

300: Rise of an Empire
เรื่องย่อ 300: Rise of an Empire
ถ้าเกิดมาทั้งชีวิตแล้วมีแค่ความแค้นเป็นเพื่อนอยู่ข้าง ๆ หัวใจมันจะยังเหลือที่ว่างให้ความรักหรือความเมตตาอยู่ไหม นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยตอนดู 300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร จบ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้พาเราไปดูแค่ทหารตีกันกลางทะเล แต่มันพาเราไปนั่งมองหัวใจของคนคนหนึ่งที่แตกสลายมาตั้งแต่เด็กแล้วไม่เคยมีใครช่วยประกอบกลับเลย โลกของเรื่องยังเป็นโลกใบเดิมที่เราคุ้นเคยจากตำนานสามร้อยนักรบสปาร์ตันนั่นแหละ เป็นยุคที่อาณาจักรเปอร์เซียกำลังแผ่เงาใหญ่ ๆ มาปกคลุมท้องทะเลอีเจียน เรือรบแล่นมาเป็นร้อยเป็นพันจนผืนน้ำแทบไม่เห็นเป็นสีฟ้าแล้ว เสียงกลองศึกดังมาจากไกล ๆ เหมือนฟ้าร้องที่ไม่ยอมหยุด ส่วนฝั่งกรีกเองก็เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ หลายเมืองที่ยังทะเลาะกันเองอยู่เลย แต่พอมีภัยใหญ่มาถึงหน้าบ้าน ทุกคนก็ต้องถามตัวเองเหมือนกันว่าจะยอมก้มหัวให้จักรวรรดิที่บอกว่าตัวเองเป็นดั่งเทพเจ้า หรือจะลุกขึ้นมาจับดาบทั้งที่รู้ว่าตัวเองตัวเล็กกว่ามาก ความรู้สึกแรกที่เรื่องนี้มอบให้ก็เลยเป็นทั้งความฮึกเหิมและความอ้างว้างในเวลาเดียวกัน ฮึกเหิมเพราะเห็นคนธรรมดากล้ายืนหยัด แต่อ้างว้างเพราะสงครามแบบนี้ไม่เคยมีใครชนะจริง ๆ เลยสักคน ศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมดที่ทำให้เราละสายตาไม่ได้เลยก็คือ อาร์ทีมีเซีย ผู้หญิงคนเดียวที่กุมชะตาของสงครามครั้งนี้ไว้ในมือจริง ๆ เธอสวยสง่า ฉลาดเป็นกรด แล้วก็เด็ดขาดจนน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ถ้าใครได้ ดูหนัง 300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร เต็มเรื่อง จะเข้าใจเลยว่าทำไมทหารเป็นแสนถึงยอมตายเพื่อเธอได้โดยไม่ลังเล เพราะเธอไม่ได้สั่งด้วยยศอย่างเดียว แต่สั่งด้วยไฟบางอย่างในแววตาที่ทำให้คนเชื่อว่าเธอไม่มีวันแพ้ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกจุก ๆ ทุกครั้งที่เห็นเธอในจอคือเรื่องในวัยเด็กของเธอ เธอเคยเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเห็นครอบครัวถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของชาวกรีก เป็นวันที่เธอเด็กเกินกว่าจะหยิบอาวุธขึ้นมาปกป้องใครได้เลย ความเจ็บปวดวันนั้นมันไม่ได้จางไปตามเวลา แต่มันค่อย ๆ หล่อหลอมเธอให้กลายเป็นคนที่เชื่อว่าโลกนี้ไม่เคยเมตตาใคร ถ้าอยากอยู่รอดก็ต้องโหดกว่าโลกให้ได้ เธอก็เลยเติบโตมาเป็นแม่ทัพที่ทั้งเก่งและทั้งเจ็บปวดที่สุดในเรื่อง ความต้องการของเธอง่ายมาก คืออยากแก้แค้น อยากทวงคืนสิ่งที่เคยเสียไป อยากให้คนที่เคยทำร้ายเธอได้รู้สึกแบบเดียวกันบ้าง แต่สิ่งที่ขวางเธออยู่ไม่ใช่แค่กองทัพกรีกหรอกนะ มันคือบาดแผลในใจเธอเองที่ยิ่งแก้แค้นเท่าไหร่มันก็ยิ่งไม่เต็มสักที ยิ่งชนะเท่าไหร่ก็ยิ่งเหงาเท่านั้น อีกด้านหนึ่งของทะเลก็มี เธมิสโตเคิลส์ นายพลชาวเอเธนส์ที่เป็นเหมือนภาพสะท้อนกลับกันของอาร์ทีมีเซียเลย เขาเองก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เกิดมาเป็นกษัตริย์ ไม่ได้มีพลังเหนือมนุษย์อะไรเลย มีแค่ความเชื่อว่าบ้านเกิดของเขาควรมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ควรต้องคุกเข่าให้ใครเพียงเพราะอีกฝ่ายเรือเยอะกว่า เขาเลยต้องวิ่งเต้นรวมใจชาวกรีกที่ปกติก็ไม่ค่อยลงรอยกันให้หันมาจับมือกันให้ได้ ซึ่งงานนี้ยากกว่าการรบในทะเลอีกนะ เพราะต้องทำให้คนที่กลัวตายกล้าออกเรือไปเจอพายุเหล็กของเปอร์เซีย ความสัมพันธ์รอบตัวเขาก็เลยเต็มไปด้วยพี่น้องทหารที่ผูกพันกันด้วยความไว้ใจล้วน ๆ ไม่มีใครรบเพื่อยศเพื่อทอง แต่รบเพื่อคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างอาร์ทีมีเซียกับ เซอร์ซีส ก็น่าสนใจมากเหมือนกัน เพราะเซอร์ซีสที่เราเห็นเป็นราชันย์ร่างยักษ์ผู้ประกาศตัวว่าเป็นเทพเจ้านั้น แท้จริงแล้วก็เคยเป็นแค่ชายหนุ่มที่สูญเสียพ่อและกำลังสับสนกับอำนาจมหาศาลตรงหน้า อาร์ทีมีเซียเข้ามาในช่วงเวลานั้นพอดี ทั้งผลักทั้งประคองทั้งบงการ จนยากจะบอกว่าใครใช้ใครกันแน่ มันเป็นความผูกพันที่ทั้งไว้ใจและทั้งระแวง ทั้งต้องพึ่งกันและทั้งอยากอยู่เหนือกัน เป็นสายสัมพันธ์ที่ดูแล้วทั้งสวยงามและทั้งน่ากลัวในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังสงครามทั่วไปคือจังหวะของหัวใจที่เต้นอยู่ใต้เกราะเหล็กพวกนั้น ใช่เลยว่าฉากรบทางทะเลมันยิ่งใหญ่มาก เรือชนกันไม้แตกกระจาย คลื่นซัดเข้าหน้าโล่ ดาบปะทะกันจนประกายไฟแทบกระเด็นออกมานอกจอ สโลว์โมชันดึงทุกหยดน้ำทุกเศษไม้ให้กลายเป็นภาพจำที่ทั้งโหดและทั้งสวย แต่ระหว่างความระห่ำพวกนั้น เรากลับได้ยินเสียงเงียบ ๆ ในใจของตัวละครชัดเจนมาก ทั้งความกลัวของทหารหนุ่มที่เพิ่งเคยออกศึกครั้งแรก ทั้งความคิดถึงบ้านของคนที่เป็นพ่อคน ทั้งความโกรธของอาร์ทีมีเซียที่พอรบเสร็จแล้วนั่งอยู่คนเดียวกลางซากเรือแล้วแววตาเธอกลับเศร้ากว่าตอนอยู่ในสนามรบอีก หนังค่อย ๆ บอกเราว่าความแค้นน่ะเหมือนน้ำเค็มกลางทะเลนี่แหละ ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ไม่มีวันหายหิวจริง ๆ ส่วนความกล้าหาญของฝั่งกรีกก็ไม่ได้มาจากการไม่กลัวตาย แต่มาจากการกลัวแล้วยังเลือกจะยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อกันและกัน โทนของเรื่องก็เลยทั้งโอ่อ่าและทั้งหม่นหมอง เหมือนพระอาทิตย์ตกกลางทะเลเลือดที่สวยจนต้องมอง แต่ก็เศร้าจนต้องถอนหายใจ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังสงครามที่มีหัวใจ ไม่ใช่แค่ฉากบู๊ตูมตามอย่างเดียว ใครที่เคยประทับใจในตำนานสามร้อยนักรบมาก่อนจะยิ่งอิน เพราะมันเหมือนได้เห็นภาพอีกครึ่งหนึ่งของสงครามเดียวกันจากมุมกลางทะเล ใครที่ชอบตัวละครหญิงแกร่ง ๆ มีมิติ มีแผลในใจ มีเหตุผลของตัวเอง ไม่ใช่แค่ตัวร้ายแบน ๆ ต้องลองเปิดใจให้ หนังของ เอวา กรีน เรื่องนี้เลย เธอเอาอยู่ทุกฉากจริง ๆ ทั้งน่าเกรงขามทั้งน่าสงสารในคนเดียวกัน ดูกับครอบครัวที่เป็นสายประวัติศาสตร์สายตำนานก็สนุกดีนะ จะได้ชวนกันคุยต่อว่าความแค้นกับเกียรติยศมันต่างกันตรงไหน หรือถ้าจะดูคนเดียวในคืนเหงา ๆ ที่อยากหาอะไรเข้ม ๆ ดูให้อิ่มใจก็เหมาะเหมือนกัน เพราะถึงจะเดือดจะเลือดสาด แต่แก่นของมันคือเรื่องของคนเหงา ๆ สองฝั่งที่ต่างก็สู้เพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง แล้วสุดท้ายเราจะวางรีโมตลงพร้อมความรู้สึกทั้งทึ่งทั้งหน่วงในใจ โดยที่ยังอยากเก็บตอนจบไว้ให้ไปลุ้นเองหน้าจอมากกว่าให้ใครมาเล่าให้ฟัง
ดู 300: Rise of an Empire ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- หนังสงครามทางทะเล
- เธมิสโตเคิลส์
- เปอร์เซียปะทะกรีก
- หนังบู๊ประวัติศาสตร์













