่ไม่มีเสียงปืนดังลั่น แต่เจ็บลึกกว่าเยอะ พาร์ทสยองขวัญเลยมาในแบบหลอนลึก ๆ เหมือนมีใครจ้องกลับมาจากเตียงเก็บศพ เหมือนความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมตลอดเวลา ดูไปก็ขนลุกไป ไม่ใช่เพราะกลัวผี แต่เพราะกลัวใจคนนี่แหละ

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับคนที่ชอบดราม่าหนัก ๆ ที่พูดเรื่องชีวิต ความจน และศีลธรรมแบบไม่โลกสวย เหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรนิ่ง ๆ ลึก ๆ คนเดียวแล้วนั่งคิดต่อหลังจบ หรือจะชวนคนในครอบครัวที่ชอบคุยกันเรื่องสังคม เรื่องคน มาดูแล้วชวนกันถกต่อก็ดีเหมือนกัน สายลุ้นที่หวังว่าจะมีฉากไล่ล่าตื่นเต้นตลอดเวลาอาจต้องปรับใจนิดหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เขาเน้นกดอารมณ์ด้วยบรรยากาศและความสัมพันธ์มากกว่าฉากตกใจ แต่ถ้าใครชอบหนังที่ดูแล้วอิ่มใจแบบขม ๆ ได้ครุ่นคิดถึงคุณค่าของความเป็นคน และชอบงานที่กล้าฉีกเปลือกสังคมออกมาให้เราเห็นความจริงแบบไม่ประนีประนอม เรื่องนี้จะตรึงอยู่ยาว ๆ เลย ดูจบแล้วอาจจะทำให้เรากลับมาถามตัวเองเบา ๆ ว่าทุกวันนี้เราใช้ชีวิตแบบคนที่ยังมีหัวใจอยู่จริง ๆ หรือแค่หายใจไปวัน ๆ กันแน่

ดู Purgatoryo ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • ไฟชำระแดนสยอง
  • หนังสยองขวัญ
  • หนังดราม่าอาชญากรรม
  • วิญญาณติดค้าง
  • ห้องเก็บศพ
  • ธุรกิจมืดค้าศพ
  • ความจนบีบศีลธรรม