Burning

Burning

มือเพลิง
★ 7.4/10 2018 148 นาที อีโรติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Burning

เรื่องย่อ Burning

จงซูเป็นหนุ่มเงียบ ๆ ที่ชีวิตยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ เขารับจ๊อบส่งของไปวัน ๆ แล้วก็แอบมีความฝันอยากเป็นนักเขียนอยู่ในใจลึก ๆ แบบที่ยังไม่กล้าบอกใครเต็มปากว่าเป็นความฝันจริง ๆ นะ วันหนึ่งโชคชะตาก็พาให้เขาได้เจอกับแฮมี ผู้หญิงสาวร่าเริงที่บอกว่าเคยเป็นเพื่อนบ้านกันตั้งแต่เด็ก แม้จงซูเองจะจำแทบไม่ได้แล้วก็ตาม แต่รอยยิ้มสดใสและความกล้าพูดกล้าแสดงออกของเธอมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนเงียบ ๆ อย่างเขารู้สึกใจเต้นแปลก ๆ แฮมีเป็นคนมีชีวิตชีวาเหมือนนกที่อยากบินตลอดเวลา เธอช่างฝัน อยากเห็นโลกกว้าง อยากไปแอฟริกาไปดูพระอาทิตย์ตกตามที่เคยวาดฝันไว้ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างอ่อนโยนในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทาง ทั้งกินข้าวด้วยกัน คุยกัน เดินเล่นกัน จนจงซูเริ่มรู้สึกว่าชีวิตที่เคยน่าเบื่อของตัวเองมันมีสีสันขึ้นมาเพราะผู้หญิงคนนี้ และเขาก็เผลอผูกพันกับเธอมากกว่าที่คิดไว้ตั้งแต่แรก พอแฮมีต้องไปเที่ยวแอฟริกาตามความฝัน เธอก็ฝากให้จงซูช่วยแวะมาดูแมวที่ห้องให้หน่อย ซึ่งสำหรับจงซูแล้ว หน้าที่เล็ก ๆ นี้มันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมาก เพราะเขาได้มานั่งอยู่ในห้องแคบ ๆ ของเธอ ได้ให้อาหารแมวที่ขี้อายจนแทบไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น ได้คิดถึงเจ้าของห้องเวลาที่แดดยามบ่ายส่องเข้ามา ความเหงากับความคิดถึงมันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความผูกพันเงียบ ๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขารอวันที่เธอกลับมาอย่างใจจดใจจ่อเหมือนคนมีความหวังเล็ก ๆ อยู่ในใจ แต่พอวันที่แฮมีกลับมาถึงสนามบินจริง ๆ โลกของจงซูก็สั่นนิด ๆ เพราะเธอไม่ได้กลับมาคนเดียว เธอกลับมาพร้อมกับเบน ชายหนุ่มสุดเนี้ยบที่ดูดีไปหมดตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงรถหรูที่เขาขับ เบนเป็นคนรวย มีรสนิยมดี พูดจานุ่มนวล มีอารมณ์ขันแบบคนมั่นใจในตัวเองสุด ๆ ซึ่งต่างจากจงซูที่เป็นหนุ่มบ้านนอกธรรมดา ๆ อย่างสิ้นเชิง และตั้งแต่ตอนนั้นเอง ความสัมพันธ์ของคนสามคนก็เริ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เบนดูเหมือนจะเอ็นดูทั้งแฮมีและจงซูแบบคนใจกว้าง เขาชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยวบ้านสุดหรู ชวนไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ในสังคมของเขา ซึ่งทุกครั้งที่จงซูได้เข้าไปอยู่ในโลกของเบน เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างตัวเองกับคนพวกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เบนมีทุกอย่างที่จงซูไม่มี ทั้งเงินทอง ความมั่นคง ความง่ายดายในการใช้ชีวิต ในขณะที่จงซูยังต้องช่วยพ่อดูแลฟาร์มที่บ้านนอก ยังต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ยังต้องวิ่งตามความฝันการเขียนที่ยังมองไม่เห็นปลายทางเลย ส่วนแฮมีเองก็ดูจะหลงใหลในเสน่ห์ลึกลับของเบนอย่างช่วยไม่ได้ เธอชอบที่เบนพาไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ชอบเสียงหัวเราะของเขา ชอบความตื่นเต้นที่เขาเติมให้ชีวิตของเธอ จงซูได้แต่มองภาพนั้นด้วยใจที่ทั้งหึง ทั้งน้อยใจ ทั้งสับสน เขารู้สึกว่าแฮมีเริ่มห่างออกไปทีละนิด แต่ก็ไม่รู้จะรั้งเธอไว้ด้วยอะไร เพราะเขาก็รู้ตัวดีว่าเขาให้ชีวิตแบบที่เบนให้ไม่ได้ ความรักที่เพิ่งเริ่มก่อตัวเลยกลายเป็นความรักสามเส้าที่อึดอัด มีทั้งความใกล้ชิด ความเย้ายวน และความไม่ไว้ใจปนกันอยู่เต็มไปหมด สิ่งที่ทำให้เรื่องราวมันน่าติดตามมากขึ้นก็คือตัวตนของเบนที่ยิ่งรู้จักก็ยิ่งเหมือนมีม่านบาง ๆ คลุมอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นคนสุภาพ อบอุ่น ยิ้มง่าย แต่บางครั้งคำพูดเล่น ๆ ของเขากลับฟังดูน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะตอนที่เขาเล่าถึงงานอดิเรกประหลาดของตัวเองอย่างการเผาโรงเรือนร้างให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา จงซูฟังแล้วก็เก็บมาคิดไม่เลิกว่ามันหมายความว่าอะไรกันแน่ เป็นแค่มุกของคนรวยที่เบื่อชีวิต หรือเป็นสัญญาณของด้านมืดที่ซ่อนอยู่กันแน่ ยิ่งจงซูได้ใช้เวลากับเบนและแฮมีมากขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในหมอก ทั้งหลงใหลในเสน่ห์ของเบน ทั้งหวงแฮมี ทั้งอยากเข้าใจว่าแฮมีต้องการอะไรจากชีวิตกันแน่ ความปรารถนา ความเหงา และความหึงหวงมันค่อย ๆ ลุกไหม้ในใจของจงซูเหมือนไฟที่มองไม่เห็นเปลว แต่ร้อนขึ้นทุกวัน เขาอยากเป็นคนที่แฮมีเลือก อยากเป็นคนที่เข้าใจเธอจริง ๆ แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะไม่มีวันดีพอเมื่อเทียบกับผู้ชายที่ดูสมบูรณ์แบบอย่างเบน เรื่องนี้มันมีเสน่ห์ตรงที่มันไม่ได้เล่าแค่เรื่องรักสามเส้าแบบตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น แต่มันค่อย ๆ พาเราไปสำรวจความรู้สึกของคนหนุ่มสาวที่กำลังสับสนกับชีวิต ความฝัน ความรัก และความเหลื่อมล้ำที่มองเห็นได้ในทุกบทสนทนา ทุกมื้ออาหาร ทุกการขับรถเล่นยามค่ำคืน แฮมีเป็นตัวแทนของอิสรภาพและความปรารถนาจะมีชีวิตที่โบยบิน จงซูเป็นตัวแทนของความจริงใจและความพยายามของคนธรรมดาที่อยากมีความหมาย ส่วนเบนก็เป็นเหมือนปริศนาของโลกคนรวยที่ดูน่าหลงใหลแต่ก็แตะต้องไม่ถึง เวลาที่ทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน มันเลยมีทั้งโมเมนต์ที่อบอุ่น นุ่มนวล ชวนใจเต้น และโมเมนต์ที่อึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องปนกันไปหมด ใครที่ชอบหนังดราม่าที่ค่อย ๆ บีบความรู้สึก ชอบเคมีของตัวละครที่ต้องตีความกันเอง ชอบบรรยากาศเหงา ๆ เศร้า ๆ แต่สวยงาม และชอบตอนจบที่ทิ้งคำถามให้กลับมาคิดต่อ เรื่องนี้คือเหมาะมากที่จะนั่งดูเงียบ ๆ คนเดียวในคืนที่อยากอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง หรือจะดูแล้วชวนเพื่อนมานั่งคุยกันต่อว่าแต่ละคนรู้สึกยังไงก็ยิ่งสนุกเข้าไปอีก

เรื่องย่อ Burning

จงซูเป็นหนุ่มเงียบ ๆ ที่ชีวิตยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ เขารับจ๊อบส่งของไปวัน ๆ แล้วก็แอบมีความฝันอยากเป็นนักเขียนอยู่ในใจลึก ๆ แบบที่ยังไม่กล้าบอกใครเต็มปากว่าเป็นความฝันจริง ๆ นะ วันหนึ่งโชคชะตาก็พาให้เขาได้เจอกับแฮมี ผู้หญิงสาวร่าเริงที่บอกว่าเคยเป็นเพื่อนบ้านกันตั้งแต่เด็ก แม้จงซูเองจะจำแทบไม่ได้แล้วก็ตาม แต่รอยยิ้มสดใสและความกล้าพูดกล้าแสดงออกของเธอมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนเงียบ ๆ อย่างเขารู้สึกใจเต้นแปลก ๆ แฮมีเป็นคนมีชีวิตชีวาเหมือนนกที่อยากบินตลอดเวลา เธอช่างฝัน อยากเห็นโลกกว้าง อยากไปแอฟริกาไปดูพระอาทิตย์ตกตามที่เคยวาดฝันไว้ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างอ่อนโยนในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทาง ทั้งกินข้าวด้วยกัน คุยกัน เดินเล่นกัน จนจงซูเริ่มรู้สึกว่าชีวิตที่เคยน่าเบื่อของตัวเองมันมีสีสันขึ้นมาเพราะผู้หญิงคนนี้ และเขาก็เผลอผูกพันกับเธอมากกว่าที่คิดไว้ตั้งแต่แรก

พอแฮมีต้องไปเที่ยวแอฟริกาตามความฝัน เธอก็ฝากให้จงซูช่วยแวะมาดูแมวที่ห้องให้หน่อย ซึ่งสำหรับจงซูแล้ว หน้าที่เล็ก ๆ นี้มันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมาก เพราะเขาได้มานั่งอยู่ในห้องแคบ ๆ ของเธอ ได้ให้อาหารแมวที่ขี้อายจนแทบไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น ได้คิดถึงเจ้าของห้องเวลาที่แดดยามบ่ายส่องเข้ามา ความเหงากับความคิดถึงมันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความผูกพันเงียบ ๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขารอวันที่เธอกลับมาอย่างใจจดใจจ่อเหมือนคนมีความหวังเล็ก ๆ อยู่ในใจ แต่พอวันที่แฮมีกลับมาถึงสนามบินจริง ๆ โลกของจงซูก็สั่นนิด ๆ เพราะเธอไม่ได้กลับมาคนเดียว เธอกลับมาพร้อมกับเบน ชายหนุ่มสุดเนี้ยบที่ดูดีไปหมดตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงรถหรูที่เขาขับ เบนเป็นคนรวย มีรสนิยมดี พูดจานุ่มนวล มีอารมณ์ขันแบบคนมั่นใจในตัวเองสุด ๆ ซึ่งต่างจากจงซูที่เป็นหนุ่มบ้านนอกธรรมดา ๆ อย่างสิ้นเชิง และตั้งแต่ตอนนั้นเอง ความสัมพันธ์ของคนสามคนก็เริ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

เบนดูเหมือนจะเอ็นดูทั้งแฮมีและจงซูแบบคนใจกว้าง เขาชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยวบ้านสุดหรู ชวนไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ในสังคมของเขา ซึ่งทุกครั้งที่จงซูได้เข้าไปอยู่ในโลกของเบน เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างตัวเองกับคนพวกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เบนมีทุกอย่างที่จงซูไม่มี ทั้งเงินทอง ความมั่นคง ความง่ายดายในการใช้ชีวิต ในขณะที่จงซูยังต้องช่วยพ่อดูแลฟาร์มที่บ้านนอก ยังต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ยังต้องวิ่งตามความฝันการเขียนที่ยังมองไม่เห็นปลายทางเลย ส่วนแฮมีเองก็ดูจะหลงใหลในเสน่ห์ลึกลับของเบนอย่างช่วยไม่ได้ เธอชอบที่เบนพาไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ชอบเสียงหัวเราะของเขา ชอบความตื่นเต้นที่เขาเติมให้ชีวิตของเธอ จงซูได้แต่มองภาพนั้นด้วยใจที่ทั้งหึง ทั้งน้อยใจ ทั้งสับสน เขารู้สึกว่าแฮมีเริ่มห่างออกไปทีละนิด แต่ก็ไม่รู้จะรั้งเธอไว้ด้วยอะไร เพราะเขาก็รู้ตัวดีว่าเขาให้ชีวิตแบบที่เบนให้ไม่ได้ ความรักที่เพิ่งเริ่มก่อตัวเลยกลายเป็นความรักสามเส้าที่อึดอัด มีทั้งความใกล้ชิด ความเย้ายวน และความไม่ไว้ใจปนกันอยู่เต็มไปหมด

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวมันน่าติดตามมากขึ้นก็คือตัวตนของเบนที่ยิ่งรู้จักก็ยิ่งเหมือนมีม่านบาง ๆ คลุมอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นคนสุภาพ อบอุ่น ยิ้มง่าย แต่บางครั้งคำพูดเล่น ๆ ของเขากลับฟังดูน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะตอนที่เขาเล่าถึงงานอดิเรกประหลาดของตัวเองอย่างการเผาโรงเรือนร้างให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา จงซูฟังแล้วก็เก็บมาคิดไม่เลิกว่ามันหมายความว่าอะไรกันแน่ เป็นแค่มุกของคนรวยที่เบื่อชีวิต หรือเป็นสัญญาณของด้านมืดที่ซ่อนอยู่กันแน่ ยิ่งจงซูได้ใช้เวลากับเบนและแฮมีมากขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในหมอก ทั้งหลงใหลในเสน่ห์ของเบน ทั้งหวงแฮมี ทั้งอยากเข้าใจว่าแฮมีต้องการอะไรจากชีวิตกันแน่ ความปรารถนา ความเหงา และความหึงหวงมันค่อย ๆ ลุกไหม้ในใจของจงซูเหมือนไฟที่มองไม่เห็นเปลว แต่ร้อนขึ้นทุกวัน เขาอยากเป็นคนที่แฮมีเลือก อยากเป็นคนที่เข้าใจเธอจริง ๆ แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะไม่มีวันดีพอเมื่อเทียบกับผู้ชายที่ดูสมบูรณ์แบบอย่างเบน

เรื่องนี้มันมีเสน่ห์ตรงที่มันไม่ได้เล่าแค่เรื่องรักสามเส้าแบบตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น แต่มันค่อย ๆ พาเราไปสำรวจความรู้สึกของคนหนุ่มสาวที่กำลังสับสนกับชีวิต ความฝัน ความรัก และความเหลื่อมล้ำที่มองเห็นได้ในทุกบทสนทนา ทุกมื้ออาหาร ทุกการขับรถเล่นยามค่ำคืน แฮมีเป็นตัวแทนของอิสรภาพและความปรารถนาจะมีชีวิตที่โบยบิน จงซูเป็นตัวแทนของความจริงใจและความพยายามของคนธรรมดาที่อยากมีความหมาย ส่วนเบนก็เป็นเหมือนปริศนาของโลกคนรวยที่ดูน่าหลงใหลแต่ก็แตะต้องไม่ถึง เวลาที่ทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน มันเลยมีทั้งโมเมนต์ที่อบอุ่น นุ่มนวล ชวนใจเต้น และโมเมนต์ที่อึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องปนกันไปหมด ใครที่ชอบหนังดราม่าที่ค่อย ๆ บีบความรู้สึก ชอบเคมีของตัวละครที่ต้องตีความกันเอง ชอบบรรยากาศเหงา ๆ เศร้า ๆ แต่สวยงาม และชอบตอนจบที่ทิ้งคำถามให้กลับมาคิดต่อ เรื่องนี้คือเหมาะมากที่จะนั่งดูเงียบ ๆ คนเดียวในคืนที่อยากอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง หรือจะดูแล้วชวนเพื่อนมานั่งคุยกันต่อว่าแต่ละคนรู้สึกยังไงก็ยิ่งสนุกเข้าไปอีก

ดู Burning ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • มือเพลิง
  • หนังเกาหลี
  • รักสามเส้า
  • ดราม่าลึกลับ
  • ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
  • จงซู
  • แฮมี
  • เผาโรงเรือนร้าง
  • ความหึงหวง