ภูมิ ชวัลวัฒน์ ทองอยู่นักแสดง

ภูมิ ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

ผลงานบนเว็บ 1 เรื่อง ซีรีส์ 1 หนัง 0

ผลงานของ ภูมิ ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2021
Jai Bhim
01

Jai Bhim

ฝ่าอยุติธรรม

7.4
ประวัติศาสตร์ลึกลับหนังชีวิตอาชญากรรม

ถ้าคนที่เรารักที่สุดหายไปโดยไม่มีคำอธิบายเหลือไว้เลย เราจะมีแรงมากพอจะทวงถามความจริงจากโลกทั้งใบไหม นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่ในใจตั้งแต่ฉากแรกของ ฝ่าอยุติธรรม แล้วมันก็ไม่ยอมจางหายไปเลยจนหนังจบ คือดูแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่อกตลอดเวลา เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เล่าแบบหนังสืบสวนที่แค่ตามหาว่าใครผิด แต่เล่าแบบค่อย ๆ พาเราไปนั่งข้าง ๆ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่กำลังตั้งท้อง แล้ววันหนึ่งสามีของเธอถูกตำรวจพาตัวไป จากนั้นเขาก็หายไปเฉย ๆ เหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ เธอไม่ได้รับคำตอบ ไม่ได้รับแม้แต่คำปลอบใจ มีแค่ความเงียบกับความกลัวที่ค่อย ๆ กัดกินหัวใจทีละนิด เธอเป็นคนจากชุมชนชาวเผ่าเก่าแก่ที่สังคมแทบไม่เคยมองเห็น ชีวิตประจำวันก็ว่ายากแล้ว แต่พอต้องออกมาตามหาคนรักท่ามกลางระบบใหญ่ ๆ ที่เต็มไปด้วยกำแพง มันยิ่งยากจนแทบหายใจไม่ออก แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือถึงเธอจะดูเปราะบาง เธอกลับไม่ยอมถอยเลยสักก้าว ความรักที่มีต่อสามีกับลูกในท้องกลายเป็นแรงผลักให้เธอยืนหยัด ทั้งที่ในใจก็สั่นไปหมดแล้วก็ตาม สิ่งที่ทำให้เราอินมาก ๆ คือความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับทนายความศาลสูงที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ตอนแรกมันเหมือนคนจากโลกคนละใบมาเจอกันเลยนะ ฝั่งหนึ่งคือหญิงสาวที่ไม่มีเส้นสาย ไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย มีแค่ความจริงในหัวใจว่าสามีของเธอไม่ได้ทำอะไรผิด กับอีกฝั่งคือทนายที่เชื่อมั่นในหลักการและความถูกต้องแบบสุดหัวใจ เขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่คดีความ แต่เขามองเธอเป็นคนคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี มีครอบครัว มีความฝันเหมือนกับเราทุกคน การเดินทางของทั้งคู่เลยไม่ใช่แค่การรวบรวมหลักฐานหรือขึ้นศาลไปวัน ๆ แต่มันคือการค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะไว้ใจกัน ในวันที่ทุกคนพร้อมจะหันหลังให้ ทนายคนนี้กลับเลือกจะยืนข้างเธอ แล้วพอเขาเริ่มขุดลึกลงไป เขาก็ยิ่งเจอความไม่ชอบมาพากลที่ถูกซ่อนไว้ ทั้งอคติเรื่องชนชั้น เชื้อชาติ ความยากจน ที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ฝ่าอยุติธรรม เต็มเรื่อง อยากบอกเลยว่าเตรียมใจไว้หน่อย เพราะหนังพาเราไปเห็นความเหลื่อมล้ำแบบใกล้มาก ใกล้จนรู้สึกเจ็บแทน แล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าความยุติธรรมที่เราพูดกันทุกวันน่ะ มันมีอยู่จริงสำหรับทุกคนหรือเปล่า หรือมันมีไว้สำหรับแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น โทนของหนังจะนิ่ง ๆ หนัก ๆ ไม่ได้หวือหวาแบบหนังไล่ล่า แต่ความลุ้นมันมาในรูปแบบของการค่อย ๆ คลี่ปมมากกว่า เหมือนเรากำลังต่อจิ๊กซอว์ที่บางชิ้นหายไป บางชิ้นถูกซ่อนไว้อย่างตั้งใจ ฉากในชุมชนของเธอก็ถ่ายทอดออกมาได้อบอุ่นและจริงใจมาก เราจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่าย เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ เห็นความผูกพันของคนในครอบครัว เห็นความสุขเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว พอภาพพวกนี้ตัดกับความโหดร้ายของอำนาจที่กดทับลงมา มันเลยยิ่งสะเทือนใจเป็นสองเท่า ส่วนฉากในชั้นศาลก็เข้มข้นไม่แพ้กันเลยนะ ไม่ใช่แค่การตะโกนใส่กัน แต่เป็นการสู้กันด้วยเหตุผล ด้วยพยาน ด้วยหลักฐาน ด้วยคำถามคม ๆ ที่ทำให้เราต้องกลั้นหายใจ แล้วก็มีหลายจังหวะที่ต้องแอบน้ำตาซึม เพราะแค่แววตาของภรรยาที่นั่งรอฟังข่าวสามี หรือแค่ความเงียบในห้องสอบสวน มันก็พูดแทนคำพูดเป็นพันคำแล้ว งานภาพกับเสียงก็ไม่ได้เน้นสวยฉูดฉาด แต่เน้นสมจริง แสงธรรมชาติ สีหน้าจริง ๆ ความเงียบจริง ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเลย อีกอย่างที่ชอบมากคือหนังไม่ได้มองตัวละครเป็นแค่เหยื่อที่น่าสงสาร แต่ให้เกียรติพวกเขาในฐานะมนุษย์ที่มีหัวใจ มีความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี การเป็นผู้หญิง ตั้งท้อง ยากจน และมาจากชุมชนชายขอบ มันคือความเปราะบางที่ซ้อนกันหลายชั้นก็จริง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นความกล้าหาญแบบเงียบ ๆ ที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ เธออาจจะพูดไม่เก่ง อาจจะไม่รู้ศัพท์กฎหมายเลยสักคำ แต่เธอรู้ว่าอะไรคือความจริง และเธอไม่ยอมให้ใครมาบอกว่าคนที่เธอรักไม่มีค่า ส่วนตัวทนายเองก็ไม่ใช่ฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ เขาก็มีมุมที่ต้องสู้กับความกดดัน ต้องสู้กับระบบที่ใหญ่กว่าตัวเขามาก ต้องสู้กับความกลัวว่าจะแพ้ แต่เพราะเขาเชื่อว่าความถูกต้องควรมีที่ยืน เขาก็เลยไม่ยอมปล่อยมือจากคดีนี้ การได้เห็นคนธรรมดาสองคนที่ต่างกันสุดขั้วค่อย ๆ กลายเป็นพลังให้กันและกัน มันเป็นภาพที่อบอุ่นทั้งที่เรื่องรอบตัวโหดร้ายมาก และนี่แหละคือเสน่ห์ของ หนังของ สุริยา ที่เลือกเล่าเรื่องของคนตัวเล็ก ๆ ด้วยหัวใจที่ใหญ่มาก ไม่ได้ขายความฟินแบบหนังทั่วไป แต่ขายความจริงที่ทำให้เราอิ่มใจแบบบอกไม่ถูก ดูแล้วทั้งโกรธ ทั้งเศร้า ทั้งมีความหวังปนกันไปหมด ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็อยากบอกว่าเหมาะกับคนที่ชอบดราม่าหนัก ๆ ที่ดูแล้วได้คิดต่อ ไม่ได้ดูแล้วจบไปเฉย ๆ เหมาะมากสำหรับดูกับครอบครัวในคืนที่อยากหาหนังดี ๆ สักเรื่องมานั่งดูด้วยกันแล้วชวนกันคุยต่อหลังดูจบ หรือจะดูคนเดียวเงียบ ๆ ตอนพักผ่อนก็ได้เหมือนกัน เพราะมันมีจังหวะให้เราได้ทบทวนตัวเองเยอะมาก สายชอบหนังสืบสวน หนังศาล หนังที่ค่อย ๆ ไล่หาความจริงทีละชั้นจะต้องลุ้นจนไม่อยากลุกไปไหน ส่วนสายดราม่าความสัมพันธ์ หนังชีวิตที่เน้นหัวใจของตัวละคร รับรองว่ามีเสียน้ำตาแน่นอน แต่ไม่ใช่การร้องไห้แบบหมดหวังนะ มันเป็นการร้องไห้เพราะเรายังเชื่อว่ามนุษย์ยังมีความดีและความกล้าหาญเหลืออยู่ อยากชวนให้ลองเปิดใจให้เรื่องนี้ดูสักครั้ง แล้วมานั่งลุ้น นั่งเอาใจช่วยผู้หญิงคนนี้ไปด้วยกัน ว่าเสียงเล็ก ๆ ของเธอจะดังพอจะทะลุกำแพงใหญ่ ๆ ได้ไหม และความจริงที่ถูกซ่อนไว้จะค่อย ๆ เปิดออกมาอย่างไรโดยที่เราไม่ต้องรู้ตอนจบก่อนเลย แค่ร่วมเดินทางไปกับพวกเขาก็คุ้มมากแล้วจริง ๆ

ดูเลย · พากย์ไทย