Gold Kingdom and Water Kingdom

Gold Kingdom and Water Kingdom

ดินแดนทองคำ ดินแดนแห่งสายน้ำ
★ 6.6/10 2023 116 นาที ภาพยนตร์ จินตนาการ หนังรักโรแมนติก แอนนิเมชั่น

เรื่องย่อ Gold Kingdom and Water Kingdom

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเกิดมาเป็นเจ้าหญิงที่ใคร ๆ บอกว่าสวยที่สุด แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นจริงหรือเปล่า ดินแดนทองคำ ดินแดนแห่งสายน้ำ พาเราย้อนเข้าไปในเทพนิยายแสนอบอุ่นที่ตั้งคำถามแบบนั้นกับเจ้าหญิงซาร่าตั้งแต่นาทีแรกเลย เธออยู่ในประเทศเอ ประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับประเทศบีแบบรั้วติดกัน มองเห็นหลังคาบ้านกันแท้ ๆ แต่กลับไม่ถูกกันเลยสักวัน เหมือนเพื่อนบ้านที่เคยรักกันมาก่อนแล้วงอนกันจนลืมไปแล้วว่างอนเรื่องอะไร รู้แค่ว่าตื่นเช้ามาก็ต้องหาเรื่องมาเถียงกันให้ได้สักเรื่องถึงจะรู้สึกว่าเป็นวันปกติ ชาวเมืองทั้งสองฝั่งโตมากับคำสอนว่าอีกฝั่งไม่น่าคบ เสื้อผ้าก็ต่าง อาหารก็ต่าง วิธีพูดก็ต่าง จนความต่างเล็ก ๆ กลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าปีนข้าม ซาร่าเองก็โตมาในวังท่ามกลางกำแพงแบบนั้น เธอเป็นเจ้าหญิงที่อ่อนโยน ช่างสังเกต และแอบมีคำถามในใจเงียบ ๆ ว่าทำไมเราต้องเกลียดคนที่เราไม่เคยคุยด้วยกันด้วยนะ แล้ววันหนึ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหญ่จนทั้งสองประเทศแทบจะจับดาบใส่กัน เพราะดันไปทะเลาะกันเรื่องการเก็บกวาดมูลสุนัขตรงชายแดน ฟังดูขำใช่ไหม แต่สำหรับคนที่สะสมความหมั่นไส้กันมานาน เรื่องเล็กแค่นี้แหละคือฟางเส้นสุดท้าย ทหารเริ่มตึงเครียด ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว ผู้นำทั้งสองฝั่งก็เอาแต่โทษกันไปมา จนพระเจ้าที่มองลงมาจากข้างบนต้องถอนหายใจแล้วลงมาแทรกแซงด้วยตัวเอง แทนที่จะลงโทษด้วยภัยพิบัติ พระองค์กลับยื่นข้อเสนอที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปั่นป่วนหัวใจคนทั้งชาติว่า ให้ประเทศเอมอบหญิงสาวที่งดงามที่สุดให้กับประเทศบีเป็นเจ้าสาว และให้ประเทศบีมอบชายหนุ่มที่ฉลาดที่สุดให้กับประเทศเอเป็นเจ้าบ่าว ให้แต่งงานเชื่อมแผ่นดินกันไปเลย จะได้เลิกทะเลาะกันสักที คำบัญชานี้ทำให้ทั้งสองวังวุ่นวายไปหมด เพราะใครจะอยากยกคนสำคัญที่สุดของตัวเองให้ศัตรูกันล่ะ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดพระเจ้า ซาร่าที่ถูกยกย่องว่างดงามที่สุดจึงกลายเป็นชื่อแรกที่ถูกพูดถึงในฐานะเจ้าสาว ส่วนอีกฝั่งก็ต้องเฟ้นหาชายหนุ่มที่ฉลาดที่สุดมาเป็นเจ้าบ่าว ทั้งที่ในใจลึก ๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าความสวยกับความฉลาดจะเยียวยาความเกลียดชังที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนได้จริงไหม หัวใจของเรื่องมันเริ่มเต้นแรงตรงนี้แหละ ตอนที่ซาร่าดันได้มาพบกับชายหนุ่มธรรมดา ๆ คนหนึ่งจากประเทศบีโดยบังเอิญ โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะผูกพวกเขาไว้ด้วยพันธสัญญาของพระเจ้า เขาไม่ใช่เจ้าชายทรงม้า ไม่ได้มีท่าทีโอ้อวดว่าเป็นคนฉลาดที่สุด เขาเป็นแค่หนุ่มนักคิด นักประดิษฐ์ ช่างฝัน ที่รักบ้านเกิดของตัวเองมากพอ ๆ กับที่ซาร่ารักบ้านของเธอ เขาใจเย็น ช่างพูด มีอารมณ์ขันแบบคนที่ผ่านความลำบากมาเยอะ ส่วนซาร่าก็ไม่ใช่เจ้าหญิงที่เอาแต่ยิ้มสวยไปวัน ๆ เธอฉลาดทางความรู้สึก เข้าใจคนอื่นเก่ง และกล้าตั้งคำถามกับธรรมเนียมที่ทุกคนก้มหน้ายอมรับ การคุยกันครั้งแรกของทั้งคู่มันเลยไม่ได้เหมือนการพบกันของเจ้าสาวเจ้าบ่าวตามบัญชาสวรรค์ แต่เหมือนเพื่อนต่างห้องที่แอบคุยกันหลังเลิกเรียนแล้วดันคุยถูกคออย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งคู่ต่างมีความกลัวซ่อนอยู่ ซาร่ากลัวว่าตัวเองจะมีค่าแค่ใบหน้าตามคำว่าสวยที่สุด ส่วนเขาก็กลัวว่าตัวเองจะมีค่าแค่สมองตามคำว่าฉลาดที่สุด ไม่มีใครมองเห็นความเป็นคนธรรมดาของพวกเขาเลย จนกระทั่งพวกเขาได้มาเจอกันและยอมฟังกันจริง ๆ หลังจากนั้นเรื่องก็ค่อย ๆ พาเราเดินดูชีวิตของสองแผ่นดินผ่านสายตาของคนสองคนที่กำลังแอบเอาใจช่วยกันอยู่เงียบ ๆ เราจะได้เห็นว่าประเทศเอที่ขึ้นชื่อเรื่องทองคำนั้นมั่งคั่งแต่แห้งแล้ง ผู้คนต้องหวงแหนทุกหยดน้ำ ส่วนประเทศบีที่มีสายน้ำอุดมสมบูรณ์ก็มีวิถีชีวิตอีกแบบที่ผูกพันกับผืนป่าและการค้าขาย ความต่างนี้เคยเป็นเหตุผลให้ดูถูกกัน แต่พอมีคนกลางอย่างซาร่ากับเขาคอยแปลภาษาหัวใจให้กัน มันกลับกลายเป็นชิ้นส่วนที่เติมเต็มกันพอดีอย่างน่าประหลาด ฉากที่ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องขนบธรรมเนียมตลก ๆ ของบ้านตัวเอง ฉากที่ช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยไหวพริบเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแค่วินาทีที่สบตากันแล้วเงียบไปเพราะไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้เป็นภาษาของประเทศไหนดี มันน่ารักจนคนดูต้องยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว และในขณะเดียวกันก็ลุ้นไปด้วยว่าผู้ใหญ่ในวัง ขุนนางที่ยังยึดติดกับศักดิ์ศรี และชาวบ้านที่ยังฝังใจกับความเกลียดเดิม ๆ จะยอมเปิดใจให้รักต่างแดนครั้งนี้หรือเปล่า เพราะอุปสรรคของพวกเขาไม่ใช่ปีศาจหรือสงครามใหญ่โต แต่คือทิฐิเล็ก ๆ ของคนจำนวนมากที่รวมกันแล้วกลายเป็นกำแพงสูงเท่าภูเขา ถ้าถามว่าใครควรเปิดใจดูหนังเรื่องนี้สักครั้งในชีวิต ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเทพนิยายอบอุ่นหัวใจที่ดูได้ทั้งครอบครัว หรือจะดูคนเดียวในคืนเหงา ๆ ที่อยากได้อะไรมาฮีลใจก็ดีไม่แพ้กัน ใครที่เหนื่อยกับข่าวความขัดแย้งในชีวิตจริงแล้วอยากพักด้วยแอนิเมชันภาพละมุน โทนสีนุ่ม ๆ วังสวย ๆ เสื้อผ้าน่ารัก ๆ และบทสนทนาฉลาด ๆ ที่ไม่มีฉากหวือหวาแต่ทำให้ใจเต้นได้ด้วยคำพูดธรรมดา จะต้องตกหลุมรักเรื่องนี้แน่นอน สายโรแมนติกที่ชอบความรักค่อยเป็นค่อยไป ชอบโมเมนต์สบตา ชอบความต่างวัฒนธรรมที่ค่อย ๆ ละลายด้วยการทำความเข้าใจ จะยิ้มไม่หุบตลอดทั้งเรื่อง ส่วนสายแฟนตาซีที่ชอบโลกสมมติมีกฎของพระเจ้า มีพิธีแต่งงานเชื่อมชาติเป็นเดิมพัน ก็จะได้ลุ้นแบบนุ่ม ๆ ว่าสันติภาพจะเกิดจากกระดาษสัญญาหรือจากหัวใจของคนสองคนกันแน่ ใครที่กำลังหาเวลาว่างชวนคนที่บ้านมานั่งดูด้วยกัน ลองหาเวลาดูหนัง ดินแดนทองคำ ดินแดนแห่งสายน้ำ เต็มเรื่อง ในเย็นวันหยุดสักวัน แล้วจะรู้ว่าความเกลียดที่สืบทอดกันมาโดยไม่มีใครจำต้นตอได้นั้น แพ้ให้กับความกล้าที่จะนั่งลงคุยกันดี ๆ เพียงแค่ครั้งเดียวจริง ๆ

เรื่องย่อ Gold Kingdom and Water Kingdom

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเกิดมาเป็นเจ้าหญิงที่ใคร ๆ บอกว่าสวยที่สุด แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นจริงหรือเปล่า ดินแดนทองคำ ดินแดนแห่งสายน้ำ พาเราย้อนเข้าไปในเทพนิยายแสนอบอุ่นที่ตั้งคำถามแบบนั้นกับเจ้าหญิงซาร่าตั้งแต่นาทีแรกเลย เธออยู่ในประเทศเอ ประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับประเทศบีแบบรั้วติดกัน มองเห็นหลังคาบ้านกันแท้ ๆ แต่กลับไม่ถูกกันเลยสักวัน เหมือนเพื่อนบ้านที่เคยรักกันมาก่อนแล้วงอนกันจนลืมไปแล้วว่างอนเรื่องอะไร รู้แค่ว่าตื่นเช้ามาก็ต้องหาเรื่องมาเถียงกันให้ได้สักเรื่องถึงจะรู้สึกว่าเป็นวันปกติ ชาวเมืองทั้งสองฝั่งโตมากับคำสอนว่าอีกฝั่งไม่น่าคบ เสื้อผ้าก็ต่าง อาหารก็ต่าง วิธีพูดก็ต่าง จนความต่างเล็ก ๆ กลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าปีนข้าม ซาร่าเองก็โตมาในวังท่ามกลางกำแพงแบบนั้น เธอเป็นเจ้าหญิงที่อ่อนโยน ช่างสังเกต และแอบมีคำถามในใจเงียบ ๆ ว่าทำไมเราต้องเกลียดคนที่เราไม่เคยคุยด้วยกันด้วยนะ

แล้ววันหนึ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหญ่จนทั้งสองประเทศแทบจะจับดาบใส่กัน เพราะดันไปทะเลาะกันเรื่องการเก็บกวาดมูลสุนัขตรงชายแดน ฟังดูขำใช่ไหม แต่สำหรับคนที่สะสมความหมั่นไส้กันมานาน เรื่องเล็กแค่นี้แหละคือฟางเส้นสุดท้าย ทหารเริ่มตึงเครียด ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว ผู้นำทั้งสองฝั่งก็เอาแต่โทษกันไปมา จนพระเจ้าที่มองลงมาจากข้างบนต้องถอนหายใจแล้วลงมาแทรกแซงด้วยตัวเอง แทนที่จะลงโทษด้วยภัยพิบัติ พระองค์กลับยื่นข้อเสนอที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปั่นป่วนหัวใจคนทั้งชาติว่า ให้ประเทศเอมอบหญิงสาวที่งดงามที่สุดให้กับประเทศบีเป็นเจ้าสาว และให้ประเทศบีมอบชายหนุ่มที่ฉลาดที่สุดให้กับประเทศเอเป็นเจ้าบ่าว ให้แต่งงานเชื่อมแผ่นดินกันไปเลย จะได้เลิกทะเลาะกันสักที คำบัญชานี้ทำให้ทั้งสองวังวุ่นวายไปหมด เพราะใครจะอยากยกคนสำคัญที่สุดของตัวเองให้ศัตรูกันล่ะ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดพระเจ้า ซาร่าที่ถูกยกย่องว่างดงามที่สุดจึงกลายเป็นชื่อแรกที่ถูกพูดถึงในฐานะเจ้าสาว ส่วนอีกฝั่งก็ต้องเฟ้นหาชายหนุ่มที่ฉลาดที่สุดมาเป็นเจ้าบ่าว ทั้งที่ในใจลึก ๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าความสวยกับความฉลาดจะเยียวยาความเกลียดชังที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนได้จริงไหม

หัวใจของเรื่องมันเริ่มเต้นแรงตรงนี้แหละ ตอนที่ซาร่าดันได้มาพบกับชายหนุ่มธรรมดา ๆ คนหนึ่งจากประเทศบีโดยบังเอิญ โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะผูกพวกเขาไว้ด้วยพันธสัญญาของพระเจ้า เขาไม่ใช่เจ้าชายทรงม้า ไม่ได้มีท่าทีโอ้อวดว่าเป็นคนฉลาดที่สุด เขาเป็นแค่หนุ่มนักคิด นักประดิษฐ์ ช่างฝัน ที่รักบ้านเกิดของตัวเองมากพอ ๆ กับที่ซาร่ารักบ้านของเธอ เขาใจเย็น ช่างพูด มีอารมณ์ขันแบบคนที่ผ่านความลำบากมาเยอะ ส่วนซาร่าก็ไม่ใช่เจ้าหญิงที่เอาแต่ยิ้มสวยไปวัน ๆ เธอฉลาดทางความรู้สึก เข้าใจคนอื่นเก่ง และกล้าตั้งคำถามกับธรรมเนียมที่ทุกคนก้มหน้ายอมรับ การคุยกันครั้งแรกของทั้งคู่มันเลยไม่ได้เหมือนการพบกันของเจ้าสาวเจ้าบ่าวตามบัญชาสวรรค์ แต่เหมือนเพื่อนต่างห้องที่แอบคุยกันหลังเลิกเรียนแล้วดันคุยถูกคออย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งคู่ต่างมีความกลัวซ่อนอยู่ ซาร่ากลัวว่าตัวเองจะมีค่าแค่ใบหน้าตามคำว่าสวยที่สุด ส่วนเขาก็กลัวว่าตัวเองจะมีค่าแค่สมองตามคำว่าฉลาดที่สุด ไม่มีใครมองเห็นความเป็นคนธรรมดาของพวกเขาเลย จนกระทั่งพวกเขาได้มาเจอกันและยอมฟังกันจริง ๆ

หลังจากนั้นเรื่องก็ค่อย ๆ พาเราเดินดูชีวิตของสองแผ่นดินผ่านสายตาของคนสองคนที่กำลังแอบเอาใจช่วยกันอยู่เงียบ ๆ เราจะได้เห็นว่าประเทศเอที่ขึ้นชื่อเรื่องทองคำนั้นมั่งคั่งแต่แห้งแล้ง ผู้คนต้องหวงแหนทุกหยดน้ำ ส่วนประเทศบีที่มีสายน้ำอุดมสมบูรณ์ก็มีวิถีชีวิตอีกแบบที่ผูกพันกับผืนป่าและการค้าขาย ความต่างนี้เคยเป็นเหตุผลให้ดูถูกกัน แต่พอมีคนกลางอย่างซาร่ากับเขาคอยแปลภาษาหัวใจให้กัน มันกลับกลายเป็นชิ้นส่วนที่เติมเต็มกันพอดีอย่างน่าประหลาด ฉากที่ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องขนบธรรมเนียมตลก ๆ ของบ้านตัวเอง ฉากที่ช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยไหวพริบเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแค่วินาทีที่สบตากันแล้วเงียบไปเพราะไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้เป็นภาษาของประเทศไหนดี มันน่ารักจนคนดูต้องยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว และในขณะเดียวกันก็ลุ้นไปด้วยว่าผู้ใหญ่ในวัง ขุนนางที่ยังยึดติดกับศักดิ์ศรี และชาวบ้านที่ยังฝังใจกับความเกลียดเดิม ๆ จะยอมเปิดใจให้รักต่างแดนครั้งนี้หรือเปล่า เพราะอุปสรรคของพวกเขาไม่ใช่ปีศาจหรือสงครามใหญ่โต แต่คือทิฐิเล็ก ๆ ของคนจำนวนมากที่รวมกันแล้วกลายเป็นกำแพงสูงเท่าภูเขา

ถ้าถามว่าใครควรเปิดใจดูหนังเรื่องนี้สักครั้งในชีวิต ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเทพนิยายอบอุ่นหัวใจที่ดูได้ทั้งครอบครัว หรือจะดูคนเดียวในคืนเหงา ๆ ที่อยากได้อะไรมาฮีลใจก็ดีไม่แพ้กัน ใครที่เหนื่อยกับข่าวความขัดแย้งในชีวิตจริงแล้วอยากพักด้วยแอนิเมชันภาพละมุน โทนสีนุ่ม ๆ วังสวย ๆ เสื้อผ้าน่ารัก ๆ และบทสนทนาฉลาด ๆ ที่ไม่มีฉากหวือหวาแต่ทำให้ใจเต้นได้ด้วยคำพูดธรรมดา จะต้องตกหลุมรักเรื่องนี้แน่นอน สายโรแมนติกที่ชอบความรักค่อยเป็นค่อยไป ชอบโมเมนต์สบตา ชอบความต่างวัฒนธรรมที่ค่อย ๆ ละลายด้วยการทำความเข้าใจ จะยิ้มไม่หุบตลอดทั้งเรื่อง ส่วนสายแฟนตาซีที่ชอบโลกสมมติมีกฎของพระเจ้า มีพิธีแต่งงานเชื่อมชาติเป็นเดิมพัน ก็จะได้ลุ้นแบบนุ่ม ๆ ว่าสันติภาพจะเกิดจากกระดาษสัญญาหรือจากหัวใจของคนสองคนกันแน่ ใครที่กำลังหาเวลาว่างชวนคนที่บ้านมานั่งดูด้วยกัน ลองหาเวลาดูหนัง ดินแดนทองคำ ดินแดนแห่งสายน้ำ เต็มเรื่อง ในเย็นวันหยุดสักวัน แล้วจะรู้ว่าความเกลียดที่สืบทอดกันมาโดยไม่มีใครจำต้นตอได้นั้น แพ้ให้กับความกล้าที่จะนั่งลงคุยกันดี ๆ เพียงแค่ครั้งเดียวจริง ๆ

ดู Gold Kingdom and Water Kingdom ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • แอนิเมชันโรแมนติก
  • เทพนิยายอบอุ่นหัวใจ
  • สองอาณาจักรคู่ขัดแย้ง