

The Belko Experiment
เรื่องย่อ The Belko Experiment
เคยสงสัยไหมว่าถ้าตื่นเช้าไปทำงานเหมือนทุกวันแล้วประตูออฟฟิศดันปิดตายออกไปไหนไม่ได้เลยเราจะทำยังไง นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีที่ได้ดู ดูหนัง เกมออฟฟิศ ปิดตึกฆ่า เต็มเรื่อง จบ เพราะมันเริ่มจากเช้าวันจันทร์ที่ธรรมดาจนแทบจะน่าเบื่อ พนักงานอเมริกันแปดสิบชีวิตในตึกเบลโก้ที่โคลอมเบียต่างก็หิ้วกาแฟมานั่งประจำโต๊ะ ทักทายกันแบบคนคุ้นเคย บ่นเรื่องรถติดเรื่องงานค้างเหมือนที่เราทุกคนเคยเป็น แล้วอยู่ดีดีบรรยากาศที่คุ้นเคยนั้นก็เปลี่ยนไปแบบไม่มีสัญญาณเตือน ประตูเหล็กเลื่อนลงมาปิดทุกทางออก หน้าต่างที่เคยเปิดรับแสงกลายเป็นกำแพงที่หนีไม่พ้น สัญญาณโทรศัพท์กับอินเทอร์เน็ตก็ใช้ไม่ได้ และเสียงประกาศเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมากลางออฟฟิศ สั่งให้ทุกคนต้องเล่นเกมบางอย่างที่ไม่มีใครอยากเล่น ความรู้สึกตอนนั้นมันทั้งอึดอัดทั้งงง เหมือนเรานั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวหนึ่งในนั้นด้วย แล้วก็ได้แต่มองหน้ากันว่าเรื่องบ้าอะไรกำลังเกิดขึ้นกันแน่ ไมค์คือคนที่เราจะได้เอาใจช่วยมากที่สุด เขาไม่ใช่ฮีโร่มาจากไหนเลย เป็นแค่พนักงานหนุ่มธรรมดาที่อยากทำงานให้จบวันแล้วกลับไปใช้ชีวิตเงียบเงียบของตัวเอง เขามีความสัมพันธ์ดีดีกับเพื่อนร่วมงานอย่างลีแอนดร้า มีหัวหน้าที่เคยเคารพกัน มีเพื่อนที่เคยกินข้าวกลางวันด้วยกันทุกวัน สิ่งที่เขาต้องการจริงจริงก็แค่ให้ทุกคนรอดออกไปด้วยกันแบบไม่ต้องมีใครเจ็บ แต่สิ่งที่ขวางเขาอยู่มันใหญ่กว่ากำแพงตึกเยอะเลย เพราะเสียงปริศนานั้นไม่ได้แค่ขู่ แต่มันมีวิธีบังคับให้ทุกคนต้องทำตามจริงจริง และเมื่อเวลาผ่านไปทีละนิด ความกลัวก็เริ่มกัดกินเหตุผลของคนในตึก จากเพื่อนที่เคยยิ้มให้กันหน้าตู้กดน้ำก็เริ่มมองกันด้วยสายตาหวาดระแวง จากคนที่เคยช่วยเหลือกันก็เริ่มชั่งใจว่าถ้าต้องเลือกระหว่างตัวเองกับคนข้างข้างจะเลือกอะไร ไมค์เลยต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความอยากรักษาความเป็นคนเอาไว้ กับแรงกดดันจากคนรอบตัวที่เริ่มเชื่อว่าการยอมทำตามคำสั่งอาจเป็นทางรอดเดียว ความสัมพันธ์ของเขากับลีแอนดร้าก็เลยกลายเป็นเหมือนแสงเล็กเล็กกลางห้องที่มืดลงเรื่อยเรื่อย เป็นที่ยึดเหนี่ยวว่าเราจะไม่ทิ้งกันง่ายง่ายนะ อีกฝั่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องยิ่งปวดใจก็คือแบร์รี่ หัวหน้าระดับสูงที่ตอนแรกทุกคนมองว่าเป็นที่พึ่ง เพราะในโลกออฟฟิศปกติเขาคือคนคุมเกม คนตัดสินใจ คนที่ลูกน้องต้องฟัง พอตึกถูกปิดตาย เขาก็ยังคิดแบบเดิมว่าถ้าอยากให้คนส่วนใหญ่รอด บางครั้งก็ต้องยอมตัดสินใจเรื่องยากยากแทนทุกคน ความต้องการของเขาคือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด ไม่อยากเห็นความโกลาหล ไม่อยากเห็นทุกคนวิ่งหนีกันแบบไร้ทิศทาง แต่สิ่งที่ขวางเขาคือความจริงที่ว่ายิ่งเขาพยายามใช้เหตุผลแบบเจ้านายมาสั่งการในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ความเป็นคนของลูกน้องแต่ละคนก็ยิ่งถูกมองเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพนักงานที่เคยเป็นลูกน้องก็เลยค่อยค่อยเปลี่ยนไป จากความเคารพกลายเป็นความกลัว จากการเชื่อฟังกลายเป็นคำถามว่าเราควรฟังเขาอยู่ไหม แล้วก็มีตัวละครรอบข้างอีกเยอะเลย ทั้งเพื่อนร่วมงานสายฮา สายเงียบ สายที่เคยมีปัญหากันมาก่อน ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง มีครอบครัวรออยู่ที่บ้าน มีความฝันที่ยังทำไม่เสร็จ พอต้องมาอยู่ใต้กฎเดียวกันในห้องประชุมแคบแคบ โต๊ะทำงานที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยก็กลายเป็นที่หลบซ่อน เสียงฝีเท้าในโถงทางเดินที่เคยธรรมดาก็ฟังดูน่ากลัวขึ้นมาทุกที สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังติดอยู่ในที่ปิดทั่วไปก็คือมันไม่ได้เอาผีหรือสัตว์ประหลาดมาหลอกเราเลย แต่เอาความเป็นออฟฟิศที่เราคุ้นเคยที่สุดนี่แหละมาพลิกให้หลอน บัตรพนักงาน ลำดับขั้นการบังคับบัญชา ห้องประชุมกระจกใส แสงไฟขาวสว่างจ้าตอนกลางวัน ทุกอย่างยังดูปกติแต่กลับรู้สึกผิดปกติไปหมด ความน่ากลัวมันเลยค่อยค่อยไต่ระดับ จากตอนแรกที่ทุกคนยังหัวเราะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น ไปสู่ช่วงที่เริ่มไม่แน่ใจว่าเสียงประกาศนั้นพูดจริงหรือเปล่า แล้วก็ไปสู่ช่วงที่ทุกคนต้องมองหน้ากันแล้วตัดสินใจว่าจะหนี จะซ่อน จะสู้ หรือจะยอมทำตาม ทุกการวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทุกการแอบหลังโต๊ะ ทุกการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีมันเลยมีน้ำหนักมาก เพราะคนที่ไล่ล่ากันเองก็คือคนที่เมื่อเช้ายังยิ้มให้กันอยู่เลย หนังเล่าเรื่องด้วยจังหวะที่หายใจไม่ค่อยทั่วท้อง ช่วงต้นจะพาเราไปรู้จักนิสัยใจคอของแต่ละคนแบบเนียนเนียน ให้เราผูกพัน ให้เราจำได้ว่าใครเป็นใคร ใครสนิทกับใคร แล้วพอประตูล็อกจริงจริง กราฟความกดดันก็พุ่งขึ้นแบบแทบไม่มีจังหวะพัก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็เล่าแบบตรงไปตรงมาแต่ไม่เน้นภาพโหดจนเกินงาม เน้นให้เรารู้สึกถึงความสะเทือนใจมากกว่า ว่าทำไมคนธรรมดาถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้ และเส้นบางบางระหว่างความเป็นระเบียบกับความโกลาหลมันขาดออกจากกันง่ายแค่ไหนเมื่อความกลัวเข้ามาแทนที่เหตุผล ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังลุ้นระทึกแบบติดอยู่ในสถานที่ปิดแล้วต้องเอาใจช่วยตัวละครไปจนจบ คนที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์ ชอบตั้งคำถามเบาเบาว่าถ้าเป็นเราจะเลือกแบบไหน หรือคนที่อยากชวนเพื่อนมานั่งดูด้วยกันแล้วคุยกันต่อหลังดูจบว่าตัวละครไหนคิดถูกคิดผิด ดูกับเพื่อนสายลุ้นก็สนุกดี ดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ฟีลกดดันแบบเต็มเต็ม ส่วนใครที่คาดหวังหนังผีตุ้งแช่หรือหนังบู๊ยิงกันทั้งเรื่องอาจจะต้องปรับใจนิดหนึ่ง เพราะเสน่ห์จริงจริงของเรื่องนี้คือการดูใจคนค่อยค่อยเปลี่ยนไปภายใต้แรงกดดัน ไม่ใช่แค่ฉากไล่ล่า ใครที่เป็นคอหนังระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาที่ชอบบรรยากาศอึดอัดแบบค่อยค่อยบีบ ชอบหนังที่เอาโลกการทำงานมาเป็นกระจกสะท้อนสังคม มีทั้งมิตรภาพ ความเห็นแก่ตัว ความเสียสละ และการเอาตัวรอดปนกันอยู่ จะดูแล้วอิ่มใจแบบขมขม เหมือนเพิ่งผ่านวันอันยาวนานมาด้วยกันกับตัวละครทั้งตึก โดยที่หนังไม่เฉลยอะไรง่ายง่ายให้เราสบายใจ แต่ทิ้งคำถามให้เรากลับไปคิดต่อว่าสุดท้ายแล้วอะไรกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากัน ระหว่างตึกที่ล็อกตาย หรือใจคนที่ล็อกตัวเองไว้ด้วยความกลัว
ดู The Belko Experiment ออนไลน์
นักแสดง

จอห์น แกลลาเกอร์ จูเนียร์

โทนี่ โกลด์วิน

เอเดรีย อาโฆน่า

John C. McGinley

Melonie Díaz

Michael Rooker

Josh Brener

โอเวน ยีโอแมน

Sean Gunn

Brent Sexton

เดวิด ดัสมอลเชิน

David Del Rio
ป้ายกำกับ
- ติดอยู่ในตึก
- หนังระทึกขวัญ
- หนังสยองขวัญ
- หนังออฟฟิศปิดตาย
- หนังเกมเอาชีวิตรอด
- หนังเอาตัวรอด
- เกมออฟฟิศ ปิดตึกฆ่า
คำค้นหายอดนิยม
- เกมออฟฟิศ ปิดตึกฆ่า
- หนังออฟฟิศปิดตาย
- หนังเกมเอาชีวิตรอด
- หนังระทึกขวัญ
- หนังสยองขวัญ
- หนังเอาตัวรอด
- ติดอยู่ในตึก

