

Suspiria
เรื่องย่อ Suspiria
ถ้าเธอทิ้งบ้านเกิดมาไกลแสนไกลเพื่อมาตามหาความหมายของชีวิตผ่านการเต้นรำ แล้วเธอจะยอมแลกทุกอย่างเลยไหมเพื่อให้ได้ยืนอยู่ตรงกลางเวทีนั้น กลัว เปิดมาด้วยคำถามเงียบ ๆ ในใจแบบนี้ของ ซูซี่ แบนเนียน สาวอเมริกันที่หอบความฝันและความกล้าหาญข้ามมหาสมุทรมาที่เบอร์ลินในปี 1977 เพื่อสมัครเข้าเรียนในคณะบัลเลต์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป เธอไม่ได้มีพื้นฐานแบบนักเรียนบัลเลต์ทั่วไป ไม่ได้ถูกขัดเกลามาจากโรงเรียนดัง ๆ แต่เธอมีบางอย่างที่ครูทุกคนสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอขยับตัว นั่นคือพลังดิบ ๆ ที่ทั้งบริสุทธิ์และรุนแรงในเวลาเดียวกัน เหมือนร่างกายของเธอจำท่วงท่าได้เองโดยไม่ต้องท่องจำ สำหรับคนที่กำลัง ดูหนัง กลัว เต็มเรื่อง จะรู้สึกตั้งแต่สิบนาทีแรกเลยว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนสอนเต้นธรรมดา เพราะตึกหินเก่า ๆ ทางเดินยาว ๆ ห้องซ้อมพื้นไม้ที่เสียงฝีเท้าสะท้อนก้อง มันมีบรรยากาศของความขลัง ความเคร่งขัด และความลับที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ สิ่งที่ซูซี่ต้องการนั้นชัดเจนมาก เธออยากเต้น อยากเก่ง อยากเป็นที่ยอมรับ อยากพิสูจน์ว่าคนอย่างเธอที่มาจากครอบครัวเคร่งศาสนาในชนบทก็มีที่ยืนบนเวทีระดับโลกได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ขวางเธออยู่ไม่ใช่แค่เทคนิคที่ยากหรือรุ่นพี่ที่เก่งกว่า เพราะยิ่งเธอซ้อมหนักขึ้น ยิ่งเธอได้รับบทสำคัญขึ้น เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีสายตาบางคู่จับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสายตาของ มาดามบลองก์ ครูใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่เป็นทั้งผู้ให้โอกาสและผู้คุมกฎของที่นี่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นอย่างน่าประหลาด มาดามบลองก์มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวซูซี่ที่คนอื่นไม่มี และซูซี่เองก็รู้สึกผูกพันกับครูคนนี้เหมือนแม่คนที่สอง ทั้งอบอุ่น ทั้งน่าเกรงขาม ทั้งน่าค้นหา ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมคณะของเธอก็เริ่มทำตัวแปลกไป บางคนกระซิบกระซาบกันตอนกลางคืน บางคนหวาดกลัวจนอยากลาออก บางคนก็หายตัวไปเฉย ๆ โดยที่ครูบอกแค่ว่าเธอลาออกไปแล้ว ความไว้ใจที่ควรจะมีในบ้านหลังเดียวกันจึงค่อย ๆ กลายเป็นความระแวง และทุกครั้งที่เสียงเปียโนเริ่มบรรเลงในห้องซ้อม ร่างกายที่ควรจะพลิ้วไหวอย่างอิสระกลับเหมือนถูกเชือกที่มองไม่เห็นดึงเอาไว้ ยิ่งซูซี่ก้าวลึกเข้าไปในโลกของคณะนี้ เธอก็ยิ่งเห็นว่าที่นี่ขับเคลื่อนด้วยอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าแค่ศิลปะ มันคือเรื่องของอำนาจ ความเป็นแม่ ความเป็นผู้หญิง และการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มที่พร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อความสมบูรณ์แบบ ห้องซ้อมที่ควรจะเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์สำหรับการสร้างความงาม กลับมีอีกด้านที่เป็นเหมือนกรงขังเย็น ๆ ที่เคี่ยวเข็ญร่างกายจนถึงขีดสุด เหงื่อ ความเจ็บปวด เสียงหอบหายใจ และรอยฟกช้ำ กลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องทนเพื่อแลกกับคำชมเพียงประโยคเดียว ซูซี่ที่ตอนแรกดูเหมือนเด็กสาวผู้มุ่งมั่นก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอนิ่งขึ้น มั่นใจขึ้น กล้าสบตาครูตรง ๆ มากขึ้น ราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังตื่นขึ้นมาพบกับตัวตนอีกแบบที่หลับใหลอยู่มานาน ส่วนมาดามบลองก์เองก็ไม่ใช่ครูใจร้ายแบบทั่วไป แต่เป็นผู้หญิงที่แบกความเชื่อ ความเหนื่อยล้า และความปรารถนาจะปกป้องคณะนี้ไว้ด้วยทุกวิถีทาง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ใช่แค่ครูกับศิษย์ แต่เหมือนกระจกสองบานที่สะท้อนทั้งความโอบอุ้มและการกลืนกินในเวลาเดียวกัน ยิ่งรัก ยิ่งใกล้ ยิ่งน่ากลัวว่าจะสูญเสียตัวตนของตัวเองไป เสน่ห์ของ หนังของ Dakota Johnson เรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่การทำให้ตกใจแบบตุ้งแช่ แต่อยู่ที่การสะสมบรรยากาศอย่างช้า ๆ หนัก ๆ แล้วค่อย ๆ ดำดิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ คนดูจะรู้สึกอึดอัดเหมือนเดินอยู่ในทางเดินยาวที่ไม่มีทางออก ได้ยินเสียงปลายเท้ากระทบพื้นไม้ ได้ยินเสียงดนตรีหลอน ๆ ที่ตอนแรกก็ไพเราะดี แต่ฟังไปฟังมากลับเหมือนเสียงสะอื้น งานภาพก็สวยแบบหม่น ๆ แสงสลัว ๆ ตึกเก่า ๆ ผนังหิน พรมแดงที่ดูขลัง ทำให้ทุกฉากซ้อมที่ควรจะงดงามกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด และทุกฉากเงียบ ๆ ในหอพักที่ควรจะปลอดภัยกลับเต็มไปด้วยเสียงกระซิบและความรู้สึกว่ามีบางอย่างเฝ้ามองอยู่ ความรุนแรงในเรื่องไม่ได้มาเพื่อยั่วยุให้หวาดกลัวแบบฉาบฉวย แต่เล่าอย่างมีชั้นเชิงผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย ดนตรี และการแสดงที่ทรงพลัง ชวนให้ขนลุกด้วยความรู้สึกมากกว่าภาพตรงหน้า ธีมเรื่องการเติบโต การค้นหาตัวตน การทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อความฝัน ถูกถักทอเข้ากับปริศนาลึกลับหลังม่านเวทีอย่างแนบเนียน ทำให้คนดูต้องคอยถามตัวเองตลอดเวลาว่าเส้นแบ่งระหว่างพรสวรรค์กับการเสียสละนั้นอยู่ตรงไหน และความไว้ใจที่เรามอบให้ใครสักคนจะกลายเป็นถูกครอบงำไปตอนไหนโดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบหนังสยองขวัญเชิงบรรยากาศที่เน้นความลึกลับและการตีความ มากกว่าหนังผีที่เน้นจังหวะตกใจเป็นหลัก ใครที่ชอบงานภาพสวยแต่หม่นหมอง ดนตรีหลอนประสาท และการปะทะกันทางการแสดงระหว่างความบริสุทธิ์ที่แฝงความมุ่งมั่นของซูซี่กับออร่าน่าเกรงขามของมาดามบลองก์ที่รับบทโดย Tilda Swinton จะดูแล้วอิ่มมาก ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็จะได้ความรู้สึกดำดิ่งแบบเต็ม ๆ ดูกับเพื่อนสายหนังดราม่าที่ชอบคุยกันต่อหลังดูจบก็สนุก เพราะมีประเด็นให้ขบคิดเยอะทั้งเรื่องอำนาจ ความเป็นหญิง และการตามหาตัวตน อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่สำหรับคนที่อยากดูกับครอบครัวแบบเบา ๆ ผ่อนคลาย เพราะจังหวะค่อนข้างช้าและบรรยากาศค่อนข้างหนัก แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเรื่องที่ทั้งงดงาม น่าหวาดหวั่น และทิ้งความรู้สึกค้างคาให้ครุ่นคิดไปอีกนาน ลองเปิดใจให้เสียงดนตรีบทนี้ดังขึ้น แล้วปล่อยให้ร่างกายของนักเต้นสาวพาคุณเดินเข้าไปในเขาวงกตนั้นด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร แค่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกไปพร้อมกับทุกย่างก้าวบนพื้นไม้นั้นก็พอ
ดู Suspiria ออนไลน์
นักแสดง

ดาโกต้า จอห์นสัน

ทิลด้า สวินตัน

Mia Goth

Angela Winkler

Ingrid Caven

Chloë Grace Moretz

Елена Фокина

ซิลวี เทสทัด

Renée Soutendijk

Christine Leboutte

Małgorzata Bela

Fabrizia Sacchi
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- ซัสพิเรีย 2018
- หนังสยองขวัญ
- หนังลึกลับ
- มาดามบลองก์
- คณะบัลเลต์ลึกลับ

