The Grandmaster

The Grandmaster

ยอดปรมาจารย์ยิปมัน
★ 6.6/10 2013 130 นาที ภาพยนตร์ บู๊ ประวัติศาสตร์ หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Grandmaster

เรื่องย่อ The Grandmaster

ถ้าเป็นคุณที่ยืนอยู่ตรงกลางของยุคสมัยที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย คุณจะเลือกยึดมั่นในสิ่งเดิมหรือยอมเปลี่ยนเพื่อรอดต่อไป ยอดปรมาจารย์ยิปมัน พาเรากลับไปทำความรู้จักกับชายคนหนึ่งที่ต้องตอบคำถามนี้ด้วยทั้งชีวิตของเขา และชายคนนั้นก็คือ ยิปมัน อาจารย์หย่งชุนผู้สุขุมถ่อมตนแห่งเมืองฝอซาน ดูหนัง ยอดปรมาจารย์ยิปมัน เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงยังพูดถึงชื่อเขามาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากการอยากเป็นฮีโร่หรืออยากดังอะไรเลย เขาแค่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว ฝึกมวย ดูแลลูกศิษย์ และรักษามารยาทของคนในยุทธภพให้ดีที่สุด แต่โลกข้างนอกมันไม่เรียบง่ายแบบนั้น ในช่วงทศวรรษ 1930 ที่จีนเต็มไปด้วยสำนักมวยมากมาย แต่ละสำนักก็มีศักดิ์ศรี มีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็น และมีการผลัดเปลี่ยนของคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ ยิปมันที่ตอนนั้นยังเป็นคุณชายผู้มีฐานะในฝอซาน จึงเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อพอดี เขาเก่งมากแต่ไม่เคยอวดเก่ง เขาใจเย็นแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกวิชาของตัวเอง และความนิ่งแบบนี้แหละที่ทำให้ทั้งเพื่อน ทั้งคู่แข่ง และทั้งคนรุ่นใหญ่ต้องหันมามองเขา จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาเริ่มขึ้นเมื่อปรมาจารย์กงหยู่เถียนจากทางเหนือเดินทางลงมาใต้เพื่อประกาศวางมือและมองหาผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของยุทธภพในยุคใหม่ การมาเยือนครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงธรรมดา แต่คือบททดสอบที่ทุกสายตาจับจ้อง เพราะกงหยู่เถียนอยากเห็นว่าหมัดมวยของใต้จะรับมือกับปรัชญาของเหนือได้อย่างไร ยิปมันได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนขึ้นประลองแบบรักษาหน้าทั้งสองฝ่าย เป็นการสู้ที่ไม่ได้วัดกันแค่ใครหมัดหนักกว่า แต่คือการวัดใจ วัดความเข้าใจในคำว่าแพ้ชนะ และการประลองครั้งนั้นก็นำเขาไปพบกับอีกหนึ่งตัวละครสำคัญอย่าง กงเอ๋อ ลูกสาวของปรมาจารย์กง ผู้ทั้งเก่ง ทั้งเด็ดเดี่ยว และทั้งแบกความคาดหวังของตระกูลไว้เต็มบ่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เริ่มจากความเคารพกันในฐานะนักสู้ เป็นการมองตาก็รู้ว่า อีกฝ่ายฝึกมาหนักแค่ไหน เสียสละมาแค่ไหน และเข้าใจคำว่าสืบทอดวิชามากแค่ไหน หนังของ เหลียงเฉาเหว่ย ถ่ายทอดยิปมันในช่วงนี้ออกมาได้นุ่มลึกมาก เขาไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกท่าทาง ทุกการถอย ทุกการยื่นมือออกไปรับหมัดของคู่ต่อสู้ ล้วนบอกว่าเขาคิดอะไรอยู่ และยิ่งเมื่อกงเอ๋อปรากฏตัว เรื่องก็ยิ่งมีมิติของศักดิ์ศรี ความผูกพัน และการตัดสินใจของลูกผู้หญิงที่ต้องเลือกระหว่างความแค้นของครอบครัวกับทางเดินของตัวเอง แต่แล้วสงครามและความผันผวนทางการเมืองก็พัดเข้ามาเหมือนพายุฝนที่ไม่มีใครหลบได้ ฝอซานที่เคยครึกครื้นด้วยเสียงฝึกมวยและกลิ่นข้าวในบ้านใหญ่ กลายเป็นเมืองที่ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จากคุณชายที่มีทุกอย่าง ยิปมันต้องกลายเป็นชายธรรมดาที่ต้องหางาน ต้องย้ายถิ่น ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดและคนที่รัก เขาหอบเอาวิชาหย่งชุนที่เคยสอนกันอย่างจำกัดในวงแคบ เดินทางลงใต้สู่ฮ่องกง เมืองที่เต็มไปด้วยคนอพยพ ความแออัด และสำนักมวยที่เปิดประชันกันแทบทุกตรอก ที่นั่นไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเก่าของเขา ไม่มีใครปูพรมแดงให้ เขาต้องเริ่มจากการเปิดสอนเล็ก ๆ รับลูกศิษย์ไม่กี่คน สอนกันบนดาดฟ้า บนพื้นไม้แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงลมและเสียงเมืองที่ไม่เคยหลับ ความฝันของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากคำว่าเอาชนะ ไปเป็นคำว่าส่งต่อ เขาอยากให้หย่งชุนไม่ใช่แค่วิชาของตระกูลหรือของคนกลุ่มเดียวอีกต่อไป แต่อยากให้เป็นวิชาที่ใครก็ตามที่ตั้งใจจริงสามารถเรียนรู้ได้ เพราะเขาเชื่อว่าหมัดมวยที่ดีไม่ได้อยู่ที่ความลับ แต่อยู่ที่หัวใจของคนฝึก และเส้นทางนี้ก็ไม่ง่ายเลย เพราะเขาต้องเจอกับการท้าทายจากเจ้าถิ่น การดูถูกจากคนที่มองว่าหมัดใต้จะมาสอนอะไรคนฮ่องกงได้ รวมถึงความยากจนที่ทดสอบว่าเขาจะยังรักษาความเป็นอาจารย์ไว้ได้ไหมในวันที่แม้แต่ข้าวสักจานยังต้องคิดหนัก สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ตราตรึงใจมากกว่าฉากสู้ คือความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวและค่อย ๆ ห่างออกไประหว่างยิปมันกับกงเอ๋อ ทั้งสองเหมือนคนเดินบนรางคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันจริง ๆ ต่างคนต่างมีหน้าที่ ต่างคนต่างมีคำสัญญาที่ให้ไว้กับอาจารย์ กับพ่อ กับตระกูล และกับตัวเอง กงเอ๋อเลือกที่จะแบกทุกอย่างไว้คนเดียว เลือกที่จะไม่แต่งงาน ไม่ทิ้งวิชาของพ่อ และไม่ยอมให้ใครมาลบชื่อของตระกูล ขณะที่ยิปมันเลือกที่จะเป็นสะพาน เชื่อมวิชาเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ ยอมถอย ยอมแพ้ในบางเวที เพื่อชนะในระยะยาวคือการให้วิชามีชีวิตต่อไป ทุกครั้งที่ทั้งคู่เจอกัน ไม่ว่าจะในโรงน้ำชา ริมชานชาลารถไฟ หรือในห้องแคบ ๆ ที่เวลาดูเหมือนจะหยุดเดิน บทสนทนาของพวกเขาจะน้อยแต่ความหมายลึก เหมือนการประมือด้วยคำพูดที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่า อีกฝ่ายเจ็บปวดเรื่องอะไรแต่พูดออกมาไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้มันทั้งอบอุ่นและทั้งเหงาในเวลาเดียวกัน และมันก็สะท้อนคำถามใหญ่ของเรื่องว่า การเป็นปรมาจารย์จริง ๆ แล้วคือการชนะทุกคน หรือคือการยอมรับความสูญเสีย การจากลา และการเปลี่ยนแปลงอย่างสง่างามกันแน่ ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเห็นว่าหมัดมวยสำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่ท่าต่อสู้ แต่คือวิธีใช้ชีวิต วิธีหายใจ และวิธีจดจำคนที่จากไปแล้ว เรื่องนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบดราม่าชีวิตที่ละเมียดละไม ดูได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องลุ้นแบบใจเต้นตลอดเวลา แต่ดูแล้วอิ่มใจและได้กลับมาคิดต่อ ถ้าคุณเป็นสายที่ชอบดูกับครอบครัวในคืนวันหยุด อยากชวนพ่อแม่หรือคนรักมานั่งดูเรื่องราวของคนจริงที่ต้องผ่านยุคสมัยอันโหดร้ายด้วยความนิ่งและความดีงาม เรื่องนี้จะตอบโจทย์เลย หรือถ้าคุณเป็นคนที่นอนไม่หลับคืนเหงา ๆ อยากหาหนังสักเรื่องที่เหมือนเพื่อนมานั่งเล่าชีวิตให้ฟัง มีทั้งฉากฝน แสงไฟสลัว เสียงไม้กระดาน และบทสนทนาที่คมแต่ไม่ตะโกน คุณจะหลงรักจังหวะของเรื่องนี้ ส่วนคอบู๊สายสุนทรีย์ที่เบื่อหนังต่อยกันไม่หยุดแต่อยากเห็นการสู้ที่มีความหมายทุกครั้งที่ออกหมัด อยากเห็นหย่งชุนที่เน้นความประชิด ความแม่น และการใช้แรงอย่างฉลาดถูกถ่ายทอดเหมือนงานศิลปะ ก็ไม่ควรพลาด เพราะทุกการประลองในที่นี้คือการคุยกันด้วยศักดิ์ศรี ไม่ใช่แค่การเอาชนะ ดูจบแล้วไม่จำเป็นต้องจำว่าใครชนะไฟต์ไหน แต่จะจำได้ว่าคนคนหนึ่งจะรักษาความอ่อนโยนไว้ได้อย่างไรในโลกที่แข็งกระด้างขึ้นทุกวัน โดยไม่ต้องรู้ตอนจบก่อนก็สัมผัสได้ถึงพลังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ

เรื่องย่อ The Grandmaster

ถ้าเป็นคุณที่ยืนอยู่ตรงกลางของยุคสมัยที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย คุณจะเลือกยึดมั่นในสิ่งเดิมหรือยอมเปลี่ยนเพื่อรอดต่อไป ยอดปรมาจารย์ยิปมัน พาเรากลับไปทำความรู้จักกับชายคนหนึ่งที่ต้องตอบคำถามนี้ด้วยทั้งชีวิตของเขา และชายคนนั้นก็คือ ยิปมัน อาจารย์หย่งชุนผู้สุขุมถ่อมตนแห่งเมืองฝอซาน ดูหนัง ยอดปรมาจารย์ยิปมัน เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงยังพูดถึงชื่อเขามาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากการอยากเป็นฮีโร่หรืออยากดังอะไรเลย เขาแค่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว ฝึกมวย ดูแลลูกศิษย์ และรักษามารยาทของคนในยุทธภพให้ดีที่สุด แต่โลกข้างนอกมันไม่เรียบง่ายแบบนั้น ในช่วงทศวรรษ 1930 ที่จีนเต็มไปด้วยสำนักมวยมากมาย แต่ละสำนักก็มีศักดิ์ศรี มีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็น และมีการผลัดเปลี่ยนของคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ ยิปมันที่ตอนนั้นยังเป็นคุณชายผู้มีฐานะในฝอซาน จึงเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อพอดี เขาเก่งมากแต่ไม่เคยอวดเก่ง เขาใจเย็นแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกวิชาของตัวเอง และความนิ่งแบบนี้แหละที่ทำให้ทั้งเพื่อน ทั้งคู่แข่ง และทั้งคนรุ่นใหญ่ต้องหันมามองเขา

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาเริ่มขึ้นเมื่อปรมาจารย์กงหยู่เถียนจากทางเหนือเดินทางลงมาใต้เพื่อประกาศวางมือและมองหาผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของยุทธภพในยุคใหม่ การมาเยือนครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงธรรมดา แต่คือบททดสอบที่ทุกสายตาจับจ้อง เพราะกงหยู่เถียนอยากเห็นว่าหมัดมวยของใต้จะรับมือกับปรัชญาของเหนือได้อย่างไร ยิปมันได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนขึ้นประลองแบบรักษาหน้าทั้งสองฝ่าย เป็นการสู้ที่ไม่ได้วัดกันแค่ใครหมัดหนักกว่า แต่คือการวัดใจ วัดความเข้าใจในคำว่าแพ้ชนะ และการประลองครั้งนั้นก็นำเขาไปพบกับอีกหนึ่งตัวละครสำคัญอย่าง กงเอ๋อ ลูกสาวของปรมาจารย์กง ผู้ทั้งเก่ง ทั้งเด็ดเดี่ยว และทั้งแบกความคาดหวังของตระกูลไว้เต็มบ่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เริ่มจากความเคารพกันในฐานะนักสู้ เป็นการมองตาก็รู้ว่า อีกฝ่ายฝึกมาหนักแค่ไหน เสียสละมาแค่ไหน และเข้าใจคำว่าสืบทอดวิชามากแค่ไหน หนังของ เหลียงเฉาเหว่ย ถ่ายทอดยิปมันในช่วงนี้ออกมาได้นุ่มลึกมาก เขาไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกท่าทาง ทุกการถอย ทุกการยื่นมือออกไปรับหมัดของคู่ต่อสู้ ล้วนบอกว่าเขาคิดอะไรอยู่ และยิ่งเมื่อกงเอ๋อปรากฏตัว เรื่องก็ยิ่งมีมิติของศักดิ์ศรี ความผูกพัน และการตัดสินใจของลูกผู้หญิงที่ต้องเลือกระหว่างความแค้นของครอบครัวกับทางเดินของตัวเอง

แต่แล้วสงครามและความผันผวนทางการเมืองก็พัดเข้ามาเหมือนพายุฝนที่ไม่มีใครหลบได้ ฝอซานที่เคยครึกครื้นด้วยเสียงฝึกมวยและกลิ่นข้าวในบ้านใหญ่ กลายเป็นเมืองที่ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จากคุณชายที่มีทุกอย่าง ยิปมันต้องกลายเป็นชายธรรมดาที่ต้องหางาน ต้องย้ายถิ่น ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดและคนที่รัก เขาหอบเอาวิชาหย่งชุนที่เคยสอนกันอย่างจำกัดในวงแคบ เดินทางลงใต้สู่ฮ่องกง เมืองที่เต็มไปด้วยคนอพยพ ความแออัด และสำนักมวยที่เปิดประชันกันแทบทุกตรอก ที่นั่นไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเก่าของเขา ไม่มีใครปูพรมแดงให้ เขาต้องเริ่มจากการเปิดสอนเล็ก ๆ รับลูกศิษย์ไม่กี่คน สอนกันบนดาดฟ้า บนพื้นไม้แคบ ๆ ท่ามกลางเสียงลมและเสียงเมืองที่ไม่เคยหลับ ความฝันของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากคำว่าเอาชนะ ไปเป็นคำว่าส่งต่อ เขาอยากให้หย่งชุนไม่ใช่แค่วิชาของตระกูลหรือของคนกลุ่มเดียวอีกต่อไป แต่อยากให้เป็นวิชาที่ใครก็ตามที่ตั้งใจจริงสามารถเรียนรู้ได้ เพราะเขาเชื่อว่าหมัดมวยที่ดีไม่ได้อยู่ที่ความลับ แต่อยู่ที่หัวใจของคนฝึก และเส้นทางนี้ก็ไม่ง่ายเลย เพราะเขาต้องเจอกับการท้าทายจากเจ้าถิ่น การดูถูกจากคนที่มองว่าหมัดใต้จะมาสอนอะไรคนฮ่องกงได้ รวมถึงความยากจนที่ทดสอบว่าเขาจะยังรักษาความเป็นอาจารย์ไว้ได้ไหมในวันที่แม้แต่ข้าวสักจานยังต้องคิดหนัก

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ตราตรึงใจมากกว่าฉากสู้ คือความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวและค่อย ๆ ห่างออกไประหว่างยิปมันกับกงเอ๋อ ทั้งสองเหมือนคนเดินบนรางคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันจริง ๆ ต่างคนต่างมีหน้าที่ ต่างคนต่างมีคำสัญญาที่ให้ไว้กับอาจารย์ กับพ่อ กับตระกูล และกับตัวเอง กงเอ๋อเลือกที่จะแบกทุกอย่างไว้คนเดียว เลือกที่จะไม่แต่งงาน ไม่ทิ้งวิชาของพ่อ และไม่ยอมให้ใครมาลบชื่อของตระกูล ขณะที่ยิปมันเลือกที่จะเป็นสะพาน เชื่อมวิชาเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ ยอมถอย ยอมแพ้ในบางเวที เพื่อชนะในระยะยาวคือการให้วิชามีชีวิตต่อไป ทุกครั้งที่ทั้งคู่เจอกัน ไม่ว่าจะในโรงน้ำชา ริมชานชาลารถไฟ หรือในห้องแคบ ๆ ที่เวลาดูเหมือนจะหยุดเดิน บทสนทนาของพวกเขาจะน้อยแต่ความหมายลึก เหมือนการประมือด้วยคำพูดที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่า อีกฝ่ายเจ็บปวดเรื่องอะไรแต่พูดออกมาไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้มันทั้งอบอุ่นและทั้งเหงาในเวลาเดียวกัน และมันก็สะท้อนคำถามใหญ่ของเรื่องว่า การเป็นปรมาจารย์จริง ๆ แล้วคือการชนะทุกคน หรือคือการยอมรับความสูญเสีย การจากลา และการเปลี่ยนแปลงอย่างสง่างามกันแน่ ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเห็นว่าหมัดมวยสำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่ท่าต่อสู้ แต่คือวิธีใช้ชีวิต วิธีหายใจ และวิธีจดจำคนที่จากไปแล้ว

เรื่องนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบดราม่าชีวิตที่ละเมียดละไม ดูได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องลุ้นแบบใจเต้นตลอดเวลา แต่ดูแล้วอิ่มใจและได้กลับมาคิดต่อ ถ้าคุณเป็นสายที่ชอบดูกับครอบครัวในคืนวันหยุด อยากชวนพ่อแม่หรือคนรักมานั่งดูเรื่องราวของคนจริงที่ต้องผ่านยุคสมัยอันโหดร้ายด้วยความนิ่งและความดีงาม เรื่องนี้จะตอบโจทย์เลย หรือถ้าคุณเป็นคนที่นอนไม่หลับคืนเหงา ๆ อยากหาหนังสักเรื่องที่เหมือนเพื่อนมานั่งเล่าชีวิตให้ฟัง มีทั้งฉากฝน แสงไฟสลัว เสียงไม้กระดาน และบทสนทนาที่คมแต่ไม่ตะโกน คุณจะหลงรักจังหวะของเรื่องนี้ ส่วนคอบู๊สายสุนทรีย์ที่เบื่อหนังต่อยกันไม่หยุดแต่อยากเห็นการสู้ที่มีความหมายทุกครั้งที่ออกหมัด อยากเห็นหย่งชุนที่เน้นความประชิด ความแม่น และการใช้แรงอย่างฉลาดถูกถ่ายทอดเหมือนงานศิลปะ ก็ไม่ควรพลาด เพราะทุกการประลองในที่นี้คือการคุยกันด้วยศักดิ์ศรี ไม่ใช่แค่การเอาชนะ ดูจบแล้วไม่จำเป็นต้องจำว่าใครชนะไฟต์ไหน แต่จะจำได้ว่าคนคนหนึ่งจะรักษาความอ่อนโยนไว้ได้อย่างไรในโลกที่แข็งกระด้างขึ้นทุกวัน โดยไม่ต้องรู้ตอนจบก่อนก็สัมผัสได้ถึงพลังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ

ดู The Grandmaster ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • หนังชีวประวัติ
  • ฮ่องกง
  • เหลียงเฉาเหว่ย
  • กงเอ๋อ
  • ยุคสงคราม
  • ศักดิ์ศรียุทธภพ