

One Year to Live, Buy a Man
เรื่องย่อ One Year to Live, Buy a Man
ถ้าเหลือเวลาอยู่แค่หนึ่งปี เธอจะยังกล้าเก็บเงินไว้เพื่อวันพรุ่งนี้ที่อาจไม่มีวันมาถึงไหม คำถามเงียบ ๆ แบบนี้แหละที่ติดอยู่ในใจของ Yui ตั้งแต่ฉากแรกของ เหลือเวลาหนึ่งปี ขอซื้อใจเธอ แล้วมันก็ค่อย ๆ ลามมาถึงใจเราด้วยแบบไม่รู้ตัว ใครที่กดเข้ามาแบบ ดูหนัง เหลือเวลาหนึ่งปี ขอซื้อใจเธอ เต็มเรื่อง เพราะอยากได้รักหวาน ๆ อาจจะเจอกับอะไรที่นิ่งกว่านั้นเยอะเลย เพราะนี่คือเรื่องของหญิงวัยสี่สิบธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้มีชีวิตหวือหวา ไม่ได้ฝันใหญ่โต แค่ใช้ชีวิตแบบประหยัดมาตลอด เก็บเล็กผสมน้อย คิดก่อนใช้เสมอ จนวันหนึ่งคุณหมอบอกกับเธอตรง ๆ ว่าเวลาของเธอเหลืออยู่แค่ประมาณหนึ่งปีเท่านั้นเอง จากคนที่เคยมองชีวิตเป็นเรื่องยาว ๆ ที่ต้องวางแผนเผื่ออนาคต เธอกลับต้องมานั่งมองปฏิทินที่เหลืออยู่ตรงหน้าแล้วถามตัวเองว่า แล้วที่ผ่านมาเราเคยใช้ชีวิตเพื่อตัวเองจริง ๆ สักครั้งหรือยัง ความเจ็บปวดมันอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ใช่แค่เรื่องป่วย แต่เป็นเรื่องเสียดายเวลาที่เคยปล่อยผ่านไปโดยไม่กล้ามีความสุข และจากความเสียดายนั้นเองที่ทำให้เธอตัดสินใจทำเรื่องที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ นั่นคือการเดินเข้าไปในโลกกลางคืนที่ไม่คุ้นเคยเพื่อขอซื้อเวลาของใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ เธอ Yui เป็นผู้หญิงแบบที่เราอาจเคยเจอในชีวิตจริง เป็นคนเรียบร้อย เจียมตัว ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ชอบรบกวนใคร และเชื่อมาตลอดว่าการเก็บเงินคือการดูแลตัวเองที่ดีที่สุด เธอไม่ใช่คนเย็นชา แต่เป็นคนที่ระวังตัวกับทุกอย่างเพราะกลัวว่าวันข้างหน้าจะลำบาก เธอเลยไม่ค่อยยอมจ่ายเงินเพื่อความสุขชั่วคราว ไม่ค่อยยอมตามใจตัวเอง จนเมื่อเส้นตายหนึ่งปีวางอยู่ตรงหน้า เกราะที่เคยเรียกว่าความประหยัดก็เริ่มเปลี่ยนความหมายไปเลย จากสิ่งที่เคยทำให้รู้สึกปลอดภัย มันกลายเป็นกระจกที่สะท้อนให้เธอเห็นว่าเธออดออมความสุขของตัวเองมานานแค่ไหน เธอเลยลุกขึ้นมาขอใช้เงินเพื่อตัวเองอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ซื้อของแพง ไม่ใช่ไปเที่ยวไกล ๆ แต่เป็นการซื้อเวลาของ Sena โฮสต์หนุ่มจากไนต์คลับ ให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุย ให้มารับฟัง ให้มาเติมเต็มช่องว่างเหงา ๆ ในยามค่ำคืนที่เธอไม่อยากนั่งอยู่คนเดียวอีกต่อไป ตอนแรกทุกอย่างมีกรอบชัดเจนมากนะ มีราคา มีเวลา มีเงื่อนไข เหมือนข้อตกลงธุรกิจที่ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอได้เพื่อนที่ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ส่วนเขาก็ได้ทำงานตามหน้าที่ แต่ลึก ๆ แล้วเราจะรู้สึกได้เลยว่า Yui ไม่ได้ต้องการแค่คนมานั่งด้วย เธอต้องการใครสักคนที่ทำให้เธอกล้าเป็นตัวเองในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กล้าพูดในสิ่งที่ปกติไม่พูด กล้าหัวเราะ กล้าเหงา กล้ายอมรับว่าตัวเองก็อยากถูกใครสักคนให้ความสำคัญเหมือนกัน แล้วก็มี Sena ชายหนุ่มที่เป็นโฮสต์ในไนต์คลับ อาชีพที่ต้องขายทั้งรอยยิ้ม บทสนทนา และความรู้สึกของการถูกใส่ใจอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกเขาก็เข้ามาในชีวิตของ Yui แบบมืออาชีพนั่นแหละ ยิ้มเก่ง คุยเก่ง รู้ว่าควรพูดอะไรให้ลูกค้าสบายใจ รู้ว่าควรถอยตอนไหน รู้ว่าจะรักษาระยะห่างยังไงไม่ให้ล้ำเส้น แต่พอต้องเจอกับลูกค้าอย่าง Yui ที่ไม่ได้มาเพื่อความสนุกวูบวาบ ไม่ได้มาเพื่อเมาแล้วลืม แต่มาด้วยความจริงใจแบบคนที่ไม่เหลือเวลาให้เสแสร้งแล้ว เขาก็เริ่มมองเธอต่างออกไป จากลูกค้าธรรมดากลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเรื่องในใจเยอะมากแต่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ ขยับจากความเป็นผู้ซื้อกับผู้ขายเวลามาเป็นความคุ้นเคยแบบคนสองคนที่ต่างก็เหงาในแบบของตัวเอง โลกกลางคืนในร้านที่เต็มไปด้วยแสงสี เสียงเพลง และบทสนทนาลื่น ๆ เหมือนความฝัน มันตัดกับโลกกลางวันของ Yui อย่างชัดเจนเลย เพราะพอพระอาทิตย์ขึ้น เธอต้องกลับมาเผชิญกับชีวิตจริง ห้องเงียบ ๆ ผลตรวจ ความกังวล และเวลาที่เดินถอยหลังลงทุกวัน ส่วน Sena เองพอถอดสูทโฮสต์ออก เขาก็เป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาที่มีความเหนื่อย มีความฝัน มีเรื่องที่ไม่ได้เล่าให้ลูกค้าฟังเหมือนกัน การได้มานั่งเงียบ ๆ ข้างกัน เดินเล่นโดยไม่มีจุดหมาย หรือแค่นั่งคุยกันนาน ๆ โดยไม่ต้องพยายามทำให้บรรยากาศสนุกตลอดเวลา มันเลยกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับทั้งคู่ เพราะทั้งสองคนรู้ดีว่าเวลาเป็นของแพง และไม่มีใครอยากใช้มันไปกับการเสแสร้งอีกแล้ว สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอิ่มใจแบบแปลก ๆ ก็คือมันไม่ได้พยายามบีบให้เราร้องไห้ตลอดเวลา แต่ปล่อยให้อารมณ์ค่อย ๆ ซึมเข้ามาเหมือนมองเทียนที่ค่อย ๆ ละลายลงทีละนิด ทั้งสวยและใจหายในเวลาเดียวกัน หนังชวนให้เราคิดเรื่องเงิน เวลา และคุณค่าในตัวเองไปพร้อม ๆ กับ Yui เลยว่า ตกลงเงินมีไว้เพื่อเก็บหรือมีไว้เพื่อใช้ซื้อประสบการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมา สำหรับ Yui เงินเคยคือความมั่นคง คืออนาคต คือสิ่งที่ต้องสะสมไว้เพื่อวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อวันพรุ่งนี้เหลือแค่หนึ่งปี เงินก็กลายเป็นเครื่องมือในการซื้อความกล้า ซื้อโอกาสในการลองใช้ชีวิตอีกแบบดูบ้าง ขณะเดียวกันหนังก็ตั้งคำถามอย่างอ่อนโยนมากว่า ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเงินนั้นปลอมเสมอไปหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้วความจริงใจมันสามารถงอกงามขึ้นมาจากพื้นที่ที่ดูไม่จริงใจที่สุดได้เหมือนกัน จังหวะการเล่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นที่เนิบช้า ให้เวลากับสายตา ความเงียบ และบทสนทนาสั้น ๆ ที่พูดน้อยแต่รู้สึกเยอะ งานภาพก็เล่นกับโทนอุ่นสลับเย็น แสงไฟกลางคืนที่สว่างแต่ไม่อบอุ่น กับแสงเช้าที่เงียบแต่จริง ดนตรีก็มาแบบน้อยแต่มาก ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เล่าเรื่องแทนคำพูดไปเลย เราจะค่อย ๆ สังเกตเห็นว่าความรู้สึกของคนที่เริ่มจากสัญญาซื้อขายนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนสีไป จากความเกรงใจเป็นความคุ้นเคย จากความเป็นลูกค้ากลายเป็นความเป็นห่วงเป็นใยแบบมนุษย์ธรรมดาที่อยากให้อีกฝ่ายมีความสุขในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบดราม่าอบอุ่นที่พูดเรื่องความตายอย่างอ่อนโยน ไม่น่ากลัว ไม่หดหู่จนดูไม่ไหว แต่ชวนให้กลับมารักชีวิตปัจจุบันมากขึ้น เหมาะกับคืนเหงา ๆ ที่อยากดูอะไรเงียบ ๆ คนเดียวแล้วนั่งคิดต่อหลังดูจบ หรือจะดูกับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่แล้วชวนกันคุยเรื่องการใช้ชีวิตก็ดีเหมือนกัน เพราะมันไม่ได้มีแค่รักหนุ่มสาว แต่มันมีเรื่องการเห็นคุณค่าตัวเอง การกล้าขอความสุขให้ตัวเองบ้าง และการเรียนรู้ที่จะไว้ใจใครสักคนในช่วงเวลาที่สั้นที่สุดของชีวิต สายลุ้นก็ดูได้นะ แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ลุ้นแบบหักมุมแรง ๆ แต่เป็นการลุ้นแบบเอาใจช่วยเงียบ ๆ ว่า เออ ขอให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากสัญญานี้พาเขาไปเจออะไรดี ๆ เถอะ ใครที่เหนื่อยจากหนังเร็ว ๆ เสียงดัง ๆ แล้วอยากพักใจกับเรื่องราวช้า ๆ ที่ให้เวลาตัวละครได้หายใจ ได้มองหน้ากัน ได้อยู่ข้างกันโดยไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เรื่องนี้ตอบโจทย์เลย ดูจบแล้วอาจไม่ได้ร้องไห้โฮ แต่จะรู้สึกอุ่น ๆ เหงา ๆ แล้วอยากโทรหาใครสักคนที่เราคิดถึง อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ของทุกวันให้ใจดีกับตัวเองมากขึ้นอีกนิดก็ยังดี
ดู One Year to Live, Buy a Man ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- ป่วยเหลือเวลาหนึ่งปี
- ซื้อเวลาเยียวยาใจ
- เงินกับคุณค่าชีวิต
- ความสัมพันธ์ต่างวัย
- หนังชีวิตโรแมนติก










