
รับบทMia
นักแสดง
รับบทMia
#1 แนะนำ
2023 
สมมติ
ถ้าเราไม่ต้องรู้อะไรเลยเกี่ยวกับกันและกัน เราจะรักกันได้ง่ายขึ้นไหมนะ คำถามเหงา ๆ แบบนี้แหละที่ลอยอยู่ในใจตั้งแต่ต้นของ สมมติ แล้วมันก็ดึงเราเข้าไปนั่งข้าง ๆ ชีวิตของหนุ่มใหญ่วัยทำงานคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีทุกอย่างครบแล้ว ทั้งงาน ทั้งความมั่นคง ทั้งความนิ่งแบบคนที่ผ่านโลกมาเยอะ แต่ลึก ๆ ข้างในเขากลับโหยหาอะไรง่าย ๆ อย่างใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่ต้องอธิบายตัวเองเยอะ แล้ววันหนึ่งหญิงสาวลึกลับน่าค้นหาก็เดินเข้ามาในจังหวะที่เขาไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิด เธอไม่ได้เข้ามาแบบนางเอกหนังรักทั่วไปที่ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน แต่เข้ามาเหมือนลมเย็น ๆ ในคืนที่เมืองทั้งเมืองสว่างแต่ใจเราดันมืด เธอยิ้มเก่ง พูดเก่งในแบบที่ชวนให้อยากฟังต่อ และมีระยะห่างบางอย่างที่ทำให้อยากเข้าใกล้ สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง สมมติ เต็มเรื่อง แบบที่ไม่ได้อยากดูแค่ฉากหวาน ๆ แต่อยากจมไปกับอารมณ์ของคนเหงาสองคนในเมืองใหญ่ เรื่องนี้จะพาเราไปเริ่มตรงจุดนั้นเลย จุดที่คนสองคนเหนื่อยกับความรักแบบเดิม ๆ ที่ต้องมีคำจำกัดความ ต้องมีอดีต ต้องมีคำอธิบาย จนเขาทั้งคู่ขอสมมติทุกอย่างทิ้งไปก่อน แล้วเหลือไว้แค่ตอนนี้ ตรงนี้ ที่มีเราอยู่ด้วยกันก็พอ สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ตั้งแต่แรกมันเรียบง่ายมากเลยนะ แค่มีพื้นที่ปลอดภัยสักที่ที่ได้เป็นตัวเองโดยไม่ต้องแบกชื่อเสียง หน้าที่ หรือความคาดหวังของใคร เขาอยากมีคนกินข้าวด้วยแล้วอร่อยขึ้น อยากมีคนนั่งเงียบ ๆ ข้างกันแล้วไม่รู้สึกอึดอัด อยากหัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ โดยไม่ต้องคิดต่อว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ส่วนเธอก็เหมือนต้องการที่พักใจแบบเดียวกัน ที่ที่เธอไม่ต้องเป็นใครในสายตาใคร ไม่ต้องตอบคำถามว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรอยู่ เธออยากถูกมองแค่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าในคืนนี้ ไม่ใช่ภาพจำจากอดีตหรือความกังวลถึงอนาคต ข้อตกลงของทั้งคู่ก็เลยเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาก คือเราจะคบกันแบบไม่สืบ ไม่ถาม ไม่รื้อ ไม่ต้องรู้จักตัวจริงของกันและกัน ขอแค่เวลาที่อยู่ด้วยกันมันดีก็พอ ตอนแรกกติกานี้มันเวิร์กอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ มันเบา มันสบาย มันเหมือนได้แอบหนีโลกจริงไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่อบอุ่นกันสองคน ได้คุยกันยาว ๆ แบบไม่มีจุดหมาย ได้แกล้งกัน ได้งอนกันนิด ๆ ได้นั่งมองไฟเมืองไปด้วยกันโดยไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบความรู้สึกของใคร เพราะต่างคนต่างบอกตัวเองว่านี่คือเรื่องสมมติ ไม่ผูกมัด ไม่ต้องเจ็บ แต่ก็นั่นแหละ ความรู้สึกมันไม่เคยฟังข้อตกลงของเราหรอก ยิ่งอยู่ด้วยกันนานวันเข้า ความผูกพันมันก็ค่อย ๆ ซึมเข้ามาแบบไม่รู้ตัว จากที่เคยบอกว่าไม่อยากรู้ ก็เริ่มอยากรู้ว่าเวลาที่ไม่ได้อยู่กับเรา เธอไปอยู่กับใคร เธอทำอะไร เธอคิดถึงเราบ้างไหม จากที่เคยบอกว่าไม่ต้องห่วงกันมาก ก็เริ่มห่วงเวลาที่เขาหายไป เริ่มน้อยใจเวลาที่อีกฝ่ายดูมีโลกอีกใบที่เราเข้าไปไม่ได้ ความหึงเล็ก ๆ ความอยากเป็นคนสำคัญ ความอยากมีชื่อเรียกในชีวิตของกันและกัน มันค่อย ๆ แทรกเข้ามาในรอยยิ้ม ในบทสนทนา ในความเงียบที่เคยรู้สึกปลอดภัยแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามีคำถามซ่อนอยู่เต็มไปหมด ฝ่ายชายที่เคยนิ่งและดูคุมตัวเองได้ดีก็เริ่มหวั่นไหวแบบคนกลัวเจ็บซ้ำ เขาอยากขยับเข้าไปใกล้กว่านี้แต่ก็กลัวว่าถ้าก้าวพลาด ความสบายทั้งหมดจะพังลง ส่วนฝ่ายหญิงที่เคยดูลอย ๆ เข้าใจยากก็เริ่มมีมุมเปราะบางให้เห็น ว่าเบื้องหลังความสดใสและอิสระนั้นมีความกลัวไม่ต่างกัน กลัวว่าถ้าเปิดประตูให้ใครเข้ามาเห็นตัวจริงทั้งหมด เขาจะยังอยากอยู่ต่อไหม ความสัมพันธ์ที่เคยเบาเลยเริ่มหนักขึ้นทีละนิด เหมือนเชือกที่เคยหย่อน ๆ ถูกดึงให้ตึงโดยที่ไม่มีใครตั้งใจ แต่ต่างคนต่างรู้สึกได้ว่ามันกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว เสน่ห์ของเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาจะพากันไปไหนหรือเกิดเรื่องใหญ่อะไร แต่อยู่ที่ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างคำพูดนี่แหละ สายตาที่มองนานกว่าปกติไปวินาทีหนึ่ง มือที่เผลอจับกันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ประโยคที่เกือบจะถามออกไปแล้วแต่กลืนกลับลงคอ เพราะกลัวผิดกติกา เราจะได้เห็นชีวิตประจำวันของคนสองคนที่เรียบง่ายแต่มีความหมายมาก ๆ อย่างการเดินเล่นดึก ๆ การนั่งกินอะไรอุ่น ๆ ด้วยกัน การคุยเรื่องไร้สาระจนดึกแล้วไม่อยากกลับ การนั่งเงียบ ๆ ข้างกันแล้วรู้สึกว่านี่แหละคือบ้านชั่วคราวของใจ บรรยากาศเมืองใหญ่ตอนกลางคืน แสงไฟ ตึกสูง ห้องเงียบ ๆ มันยิ่งขับให้ภาพของคนเหงาสองคนที่สว่างวาบขึ้นมาเวลาอยู่ด้วยกันดูทั้งอบอุ่นและน่าใจหายในเวลาเดียวกัน เพราะเรารู้เหมือนที่เขารู้ว่าเรื่องสมมติมันอยู่ได้แค่ชั่วคราว สักวันต้องมีคนถาม สักวันต้องมีคนอยากได้มากกว่านี้ แล้วคำถามที่เคยเป็นแค่ความคิดเล่น ๆ ว่าเรารักกันโดยไม่รู้จักกันได้ไหม ก็กลายเป็นคำถามจริงที่เจ็บจริงว่า หรือจริง ๆ แล้วเรากำลังรักแค่ภาพที่เราสมมติขึ้นเอง ไม่ใช่ตัวจริงของกันและกันเลย ความย้อนแย้งของยุคนี้ที่ติดต่อกันง่ายแต่ไว้ใจกันยาก การอยากใกล้แต่ไม่อยากผูกมัด การอยากถูกเข้าใจแต่ไม่อยากถูกมองเห็นทั้งหมด มันถูกเล่าผ่านคู่นี้แบบนุ่ม ๆ ไม่ตะโกน แต่แทงใจคนเคยผ่านความสัมพันธ์คลุมเครือมาแล้วแบบจัง ๆ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนชอบหนังรักผู้ใหญ่ที่คุยกันแบบตรง ๆ ไม่โลกสวย ดูแล้วอาจไม่ได้ยิ้มกว้างตลอด แต่จะอิ่ม ๆ หน่วง ๆ ในใจแบบบอกไม่ถูก คืนไหนที่รู้สึกเหงา ๆ อยากดูอะไรช้า ๆ ละเมียด ๆ ให้เวลากับความรู้สึกตัวเอง หรือใครที่เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก เคยเป็นทั้งคนกลัวผูกมัดและคนแอบหวังให้เขาอยู่ต่อ จะเข้าใจพระเอกนางเอกคู่นี้แบบไม่ต้องมีใครอธิบายเลย ดูคนเดียวตอนพักผ่อนก็ดีเพราะจะได้จมดิ่งไปกับเขาเต็ม ๆ หรือจะชวนแฟนมานั่งดูด้วยกันแล้วคุยกันต่อหลังจบก็ยิ่งดี เพราะมันชวนให้เรากลับมาถามตัวเองเบา ๆ ว่าสุดท้ายแล้วเราอยากได้ความรักแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรับผิดชอบ หรือเราอยากได้ใครสักคนที่กล้าอยู่กับความจริงของเราทั้งหมดกันแน่ โดยที่ไม่ต้องรีบลุ้นว่าตอนจบจะเป็นยังไง แค่ได้อยู่กับปัจจุบันของเขาทั้งสองคนไปทีละฉาก ทีละลมหายใจ ก็คุ้มแล้วสำหรับค่ำคืนหนึ่งที่อยากพักใจจากความวุ่นวายข้างนอก
ดูเลย · พากย์ไทย