อัตสึมิ ทาเนซากินักแสดง

อัตสึมิ ทาเนซากิ

ผลงานบนเว็บ 1 เรื่อง ซีรีส์ 0 หนัง 1

ผลงานของ อัตสึมิ ทาเนซากิ

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2017
I Want to Deliver Your Voice
01

I Want to Deliver Your Voice

ฝากเสียงรักถึงเธอ

6.2
จินตนาการหนังชีวิตแอนนิเมชั่น

เคยสงสัยไหมว่าถ้าคำพูดของเรามีหัวใจจริง ๆ เสียงที่เผลอพูดออกไปจะลอยไปถึงใคร ฝากเสียงรักถึงเธอ เริ่มต้นจากคำถามแผ่วเบาแบบนั้นในใจของนางิสะ ยูกิไอ เด็กสาวมัธยมปลายที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในเมืองริมทะเลเล็ก ๆ ที่ลมทะเลพัดมาแตะแก้มทุกเช้า เธอไม่ใช่เด็กที่มั่นใจที่สุดในห้อง ไม่ใช่คนที่กล้าลุกขึ้นพูดก่อนใคร แต่เธอเติบโตมากับเรื่องเล่าของคุณยายที่บอกเสมอว่าคำพูดมีจิตวิญญาณอาศัยอยู่ ที่เรียกว่าโคโตดามะ เธอก็เลยกลายเป็นคนที่ระวังทุกคำที่ออกจากปาก ราวกับทุกประโยคมีชีวิตและมีความรู้สึกของตัวเอง ความเชื่อนี้ทำให้เธอเป็นคนอ่อนโยน รับฟังคนอื่นเก่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอไม่ค่อยกล้าพูดความในใจของตัวเองออกไปดัง ๆ เพราะกลัวว่าคำพูดจะไปทำร้ายใครโดยไม่ตั้งใจ ชีวิตของเธอเลยเหมือนคลื่นเงียบ ๆ ที่ซัดเข้าหาฝั่งทุกวันโดยไม่มีใครสังเกต จนวันหนึ่งความบังเอิญเล็ก ๆ ก็พาเธอหลงเข้าไปในสถานีวิทยุ mini FM เก่า ๆ ที่ถูกทิ้งร้างไว้บนเนินใกล้ทะเล ห้องส่งที่เต็มไปด้วยฝุ่น กลิ่นไม้เก่า และไมโครโฟนตัวหนึ่งที่ยังตั้งอยู่ตรงนั้นเหมือนกำลังรอใครสักคนกลับมา ด้วยความอยากรู้อยากลองปนขี้เล่น เธอเลยนั่งลงแล้วลองพูดเลียนแบบดีเจดูสักครั้ง ไม่ได้เตรียมสคริปต์ ไม่ได้คิดว่าจะมีใครได้ยิน แค่พูดไปตามอารมณ์เหมือนกระซิบกับตัวเองในห้องว่างเปล่า แต่เธอไม่รู้เลยว่าในวินาทีนั้นเสียงของเธอได้หลุดออกอากาศไปจริง ๆ และได้ลอยไปถึงหูของใครบางคนที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ฝากเสียงรักถึงเธอ เต็มเรื่อง แบบที่ดูแล้วใจฟูเหมือนลมทะเลพัดผ่าน เรื่องราวหลังจากเสียงหลุดออกอากาศครั้งนั้นคือจุดที่ทำให้ชีวิตธรรมดาของนางิสะเริ่มขยับ เธอต้องการแค่ใช้ชีวิตเงียบ ๆ ไม่สร้างปัญหาให้ใคร แต่ตอนนี้เธอกลับต้องเผชิญกับความจริงว่ามีคนได้ยินเสียงของเธอแล้ว ความตกใจปนรู้สึกผิดค่อย ๆ กลายเป็นความอยากรู้ว่าเสียงของเธอไปถึงใคร และคนคนนั้นรู้สึกอย่างไร เธออยากขอโทษ อยากอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าการที่ใครสักคนได้ยินเสียงจริง ๆ ของเธอโดยไม่มีกำแพง มันจะเป็นอย่างไร ความสับสนนี้แหละที่น่ารักมาก เพราะมันคืออาการของวัยรุ่นทุกคนที่เคยเผลอพูดความในใจออกไปแล้วอยากย้อนเวลากลับ แต่ก็แอบหวังว่าคนที่ได้ยินจะเข้าใจ รอบตัวเธอมีเพื่อน ๆ ที่คาแรกเตอร์ต่างกันออกไป ทั้งเพื่อนที่สดใสร่าเริง เพื่อนที่ดูเข้มแข็งแต่ข้างในเปราะบาง และรุ่นพี่รุ่นน้องในเมืองเล็ก ๆ ที่ต่างก็มีเรื่องค้างคาใจของตัวเอง ทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนมีเสียงที่อยากส่งไปให้ถึงใครสักคนเหมือนกัน สถานีวิทยุเก่า ๆ ที่ตอนแรกเป็นแค่ห้องฝุ่น ๆ เลยค่อย ๆ กลายเป็นที่หลบภัยของพวกเขา เป็นที่ที่พวกเขามานั่งล้อมวงกัน คุยกัน หัวเราะกัน และค่อย ๆ กล้าพูดเรื่องที่ไม่เคยกล้าพูดที่บ้านหรือที่โรงเรียน สิ่งที่ขวางนางิสะไว้ไม่ใช่ผู้ร้ายหรืออุปสรรคใหญ่โตอะไรเลย แต่เป็นกำแพงบาง ๆ ในใจของเธอเองกับความเชื่อเรื่องโคโตดามะที่คุณยายปลูกฝังมา เธอเชื่อว่าคำพูดมีพลัง เธอก็เลยกลัวพลังนั้น เธอกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะย้อนกลับมาไม่ได้ กลัวว่าถ้าพูดไม่ดีจะทำร้ายคนที่เธอรัก กลัวว่าตัวเองจะพูดได้ไม่ดีพอ ความกลัวนี้ทำให้หลายครั้งเธอเลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะยิ้มแทนที่จะอธิบาย เลือกที่จะเก็บไว้คนเดียวแทนที่จะขอความช่วยเหลือ แต่พอเธอได้มายืนอยู่หน้าไมโครโฟน ได้เห็นว่าเสียงของตัวเองสามารถทำให้ใครบางคนยิ้มได้ ทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เธอก็เริ่มมองความเชื่อของคุณยายในมุมใหม่ ว่าคำพูดไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มีไว้ให้ส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้ถึงกัน ความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเธอไปทีละนิด จากเด็กสาวที่คอยฟังอยู่ข้างหลัง เธอเริ่มกล้าที่จะชวนคุย กล้าที่จะถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง กล้าที่จะบอกว่าฉันอยากให้เธอได้ยินเสียงนี้ ทุกบทสนทนาในห้องส่งเล็ก ๆ นั้นเลยเหมือนการฝึกหัวใจ ให้กล้าขึ้นทีละนิดโดยมีเสียงคลื่นกับเสียงลมทะเลเป็นพยาน เมืองริมทะเลเองก็โอบอุ้มพวกเขาไว้อย่างอ่อนโยน ทั้งถนนที่ทอดไปสู่หาดทราย ท้องฟ้าสีครามกว้าง ๆ เมฆที่ลอยช้า ๆ ในบ่ายหน้าร้อน และเสียงจั๊กจั่นที่ดังเป็นฉากหลัง ทุกอย่างทำให้ความเหงาของวัยรุ่นดูไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป เหมือนเมืองกำลังบอกว่าต่อให้เสียงของเธอจะสั่นแค่ไหน ทะเลก็พร้อมจะรับฟังเสมอ บรรยากาศของเรื่องนี้จะค่อย ๆ โอบเราไว้แบบไม่รู้ตัว ไม่ได้เร่งให้ลุ้นตลอดเวลา แต่ชวนให้เรานั่งฟังไปพร้อมกับตัวละคร เหมือนนั่งฟังวิทยุคลื่นไม่ชัดในบ่ายวันหยุดที่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด งานภาพเน้นแสงแดดอุ่น ๆ ของฤดูร้อน แสงลอดหน้าต่างห้องส่งเก่า ๆ ฝุ่นเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศเวลาพูดใส่ไมค์ ภาพทะเลที่ระยิบระยับตอนเย็น ทุกอย่างดูเหมือนความทรงจำในหน้าร้อนที่ทั้งสว่างและชวนคิดถึง ช่วงเวลาที่นางิสะนั่งอยู่คนเดียวหน้าไมโครโฟน หัวใจเต้นแรง มือเย็นนิด ๆ ก่อนจะสูดหายใจแล้วพูดคำแรกออกไป เป็นช่วงเวลาที่คนดูจะลุ้นไปกับเธอโดยไม่รู้ตัว เพราะเราต่างก็เคยมีโมเมนต์แบบนั้นที่ต้องรวบรวมความกล้าเพื่อพูดอะไรสักอย่างที่สำคัญกับใจเรามาก ๆ ความมหัศจรรย์เล็ก ๆ แบบจินตนาการที่แทรกเข้ามาผ่านความเชื่อเรื่องโคโตดามะก็ไม่ได้มาแบบหวือหวา แต่มาอย่างละมุนเหมือนแสงเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศเวลามีคนพูดด้วยความจริงใจ ทำให้ทุกความเงียบมีความหมาย ทุกคำขอโทษมีน้ำหนัก และทุกคำว่าขอบคุณกับคิดถึงฟังดูมีพลังกว่าที่เคย หนังพาเราไปสำรวจความโดดเดี่ยวของวัยรุ่นที่แม้จะอยู่ท่ามกลางเพื่อนมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีใครได้ยินเสียงจริง ๆ ของตัวเอง และพาเราไปเห็นปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเสียงนั้นถูกส่งไปถึงจริง ๆ แค่มีคนหนึ่งบอกว่าเราได้ยินเสียงเธอนะ หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวก็กลับมาพองโตได้อีกครั้ง ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบดราม่าอบอุ่นหัวใจ ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดสบาย ๆ หรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนแล้วอยากได้อะไรมาฮีลใจ เหมาะกับคนเหงา ๆ ที่รู้สึกว่าพูดไปก็ไม่มีใครฟัง อยากได้เพื่อนสักคนที่เข้าใจโดยไม่ตัดสิน เหมาะกับสายความสัมพันธ์ที่ชอบดูพัฒนาการของเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนที่กล้าฝากเสียงของตัวเองไว้กับอีกคน และเหมาะกับคนรักแอนิเมชันบรรยากาศดี ๆ ที่ชอบภาพเมืองชนบทญี่ปุ่น ทะเล ท้องฟ้ากว้าง ๆ กับเสียงลมพัดเบา ๆ ใครที่เคยเป็นแฟนหนังของสาวเสียงใสวัยมัธยมที่ต้องก้าวข้ามความกลัวของตัวเองจะยิ่งอินเป็นพิเศษ เพราะจะเห็นตัวเองในนางิสะชัดเจนมาก ดูจบแล้วไม่ได้รู้สึกค้างคาใจแบบหนัก ๆ แต่จะรู้สึกเหมือนเพิ่งวางหูโทรศัพท์หลังจากคุยกับเพื่อนสนิท ได้ยิ้มบาง ๆ แล้วอยากลุกขึ้นไปบอกใครสักคนว่าเราคิดถึง โดยไม่ต้องรอให้พร้อมสมบูรณ์แบบก่อน แค่กล้าพูดออกไปด้วยใจจริง เสียงนั้นก็มีความหมายแล้ว

ดูเลย · พากย์ไทย