The Judge Returns Season 1

The Judge Returns Season 1

คืนบัลลังก์พิพากษา Season 1

เรื่องย่อ The Judge Returns Season 1

ภาพแรกที่ดึงเราตกเข้าไปในเรื่องทันทีคือภาพของชายคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่กลางความมืด ทั้งที่ช่วงบ่ายของวันเดียวกันเขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสูงที่สุดในห้องพิจารณาคดีในชุดครุยสง่างามอยู่เลย อีฮันยอง (Lee Han-young) ที่ถ่ายทอดโดย จีซอง ไม่ได้เป็นพระเอกขาวสะอาดอย่างที่เราคุ้นเคย เขาเป็นผู้พิพากษาที่เคยเลือกทางง่าย เคยรับในสิ่งที่ไม่ควรรับและเคยทำเป็นมองไม่เห็นความเจ็บปวดของคนตัวเล็ก ๆ เพราะคิดว่านั่นคือวิธีเอาตัวรอดในโลกที่เงินกับเส้นสายใหญ่กว่าความจริง แต่พอถึงวันที่เขารู้สึกผิดจากใจจริงและอยากล้างมือเริ่มต้นใหม่ ชีวิตกลับเล่นตลกจนเขาไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเลย ความค้างคาใจนั้นมันแรงมากจนเหมือนฟ้ายอมส่งเขากลับมาให้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเดิมเมื่อสิบปีก่อน พร้อมความทรงจำทั้งหมดที่ไม่มีใครแย่งไปได้ การได้กลับมาครั้งนี้เลยไม่ใช่ของขวัญหวาน ๆ แต่มันคือสนามรบรอบที่สองที่เขาต้องเดินอย่างระวังกว่าเดิมหลายเท่า เพราะศัตรูที่เคยเหยียบเขาจมดินยังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า ทั้ง คังชินจิน (Kang Shin-jin) ผู้ทรงอิทธิพลที่ พัคฮีซุน เล่นได้นิ่งน่ากลัวจนขนลุก กับคนรอบตัวอย่าง ซงนาเยอน (Song Na-yeon) และ ยูเซฮี (Yoo Se-hee) ที่ต่างก็มีผลประโยชน์ของตัวเองผูกอยู่กับคดีใหญ่ ๆ ฮันยองรู้ดีว่าถ้าเขาเผยไต๋เร็วไปทุกอย่างจะพังซ้ำรอยเดิม เขาก็เลยต้องแกล้งทำเป็นคนโลภคนเดิมในสายตาคนอื่น ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ วางหมากแก้เกมทีละตา โดยมี คิมจินอา (Kim Jin-ah) ที่ วอนจินอา รับบทไว้อย่างมีเสน่ห์มาก เป็นทั้งเบาะแส ทั้งกระจกสะท้อนใจ และเป็นคนไม่กี่คนที่ทำให้เขาอยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริง ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ ก่อตัวท่ามกลางความไม่ไว้ใจของทุกคนรอบข้าง โลกในซีซันนี้จะพาเราดำดิ่งเข้าไปหลังบัลลังก์ที่คนดูทั่วไปไม่เคยเห็น ทั้งห้องพิจารณาคดีที่ดูขรึมขลังแต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยการต่อรอง ห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายใหญ่ที่ไฟไม่เคยดับ และทางเดินแคบ ๆ ของศาลที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบกับซองเอกสารที่ส่งกันลับ ๆ บรรยากาศของเรื่องเลยมีความตึงแบบเกาหลีแท้ ๆ คือเรียบ เย็น และกดดัน ไม่ได้บู๊ล้างผลาญตลอดเวลาแต่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกลั้นหายใจทุกครั้งที่ค้อนศาลจะเคาะลงไป ยิ่งพอฮันยองล่วงรู้แล้วว่าใครจะโกงยังไง คดีเล็ก ๆ ที่เหมือนไม่มีอะไรในตอนแรกก็ค่อย ๆ ต่อกันเป็นภาพใหญ่ที่โยงไปถึงอำนาจระดับบน จนเราอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยว่าเขาจะพลิกมันยังไงโดยไม่ให้ตัวเองต้องเปื้อนอีก สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอบอุ่นในใจอย่างประหลาด ทั้งที่พล็อตเป็นอาชญากรรมกับกฎหมายจ๋า ๆ เลยก็คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องแพ้ชนะในศาล แต่มันเล่าเรื่องของคนที่เคยพลาดแล้วอยากขอโทษตัวเองจริง ๆ สักครั้ง โทนของซีรีส์จะสลับกันอย่างลงตัวระหว่างความเข้มข้นของการสืบสวนวางแผนกับช่วงเวลาช้า ๆ ที่ให้เราเห็นความเหงา ความกลัว และความหวังเล็ก ๆ ของฮันยองที่พยายามไถ่บาปโดยไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ เราจะเห็นเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปตลอดทั้งซีซัน จากคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง กลายเป็นคนที่เริ่มลังเลก่อนจะเซ็นชื่อในคำพิพากษา เริ่มมองหน้าจำเลยที่เป็นชาวบ้านธรรมดานานขึ้น และเริ่มเข้าใจว่ากฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ มันต้องปกป้องใครกันแน่ มันเป็นดราม่าที่มีไซไฟเป็นแค่ประตูบานแรก แต่หัวใจจริง ๆ คือความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ และถ้าถามว่าทำไมต้องดูเรื่องนี้ให้จบซีซัน บอกเลยว่าเพราะเคมีของนักแสดงทั้งชุดมันดีจนวางไม่ลงจริง ๆ นอกจากจีซองที่แบกทั้งความเจ้าเล่ห์และความบอบช้ำไว้ในสายตาเดียวแล้ว ยังมีวอนจินอา พัคฮีซุน แบคจินฮี และทีมสมทบอย่าง พัคชอลอู (Park Cheol-wu) กับ ซอกจองโฮ (Seok Jeong-ho) ที่ผลัดกันแย่งซีนแบบไม่มีใครยอมใคร แต่ละคดีในซีซันแรกจะค่อย ๆ ขมวดปมเข้าหากันจนเรารู้สึกว่าทุกตอนมีความหมาย ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย สำหรับใครที่ชอบซีรีส์แก้แค้นแบบฉลาด ๆ ไม่เน้นหมัดแต่เน้นสมองกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เรื่องนี้คือคำตอบเลย ตอนนี้ซีซันหนึ่งเดินทางมาจนจบแล้วด้วย ก็ยิ่งดูรวดเดียวได้แบบไม่ค้างคา ลองเปิดใจดูสักสองตอนแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนถึงเอาใจช่วยผู้พิพากษาคนนี้ให้ชนะโชคชะตาให้ได้

เรื่องย่อ The Judge Returns Season 1

ภาพแรกที่ดึงเราตกเข้าไปในเรื่องทันทีคือภาพของชายคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่กลางความมืด ทั้งที่ช่วงบ่ายของวันเดียวกันเขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสูงที่สุดในห้องพิจารณาคดีในชุดครุยสง่างามอยู่เลย อีฮันยอง (Lee Han-young) ที่ถ่ายทอดโดย จีซอง ไม่ได้เป็นพระเอกขาวสะอาดอย่างที่เราคุ้นเคย เขาเป็นผู้พิพากษาที่เคยเลือกทางง่าย เคยรับในสิ่งที่ไม่ควรรับและเคยทำเป็นมองไม่เห็นความเจ็บปวดของคนตัวเล็ก ๆ เพราะคิดว่านั่นคือวิธีเอาตัวรอดในโลกที่เงินกับเส้นสายใหญ่กว่าความจริง แต่พอถึงวันที่เขารู้สึกผิดจากใจจริงและอยากล้างมือเริ่มต้นใหม่ ชีวิตกลับเล่นตลกจนเขาไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเลย ความค้างคาใจนั้นมันแรงมากจนเหมือนฟ้ายอมส่งเขากลับมาให้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเดิมเมื่อสิบปีก่อน พร้อมความทรงจำทั้งหมดที่ไม่มีใครแย่งไปได้

การได้กลับมาครั้งนี้เลยไม่ใช่ของขวัญหวาน ๆ แต่มันคือสนามรบรอบที่สองที่เขาต้องเดินอย่างระวังกว่าเดิมหลายเท่า เพราะศัตรูที่เคยเหยียบเขาจมดินยังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า ทั้ง คังชินจิน (Kang Shin-jin) ผู้ทรงอิทธิพลที่ พัคฮีซุน เล่นได้นิ่งน่ากลัวจนขนลุก กับคนรอบตัวอย่าง ซงนาเยอน (Song Na-yeon) และ ยูเซฮี (Yoo Se-hee) ที่ต่างก็มีผลประโยชน์ของตัวเองผูกอยู่กับคดีใหญ่ ๆ ฮันยองรู้ดีว่าถ้าเขาเผยไต๋เร็วไปทุกอย่างจะพังซ้ำรอยเดิม เขาก็เลยต้องแกล้งทำเป็นคนโลภคนเดิมในสายตาคนอื่น ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ วางหมากแก้เกมทีละตา โดยมี คิมจินอา (Kim Jin-ah) ที่ วอนจินอา รับบทไว้อย่างมีเสน่ห์มาก เป็นทั้งเบาะแส ทั้งกระจกสะท้อนใจ และเป็นคนไม่กี่คนที่ทำให้เขาอยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริง ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ ก่อตัวท่ามกลางความไม่ไว้ใจของทุกคนรอบข้าง

โลกในซีซันนี้จะพาเราดำดิ่งเข้าไปหลังบัลลังก์ที่คนดูทั่วไปไม่เคยเห็น ทั้งห้องพิจารณาคดีที่ดูขรึมขลังแต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยการต่อรอง ห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายใหญ่ที่ไฟไม่เคยดับ และทางเดินแคบ ๆ ของศาลที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบกับซองเอกสารที่ส่งกันลับ ๆ บรรยากาศของเรื่องเลยมีความตึงแบบเกาหลีแท้ ๆ คือเรียบ เย็น และกดดัน ไม่ได้บู๊ล้างผลาญตลอดเวลาแต่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกลั้นหายใจทุกครั้งที่ค้อนศาลจะเคาะลงไป ยิ่งพอฮันยองล่วงรู้แล้วว่าใครจะโกงยังไง คดีเล็ก ๆ ที่เหมือนไม่มีอะไรในตอนแรกก็ค่อย ๆ ต่อกันเป็นภาพใหญ่ที่โยงไปถึงอำนาจระดับบน จนเราอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยว่าเขาจะพลิกมันยังไงโดยไม่ให้ตัวเองต้องเปื้อนอีก

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วอบอุ่นในใจอย่างประหลาด ทั้งที่พล็อตเป็นอาชญากรรมกับกฎหมายจ๋า ๆ เลยก็คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องแพ้ชนะในศาล แต่มันเล่าเรื่องของคนที่เคยพลาดแล้วอยากขอโทษตัวเองจริง ๆ สักครั้ง โทนของซีรีส์จะสลับกันอย่างลงตัวระหว่างความเข้มข้นของการสืบสวนวางแผนกับช่วงเวลาช้า ๆ ที่ให้เราเห็นความเหงา ความกลัว และความหวังเล็ก ๆ ของฮันยองที่พยายามไถ่บาปโดยไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ เราจะเห็นเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปตลอดทั้งซีซัน จากคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง กลายเป็นคนที่เริ่มลังเลก่อนจะเซ็นชื่อในคำพิพากษา เริ่มมองหน้าจำเลยที่เป็นชาวบ้านธรรมดานานขึ้น และเริ่มเข้าใจว่ากฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ มันต้องปกป้องใครกันแน่ มันเป็นดราม่าที่มีไซไฟเป็นแค่ประตูบานแรก แต่หัวใจจริง ๆ คือความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ

และถ้าถามว่าทำไมต้องดูเรื่องนี้ให้จบซีซัน บอกเลยว่าเพราะเคมีของนักแสดงทั้งชุดมันดีจนวางไม่ลงจริง ๆ นอกจากจีซองที่แบกทั้งความเจ้าเล่ห์และความบอบช้ำไว้ในสายตาเดียวแล้ว ยังมีวอนจินอา พัคฮีซุน แบคจินฮี และทีมสมทบอย่าง พัคชอลอู (Park Cheol-wu) กับ ซอกจองโฮ (Seok Jeong-ho) ที่ผลัดกันแย่งซีนแบบไม่มีใครยอมใคร แต่ละคดีในซีซันแรกจะค่อย ๆ ขมวดปมเข้าหากันจนเรารู้สึกว่าทุกตอนมีความหมาย ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย สำหรับใครที่ชอบซีรีส์แก้แค้นแบบฉลาด ๆ ไม่เน้นหมัดแต่เน้นสมองกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เรื่องนี้คือคำตอบเลย ตอนนี้ซีซันหนึ่งเดินทางมาจนจบแล้วด้วย ก็ยิ่งดูรวดเดียวได้แบบไม่ค้างคา ลองเปิดใจดูสักสองตอนแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนถึงเอาใจช่วยผู้พิพากษาคนนี้ให้ชนะโชคชะตาให้ได้

ดู The Judge Returns Season 1 ออนไลน์

1 Episode 1
2 Episode 2
3 Episode 3
4 Episode 4
5 Episode 5
6 Episode 6
7 Episode 7
8 Episode 8
9 Episode 9
10 Episode 10
11 Episode 11
12 Episode 12
13 Episode 13
14 Episode 14

นักแสดง

지성

지성

Lee Han-young
원진아

원진아

Kim Jin-ah
박희순

박희순

Kang Shin-jin
백진희

백진희

Song Na-yeon
오세영

오세영

Yoo Se-hee
황희

황희

Park Cheol-wu
태원석

태원석

Seok Jeong-ho
Park Geon-il

Park Geon-il

Gwak Sun-won
한수호

한수호

Kim Jung-kyun
안내상

안내상

Yoo Seon-cheol
Hwang Young-hee

Hwang Young-hee

Shin Nam-sook
김태우

김태우

Baek Yi-seok

ป้ายกำกับ