

I Spit on Your Grave III: Vengeance Is Mine
เรื่องย่อ I Spit on Your Grave III: Vengeance Is Mine
บางครั้งแผลที่คิดว่าหายดีแล้วก็แค่หลบไปเงียบ ๆ รอวันกลับมาเจ็บอีกครั้ง และนั่นคือคำถามที่ค้างอยู่ในใจของเจนนิเฟอร์ตั้งแต่ฉากแรกของ เดนนรก ต้องตาย 3 ว่าเธอจะหนีอดีตไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว ถ้าใครเพิ่ง ดูหนัง เดนนรก ต้องตาย 3 เต็มเรื่อง จบใหม่ ๆ คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลย เพราะมันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่เป็นความเหนื่อยล้าของคนที่พยายามจะเริ่มต้นใหม่แทบตาย แต่โลกก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้เริ่มจริง ๆ สักที เธอย้ายเมือง เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนการใช้ชีวิตทั้งหมด หวังจะทิ้งผู้หญิงคนเดิมที่เคยแตกสลายไว้ข้างหลัง แล้วสวมชีวิตใหม่ที่เงียบสงบและปลอดภัยกว่าเดิม แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็รู้ว่าตัวเองยังนอนผวา ยังหวาดระแวงเสียงฝีเท้าในความมืด และยังไม่กล้าไว้ใจใครง่าย ๆ เลยสักคน ความรู้สึกแบบนี้แหละที่ทำให้เราอยากนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอเงียบ ๆ ตั้งแต่ต้นเรื่อง คอยเอาใจช่วยว่า ครั้งนี้ขอให้เธอได้เจอแสงสว่างบ้างเถอะนะ สิ่งที่เจนนิเฟอร์ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่การแก้แค้นตั้งแต่แรกหรอก เธอแค่อยากมีชีวิตธรรมดาที่คนอื่นมีกัน อยากตื่นมาโดยไม่ต้องกลัว อยากมีเพื่อนที่คุยกันได้โดยไม่ต้องปิดบัง อยากกลับไปยิ้มได้โดยไม่รู้สึกผิดกับตัวเอง เธอเลยยอมเปิดใจก้าวเข้าไปในกลุ่มบำบัด ทั้งที่ใจหนึ่งก็ต่อต้าน เพราะไม่ชอบเล่าเรื่องเจ็บปวดให้คนแปลกหน้าฟัง แต่พอได้นั่งฟังเรื่องของคนอื่นที่เคยผ่านความมืดคล้าย ๆ กัน เธอก็เริ่มรู้สึกว่า เออ เราไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดนั้นนี่นา มิตรภาพเล็ก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในวงสนทนานั้นค่อย ๆ ทำให้กำแพงของเธอบางลงทีละนิด เธอเริ่มกล้าออกไปใช้ชีวิต เริ่มกล้าสบตา เริ่มมีความหวังว่าบาดแผลอาจจะสมานได้จริง ๆ ถ้ามีคนเข้าใจอยู่ข้าง ๆ แต่แล้วสิ่งที่ขวางเธอไว้ก็ไม่ใช่แค่ความทรงจำของตัวเองอีกต่อไป หากเป็นความจริงอันโหดร้ายของโลกข้างนอก ที่คนผิดบางคนกลับเดินลอยนวลได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่ทำลายชีวิตคนอื่นไปทั้งชีวิต ความยุติธรรมที่เธอเคยหวังพึ่งกลับดูห่างไกลและเย็นชา จนเธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าระบบช่วยใครไม่ได้เลย แล้วคนที่เจ็บจะต้องทนต่อไปถึงเมื่อไหร่กัน และจุดนั้นเองที่ไฟในใจเธอค่อย ๆ เปลี่ยนรูป จากคนที่อยากเยียวยาตัวเอง กลายเป็นคนที่รู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อคนรอบตัวด้วย โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนใหม่ที่เธอเพิ่งผูกพันด้วยต้องมาเจอเรื่องเลวร้าย แล้วคนทำกลับไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย มันเหมือนแผลเก่าของเธอถูกฉีกออกพร้อมกับแผลใหม่ จนแยกไม่ออกแล้วว่าที่เจ็บอยู่ตอนนี้คือความโกรธแทนเพื่อน หรือความเจ็บของตัวเองที่สะสมมานาน เธอเริ่มตามสืบ ตามดูพฤติกรรมของพวกที่ชอบเอาเปรียบและทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้สึกผิด วางแผนอย่างใจเย็นและเยือกเย็นจนน่าใจหาย จากผู้หญิงที่เคยตัวสั่นในห้องบำบัด กลายเป็นคนที่เดินเข้าหาอันตรายด้วยแววตานิ่ง ๆ ที่บอกว่าเธอไม่ถอยแล้ว ความสัมพันธ์กับคนในกลุ่ม เพื่อนที่เข้าใจเธอ และเจ้าหน้าที่ที่เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของเธอ ค่อย ๆ กลายเป็นแรงดึงคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยากฉุดเธอกลับมาให้ใช้ชีวิตต่อ อีกฝั่งคือเสียงในหัวที่บอกว่าถ้าเธอไม่ทำ ก็จะไม่มีใครทำเลย ความขัดแย้งตรงนี้แหละที่ทำให้เราดูไปก็ทั้งสงสารทั้งเป็นห่วง เพราะเราเห็นว่าเธอไม่ได้เกิดมาโหดร้าย แต่เธอถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่างการปล่อยวางกับการทวงคืน บรรยากาศของเรื่องก็ช่วยเล่าความรู้สึกนี้ได้ดีมากเลยนะ มันไม่ได้มาแบบผีหลอกตุ้งแช่ให้ตกใจเล่น ๆ แต่เป็นความอึดอัดแบบค่อย ๆ บีบเข้ามา ห้องบำบัดที่ดูอบอุ่นตอนแรกก็เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ เมืองใหม่ที่เคยหวังว่าจะปลอดภัยก็เริ่มมีมุมมืดเต็มไปหมด งานภาพและเสียงทำให้เรารู้สึกเหมือนติดอยู่ในหัวของเจนนิเฟอร์จริง ๆ ทั้งหวาดระแวง ทั้งสับสน ทั้งโกรธปนเศร้าในเวลาเดียวกัน จังหวะช่วงแรกจะเนิบ ๆ หน่อย ให้เวลาเราได้รู้จักเธอ ได้เห็นความเปราะบาง ความพยายามจะเข้มแข็ง และความอยากมีชีวิตปกติของเธออย่างเต็มที่ ก่อนที่ครึ่งหลังจะค่อย ๆ ตึงขึ้น บีบขึ้น จนต้องนั่งกำมือโดยไม่รู้ตัว ความรุนแรงในเรื่องก็มีตามสไตล์หนังแก้แค้นสายดิบนั่นแหละ ไม่ได้ทำมาเพื่อความสะใจอย่างเดียว แต่ทุกครั้งที่เธอลงมือ มันมีน้ำหนักของความทรงจำและความผิดหวังซ่อนอยู่ข้างหลัง ทำให้ดูแล้วไม่ได้รู้สึกสนุกอย่างเดียว แต่หน่วงในใจไปด้วยพร้อมกัน เหมือนเรากำลังมองคนที่กำลังพังทลายลงทีละชิ้นในขณะที่คิดว่าตัวเองกำลังประกอบตัวเองขึ้นมาใหม่ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคอหนังสยองขวัญสายดราม่าหนัก ๆ ที่ชอบเรื่องเล่าของผู้หญิงแกร่งที่ลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง และไม่กลัวประเด็นแรง ๆ เกี่ยวกับบาดแผลในใจกับความยุติธรรมในสังคม จะดูคนเดียวตอนกลางคืนแบบเงียบ ๆ เพื่อซึมซับอารมณ์ให้เต็มที่ก็ได้ หรือจะชวนเพื่อนที่คอเดียวกันมานั่งดูแล้วชวนกันคุยต่อหลังจบก็ดีมาก เพราะมันมีคำถามทิ้งไว้ให้คิดต่อเยอะเลยว่า เส้นแบ่งระหว่างเหยื่อกับผู้ล่าอยู่ตรงไหน และความแค้นจะเยียวยาเราได้จริงหรือเปล่า ใครที่ชอบหนังที่บีบคั้นอารมณ์ ชวนให้เอาใจช่วยตัวเอกไปพร้อมกับลุ้นว่าเธอจะหยุดตัวเองได้ไหม เรื่องนี้ตอบโจทย์เลย ขอแค่เตรียมใจไว้หน่อยเพราะโทนค่อนข้างหม่นและกดดันตั้งแต่ต้นจนจบ แต่รับรองว่าดูจบแล้วจะยังคิดถึงเจนนิเฟอร์ไปอีกพักใหญ่ โดยไม่ต้องรู้ตอนจบก่อนก็อินได้เต็ม ๆ เลยล่ะ
ดู I Spit on Your Grave III: Vengeance Is Mine ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- เดนนรกต้องตาย3
- หนังสยองขวัญ
- บาดแผลในใจ
- การเยียวยาตัวเอง
- กลุ่มบำบัด
- ความยุติธรรม
- ผู้หญิงแกร่งสู้กลับ













