

Doraemon the Movie: Nobita's Art World Tales
เรื่องย่อ Doraemon the Movie: Nobita's Art World Tales
ถ้าเราเดินเข้าไปในภาพวาดที่เราวาดเองได้จริง ๆ โนบิตะคงอยากรู้ว่าโลกใบนั้นจะใจดีกับเขามากกว่าโลกจริงหรือเปล่า นั่นคือคำถามเล็ก ๆ ที่เปิดประตูบานใหญ่ของ โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ เรื่องราวในโลกภาพวาดของโนบิตะ แล้วพาเราลอยเข้าไปในโลกที่ทุกอย่างเหมือนยังมีกลิ่นสีน้ำมันจาง ๆ อยู่เลย เรื่องมันเริ่มจากวันที่แสนธรรมดา วันที่โนบิตะยังเป็นเด็กชายขี้กลัว ไม่เก่งสักอย่าง เรียนก็ไม่เด่น กีฬาก็ไม่รอด แต่มีความฝันเต็มกระเป๋า จนโดราเอมอนหยิบของวิเศษที่ทำให้ภาพวาดไม่ใช่แค่ภาพนิ่งบนกระดาษอีกต่อไป แต่กลายเป็นประตูที่ก้าวข้ามไปได้จริง ๆ พอเท้าแตะเข้าไป ทั้งโนบิตะ โดราเอมอน ชิซูกะ ไจแอนท์ และซูเนโอะ ก็เหมือนหลุดเข้าไปในโปสการ์ดยุโรปยุคกลางที่มีชีวิต ทั้งหมู่บ้านหินหลังคากระเบื้อง ทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ปราสาทบนเนินเขา เมฆที่ปาดด้วยฝีแปรงหนา ๆ แสงแดดอุ่น ๆ ที่ตกกระทบเหมือนในภาพสีน้ำมัน ทุกก้าวเลยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ ที่ได้หนีจากห้องเรียนและการบ้าน มาอยู่ในที่ที่ตัวเองเป็นนักสำรวจได้เต็มตัว และสำหรับใครที่คิดถึงบรรยากาศแบบนี้ การได้ ดูหนัง โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ เรื่องราวในโลกภาพวาดของโนบิตะ เต็มเรื่อง ก็เหมือนได้กลับไปนั่งพื้นห้องนั่งเล่นตอนเด็ก ๆ แล้วปล่อยใจให้ภาพวาดพาไปโดยไม่ต้องรีบโตเลย สิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เหงาและไม่เหมือนแค่การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ คือการที่เด็ก ๆ จากโลกจริงได้เจอกับเด็ก ๆ จากในภาพวาดอย่างแคลร์ ไมโล และไช แคลร์เป็นเด็กสาวที่ดูอ่อนโยนแต่ข้างในมีอะไรบางอย่างที่หนักกว่าวัย เหมือนเธอถือกุญแจของโลกใบนี้เอาไว้โดยที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ส่วนไมโลกับไชก็เป็นเพื่อนที่คอยอยู่ข้าง ๆ กันแบบที่เพื่อนแท้ควรจะเป็น พอสองกลุ่มมาเจอกัน ความต่างเลยกลายเป็นเสน่ห์ โนบิตะที่ปกติต้องคอยให้คนอื่นช่วย กลับอยากลุกขึ้นมาเป็นที่พึ่งให้เพื่อนใหม่บ้าง ชิซูกะก็เป็นเหมือนสะพานเชื่อมใจที่ทำให้ทุกคนกล้าพูดความรู้สึก ส่วนไจแอนท์กับซูเนโอะที่ปกติเถียงกันแทบทุกตอน ก็ค่อย ๆ เผยด้านอ่อนโยนออกมาเวลาต้องปกป้องใครสักคน โดราเอมอนเองก็ยังเป็นพี่ชายอ้วนกลมที่คอยดูแลทุกคนด้วยของวิเศษและความห่วงใยเงียบ ๆ ความสัมพันธ์พวกนี้ค่อย ๆ โตไปพร้อมกับปริศนาของโลกภาพวาด ว่าทำไมโลกนี้ถึงมีอยู่ ใครเป็นคนวาดมันขึ้นมา แล้วทำไมมันถึงรู้สึกทั้งอบอุ่นและเหงาในเวลาเดียวกัน ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งเหมือนกำลังเดินเข้าไปในความทรงจำของใครบางคน ไม่ใช่แค่แผนที่ในนิทาน และนั่นแหละคือหัวใจที่อบอุ่นที่สุดของเรื่อง เพราะใต้สีสันสดใสกับปราสาทและอัศวินในเทพนิยาย หนังค่อย ๆ เล่าว่าภาพวาดหนึ่งภาพมันเก็บอะไรไว้มากกว่าสีกับเส้น มันเก็บความฝัน ความกลัว ความหวัง และความคิดถึงของคนวาดเอาไว้ด้วย เวลาเด็ก ๆ มองภาพเดียวกัน แต่ละคนเลยเห็นไม่เหมือนกัน โนบิตะเห็นที่วิ่งเล่นที่ไม่มีใครหัวเราะเยาะเขา แคลร์เห็นบ้านที่เธออยากปกป้อง โดราเอมอนเห็นที่ที่เพื่อนทุกคนยิ้มได้พร้อมกัน โลกสไตล์ยุโรปยุคกลางเลยไม่ใช่แค่ฉากสวย ๆ แต่เหมือนภาษากลางที่ทำให้เด็กที่มาจากคนละฝั่งเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องอธิบายเยอะ นิทานพื้นบ้าน ตำนาน ปราสาทเก่า ๆ เพลงที่ร้องต่อกันมา มันทำให้ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่แต่ก็ใกล้ใจอย่างประหลาด และด้วยความที่เป็น หนังของ โดราเอมอน ที่เราผูกพันกันมานาน จังหวะซน ๆ มุกตลกเบา ๆ ความช่วยเหลือกันแบบครอบครัวก็ยังอยู่ครบ โนบิตะอาจจะยังสะดุดล้ม ยังร้องไห้ ยังอยากวิ่งหนีในตอนแรก แต่พอเพื่อนต้องการ เขาก็พร้อมจะกัดฟันยืนอยู่ข้างหน้าเสมอ แค่ได้เห็นแววตาแบบนั้นก็ทำให้คนดูอย่างเรารู้สึกเหมือนได้เติบโตไปกับเขาอีกครั้ง โดยไม่ต้องมีใครมาสอนเลยว่าความกล้าคืออะไร ในแง่ความรู้สึกตอนนั่งดู เรื่องนี้พาเราไปแบบนุ่ม ๆ ไม่เร่ง ไม่กระชาก ช่วงแรกจะเหมือนโดนจูงมือเข้าไปในแกลเลอรีที่มีชีวิต ได้ว้าวกับพื้นผิวสีน้ำมัน รอยแปรง แสงเงาแบบภาพคลาสสิกที่ขยับได้ พอถึงช่วงกลางโลกก็ค่อย ๆ กว้างขึ้น เราได้เห็นตลาดในหมู่บ้าน ผู้คน สัตว์แปลก ๆ ทุ่งดอกไม้ ทางเดินหินที่ทอดไปหาปราสาท รายละเอียดเล็ก ๆ พวกนี้ทำให้อยากหยุดมองนาน ๆ ส่วนฉากเคลื่อนไหวอย่างฉากบิน ฉากวิ่ง ฉากลุ้น ก็ทำออกมาลื่นและมีชีวิตชีวาแบบแอนิเมชันยุคใหม่ แต่ยังคงความละมุนของงานวาดมือเอาไว้ ฉากเงียบ ๆ อย่างตอนที่ทุกคนนั่งดูพระอาทิตย์ตกเหนือปราสาทด้วยกัน ลมพัดเบา ๆ เสียงดนตรีแบบเทพนิยายยุโรปที่ทั้งยิ่งใหญ่และอ่อนหวานคลอขึ้นมา มันเป็นความเงียบที่อิ่มใจมาก เด็กเล็กจะสนุกกับสีสัน เพื่อนใหม่ และของวิเศษ ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราจะเผลอยิ้มทั้งที่แอบน้ำตาคลอ เพราะมันสะกิดความคิดถึงวัยเด็ก ความทรงจำเรื่องเพื่อนกลุ่มแรก และความเชื่อที่ว่าแค่มีจินตนาการ โลกที่ดูธรรมดาก็กลายเป็นที่วิเศษได้ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับแทบทุกคนในบ้านเลย ใครที่อยากดูกับครอบครัวในวันหยุดสบาย ๆ อยากได้เรื่องที่เด็กดูสนุก ผู้ใหญ่ดูแล้วใจฟู ไม่ต้องกลัวว่าจะมีฉากแรง ๆ ให้ต้องปิดตาเด็ก เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ใครที่กำลังเหงา ๆ เหนื่อย ๆ จากงานหรือจากโลกจริง อยากพักใจสักชั่วโมงกว่า ๆ ให้ภาพวาดโอบกอดเบา ๆ ก็มาดูได้ ส่วนสายลุ้นสายผจญภัยก็ยังได้ลุ้นไปกับปริศนาของโลกภาพวาดและการเดินทางของผองเพื่อนแบบไม่หลุดกลิ่นอายเดิมที่คุ้นเคย ดูจบแล้วอาจจะไม่ได้อยากเป็นอัศวินหรือเจ้าหญิงหรอก แค่อยากกลับไปหยิบสี หยิบดินสอ หรือหยิบความฝันเก่า ๆ ของตัวเองขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง แล้วเชื่อเหมือนที่โนบิตะได้เรียนรู้ ว่าแค่กล้าก้าวเข้าไปในโลกของคนอื่นด้วยใจที่อ่อนโยน เราก็อาจจะเจอเพื่อนใหม่ เจอตัวเองในเวอร์ชันที่กล้าหาญกว่าเดิม และเจอโลกใบเดิมที่สวยขึ้นกว่าเมื่อเช้านิดหนึ่งโดยไม่ต้องเฉลยเลยว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร เพราะระหว่างทางมันอิ่มใจมากพอแล้วจริง ๆ
ดู Doraemon the Movie: Nobita's Art World Tales ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- แอนิเมชันผจญภัย
- หนังครอบครัว
- มิตรภาพ












