

Assassin's Creed
เรื่องย่อ Assassin's Creed
ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าความทรงจำของใครอีกคนที่ตายไปแล้วหลายร้อยปีกำลังไหลเวียนอยู่ในเลือดของคุณ คุณจะกล้าปล่อยให้ตัวเองจมลงไปในอดีตนั้นไหม อัสแซสซินส์ ครีด เปิดมาด้วยคำถามที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลแบบนี้แหละ แล้วก็พาเราไปรู้จักกับ คัลลัม ลินช์ ชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยวและเหมือนหลงทาง ไม่ได้มีเป้าหมายใหญ่โตอะไรนอกจากเอาตัวรอดไปวัน ๆ จนกระทั่งวันที่ชีวิตของเขาพลิกไปแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาถูกพาตัวไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนทั้งโรงพยาบาล ห้องทดลอง และคุกในเวลาเดียวกัน ที่นั่นเขาได้เจอกับนักวิทยาศาสตร์ที่บอกเขาว่าในดีเอ็นเอของเขามีความทรงจำของบรรพบุรุษซ่อนอยู่ และพวกเขามีเครื่องมือที่สามารถดึงความทรงจำนั้นออกมาให้เขากลับไปใช้ชีวิตอยู่ในอดีตได้อีกครั้ง แค่ฟังก็รู้สึกแล้วใช่ไหมว่ามันทั้งท้าทายและอันตราย เพราะคัลลัมไม่ได้แค่ต้องเชื่อในสิ่งที่ไม่เคยเชื่อมาก่อน แต่เขาต้องยอมให้ร่างกายและจิตใจของตัวเองกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างปัจจุบันกับศตวรรษที่สิบห้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรพบุรุษของเขามีชีวิตอยู่จริง ๆ คัลลัม ลินช์ ไม่ได้เป็นฮีโร่ที่อยากกอบกู้โลกตั้งแต่แรก เขาแค่อยากเข้าใจว่าตัวเองเป็นใครและทำไมชีวิตถึงพังแบบนี้ ส่วนลึก ๆ เขาก็ยังมีความโกรธ ความสับสน และความรู้สึกผิดที่ติดค้างมาจากอดีตของตัวเองด้วย พอถูกเชื่อมเข้ากับเครื่องที่เรียกว่า อนิมัส เขาก็เริ่มมองเห็นชีวิตของ อากีลาร์ ชายชาวสเปนในยุคที่สเปนกำลังเผชิญกับอำนาจของศาลศาสนาและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง อากีลาร์คือสมาชิกของภาคีนักฆ่า กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตในเงามืด ฝึกฝนร่างกายและจิตใจจนเชี่ยวชาญเพื่อต่อสู้กับภาคีอัศวินเทมพลาร์ที่ต้องการควบคุมมนุษยชาติผ่านวัตถุโบราณชิ้นหนึ่ง สำหรับใครที่อยาก ดูหนัง อัสแซสซินส์ ครีด เต็มเรื่อง จะได้เห็นเลยว่าหนังพาเราสลับไปมาระหว่างสองโลกนี้ตลอดเวลา โลกปัจจุบันที่เย็นชา เต็มไปด้วยผนังสีขาว ห้องกระจก และสายตาจับจ้องขององค์กรที่ชื่อแอบสเตอโก กับโลกอดีตที่ทั้งร้อน ทั้งฝุ่น ทั้งเสียงระฆังโบสถ์และเสียงฝีเท้าบนหลังคากระเบื้องเก่า ๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่า หนังของ ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ถ่ายทอดความต่างของสองโลกนี้ออกมาได้น่าประทับใจมาก เพราะแค่แววตาของคัลลัมตอนที่เขาสับสนว่าเขากำลังเป็นตัวเองหรือกำลังเป็นอากีลาร์ มันก็ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและเอาใจช่วยเขาไปพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่ฉากบู๊ไล่ล่าก็คือความสัมพันธ์ของคัลลัมกับคนรอบตัวในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับ ดร.โซเฟีย ริกกิน นักวิทยาศาสตร์สาวที่เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยรักษาเยียวยามนุษย์ให้พ้นจากความรุนแรงได้ เธอมองคัลลัมด้วยความเห็นใจและอยากให้เขาไว้ใจเธอ ขณะที่พ่อของเธอซึ่งเป็นผู้บริหารของแอบสเตอโกกลับมองคัลลัมเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเทมพลาร์ คัลลัมเลยต้องอยู่ตรงกลางระหว่างความหวังดีที่อาจแฝงไปด้วยการใช้ประโยชน์ กับเสียงเรียกจากอดีตที่ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านตัวอากีลาร์และพี่น้องร่วมภาคีของเขา ในอดีตนั้น อากีลาร์ไม่ได้สู้เพื่อตัวเองคนเดียว แต่สู้เพื่อคำสาบาน เพื่อพี่น้อง และเพื่ออุดมการณ์เรื่องเจตจำนงเสรีที่เชื่อว่ามนุษย์ควรมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ความผูกพันแบบนั้นมันค่อย ๆ ซึมเข้ามาในใจของคัลลัมทีละนิด จากคนที่เคยไม่ไว้ใจใครเลย เขาก็เริ่มเข้าใจความหมายของการมีที่ยืนและมีคนที่ยอมตายแทนกันได้ ขณะเดียวกันเขาก็ต้องตั้งคำถามอยู่ตลอดว่าแอบสเตอโกต้องการอะไรจากความทรงจำของเขากันแน่ และถ้าเขายอมให้ความทรงจำนั้นกลืนกินตัวตนปัจจุบันของเขา เขาจะยังเป็นคัลลัมคนเดิมอยู่ไหม ความกดดันแบบนี้แหละที่ทำให้ทุกครั้งที่เขาเข้าเครื่องอนิมัส มันไม่ใช่แค่การย้อนเวลา แต่มันเหมือนการดำดิ่งลงไปในจิตใจตัวเองที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ พอพูดถึงบรรยากาศกับฉากแอ็กชันก็ต้องบอกว่าทำถึงใจคนชอบหนังผจญภัยมาก ๆ เพราะฝั่งอดีตในสเปนศตวรรษที่สิบห้าถูกสร้างออกมาได้ขลังสุด ๆ ทั้งเมืองหินเก่า ๆ ตรอกแคบ ๆ ลานประหารกลางเมือง และสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่ดูยิ่งใหญ่จนเรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปเดินอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ฉากการเคลื่อนไหวของเหล่านักฆ่าก็มีเอกลักษณ์มาก ทั้งการวิ่งไล่ล่าบนหลังคา การกระโดดจากที่สูง การต่อสู้ระยะประชิดด้วยดาบและใบมีดซ่อนที่ข้อมือ ทุกอย่างดูดิบ มีน้ำหนัก และรวดเร็วแบบที่ทำให้เราลุ้นจนเผลอกลั้นหายใจ ต่างจากฉากในปัจจุบันที่นิ่ง เย็น และอึดอัด เหมือนอยู่ในห้องปิดที่ถูกจับตามองตลอดเวลา พอหนังตัดสลับสองอารมณ์นี้ไปมา มันเลยทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงไปมาระหว่างความเงียบที่น่ากลัวกับความเดือดที่ระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ดนตรีประกอบที่หนักแน่นก็ช่วยเร่งจังหวะหัวใจให้เต้นตามไปด้วย โดยเฉพาะตอนที่คัลลัมเริ่มแยกไม่ออกว่าทักษะการต่อสู้ที่ร่างกายเขาจำได้นั้นมาจากการฝึกในปัจจุบันหรือมาจากสัญชาตญาณของบรรพบุรุษที่ตื่นขึ้นมาในตัวเขา โมเมนต์แบบนี้มันทั้งเท่และทั้งเศร้าในเวลาเดียวกัน เพราะยิ่งเขาเก่งขึ้น เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบหนังบู๊ที่มีเรื่องให้คิดตาม ไม่ใช่แค่ต่อยกันมัน ๆ แล้วจบไป แต่ยังมีคำถามเรื่องตัวตน ความทรงจำ และมรดกที่เราเลือกไม่ได้ติดตัวมาด้วย ดูกับเพื่อนสายเกมหรือสายประวัติศาสตร์ก็สนุกเพราะจะได้คุยกันต่อยาว ๆ ว่าแนวคิดเรื่องดีเอ็นเอความทรงจำมันเป็นไปได้แค่ไหน หรือถ้าจะดูคนเดียวในคืนที่อยากหาหนังสเกลใหญ่ ๆ ภาพสวย ๆ มาดูเพลิน ๆ ก็ตอบโจทย์เหมือนกัน เพราะงานภาพ งานออกแบบฉาก และฉากสตันต์ต่าง ๆ ทำออกมาได้อลังการคุ้มค่าจอใหญ่ ส่วนใครที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์แบบลึก ๆ ก็อาจจะอินกับปมพ่อลูก ปมความไว้ใจ และการค้นหาว่าตัวเองอยากยืนอยู่ข้างไหนในสงครามที่ตัวเองไม่ได้ก่อ โดยรวมแล้วมันคือหนังผจญภัยไซไฟที่พาเราตั้งคำถามว่าเราคือผลรวมของอดีตหรือเรามีสิทธิ์เขียนอนาคตของตัวเองใหม่ได้เสมอ แล้วคำตอบของคัลลัมจะเป็นยังไง อันนี้คงต้องไปเอาใจช่วยเขาด้วยตาตัวเองจนถึงตอนสุดท้ายจริง ๆ
ดู Assassin's Creed ออนไลน์
นักแสดง

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์

มาริยง โกติยาร์

เจเรมี ไอรอนส์

Brendan Gleeson

ชาร์ลอตต์ แรมพลิง

Michael Kenneth Williams

Ariane Labed

James Sobol Kelly

Denis Ménochet

Callum Turner

Khalid Abdalla

Essie Davis
ป้ายกำกับ
- คัลลัม ลินช์
- ภาคีนักฆ่า
- สเปนยุคศาลศาสนา
- หนังผจญภัยย้อนเวลา
- หนังไซไฟบู๊
- องค์กรแอบสเตอโก
- อัศวินเทมพลาร์
- อัสแซสซินส์ ครีด
- อากีลาร์
- เครื่องอนิมัส
คำค้นหายอดนิยม
- อัสแซสซินส์ ครีด
- หนังไซไฟบู๊
- หนังผจญภัยย้อนเวลา
- คัลลัม ลินช์
- อากีลาร์
- เครื่องอนิมัส
- ภาคีนักฆ่า
- อัศวินเทมพลาร์
- สเปนยุคศาลศาสนา
- องค์กรแอบสเตอโก

