Kingsglaive: Final Fantasy XV

Kingsglaive: Final Fantasy XV

ไฟนอล แฟนตาซี 15 : สงครามแห่งราชันย์
★ 6.8/10 2016 115 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ บู๊ แอนนิเมชั่น
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Kingsglaive: Final Fantasy XV

เรื่องย่อ Kingsglaive: Final Fantasy XV

จะยอมแลกอะไรบ้างเพื่อปกป้องบ้านที่รักเอาไว้ คำถามหนัก ๆ แบบนี้แหละที่ลอยอยู่ในใจตั้งแต่ฉากแรกของ ไฟนอล แฟนตาซี 15 : สงครามแห่งราชันย์ ที่พาเราเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงอินซอมเนียของอาณาจักรลูซิส ดินแดนสุดท้ายที่ยังมีคริสตัลศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ท่ามกลางสงครามยืดเยื้อกับจักรวรรดินิฟล์ไฮมที่เดินหน้าด้วยเครื่องจักร กองทัพเหล็ก และความทะเยอทะยานไม่รู้จบ คนที่น่าสงสารและน่าเอาใจช่วยที่สุดในเวลานี้ก็คือกษัตริย์เรจิส ชายวัยกลางคนที่ร่างกายเริ่มโรยราเพราะต้องใช้พลังเวทค้ำจุนบาเรียของเมืองมาตลอดหลายปี เขาอยากเห็นลูกชายอย่างเจ้าชายน็อกทิสได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ อยากเห็นประชาชนได้หลับอย่างสบายใจโดยไม่ต้องสะดุ้งเสียงระเบิด แต่ในฐานะกษัตริย์เขาก็รู้ดีว่าทุกการตัดสินใจมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ รอบตัวเขามีองครักษ์คนสนิท มีสภาที่เริ่มเหนื่อยล้ากับสงคราม และมีหน่วยรบพิเศษที่ชื่อคิงส์เกลฟ เหล่านักรบผู้ได้รับพลังเวทจากกษัตริย์ให้วาร์ปตัวไปมาได้ราวกับเงา พวกเขามาจากนอกกำแพงเมือง บ้างก็เป็นผู้อพยพที่ลูซิสรับเอาไว้ แล้วก็เลือกจะสู้ถวายชีวิตเพื่อตอบแทนบ้านหลังใหม่นี้ หนึ่งในนั้นคือนิกซ์ อูลริค ชายหนุ่มฝีมือดีที่เก่งกาจ ใจร้อนนิด ๆ แต่รักพวกพ้องมาก เขาอยากพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับพลังที่กษัตริย์มอบให้ อยากปกป้องเพื่อนอย่างลูเบิร์ตและโครว์ให้ปลอดภัยกลับมาทุกครั้ง ความผูกพันของหน่วยนี้แหละที่ทำให้ฉากสนามรบตอนต้นทั้งดุเดือดและใจหาย เพราะเราเห็นเลยว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทหารในเครื่องแบบ แต่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีความฝัน มีบ้านให้คิดถึง และมีความกลัวซ่อนอยู่ใต้ความกล้าหาญ แล้วในวันที่ทุกคนล้าเต็มที ข่าวใหญ่ก็มาถึง เมื่อนิฟล์ไฮมยื่นข้อเสนอขอเจรจาสันติภาพกับลูซิส โดยจะมีการลงนามสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการที่อินซอมเนีย พร้อมข้อตกลงหมั้นหมายระหว่างเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่ากับเจ้าชายน็อกทิสเพื่อเชื่อมสองอาณาจักรเข้าด้วยกัน สำหรับชาวเมืองที่อยู่ใต้บาเรียมานาน นี่เหมือนแสงแรกหลังคืนฝนตกหนัก ทุกคนเริ่มมีความหวังว่าจะได้เปิดประตูเมือง จะได้เดินทาง จะได้ใช้ชีวิตปกติเสียที แต่สำหรับนิกซ์และเพื่อน ๆ ในคิงส์เกลฟ ความรู้สึกมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ เพราะพวกเขาสู้มาตลอด เสียเพื่อนมาตลอด แล้วจู่ ๆ จะให้วางดาบเชื่อคำพูดของศัตรูที่เคยถล่มบ้านเกิดของพวกเขามันก็ทำใจยาก ยิ่งเมื่อเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่าเดินทางมาถึง เธอไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ทางการทูต แต่เป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน เข้มแข็ง และมีหน้าที่ของตัวเองที่แบกไว้เงียบ ๆ เธอเคยผูกพันกับน็อกทิสมาตั้งแต่เด็ก ความหมั้นครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นความหวังเล็ก ๆ ของคนสองคนที่อยากเจอกันอีกครั้งท่ามกลางการเมืองอันเย็นชา ส่วนเจ้าชายน็อกทิสที่ตอนนั้นอยู่นอกเมืองก็ได้แต่รอฟังข่าวจากทางไกลด้วยใจไม่สงบ เขาอยากเชื่อในสันติภาพที่พ่อพยายามสร้าง แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าทำไมศัตรูที่รุกมาตลอดถึงยอมถอยง่าย ๆ บรรยากาศในเมืองหลวงเลยกลายเป็นสองอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือธงประดับ งานเลี้ยง และการถ่ายทอดพิธีลงนามที่ดูสง่างาม อีกด้านคือความเงียบแปลก ๆ ของทหารนิฟล์ไฮมที่ถอนกำลังอย่างมีแบบแผน รอยยิ้มของทูตที่ดูสุภาพเกินไป และคำสั่งย้ายกำลังของคิงส์เกลฟที่ดูไม่ชอบมาพากล นิกซ์ที่เฝ้าสังเกตอยู่แนวหน้าจึงเริ่มรู้สึกว่าสันติภาพตรงหน้าอาจเป็นแค่ฉากบังตาของแผนการบางอย่างที่ใหญ่และโหดร้ายกว่าที่ใครจะคาดคิด สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอิ่มใจและจุกอกไปพร้อมกัน คือมันไม่ได้เล่าแค่ใครยิงใคร ใครชนะใครแพ้ แต่มันเล่าถึงราคาของความภักดีว่าเมื่อถึงเวลาต้องเลือกระหว่างคำสั่งกับหัวใจ คนเราจะยืนอยู่ตรงไหน กษัตริย์เรจิสต้องเลือกระหว่างการรักษาคริสตัลและวงศ์ตระกูล กับการรักษาชีวิตประชาชนและทหารที่เขารักเหมือนลูก นิกซ์ต้องเลือกระหว่างหน้าที่ของทหารที่ต้องเชื่อฟังเบื้องบน กับสัญชาตญาณของเพื่อนมนุษย์ที่บอกให้ปกป้องคนที่อยู่ตรงหน้า ลูน่าเฟรย่าก็ต้องเลือกระหว่างการทำตามบทบาทเจ้าหญิงเพื่อสันติภาพ กับการฟังเสียงหัวใจตัวเองที่อยากช่วยเหลือทุกคนด้วยพลังที่เธอมี ความสัมพันธ์เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนทุกคนไปทีละนิด จากคนที่สู้เพราะโกรธก็กลายเป็นสู้เพราะรัก จากคนที่เคยคิดว่าสันติภาพคือการไม่มีสงครามก็เริ่มเข้าใจว่ามันคือการกล้ายอมเสียสละบางอย่างเพื่อคนอื่นได้อยู่ต่อ ในส่วนของภาพและเสียงก็ต้องบอกว่าอลังการสมกับที่หลายคนอยาก ดูหนัง ไฟนอล แฟนตาซี 15 : สงครามแห่งราชันย์ เต็มเรื่อง สักครั้งด้วยตาตัวเอง เพราะงานแอนิเมชันละเอียดจนเหมือนคนจริง ทั้งแสงเวทที่พุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนของอินซอมเนีย ทั้งการวาร์ปของคิงส์เกลฟที่ควงดาบกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ทั้งหุ่นจักรกลยักษ์ ยานรบ และปีศาจอสูรที่โถมเข้าใส่กำแพงเมืองแบบไม่ให้พักหายใจ ฉากบู๊ใหญ่ ๆ ดูสนุกเร้าใจแบบหนังสงครามแฟนตาซีเต็มสูบ ขณะที่ฉากในท้องพระโรง โต๊ะเจรจา และทางเดินในวังกลับนิ่ง ตึง และลุ้นแบบหนังทริลเลอร์การเมือง ทุกสายตา ทุกคำพูดดูมีความหมายซ่อนอยู่ ดนตรีประกอบก็ช่วยอุ้มอารมณ์ได้ดีมาก ตอนรบก็ฮึกเหิมจนใจเต้นแรง ตอนเงียบก็หม่นเศร้าจนต้องนั่งนิ่ง ๆ ฟังเสียงหายใจตัวเอง ถือเป็น หนังของ นิกซ์ อูลริค ที่ทำให้เราจำได้ว่าในสงครามที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเครื่องจักร สิ่งที่ทรงพลังที่สุดกลับเป็นหัวใจของคนธรรมดาที่ยอมยืนหยัดเพื่อกันและกัน ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนชอบดราม่าเข้ม ๆ ที่มีความสัมพันธ์ให้เอาใจช่วย ดูกับครอบครัวในคืนพักผ่อนก็ได้เพราะมันชวนคุยกันต่อเรื่องความเสียสละ ความเป็นผู้นำ และความหมายของบ้าน หรือจะดูคนเดียวเงียบ ๆ ในคืนเหงา ๆ ก็ดีเพราะหลายฉากมันทั้งเหงา ทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกัน สายแอ็กชัน สายแฟนตาซี สายเกมไฟนอลแฟนตาซีก็ไม่ควรพลาดเพราะมันเชื่อมโยงไปยังโลกของเจ้าชายน็อกทิสได้อย่างพอดี ดูจบแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมการเดินทางของเจ้าชายถึงมีน้ำหนักขนาดนั้น ส่วนคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนก็ดูรู้เรื่องเพราะเรื่องเล่าครบในตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน แค่เปิดใจให้กับตัวละคร แล้วปล่อยให้ภาพ เสียง และอารมณ์พาไป รับรองว่าจะได้ทั้งความตื่นเต้น ความซาบซึ้ง และคำถามกลับไปคิดต่อว่า ถ้าเป็นเราที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสงครามกับสันติภาพ เราจะเลือกปกป้องอะไรไว้เป็นอย่างสุดท้ายโดยไม่เสียใจทีหลัง

เรื่องย่อ Kingsglaive: Final Fantasy XV

จะยอมแลกอะไรบ้างเพื่อปกป้องบ้านที่รักเอาไว้ คำถามหนัก ๆ แบบนี้แหละที่ลอยอยู่ในใจตั้งแต่ฉากแรกของ ไฟนอล แฟนตาซี 15 : สงครามแห่งราชันย์ ที่พาเราเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงอินซอมเนียของอาณาจักรลูซิส ดินแดนสุดท้ายที่ยังมีคริสตัลศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ท่ามกลางสงครามยืดเยื้อกับจักรวรรดินิฟล์ไฮมที่เดินหน้าด้วยเครื่องจักร กองทัพเหล็ก และความทะเยอทะยานไม่รู้จบ คนที่น่าสงสารและน่าเอาใจช่วยที่สุดในเวลานี้ก็คือกษัตริย์เรจิส ชายวัยกลางคนที่ร่างกายเริ่มโรยราเพราะต้องใช้พลังเวทค้ำจุนบาเรียของเมืองมาตลอดหลายปี เขาอยากเห็นลูกชายอย่างเจ้าชายน็อกทิสได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ อยากเห็นประชาชนได้หลับอย่างสบายใจโดยไม่ต้องสะดุ้งเสียงระเบิด แต่ในฐานะกษัตริย์เขาก็รู้ดีว่าทุกการตัดสินใจมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ รอบตัวเขามีองครักษ์คนสนิท มีสภาที่เริ่มเหนื่อยล้ากับสงคราม และมีหน่วยรบพิเศษที่ชื่อคิงส์เกลฟ เหล่านักรบผู้ได้รับพลังเวทจากกษัตริย์ให้วาร์ปตัวไปมาได้ราวกับเงา พวกเขามาจากนอกกำแพงเมือง บ้างก็เป็นผู้อพยพที่ลูซิสรับเอาไว้ แล้วก็เลือกจะสู้ถวายชีวิตเพื่อตอบแทนบ้านหลังใหม่นี้ หนึ่งในนั้นคือนิกซ์ อูลริค ชายหนุ่มฝีมือดีที่เก่งกาจ ใจร้อนนิด ๆ แต่รักพวกพ้องมาก เขาอยากพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับพลังที่กษัตริย์มอบให้ อยากปกป้องเพื่อนอย่างลูเบิร์ตและโครว์ให้ปลอดภัยกลับมาทุกครั้ง ความผูกพันของหน่วยนี้แหละที่ทำให้ฉากสนามรบตอนต้นทั้งดุเดือดและใจหาย เพราะเราเห็นเลยว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทหารในเครื่องแบบ แต่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีความฝัน มีบ้านให้คิดถึง และมีความกลัวซ่อนอยู่ใต้ความกล้าหาญ

แล้วในวันที่ทุกคนล้าเต็มที ข่าวใหญ่ก็มาถึง เมื่อนิฟล์ไฮมยื่นข้อเสนอขอเจรจาสันติภาพกับลูซิส โดยจะมีการลงนามสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการที่อินซอมเนีย พร้อมข้อตกลงหมั้นหมายระหว่างเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่ากับเจ้าชายน็อกทิสเพื่อเชื่อมสองอาณาจักรเข้าด้วยกัน สำหรับชาวเมืองที่อยู่ใต้บาเรียมานาน นี่เหมือนแสงแรกหลังคืนฝนตกหนัก ทุกคนเริ่มมีความหวังว่าจะได้เปิดประตูเมือง จะได้เดินทาง จะได้ใช้ชีวิตปกติเสียที แต่สำหรับนิกซ์และเพื่อน ๆ ในคิงส์เกลฟ ความรู้สึกมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ เพราะพวกเขาสู้มาตลอด เสียเพื่อนมาตลอด แล้วจู่ ๆ จะให้วางดาบเชื่อคำพูดของศัตรูที่เคยถล่มบ้านเกิดของพวกเขามันก็ทำใจยาก ยิ่งเมื่อเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่าเดินทางมาถึง เธอไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ทางการทูต แต่เป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน เข้มแข็ง และมีหน้าที่ของตัวเองที่แบกไว้เงียบ ๆ เธอเคยผูกพันกับน็อกทิสมาตั้งแต่เด็ก ความหมั้นครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นความหวังเล็ก ๆ ของคนสองคนที่อยากเจอกันอีกครั้งท่ามกลางการเมืองอันเย็นชา ส่วนเจ้าชายน็อกทิสที่ตอนนั้นอยู่นอกเมืองก็ได้แต่รอฟังข่าวจากทางไกลด้วยใจไม่สงบ เขาอยากเชื่อในสันติภาพที่พ่อพยายามสร้าง แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าทำไมศัตรูที่รุกมาตลอดถึงยอมถอยง่าย ๆ บรรยากาศในเมืองหลวงเลยกลายเป็นสองอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือธงประดับ งานเลี้ยง และการถ่ายทอดพิธีลงนามที่ดูสง่างาม อีกด้านคือความเงียบแปลก ๆ ของทหารนิฟล์ไฮมที่ถอนกำลังอย่างมีแบบแผน รอยยิ้มของทูตที่ดูสุภาพเกินไป และคำสั่งย้ายกำลังของคิงส์เกลฟที่ดูไม่ชอบมาพากล นิกซ์ที่เฝ้าสังเกตอยู่แนวหน้าจึงเริ่มรู้สึกว่าสันติภาพตรงหน้าอาจเป็นแค่ฉากบังตาของแผนการบางอย่างที่ใหญ่และโหดร้ายกว่าที่ใครจะคาดคิด

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอิ่มใจและจุกอกไปพร้อมกัน คือมันไม่ได้เล่าแค่ใครยิงใคร ใครชนะใครแพ้ แต่มันเล่าถึงราคาของความภักดีว่าเมื่อถึงเวลาต้องเลือกระหว่างคำสั่งกับหัวใจ คนเราจะยืนอยู่ตรงไหน กษัตริย์เรจิสต้องเลือกระหว่างการรักษาคริสตัลและวงศ์ตระกูล กับการรักษาชีวิตประชาชนและทหารที่เขารักเหมือนลูก นิกซ์ต้องเลือกระหว่างหน้าที่ของทหารที่ต้องเชื่อฟังเบื้องบน กับสัญชาตญาณของเพื่อนมนุษย์ที่บอกให้ปกป้องคนที่อยู่ตรงหน้า ลูน่าเฟรย่าก็ต้องเลือกระหว่างการทำตามบทบาทเจ้าหญิงเพื่อสันติภาพ กับการฟังเสียงหัวใจตัวเองที่อยากช่วยเหลือทุกคนด้วยพลังที่เธอมี ความสัมพันธ์เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนทุกคนไปทีละนิด จากคนที่สู้เพราะโกรธก็กลายเป็นสู้เพราะรัก จากคนที่เคยคิดว่าสันติภาพคือการไม่มีสงครามก็เริ่มเข้าใจว่ามันคือการกล้ายอมเสียสละบางอย่างเพื่อคนอื่นได้อยู่ต่อ ในส่วนของภาพและเสียงก็ต้องบอกว่าอลังการสมกับที่หลายคนอยาก ดูหนัง ไฟนอล แฟนตาซี 15 : สงครามแห่งราชันย์ เต็มเรื่อง สักครั้งด้วยตาตัวเอง เพราะงานแอนิเมชันละเอียดจนเหมือนคนจริง ทั้งแสงเวทที่พุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนของอินซอมเนีย ทั้งการวาร์ปของคิงส์เกลฟที่ควงดาบกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ทั้งหุ่นจักรกลยักษ์ ยานรบ และปีศาจอสูรที่โถมเข้าใส่กำแพงเมืองแบบไม่ให้พักหายใจ ฉากบู๊ใหญ่ ๆ ดูสนุกเร้าใจแบบหนังสงครามแฟนตาซีเต็มสูบ ขณะที่ฉากในท้องพระโรง โต๊ะเจรจา และทางเดินในวังกลับนิ่ง ตึง และลุ้นแบบหนังทริลเลอร์การเมือง ทุกสายตา ทุกคำพูดดูมีความหมายซ่อนอยู่ ดนตรีประกอบก็ช่วยอุ้มอารมณ์ได้ดีมาก ตอนรบก็ฮึกเหิมจนใจเต้นแรง ตอนเงียบก็หม่นเศร้าจนต้องนั่งนิ่ง ๆ ฟังเสียงหายใจตัวเอง ถือเป็น หนังของ นิกซ์ อูลริค ที่ทำให้เราจำได้ว่าในสงครามที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเครื่องจักร สิ่งที่ทรงพลังที่สุดกลับเป็นหัวใจของคนธรรมดาที่ยอมยืนหยัดเพื่อกันและกัน

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนชอบดราม่าเข้ม ๆ ที่มีความสัมพันธ์ให้เอาใจช่วย ดูกับครอบครัวในคืนพักผ่อนก็ได้เพราะมันชวนคุยกันต่อเรื่องความเสียสละ ความเป็นผู้นำ และความหมายของบ้าน หรือจะดูคนเดียวเงียบ ๆ ในคืนเหงา ๆ ก็ดีเพราะหลายฉากมันทั้งเหงา ทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกัน สายแอ็กชัน สายแฟนตาซี สายเกมไฟนอลแฟนตาซีก็ไม่ควรพลาดเพราะมันเชื่อมโยงไปยังโลกของเจ้าชายน็อกทิสได้อย่างพอดี ดูจบแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมการเดินทางของเจ้าชายถึงมีน้ำหนักขนาดนั้น ส่วนคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนก็ดูรู้เรื่องเพราะเรื่องเล่าครบในตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน แค่เปิดใจให้กับตัวละคร แล้วปล่อยให้ภาพ เสียง และอารมณ์พาไป รับรองว่าจะได้ทั้งความตื่นเต้น ความซาบซึ้ง และคำถามกลับไปคิดต่อว่า ถ้าเป็นเราที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสงครามกับสันติภาพ เราจะเลือกปกป้องอะไรไว้เป็นอย่างสุดท้ายโดยไม่เสียใจทีหลัง

ดู Kingsglaive: Final Fantasy XV ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • แอนิเมชันแฟนตาซี
  • สงครามอาณาจักร
  • กษัตริย์เรจิส
  • ลูน่าเฟรย่า
  • เจ้าชายน็อกทิส
  • การเสียสละ
  • ความภักดี