Glass

Glass

คนเหนือมนุษย์
★ 6.7/10 2019 129 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ ระทึกขวัญ หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Glass

เรื่องย่อ Glass

ถ้าเกิดเราเชื่อมาตลอดว่าเราเป็นคนธรรมดา แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้นจะทำยังไงดี คนเหนือมนุษย์ Glass พาเราไปอยู่กับคำถามค้างคาใจแบบนี้ตั้งแต่ฉากแรกเลย แล้วก็ค่อย ๆ ดึงเราเข้าไปในโลกที่ดูเหมือนจริงมาก ๆ แต่ก็มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของคนสามคนที่โคจรมาพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง คนเหนือมนุษย์ เต็มเรื่อง อยากชวนให้เตรียมใจไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่หนังฮีโร่ใส่ผ้าคลุมเหาะเหินเดินอากาศ แต่เป็นเรื่องของคนสามคนที่มีชีวิต มีบาดแผล และมีความเชื่อเป็นของตัวเอง คนแรกคือเดวิด ดันน์ ชายวัยกลางคนที่ดูเงียบ ๆ เรียบ ๆ ทำงานเป็นยาม แต่เขามีสิ่งพิเศษคือร่างกายที่แข็งแรงผิดปกติ ล้มยาก เจ็บยาก และเมื่อได้สัมผัสตัวใคร เขาจะเห็นภาพอดีตของคนคนนั้นแวบขึ้นมา เดวิดไม่ได้อยากเป็นฮีโร่เลย เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตเงียบ ๆ ดูแลลูกชายที่โตแล้ว และทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำได้ แต่ข้างในเขาก็ยังสับสนว่าสิ่งที่เขาทำมาตลอดนั้นคือหน้าที่หรือแค่ความบังเอิญ อีกคนคือเควิน เวนเดลล์ ครัมบ์ ชายหนุ่มที่มีหลายบุคลิกอาศัยอยู่ในร่างเดียว สลับกันออกมาคุย มาหัวเราะ มาโกรธ มาปกป้องกันเอง หนังของ James McAvoy เรื่องนี้เลยโชว์ให้เห็นชัดว่าเควินไม่ได้ร้ายโดยตัวตนทั้งหมด แต่เขาสับสน หวาดกลัว และพยายามเอาตัวรอดจากบาดแผลในอดีต ส่วนบุคลิกที่แข็งแกร่งที่สุดที่เรียกว่าเดอะบีสต์ก็ทำให้คนรอบข้างทั้งกลัวทั้งทึ่ง เพราะมันคือด้านที่ดิบและทรงพลังที่สุดของเขา และคนสุดท้ายคืออีไลจาห์ ไพรซ์ ชายที่นั่งรถเข็น กระดูกเปราะหักง่ายตั้งแต่เกิด ตรงข้ามกับเดวิดโดยสิ้นเชิง แต่เขามีสมองที่เฉียบคม ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน และเชื่อมาตลอดว่าในโลกนี้ต้องมีทั้งด้านตรงข้ามกันเสมอ ถ้ามีคนเปราะบางอย่างเขา ก็ต้องมีคนที่แข็งแกร่งอย่างเดวิดอยู่จริง ๆ จุดที่ทำให้ทั้งสามคนต้องมาอยู่ในที่เดียวกันคือโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ที่คุณหมอเอลลี สเตเปิลพยายามจะรักษาและพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าพิเศษนั้นอาจอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์และความบังเอิญ เธอไม่ได้ดุหรือกดดัน แต่ค่อย ๆ ชวนคุย ค่อย ๆ ตั้งคำถาม เหมือนอยากให้พวกเขายอมรับว่าตัวเองก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่บังเอิญเจอเรื่องเหลือเชื่อ เดวิดที่เคยช่วยคนมาหลายครั้งก็เริ่มลังเลว่าที่ผ่านมาเขาคิดไปเองหรือเปล่า เควินกับบุคลิกต่าง ๆ ก็ถูกท้าทายว่าพลังที่เปลี่ยนไปตามบุคลิกนั้นเป็นเรื่องของร่างกายจริง ๆ หรือเป็นแค่จิตใจที่หลอกตัวเอง ส่วนอีไลจาห์ที่นอนเงียบ ๆ อยู่ในห้องเดียวกันกลับดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ความสนุกมันเลยไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะต่อยชนะใคร แต่อยู่ที่การเฝ้าดูว่าความเชื่อของคนคนหนึ่งจะสั่นคลอนแค่ไหนเมื่อมีคนมาบอกว่าสิ่งที่ยึดถือมาทั้งชีวิตอาจไม่ใช่เรื่องจริง ความสัมพันธ์รอบตัวก็ค่อย ๆ โผล่มาเติมเต็ม ทั้งลูกชายของเดวิดที่เชื่อมั่นในพ่อหมดหัวใจ ทั้งเคซี่ย์เด็กสาวที่เคยรอดจากเควินและเป็นคนเดียวที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวเขา ทุกคนต่างดึงและประคองตัวเอกของตัวเองไว้ไม่ให้หลุดลอยไปกับความสงสัย บรรยากาศโดยรวมเลยออกมาเยือกเย็น จริงจัง และบีบหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร่ง ไม่ได้โหวกเหวก แต่ใช้บทสนทนา สายตา และความเงียบให้เรารู้สึกอึดอัดไปด้วย งานภาพจะเน้นโทนหม่น ๆ ในโรงพยาบาลที่ดูสะอาดแต่แอบอึดอัด ส่วนเสียงก็เงียบจนบางทีได้ยินแค่ลมหายใจ เวลาที่เดวิดสัมผัสใครแล้วเห็นภาพอดีต หรือเวลาที่เควินเปลี่ยนบุคลิกต่อหน้าเรา มันเลยดูน่าขนลุกแบบสมจริง ไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์เยอะก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่สัมผัสได้ตลอดคือความเหงาและความโดดเดี่ยวของคนที่เกิดมาแตกต่าง พวกเขาไม่ได้อยากยิ่งใหญ่ แค่อยากมีที่ยืน อยากมีคนเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ และอยากรู้ว่าเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อกับความจริงมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเอาใจช่วยทั้งสามมุม ทั้งมุมของคนที่อยากปกป้องคนอื่น มุมของคนที่อยากปกป้องตัวเอง และมุมของคนที่อยากพิสูจน์ว่าโลกนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับคนชอบดราม่าหนัก ๆ ที่ขยี้อารมณ์และความสัมพันธ์ ชอบหนังไซไฟไอเดียล้ำที่ไม่เน้นระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่เน้นตั้งคำถามให้คิดต่อหลังดูจบ และชอบหนังระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาที่ค่อย ๆ กดดันด้วยความคิดมากกว่ากำลัง ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็อิน ดูกับครอบครัวแล้วชวนกันคุยต่อว่าถ้าเป็นเราจะเชื่อหมอหรือเชื่อหัวใจตัวเองก็สนุกไปอีกแบบ ใครที่เคยดู Unbreakable กับ Split มาก่อนจะยิ่งผูกพันกับตัวละครมากขึ้น ส่วนใครไม่เคยดูก็ดูรู้เรื่องเพราะปูพื้นให้เข้าใจตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง ขอแค่เปิดใจและใช้สมาธิดูไปกับจังหวะนิ่ง ๆ ของมัน แล้วจะพบว่านี่คือบทสรุปของคนสามคนที่ไม่ได้ถามว่าใครเก่งที่สุด แต่ถามว่ามนุษย์เราต้องการปาฏิหาริย์ หรือแค่ต้องการใครสักคนที่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นกันแน่

เรื่องย่อ Glass

ถ้าเกิดเราเชื่อมาตลอดว่าเราเป็นคนธรรมดา แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้นจะทำยังไงดี คนเหนือมนุษย์ Glass พาเราไปอยู่กับคำถามค้างคาใจแบบนี้ตั้งแต่ฉากแรกเลย แล้วก็ค่อย ๆ ดึงเราเข้าไปในโลกที่ดูเหมือนจริงมาก ๆ แต่ก็มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของคนสามคนที่โคจรมาพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย

สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง คนเหนือมนุษย์ เต็มเรื่อง อยากชวนให้เตรียมใจไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่หนังฮีโร่ใส่ผ้าคลุมเหาะเหินเดินอากาศ แต่เป็นเรื่องของคนสามคนที่มีชีวิต มีบาดแผล และมีความเชื่อเป็นของตัวเอง คนแรกคือเดวิด ดันน์ ชายวัยกลางคนที่ดูเงียบ ๆ เรียบ ๆ ทำงานเป็นยาม แต่เขามีสิ่งพิเศษคือร่างกายที่แข็งแรงผิดปกติ ล้มยาก เจ็บยาก และเมื่อได้สัมผัสตัวใคร เขาจะเห็นภาพอดีตของคนคนนั้นแวบขึ้นมา เดวิดไม่ได้อยากเป็นฮีโร่เลย เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตเงียบ ๆ ดูแลลูกชายที่โตแล้ว และทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำได้ แต่ข้างในเขาก็ยังสับสนว่าสิ่งที่เขาทำมาตลอดนั้นคือหน้าที่หรือแค่ความบังเอิญ อีกคนคือเควิน เวนเดลล์ ครัมบ์ ชายหนุ่มที่มีหลายบุคลิกอาศัยอยู่ในร่างเดียว สลับกันออกมาคุย มาหัวเราะ มาโกรธ มาปกป้องกันเอง หนังของ James McAvoy เรื่องนี้เลยโชว์ให้เห็นชัดว่าเควินไม่ได้ร้ายโดยตัวตนทั้งหมด แต่เขาสับสน หวาดกลัว และพยายามเอาตัวรอดจากบาดแผลในอดีต ส่วนบุคลิกที่แข็งแกร่งที่สุดที่เรียกว่าเดอะบีสต์ก็ทำให้คนรอบข้างทั้งกลัวทั้งทึ่ง เพราะมันคือด้านที่ดิบและทรงพลังที่สุดของเขา และคนสุดท้ายคืออีไลจาห์ ไพรซ์ ชายที่นั่งรถเข็น กระดูกเปราะหักง่ายตั้งแต่เกิด ตรงข้ามกับเดวิดโดยสิ้นเชิง แต่เขามีสมองที่เฉียบคม ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน และเชื่อมาตลอดว่าในโลกนี้ต้องมีทั้งด้านตรงข้ามกันเสมอ ถ้ามีคนเปราะบางอย่างเขา ก็ต้องมีคนที่แข็งแกร่งอย่างเดวิดอยู่จริง ๆ

จุดที่ทำให้ทั้งสามคนต้องมาอยู่ในที่เดียวกันคือโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ที่คุณหมอเอลลี สเตเปิลพยายามจะรักษาและพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าพิเศษนั้นอาจอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์และความบังเอิญ เธอไม่ได้ดุหรือกดดัน แต่ค่อย ๆ ชวนคุย ค่อย ๆ ตั้งคำถาม เหมือนอยากให้พวกเขายอมรับว่าตัวเองก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่บังเอิญเจอเรื่องเหลือเชื่อ เดวิดที่เคยช่วยคนมาหลายครั้งก็เริ่มลังเลว่าที่ผ่านมาเขาคิดไปเองหรือเปล่า เควินกับบุคลิกต่าง ๆ ก็ถูกท้าทายว่าพลังที่เปลี่ยนไปตามบุคลิกนั้นเป็นเรื่องของร่างกายจริง ๆ หรือเป็นแค่จิตใจที่หลอกตัวเอง ส่วนอีไลจาห์ที่นอนเงียบ ๆ อยู่ในห้องเดียวกันกลับดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ความสนุกมันเลยไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะต่อยชนะใคร แต่อยู่ที่การเฝ้าดูว่าความเชื่อของคนคนหนึ่งจะสั่นคลอนแค่ไหนเมื่อมีคนมาบอกว่าสิ่งที่ยึดถือมาทั้งชีวิตอาจไม่ใช่เรื่องจริง ความสัมพันธ์รอบตัวก็ค่อย ๆ โผล่มาเติมเต็ม ทั้งลูกชายของเดวิดที่เชื่อมั่นในพ่อหมดหัวใจ ทั้งเคซี่ย์เด็กสาวที่เคยรอดจากเควินและเป็นคนเดียวที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวเขา ทุกคนต่างดึงและประคองตัวเอกของตัวเองไว้ไม่ให้หลุดลอยไปกับความสงสัย

บรรยากาศโดยรวมเลยออกมาเยือกเย็น จริงจัง และบีบหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร่ง ไม่ได้โหวกเหวก แต่ใช้บทสนทนา สายตา และความเงียบให้เรารู้สึกอึดอัดไปด้วย งานภาพจะเน้นโทนหม่น ๆ ในโรงพยาบาลที่ดูสะอาดแต่แอบอึดอัด ส่วนเสียงก็เงียบจนบางทีได้ยินแค่ลมหายใจ เวลาที่เดวิดสัมผัสใครแล้วเห็นภาพอดีต หรือเวลาที่เควินเปลี่ยนบุคลิกต่อหน้าเรา มันเลยดูน่าขนลุกแบบสมจริง ไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์เยอะก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่สัมผัสได้ตลอดคือความเหงาและความโดดเดี่ยวของคนที่เกิดมาแตกต่าง พวกเขาไม่ได้อยากยิ่งใหญ่ แค่อยากมีที่ยืน อยากมีคนเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ และอยากรู้ว่าเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อกับความจริงมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเอาใจช่วยทั้งสามมุม ทั้งมุมของคนที่อยากปกป้องคนอื่น มุมของคนที่อยากปกป้องตัวเอง และมุมของคนที่อยากพิสูจน์ว่าโลกนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับคนชอบดราม่าหนัก ๆ ที่ขยี้อารมณ์และความสัมพันธ์ ชอบหนังไซไฟไอเดียล้ำที่ไม่เน้นระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่เน้นตั้งคำถามให้คิดต่อหลังดูจบ และชอบหนังระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาที่ค่อย ๆ กดดันด้วยความคิดมากกว่ากำลัง ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็อิน ดูกับครอบครัวแล้วชวนกันคุยต่อว่าถ้าเป็นเราจะเชื่อหมอหรือเชื่อหัวใจตัวเองก็สนุกไปอีกแบบ ใครที่เคยดู Unbreakable กับ Split มาก่อนจะยิ่งผูกพันกับตัวละครมากขึ้น ส่วนใครไม่เคยดูก็ดูรู้เรื่องเพราะปูพื้นให้เข้าใจตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง ขอแค่เปิดใจและใช้สมาธิดูไปกับจังหวะนิ่ง ๆ ของมัน แล้วจะพบว่านี่คือบทสรุปของคนสามคนที่ไม่ได้ถามว่าใครเก่งที่สุด แต่ถามว่ามนุษย์เราต้องการปาฏิหาริย์ หรือแค่ต้องการใครสักคนที่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นกันแน่

ดู Glass ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • หนังไซไฟดราม่า
  • เดวิด ดันน์
  • เควินหลายบุคลิก
  • อีไลจาห์ ไพรซ์
  • ปมความเชื่อเหนือมนุษย์