

Apocalypse Z: New World
เรื่องย่อ Apocalypse Z: New World
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วโลกที่เคยรู้จักมันหายไปหมดเลย เราจะยังอยากเป็นคนดีอยู่ไหมนะ นี่คือคำถามที่ลอยอยู่ในใจตลอดเวลาที่ได้ดู อะโพคาลิปซิส เซต้า: จุดเริ่มต้นของจุดจบ ภาค 2 จบ เหมือนเรานั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขาแล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าถ้าเป็นเราจะไหวไหม เรื่องมันพาเรากลับไปในโลกหลังเชื้อไวรัส TSJ กวาดทุกอย่างจนแทบไม่เหลืออะไรให้กลับไปหา แผ่นดินใหญ่กลายเป็นเมืองร้างที่เงียบจนหลอน มีแต่เสียงลมกับเสียงอะไรสักอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในมุมมืด ส่วนความหวังสุดท้ายของคนยุโรปก็ไปกระจุกกันอยู่ที่หมู่เกาะ Canary Islands กลางทะเล ที่ยังพอมีระเบียบ มีรอยยิ้ม มีชีวิตแบบเปราะบางให้ประคองกันไปวันต่อวัน แต่ใครที่เคยดูหนังเอาตัวรอดมาก็จะรู้เลยว่าความสงบแบบนี้มันอยู่ได้ไม่นานหรอก เพราะเสบียงมันร่อยหรอลงทุกวัน ยาก็เริ่มหมด คนก็เริ่มเครียด การนั่งรออยู่เฉย ๆ บนเกาะที่เหมือนสวรรค์แต่จริง ๆ แล้วก็เหมือนกรง มันไม่ใช่ทางรอดอีกต่อไป ก็เลยต้องมีภารกิจที่ไม่มีใครอยากไปแต่ก็ต้องมีคนไป นั่นคือการนั่งเรือย้อนกลับไปยังนรกบนดินที่เพิ่งหนีมา เพื่อหาของกินของใช้กลับมาเลี้ยงคนทั้งเกาะให้มีลมหายใจต่ออีกสักหน่อย คนที่ต้องออกเรือไปในรอบนี้ไม่ใช่ฮีโร่ที่มั่นใจเต็มร้อยอะไรแบบนั้นเลย เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่เหนื่อยล้าและมีแผลในใจจากการสูญเสีย เขาต้องการแค่ที่ปลอดภัยสักที่ให้ตัวเองและคนที่เขารักได้พักหายใจ แต่พอเกาะเริ่มอยู่ไม่ได้ ความต้องการของเขามันเลยเปลี่ยนจากการเอาตัวเองให้รอด ไปเป็นการต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นที่ฝากความหวังไว้กับเสบียงที่เขาจะหอบกลับมา มันเป็นภาระที่หนักมากนะ เพราะทุกก้าวที่เหยียบลงบนแผ่นดินใหญ่คือความเสี่ยงตาย แล้วในทีมเดียวกันนั้นก็มีชายที่ชื่อ Roberto รวมอยู่ด้วย เป็นคนที่ดูนิ่ง ๆ พูดน้อย แต่สายตาเขามีอะไรซ่อนอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครรู้ชัดว่าเขาอาสามาเพราะอยากช่วยจริง ๆ หรือมีเป้าหมายอื่นที่บอกใครไม่ได้ ความคลุมเครือตรงนี้แหละที่ทำให้บรรยากาศในทีมมันอึดอัดตั้งแต่ยังไม่ทันเจอผู้ติดเชื้อเลยด้วยซ้ำ ทุกคนต้องยิ้มให้กัน ต้องแบ่งน้ำแบ่งอาหารกัน ต้องฝากหลังไว้กับกัน แต่ในใจลึก ๆ ก็แอบถามว่าไว้ใจคนข้าง ๆ ได้แค่ไหนกันเชียว สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง อะโพคาลิปซิส เซต้า: จุดเริ่มต้นของจุดจบ ภาค 2 เต็มเรื่อง แบบที่อยากได้ทั้งความลุ้นและความรู้สึกหนัก ๆ ในใจไปพร้อมกัน เรื่องนี้ให้ครบแบบนั้นเลย เพราะมันไม่ได้เล่าแค่การวิ่งหนี แต่เล่าความกลัวที่จะต้องกลับไปเจอที่ที่เคยเป็นบ้านแล้วตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว พอเรือแตะฝั่ง ความรู้สึกเหมือนฝันร้ายมันก็เริ่มบีบเข้ามาทีละนิด เมืองที่เคยคึกคักกลายเป็นตึกร้าง ประตูเปิดค้าง รถจอดทิ้งกลางถนน ข้าวของกระจัดกระจายเหมือนทุกคนหายไปกลางประโยค ทีมต้องเคลื่อนกันเงียบ ๆ เป็นจังหวะ คอยฟังเสียง คอยส่งสัญญาณมือ เพราะผู้ติดเชื้อในภาคนี้ไม่ได้มาแบบตะโกนให้รู้ตัวก่อน พวกเขาซ่อนอยู่ในความเงียบ ในซอกตึก ในโกดังมืด ๆ แล้วก็พุ่งออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัวเลย สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วเหนื่อยแทนคือพวกเขาไม่ได้มีอาวุธครบมืออะไรเลย มีแค่ของเท่าที่หาได้ มีด ไม้ ท่อเหล็ก ปืนที่กระสุนนับเม็ดได้ ทุกการตัดสินใจเลยต้องคิดเร็วมากว่าจะสู้ จะวิ่ง หรือจะซ่อน แล้วพอแผนที่วางมาอย่างดีมันเริ่มพังทีละจุดเพราะเสบียงที่หวังไว้ไม่อยู่ตรงที่ควรอยู่ หรือเส้นทางหนีถูกปิด ความกดดันมันก็ย้ายจากข้างนอกเข้ามาข้างในทันที ความหิว ความกลัว ความเหนื่อย มันทำให้คนเริ่มเสียงดังใส่กัน เริ่มโทษกัน เริ่มขุดเรื่องเก่ามาเถียงกันกลางวงที่ควรจะสามัคคีที่สุด แล้ว Roberto ที่เก็บเงียบมาตลอดก็เริ่มขยับทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ทุกคนต้องหันมามองเขาเป็นตาเดียว เราจะรู้สึกได้เลยว่าอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่แค่เสียงคำรามนอกประตู แต่คือสายตาของคนในทีมที่เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด สิ่งที่เราชอบมากคือเรื่องนี้ไม่ได้พยายามทำให้ใครเป็นคนดีสุดขั้วหรือเลวสุดขั้วเลย ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง คนหนึ่งอยากช่วยทุกคนให้รอด อีกคนอยากพาน้อง พาพ่อ พาเพื่อนกลับบ้านให้ได้ อีกคนแค่ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า ความสัมพันธ์พวกนี้มันค่อย ๆ ก่อตัวท่ามกลางความกลัว จากคนแปลกหน้าที่ต้องมาเดินปะปนกัน กลายเป็นคนที่จำได้ว่าใครหายใจแรงตอนเครียด ใครมือสั่นตอนถือไฟฉาย ใครชอบเอาตัวบังให้คนอื่นโดยไม่พูดอะไรเลย มันมีโมเมนต์เล็ก ๆ ที่อบอุ่นมากนะ อย่างการแบ่งขนมปังชิ้นสุดท้ายให้กัน การนั่งพิงกำแพงผลัดกันงีบทั้งที่หลับไม่ลงจริง ๆ การเรียกชื่อกันเบา ๆ ในความมืดเพื่อเช็กว่ายังอยู่ครบไหม แล้วพอมีเรื่องของ Roberto เข้ามาแทรก ความผูกพันพวกนั้นมันก็ถูกทดสอบทันทีว่าจะเชื่อใจที่สร้างกันมาหรือจะเชื่อสัญชาตญาณที่บอกให้ระวังตัวก่อน ความรู้สึกของการเป็นคนกลุ่มสุดท้ายบนโลกมันเหงามากจริง ๆ เพราะทุกครั้งที่ต้องเลือกว่าจะช่วยใคร จะทิ้งใคร จะเสี่ยงเพื่อใคร มันไม่มีคำตอบที่ถูกทั้งหมด มีแค่คำตอบที่ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต การย้อนกลับมาแผ่นดินใหญ่เลยไม่ใช่แค่การมาหาของ แต่มันเหมือนการย้อนกลับมาเผชิญหน้ากับความผิด ความทรงจำ และความกลัวที่เคยทิ้งไว้ แล้วถามตัวเองว่าถ้ารอดกลับไปได้ เราจะยังเป็นคนเดิมอยู่ไหม ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับคนที่ชอบหนังเอาตัวรอดแบบบีบหัวใจ ดูแล้วลุ้นจนเผลอกลั้นหายใจ ชอบบรรยากาศเมืองร้าง เสียงเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ หัวใจก็เต้นแรง ชอบดราม่าความไว้ใจในทีม ชอบดูความสัมพันธ์ของคนที่ต้องมาจับมือกันทั้งที่ไม่ได้เลือกกันเองตั้งแต่แรก จะดูคนเดียวตอนกลางคืนแบบปิดไฟให้อินสุด ๆ ก็ได้อารมณ์มาก หรือจะชวนเพื่อนที่คอเดียวกันมานั่งลุ้นด้วยกันแล้วคอยสะกิดกันว่าเบา ๆ อย่าเสียงดังเดี๋ยวมันได้ยินก็สนุกไปอีกแบบ อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่กับน้องเล็ก ๆ หรือคนที่อยากดูอะไรเบา ๆ ผ่อนคลายกับครอบครัวแบบสบายใจ เพราะมันทั้งกดดัน ทั้งดิบ ทั้งเหนื่อยแทนตัวละคร แต่ถ้าคุณเป็นสายลุ้น สายดราม่า สายซอมบี้ที่มีหัวใจของความเป็นคนอยู่ข้างใน ไม่ได้มีแค่ไล่กัดกันอย่างเดียว อยากดูหนังที่ดูจบแล้วมันอิ่ม ๆ หน่วง ๆ แล้วก็ยังคิดถึงพวกเขาต่อว่าเขาจะไหวไหมนะ เรื่องนี้คือตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคืนพักผ่อนที่อยากได้ทั้งความมันและความรู้สึกไปพร้อมกันโดยไม่ต้องรู้ตอนจบก่อน แค่ปล่อยใจไปกับพวกเขาแล้วเอาใจช่วยทีละก้าวก็พอ
ดู Apocalypse Z: New World ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
- ความไว้ใจในทีม
- ดราม่ามนุษย์ยามวิกฤต
- ระทึกขวัญสยองขวัญ
- หนังซอมบี้เอาตัวรอด
- หมู่เกาะแคนารี
- อะโพคาลิปซิสเซต้า
คำค้นหายอดนิยม
- หนังซอมบี้เอาตัวรอด
- หมู่เกาะแคนารี
- ระทึกขวัญสยองขวัญ
- ดราม่ามนุษย์ยามวิกฤต
- ความไว้ใจในทีม
- อะโพคาลิปซิสเซต้า










