

Final Destination 5
เรื่องย่อ Final Destination 5
ถ้าเห็นภาพว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทุกคนรอบตัวกำลังจะตาย เราจะกล้าตะโกนบอกให้ทุกคนเชื่อไหม นั่นคือคำถามที่ค้างอยู่ในใจของแซมตั้งแต่ต้นของ ไฟนอล เดสติเนชั่น 5 : โกงตายสุดขีด แล้วมันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เขาไม่ได้ขอเลยสักนิด แซมเป็นหนุ่มออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เขารักการทำอาหาร มีแฟนสาวที่คบกันมานานอย่างมอลลี่ และกำลังลังเลว่าจะเลือกเดินตามความฝันของตัวเองหรือเลือกความมั่นคงตรงหน้า วันนั้นบริษัทพาพนักงานไปสัมมนานอกสถานที่ ทุกคนขึ้นรถบัสมาด้วยกันอย่างอารมณ์ดี หยอกล้อกันเหมือนเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันมานาน ทั้งแซม มอลลี่ ปีเตอร์ แคนดิซ โอลิเวีย ไอแซค เนธาน และเดนนิสหัวหน้า ทุกอย่างดูเป็นทริปธรรมดาที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ จนกระทั่งรถบัสต้องชะลอติดอยู่บนสะพานแขวนขนาดใหญ่ที่กำลังซ่อมแซม ลมแรงพัดผ่านโครงเหล็ก เสียงเครื่องจักรก่อสร้างดังอยู่ไกล ๆ แล้วจู่ ๆ ภาพในหัวของแซมก็เปลี่ยนไป เขาเห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ลามเป็นรอยแยกใหญ่ เห็นสายเคเบิลขาดสะบั้น เห็นพื้นสะพานทรุดตัวลงทีละชั้นเหมือนโดมิโนที่ไม่มีใครหยุดได้ ความรู้สึกตอนนั้นมันทั้งจริงทั้งน่ากลัวจนเขาแยกไม่ออกว่าฝันหรือเรื่องจริง จนต้องลุกขึ้นมาตะโกนให้ทุกคนลงจากรถเดี๋ยวนี้ ความโกลาหลบนสะพานตอนนั้นต้องเล่าแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังเลยว่าใจเต้นแรงมาก เพราะไม่มีใครเชื่อแซมในตอนแรกหรอก ใครจะเชื่ออยู่ดี ๆ มีคนมาบอกว่าสะพานกำลังจะถล่มทั้งที่ยังยืนอยู่ได้ปกติ แต่ด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงสั่น และท่าทีที่เหมือนคนเห็นผี เพื่อนบางคนก็ยอมลุกตามลงไปแบบงง ๆ บ้างก็โวยวายหาว่าเขาสติแตก อยากจะกลับขึ้นรถให้ได้ แต่ยังไม่ทันจะเถียงกันจบ เสียงเหล็กก็เริ่มลั่นดังขึ้นจริง ๆ พื้นสะพานสั่นสะเทือน รอยแตกวิ่งผ่านเท้าของพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว และหายนะที่แซมเห็นในนิมิตก็เกิดขึ้นตรงหน้าทุกคนแบบไม่มีผิดเพี้ยน คนที่ยังอยู่บนสะพานกรีดร้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน รถร่วงลงแม่น้ำ โครงเหล็กถล่มทับร่าง ทุกอย่างพังทลายลงในเวลาไม่กี่นาที กลุ่มของแซมที่หนีออกมาทันได้แค่ยืนมองด้วยความช็อก หายใจหอบ ตัวสั่น และยังไม่เข้าใจว่าตัวเองรอดมาได้ยังไง จากคนที่กำลังจะไปสัมมนาอย่างสบายใจ พวกเขากลายเป็นผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมใหญ่ที่ข่าวต้องลงหน้าหนึ่ง และนั่นแหละคือจุดที่ความโล่งใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความหลอน เพราะลึก ๆ ทุกคนรู้ว่าการรอดครั้งนี้มันไม่ปกติเลย หลังจากวันนั้นชีวิตของทุกคนก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย แซมกลายเป็นคนที่รู้สึกผิดที่สุด เพราะเขาเป็นคนเห็นล่วงหน้าแต่ช่วยได้แค่บางคน เขาอยากใช้ชีวิตต่อไป อยากกลับไปกอดมอลลี่ อยากกลับไปตั้งหลักแล้วเลือกทางเดินของตัวเองใหม่ แต่ความรู้สึกผิดกับภาพสะพานถล่มมันยังติดตาเขาไม่หาย ส่วนมอลลี่เองก็สับสนไม่แพ้กัน เธอรักแซมแต่ก็เริ่มกลัวว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะถูกความตายครั้งนี้เปลี่ยนไปตลอดกาล ด้านปีเตอร์กับแคนดิซที่เป็นคู่รักนักกีฬาก็เริ่มระแวงกันเอง จากคนที่เคยไว้ใจกันทุกอย่าง กลับต้องมานั่งถามกันว่าทำไมเราถึงรอด แล้วใครจะเป็นรายต่อไป โอลิเวียสาวออฟฟิศที่ดูมั่นใจก็เริ่มนอนไม่หลับ หวาดกลัวกับเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว ไอแซคหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่ตอนแรกดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี่ชีวิตก็เริ่มใช้ชีวิตแบบประชดประชัน ส่วนเนธานกับเดนนิสก็พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แววตาก็บอกชัดว่ากลัวจนเก็บอาการไม่อยู่ ความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่เคยหยอกกันได้ทุกเรื่องเลยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความอึดอัด ทุกคนมองหน้ากันแล้วเหมือนมองรายชื่อว่าใครจะถึงคิวก่อนกัน แล้วความกลัวแบบนี้แหละที่ค่อย ๆ กัดกินมิตรภาพของพวกเขาไปทีละนิด โดยที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของเรื่องนี้คือความตายไม่ได้มาเป็นตัวเป็นตนให้เราสู้หรือหนีได้เลย มันมาในรูปของอุบัติเหตุที่ดูธรรมดาจนเรามองข้าม ลองนึกภาพตอนดูหนังแล้วต้องคอยมองตามว่า เอ๊ะ น็อตตัวนั้นคลายหรือเปล่า น้ำมันหยดตรงนั้นจะลื่นไหม กระจกบานนั้นร้าวอยู่หรือเปล่า ทุกอย่างในชีวิตประจำวันอย่างสะพานยิม โรงงาน ร้านนวด หรือห้องผ่าตัด กลายเป็นกับดักที่รอแค่จังหวะเหมาะ ๆ ให้ทุกอย่างเชื่อมกันเป็นลูกโซ่แห่งความซวย แซมกับปีเตอร์เลยพยายามหาคำตอบว่าลำดับของความตายมันทำงานยังไง ใครควรตายก่อนหลัง แล้วถ้าโกงได้ต้องทำยังไง ยิ่งพวกเขาพยายามสืบจากชายลึกลับที่ทำงานในห้องเก็บศพอย่างเบิร์ก ยิ่งได้ฟังทฤษฎีที่น่าขนลุกว่าการรอดมาได้แปลว่าขโมยชีวิตคนอื่นมา และถ้าอยากอยู่ต่อก็ต้องแลกด้วยชีวิตของคนอื่น ความคิดนี้ทำให้ทุกคนเริ่มมองกันไม่เหมือนเดิม จากเพื่อนที่เคยช่วยกันหนีตาย กลายเป็นคนที่ต้องถามตัวเองว่าจะยอมทำถึงขนาดไหนเพื่อให้ตัวเองได้มีลมหายใจต่อ ความกดดันนี้ทำให้แซมต้องเลือกระหว่างสัญชาตญาณเอาตัวรอดกับความเป็นมนุษย์ในใจ ส่วนปีเตอร์ที่รักแคนดิซมากก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่อความกลัวเสียคนรักมันใหญ่กว่าทุกอย่าง ตรงนี้แหละที่ทำให้คนดูอย่างเราอินมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ลุ้นว่าจะมีอะไรหล่นใส่หัวใคร แต่มันลุ้นว่าใจของคนจะเปลี่ยนไปไกลแค่ไหนเมื่อถูกความตายจ้องอยู่ไม่ห่าง ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบหนังสยองขวัญแบบมีไอเดีย ไม่ต้องมีผีโผล่มาก็ขนลุกได้เพราะลุ้นกับดักรอบตัวตลอดเวลา ดูกับเพื่อนแล้วช่วยกันทายว่าฉากต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นคือสนุกมาก หรือจะดูคนเดียวตอนกลางคืนแล้วนั่งจิกหมอนก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ ใครที่ตามแฟรนไชส์ไฟนอล เดสติเนชั่น มาตั้งแต่ภาคแรกจะยิ่งสนุกกับการสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่เต็มไปหมด ส่วนใครที่เพิ่งเคยดูภาคนี้เป็นภาคแรกก็ดูรู้เรื่องแบบไม่ต้องทำการบ้านมาก่อนเลย สำหรับคนที่กำลังหา ดูหนัง ไฟนอล เดสติเนชั่น 5 : โกงตายสุดขีด เต็มเรื่อง ไว้ดูเพลิน ๆ ในวันพักผ่อน เรื่องนี้ตอบโจทย์สายลุ้นระทึกที่ชอบความตื่นเต้นแบบมีชั้นเชิงและชวนคิดเรื่องโชคชะตาไปพร้อมกัน และถ้าเคยประทับใจ หนังของ นิโคลัส ดีอะโกสโต ที่เล่นเป็นแซมได้อย่างเป็นธรรมชาติทั้งมุมอบอุ่นและมุมแตกสลาย ก็จะยิ่งเอาใจช่วยเขาไปจนจบ อยากชวนให้ลองเปิดใจดูแบบไม่ต้องคาดหวังว่าจะเป็นหนังผีตุ้งแช่ทั่วไป แต่ให้มองว่าเป็นการนั่งไปกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่แค่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อ แล้วค่อย ๆ รู้สึกไปกับพวกเขาว่าการมีชีวิตอยู่หลังจากที่ควรจะตายไปแล้ว มันเป็นของขวัญหรือเป็นหนี้ที่ต้องจ่ายคืนกันแน่ รับรองว่าดูจบแล้วจะต้องมองสิ่งของรอบตัวในบ้านเปลี่ยนไปอีกนานเลย
ดู Final Destination 5 ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- โกงความตาย
- นิมิตเห็นอนาคต
- อุบัติเหตุต่อเนื่อง
- เอาชีวิตรอด













