

100 Days of Deception Season 1
เรื่องย่อ 100 Days of Deception Season 1
เด็กสาวกำพร้าตัวเล็ก ๆ ที่แบกความฝันอยากหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกาไว้เต็มอก กับสองมืออันว่องไวที่ใช้ล้วงกระเป๋าเอาตัวรอดไปวัน ๆ คือหัวใจของ 100 วันปฏิบัติการลวง Season 1 ที่อยากชวนให้ลองเปิดใจดูกันสักครั้ง เพราะเรื่องของอีกากยองนั้นทั้งน่าเอาใจช่วยและน่าลุ้นจนวางไม่ลงเลยจริง ๆ เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นวีรสตรีหรือคนที่อยากจะเปลี่ยนโลกอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เธอแค่อยากเก็บเงินให้ได้มากพอแล้วหนีไปจากเมืองคยองซองในปี 1932 ยุคที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยความกดดันและความไม่เท่าเทียม ไปสู่ดินแดนในฝันที่เธอเชื่อว่าจะทำให้เธอได้หายใจอย่างอิสระเสียที แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกจนแผนเงียบ ๆ ของเธอพังลงในพริบตา เมื่อเธอพลาดท่าถูกกลุ่มคนอีกฝ่ายจับได้ และแทนที่จะต้องชดใช้แบบธรรมดา เธอกลับถูกยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธแทบไม่ได้ นั่นก็คือการรับภารกิจปลอมตัวเข้าไปอยู่ในทำเนียบของฝ่ายผู้มีอำนาจในฐานะล่ามฝึกหัดเป็นเวลา 100 วัน เพื่อหาทางนำบางสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ออกมาให้ได้ สำหรับใครที่กำลังมองหา ซีรีส์ 100 วันปฏิบัติการลวง พากย์ไทย ที่ดูเพลินและเข้าถึงอารมณ์ง่าย ๆ เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลย เพราะถึงฉากหลังจะเป็นยุคประวัติศาสตร์ที่ดูห่างไกล แต่ความรู้สึกของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องเลือกระหว่างความฝันของตัวเองกับทางรอดตรงหน้า มันใกล้ใจเรามาก ๆ เลยนะ และยิ่งพอรู้ว่าเธอแทบไม่รู้ภาษาของคนที่นั่นเลย การต้องก้าวเข้าไปอยู่ในรังเสือทั้งที่มือสั่นใจสั่นแบบนั้น มันยิ่งทำให้เราอยากเอาใจช่วยเธอในทุกย่างก้าวเลยจริง ๆ พออีกากยองต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในทำเนียบที่ทั้งหรูหราและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน 100 วันปฏิบัติการลวง ซีซัน 1 ดูออนไลน์ แบบยาว ๆ แล้วจะยิ่งรู้สึกเลยว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่แผนการลุ้น ๆ แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ของคนรอบตัวเธอที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ด้วย เธอต้องสวมหน้ากากหลายชั้นมาก ๆ เลยนะ กลางวันก็ต้องเป็นเด็กสาวใสซื่อที่ตั้งใจเรียนงานตรงหน้า ยิ้มเก่ง เชื่อฟัง ไม่ให้ใครสงสัยแม้แต่นิดเดียว ตกเย็นก็ต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องจำรหัส สังเกตทางหนีทีไล่ และส่งข่าวอย่างระวังที่สุด ส่วนกลางคืนเวลาอยู่คนเดียว เธอถึงจะได้ถอดหน้ากากออกแล้วกลับมาเป็นเด็กสาวธรรมดาที่ทั้งเหงา ทั้งกลัว และทั้งคิดถึงความฝันของตัวเอง มันเป็นความอ้างว้างที่ดูแล้วใจหายเหมือนกันนะ เพราะเธอไว้ใจใครได้ไม่เต็มร้อยเลยสักคน ทั้งเจ้านายที่ดูใจดีแต่ก็เดาใจยาก ทั้งเพื่อนร่วมงานที่อาจจะเป็นมิตรหรือเป็นสายตาที่จับจ้องเธออยู่ ทั้งคนที่ส่งเธอเข้ามาที่คอยกดดันอยู่ห่าง ๆ ความสัมพันธ์เหล่านี้มันไม่ได้หวานหรือชัดเจนตั้งแต่แรกหรอก แต่มันค่อย ๆ ซึมเข้ามาทีละนิด จากความระแวงกลายเป็นความเห็นใจ จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนที่ห่วงกันโดยไม่รู้ตัว แล้วเราที่ดูอยู่ข้างจอก็จะเริ่มสับสนไปกับเธอเลยว่า ตกลงใครกันแน่ที่เราควรจะไว้ใจ แล้วรอยยิ้มไหนกันที่เป็นของจริง ความรู้สึกแบบนี้แหละที่ทำให้อยากดูตอนต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเราไม่ได้ลุ้นแค่ภารกิจจะสำเร็จไหม แต่ลุ้นว่าหัวใจของเธอจะไหวไหมในแต่ละวันที่ต้องโกหกทุกคนเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอิ่มใจทั้งที่ฉากหลังกดดันมาก ๆ ก็คือคำถามเบา ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจของอีกากยองตลอดเวลานั่นแหละว่า ตกลงอิสรภาพที่เธอตามหามันคืออะไรกันแน่ ตอนแรกเธอก็คิดแค่ว่าอิสรภาพคือการมีตั๋วเดินทางแล้วหนีไปให้ไกลที่สุด แต่พอยิ่งอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจและการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เธอก็ยิ่งได้เห็นว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอที่ไม่ได้เลือกจะเกิดมาในยุคแห่งความขัดแย้ง กลับถูกประวัติศาสตร์ผลักให้ต้องยืนอยู่ตรงกลางโดยเลี่ยงไม่ได้เลย เธอต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งขึ้นทั้งที่ข้างในยังกลัว ต้องเรียนรู้ที่จะยิ้มทั้งที่อยากร้องไห้ ต้องเรียนรู้ที่จะตัดสินใจทั้งที่ไม่มีคำตอบไหนถูกทั้งหมดเลยสักข้อ แล้วบรรยากาศของเมืองคยองซองในปีนั้นก็ยิ่งช่วยขับอารมณ์พวกนี้ให้ชัดขึ้นไปอีกนะ ทั้งแสงไฟสลัว ๆ ในห้องประชุมลับ ทั้งเสียงรถรางที่วิ่งผ่านอาคารหินเก่า ๆ ทั้งตรอกหลังตลาดที่ทั้งมืดและหนาว ทั้งห้องพักเล็ก ๆ ที่เธอใช้ทบทวนตัวเองเงียบ ๆ ทุกคืน ทุกอย่างมันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เดินหายใจอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ เลย แล้วพอเราเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่มีต้นทุนอะไรเลยนอกจากไหวพริบกับหัวใจที่กล้าเสี่ยง ค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ผ่านไปทีละวัน ทีละวัน เราก็จะเริ่มเข้าใจเลยว่าทำไมแค่การมีชีวิตรอดอยู่ต่อในแต่ละเช้าถึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเธอขนาดนั้น และทำไมคนดูอย่างเราถึงได้ผูกพันกับเธอเร็วขนาดนี้ ในพาร์ทของความสนุกแบบบู๊ผจญภัย เรื่องนี้ก็ทำถึงแบบไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีทันสมัยอะไรเลยนะ เพราะยุค 1930 นั้นไม่มีกล้องจิ๋ว ไม่มีหูฟังไร้สาย มีแค่มือ สมอง และหัวใจล้วน ๆ เลย ทั้งจังหวะการล้วง การสลับเอกสาร การจำรหัส การเอาตัวรอดเฉพาะหน้าด้วยไหวพริบ ทั้งฉากไล่ล่าในตรอกแคบ ๆ ฉากแอบฟังหลังประตู ฉากแทรกซึมที่ต้องกลั้นหายใจไปด้วยกัน มันเลยดิบ สมจริง และลุ้นแบบนั่งไม่ติดเลย ยิ่งเล่าแบบนับถอยหลัง 100 วันไปเรื่อย ๆ ความกดดันก็ยิ่งสะสมขึ้นทีละนิด เหมือนเชือกที่ขึงตึงขึ้นทุกตอน ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะนับไปกับเธอว่าเหลืออีกกี่วัน แล้วเธอจะพลาดตรงไหนไหมนะ งานภาพกับเครื่องแต่งกายก็ประณีตมาก ๆ ด้วย ทั้งชุดย้อนยุค ทั้งทรงผม ทั้งข้าวของในทำเนียบ ดูแล้วเพลินตาเพลินใจสุด ๆ ส่วนดนตรีก็ช่วยเร่งจังหวะหัวใจได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอต้องเสี่ยงครั้งสำคัญ ถ้าใครชอบซีรีส์สายลับย้อนยุคที่ผสมดราม่าการเอาตัวรอด ชอบตัวละครหญิงแกร่งที่ค่อย ๆ เติบโตจากเด็กเอาแต่หนีมาเป็นคนที่กล้ายืนหยัดเพื่อบางอย่าง ชอบบรรยากาศกดดันแต่ก็อบอุ่นหัวใจในเรื่องความสัมพันธ์ของคนที่ไม่น่าจะมาเจอกันได้ อยากให้ลองเปิดดูเรื่องนี้กับครอบครัวหรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนก็ได้หมดเลยนะ รับรองว่าจะได้ทั้งความลุ้น ความสงสาร ความเห็นใจ และความภูมิใจเล็ก ๆ ที่ได้เห็นเด็กสาวคนหนึ่งพยายามสุดหัวใจเพื่อประคองความฝันของตัวเองเอาไว้ท่ามกลางโลกที่โหดร้าย แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมแค่ 100 วันสั้น ๆ ถึงเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งไปได้ทั้งชีวิตขนาดนั้น
ดู 100 Days of Deception Season 1 ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
- คยองซองปี 1932
- ดราม่าประวัติศาสตร์เกาหลี
- ปลอมตัวเป็นล่ามฝึกหัด
- มิตรภาพท่ามกลางความระแวง
- เด็กกำพร้านักล้วงกระเป๋า
- เอาตัวรอดด้วยไหวพริบ
คำค้นหายอดนิยม
- เด็กกำพร้านักล้วงกระเป๋า
- ปลอมตัวเป็นล่ามฝึกหัด
- คยองซองปี 1932
- เอาตัวรอดด้วยไหวพริบ
- ดราม่าประวัติศาสตร์เกาหลี
- มิตรภาพท่ามกลางความระแวง













