Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case

Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ

เรื่องย่อ Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case

ถ้าเป็นชินอิจิที่กำลังนั่งเครื่องบินไปเกียวโตพร้อมกับรัน เขาคงคิดในใจแค่ว่าขอให้ทริปนี้เป็นทริปธรรมดาสักครั้งเถอะ แค่ได้เดินเล่นในเมืองเก่า ได้เห็นกองถ่ายหนังย้อนยุคสนุก ๆ แล้วกลับบ้านพร้อมความทรงจำดี ๆ ก็พอแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ ดันเริ่มต้นจากความปรารถนาเรียบง่ายแบบนั้น แล้วค่อย ๆ พาเราไปเจอว่าคนอย่างชินอิจิไม่เคยได้มีวันธรรมดากับเขาจริง ๆ เลยสักวัน เราในฐานะคนดูเลยเหมือนเพื่อนที่เพิ่งดูจบแล้วอยากรีบมาเล่าให้ฟังว่า แกเอ๊ย เรื่องนี้มันทั้งอบอุ่น ทั้งใจเต้น ทั้งชวนคิดตามในแบบที่แฟนโคนันคุ้นเคยมาก ๆ เปิดเรื่องมาทุกอย่างดูสดใสไปหมด ทั้งรอยยิ้มของรันที่ตื่นเต้นกับการเดินทาง ทั้งแววตาอยากรู้อยากเห็นของชินอิจิที่ถึงจะทำเป็นนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เกียวโตในเรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ แต่เหมือนอีกตัวละครหนึ่งที่หายใจอยู่เงียบ ๆ มีกลิ่นของไม้เก่า ของวัด ของตรอกเล็ก ๆ ที่พาให้เรานึกถึงเรื่องเล่าของนักรบในอดีต และยิ่งพอรู้ว่ากองถ่ายที่ทั้งคู่กำลังจะไปนั้นกำลังถ่ายเรื่องราวของชินเซ็นกุมิ กลุ่มนักดาบผู้ยึดมั่นในความภักดีและเกียรติยศ ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลามันก็ยิ่งชัดขึ้นไปอีก สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ เต็มเรื่อง แบบที่ได้ทั้งบรรยากาศท่องเที่ยวและความลึกลับในเรื่องเดียว เรื่องนี้ตอบโจทย์ตรงนั้นเลย เพราะมันพาเราลอยอยู่ตรงกลางระหว่างความสุขของวันหยุดกับลางสังหรณ์แปลก ๆ ว่าบางอย่างกำลังจะไม่เป็นไปตามแผน สิ่งที่ทำให้เรารักชินอิจิในเวอร์ชันร่างเดิมที่เป็นนักเรียนมัธยมปลายก็คือ เขาไม่ใช่แค่คนเก่งที่อยากโชว์ว่าตัวเองไขคดีได้ แต่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ทนไม่ได้จริง ๆ เวลามีคนเดือดร้อนตรงหน้าแล้วเขาช่วยไม่ได้ ความต้องการลึก ๆ ของเขาคืออยากปกป้องความจริงและปกป้องคนที่อยู่ตรงนั้นให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าบนเครื่องบินหรือทีมงานในกองถ่ายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก และอุปสรรคของเขาก็ชัดเจนมาก คือเวลาและพื้นที่ที่บีบให้เขาต้องคิดเร็วแต่รอบคอบกว่าปกติหลายเท่า ลองนึกภาพตามนะ บนเครื่องบินที่กำลังบินอยู่กลางอากาศ ไม่มีทางหนี ไม่มีห้องแล็บ ไม่มีอุปกรณ์ช่วย ทุกคนตื่นตระหนก ทุกคนมองหน้ากันด้วยความระแวง ชินอิจิต้องค่อย ๆ ตั้งสติ สังเกตท่าทีเล็ก ๆ น้อย ๆ คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ อาจซ่อนอะไรไว้ รันเองก็อยู่ตรงนั้นข้าง ๆ เขา ไม่ได้เป็นแค่คนติดตาม แต่เป็นเหมือนสมอที่ดึงเขาไว้ไม่ให้จมไปกับความกดดัน เธอเป็นห่วงเขา เขาเองก็เป็นห่วงเธอ ความห่วงแบบไม่ต้องพูดเยอะนี่แหละที่ทำให้ฉากบนเครื่องบินที่ควรจะอึดอัดอย่างเดียว กลับมีมุมอบอุ่นแทรกอยู่ตลอด เราจะเห็นเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงผูกพันกันมาก เพราะในวินาทีที่ทุกคนสติแตก พวกเขากลับเลือกจะเชื่อใจกันก่อน แล้วค่อยหาทางออกไปด้วยกัน จังหวะการเล่าช่วงนี้กระชับและหายใจไม่ทั่วท้องนิด ๆ มีการไล่เรียงเบาะแสแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้โยนหลักฐานตูมเดียวให้งง แต่ชวนให้เราคิดตามว่า เอ๊ะ ใครนั่งตรงไหน ใครลุกไปตอนไหน ใครพูดอะไรที่ฟังดูแปลก ๆ เป็นเสน่ห์แบบนักสืบดั้งเดิมที่ดูแล้วเพลินมาก ไม่ต้องมีระเบิดเยอะก็ลุ้นได้ พอเครื่องลงจอดและทั้งคู่มาถึงเกียวโตจริง ๆ เราก็นึกว่าจะได้พักหายใจ ได้เดินดูเมืองสวย ๆ ได้หัวเราะกับความโก๊ะของกองถ่ายหนังย้อนยุคกันต่อ แต่เปล่าเลย ความวุ่นวายตามมาติด ๆ เหมือนโชคชะตาอยากแกล้งเด็กสองคนนี้ให้ได้ บรรยากาศของกองถ่ายจิไดเกกิที่ควรจะคึกคักกลับมีเงาของความไม่ไว้ใจลอยอยู่จาง ๆ ทุกคนในกองต่างสวมบทบาท ทั้งในจอและนอกจอ มีทั้งรอยยิ้มของนักแสดง ชุดเกราะ ดาบไม้ เสียงผู้กำกับสั่งคัต เสียงไฟสตูดิโอที่ร้อน ๆ แต่หลังฉากเหล่านั้น ทุกคนต่างก็มีเรื่องของตัวเอง มีความฝัน ความกดดัน ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบคนทำงานด้วยกันมานาน ชินอิจิที่เพิ่งผ่านเรื่องหนัก ๆ มาบนเครื่องบินเลยต้องกลับมาเปิดสวิตช์นักสืบอีกรอบ ทั้งที่ในใจลึก ๆ เขาก็แค่อยากให้รันได้เที่ยวอย่างสบายใจสักที ตรงนี้แหละที่เราจะเห็นความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขาที่ค่อย ๆ โตขึ้น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการไขคดีไม่ใช่แค่การชี้ว่าใครผิด แต่คือการเข้าใจว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงเดินมาถึงจุดนั้น ความเป็นเกียวโตเมืองแห่งความทรงจำยิ่งขับเรื่องนี้ให้ลึกขึ้นไปอีก เพราะเรื่องของชินเซ็นกุมิที่กองถ่ายกำลังเล่านั้นพูดถึงความภักดี การรักษาสัญญา และการยอมเสียสละเพื่อสิ่งที่เชื่อ มันเลยสะท้อนกลับมาที่ตัวชินอิจิกับรันอย่างนุ่มนวลว่า บางครั้งการยืนหยัดเพื่อใครสักคนก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในพาร์ตนี้เลยหวานแบบไม่ต้องพยายาม ไม่มีการบอกรักโจ่งแจ้ง มีแค่การมองกัน การดึงแขนกันเบา ๆ ตอนที่อีกคนจะเดินเข้าไปในที่อันตราย การอยู่ไม่ห่างกันเกินสายตา แค่นั้นคนดูก็ยิ้มตามแล้ว ยิ่งใครที่ชอบหนังของนักสืบหนุ่มมัธยมปลายคนนี้ในร่างโต ๆ ฉลาด ๆ กวน ๆ นิด ๆ แต่จริงใจมาก ๆ จะยิ่งคิดถึงเขาเข้าไปใหญ่ เพราะนี่คือชินอิจิก่อนจะกลายเป็นโคนัน เป็นช่วงเวลาที่เขายังวิ่งได้เต็มแรง ยังเสียงดังได้เต็มเสียง และยังมีรันเดินข้าง ๆ แบบไม่มีอะไรกั้น ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับหลายอารมณ์เลย ถ้าคืนไหนอยากดูกับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เรื่องนี้ดูได้สบาย ๆ ไม่โหดจนเกินไป เน้นปริศนาและการคิดตามมากกว่าภาพน่ากลัว เด็กโตหน่อยดูกับพ่อแม่แล้วช่วยกันเดาว่าใครน่าจะมีพิรุธคือสนุกมาก หรือถ้าเป็นคืนเหงา ๆ ที่อยากหาอะไรดูคนเดียวให้อิ่มใจ เรื่องนี้ก็เหมือนเพื่อนดี ๆ ที่มานั่งเล่าเรื่องข้าง ๆ มีทั้งเมืองสวย ๆ ให้พักสายตา มีทั้งมิตรภาพให้พักใจ ส่วนสายลุ้นสายวิเคราะห์ที่ชอบจดเบาะแสในหัว ชอบสังเกตคำพูดเล็ก ๆ ที่ตัวละครเผลอหลุดออกมา จะยิ่งเพลิน เพราะทั้งคดีบนเครื่องบินที่เป็นพื้นที่ปิดตายกับคดีในกองถ่ายที่ตัวละครเยอะและไทม์ไลน์ซับซ้อน เปิดโอกาสให้เราได้เล่นเป็นนักสืบไปด้วยกันตลอดทาง โดยรวมแล้วมันคือหนังท่องเที่ยวผสมหนังสืบสวนที่เล่าด้วยหัวใจ อบอุ่นกว่าที่คิด ลึกกว่าที่เห็น และทิ้งความรู้สึกดี ๆ ไว้หลังดูจบว่า สุดท้ายแล้วไม่ว่าอดีตจะยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือปัจจุบันจะวุ่นวายเพียงใด การมีใครสักคนที่เราไว้ใจและพร้อมจะเดินฝ่าปริศนาไปด้วยกันนั้นสำคัญที่สุด ใครที่คิดถึงโทนเก่า ๆ ของโคนันที่เน้นตรรกะ ความผูกพัน และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบนุ่ม ๆ อยากให้ลองเปิดใจให้ทริปเกียวโตครั้งนี้ของชินอิจิกับรันดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมแค่การได้เห็นทั้งคู่เดินอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงไฟของกองถ่าย มันถึงทำให้เราอมยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว

เรื่องย่อ Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case

ถ้าเป็นชินอิจิที่กำลังนั่งเครื่องบินไปเกียวโตพร้อมกับรัน เขาคงคิดในใจแค่ว่าขอให้ทริปนี้เป็นทริปธรรมดาสักครั้งเถอะ แค่ได้เดินเล่นในเมืองเก่า ได้เห็นกองถ่ายหนังย้อนยุคสนุก ๆ แล้วกลับบ้านพร้อมความทรงจำดี ๆ ก็พอแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ ดันเริ่มต้นจากความปรารถนาเรียบง่ายแบบนั้น แล้วค่อย ๆ พาเราไปเจอว่าคนอย่างชินอิจิไม่เคยได้มีวันธรรมดากับเขาจริง ๆ เลยสักวัน เราในฐานะคนดูเลยเหมือนเพื่อนที่เพิ่งดูจบแล้วอยากรีบมาเล่าให้ฟังว่า แกเอ๊ย เรื่องนี้มันทั้งอบอุ่น ทั้งใจเต้น ทั้งชวนคิดตามในแบบที่แฟนโคนันคุ้นเคยมาก ๆ เปิดเรื่องมาทุกอย่างดูสดใสไปหมด ทั้งรอยยิ้มของรันที่ตื่นเต้นกับการเดินทาง ทั้งแววตาอยากรู้อยากเห็นของชินอิจิที่ถึงจะทำเป็นนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เกียวโตในเรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ แต่เหมือนอีกตัวละครหนึ่งที่หายใจอยู่เงียบ ๆ มีกลิ่นของไม้เก่า ของวัด ของตรอกเล็ก ๆ ที่พาให้เรานึกถึงเรื่องเล่าของนักรบในอดีต และยิ่งพอรู้ว่ากองถ่ายที่ทั้งคู่กำลังจะไปนั้นกำลังถ่ายเรื่องราวของชินเซ็นกุมิ กลุ่มนักดาบผู้ยึดมั่นในความภักดีและเกียรติยศ ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลามันก็ยิ่งชัดขึ้นไปอีก สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ เต็มเรื่อง แบบที่ได้ทั้งบรรยากาศท่องเที่ยวและความลึกลับในเรื่องเดียว เรื่องนี้ตอบโจทย์ตรงนั้นเลย เพราะมันพาเราลอยอยู่ตรงกลางระหว่างความสุขของวันหยุดกับลางสังหรณ์แปลก ๆ ว่าบางอย่างกำลังจะไม่เป็นไปตามแผน

สิ่งที่ทำให้เรารักชินอิจิในเวอร์ชันร่างเดิมที่เป็นนักเรียนมัธยมปลายก็คือ เขาไม่ใช่แค่คนเก่งที่อยากโชว์ว่าตัวเองไขคดีได้ แต่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ทนไม่ได้จริง ๆ เวลามีคนเดือดร้อนตรงหน้าแล้วเขาช่วยไม่ได้ ความต้องการลึก ๆ ของเขาคืออยากปกป้องความจริงและปกป้องคนที่อยู่ตรงนั้นให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าบนเครื่องบินหรือทีมงานในกองถ่ายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก และอุปสรรคของเขาก็ชัดเจนมาก คือเวลาและพื้นที่ที่บีบให้เขาต้องคิดเร็วแต่รอบคอบกว่าปกติหลายเท่า ลองนึกภาพตามนะ บนเครื่องบินที่กำลังบินอยู่กลางอากาศ ไม่มีทางหนี ไม่มีห้องแล็บ ไม่มีอุปกรณ์ช่วย ทุกคนตื่นตระหนก ทุกคนมองหน้ากันด้วยความระแวง ชินอิจิต้องค่อย ๆ ตั้งสติ สังเกตท่าทีเล็ก ๆ น้อย ๆ คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ อาจซ่อนอะไรไว้ รันเองก็อยู่ตรงนั้นข้าง ๆ เขา ไม่ได้เป็นแค่คนติดตาม แต่เป็นเหมือนสมอที่ดึงเขาไว้ไม่ให้จมไปกับความกดดัน เธอเป็นห่วงเขา เขาเองก็เป็นห่วงเธอ ความห่วงแบบไม่ต้องพูดเยอะนี่แหละที่ทำให้ฉากบนเครื่องบินที่ควรจะอึดอัดอย่างเดียว กลับมีมุมอบอุ่นแทรกอยู่ตลอด เราจะเห็นเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงผูกพันกันมาก เพราะในวินาทีที่ทุกคนสติแตก พวกเขากลับเลือกจะเชื่อใจกันก่อน แล้วค่อยหาทางออกไปด้วยกัน จังหวะการเล่าช่วงนี้กระชับและหายใจไม่ทั่วท้องนิด ๆ มีการไล่เรียงเบาะแสแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้โยนหลักฐานตูมเดียวให้งง แต่ชวนให้เราคิดตามว่า เอ๊ะ ใครนั่งตรงไหน ใครลุกไปตอนไหน ใครพูดอะไรที่ฟังดูแปลก ๆ เป็นเสน่ห์แบบนักสืบดั้งเดิมที่ดูแล้วเพลินมาก ไม่ต้องมีระเบิดเยอะก็ลุ้นได้

พอเครื่องลงจอดและทั้งคู่มาถึงเกียวโตจริง ๆ เราก็นึกว่าจะได้พักหายใจ ได้เดินดูเมืองสวย ๆ ได้หัวเราะกับความโก๊ะของกองถ่ายหนังย้อนยุคกันต่อ แต่เปล่าเลย ความวุ่นวายตามมาติด ๆ เหมือนโชคชะตาอยากแกล้งเด็กสองคนนี้ให้ได้ บรรยากาศของกองถ่ายจิไดเกกิที่ควรจะคึกคักกลับมีเงาของความไม่ไว้ใจลอยอยู่จาง ๆ ทุกคนในกองต่างสวมบทบาท ทั้งในจอและนอกจอ มีทั้งรอยยิ้มของนักแสดง ชุดเกราะ ดาบไม้ เสียงผู้กำกับสั่งคัต เสียงไฟสตูดิโอที่ร้อน ๆ แต่หลังฉากเหล่านั้น ทุกคนต่างก็มีเรื่องของตัวเอง มีความฝัน ความกดดัน ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบคนทำงานด้วยกันมานาน ชินอิจิที่เพิ่งผ่านเรื่องหนัก ๆ มาบนเครื่องบินเลยต้องกลับมาเปิดสวิตช์นักสืบอีกรอบ ทั้งที่ในใจลึก ๆ เขาก็แค่อยากให้รันได้เที่ยวอย่างสบายใจสักที ตรงนี้แหละที่เราจะเห็นความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขาที่ค่อย ๆ โตขึ้น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการไขคดีไม่ใช่แค่การชี้ว่าใครผิด แต่คือการเข้าใจว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงเดินมาถึงจุดนั้น ความเป็นเกียวโตเมืองแห่งความทรงจำยิ่งขับเรื่องนี้ให้ลึกขึ้นไปอีก เพราะเรื่องของชินเซ็นกุมิที่กองถ่ายกำลังเล่านั้นพูดถึงความภักดี การรักษาสัญญา และการยอมเสียสละเพื่อสิ่งที่เชื่อ มันเลยสะท้อนกลับมาที่ตัวชินอิจิกับรันอย่างนุ่มนวลว่า บางครั้งการยืนหยัดเพื่อใครสักคนก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในพาร์ตนี้เลยหวานแบบไม่ต้องพยายาม ไม่มีการบอกรักโจ่งแจ้ง มีแค่การมองกัน การดึงแขนกันเบา ๆ ตอนที่อีกคนจะเดินเข้าไปในที่อันตราย การอยู่ไม่ห่างกันเกินสายตา แค่นั้นคนดูก็ยิ้มตามแล้ว ยิ่งใครที่ชอบหนังของนักสืบหนุ่มมัธยมปลายคนนี้ในร่างโต ๆ ฉลาด ๆ กวน ๆ นิด ๆ แต่จริงใจมาก ๆ จะยิ่งคิดถึงเขาเข้าไปใหญ่ เพราะนี่คือชินอิจิก่อนจะกลายเป็นโคนัน เป็นช่วงเวลาที่เขายังวิ่งได้เต็มแรง ยังเสียงดังได้เต็มเสียง และยังมีรันเดินข้าง ๆ แบบไม่มีอะไรกั้น

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับหลายอารมณ์เลย ถ้าคืนไหนอยากดูกับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เรื่องนี้ดูได้สบาย ๆ ไม่โหดจนเกินไป เน้นปริศนาและการคิดตามมากกว่าภาพน่ากลัว เด็กโตหน่อยดูกับพ่อแม่แล้วช่วยกันเดาว่าใครน่าจะมีพิรุธคือสนุกมาก หรือถ้าเป็นคืนเหงา ๆ ที่อยากหาอะไรดูคนเดียวให้อิ่มใจ เรื่องนี้ก็เหมือนเพื่อนดี ๆ ที่มานั่งเล่าเรื่องข้าง ๆ มีทั้งเมืองสวย ๆ ให้พักสายตา มีทั้งมิตรภาพให้พักใจ ส่วนสายลุ้นสายวิเคราะห์ที่ชอบจดเบาะแสในหัว ชอบสังเกตคำพูดเล็ก ๆ ที่ตัวละครเผลอหลุดออกมา จะยิ่งเพลิน เพราะทั้งคดีบนเครื่องบินที่เป็นพื้นที่ปิดตายกับคดีในกองถ่ายที่ตัวละครเยอะและไทม์ไลน์ซับซ้อน เปิดโอกาสให้เราได้เล่นเป็นนักสืบไปด้วยกันตลอดทาง โดยรวมแล้วมันคือหนังท่องเที่ยวผสมหนังสืบสวนที่เล่าด้วยหัวใจ อบอุ่นกว่าที่คิด ลึกกว่าที่เห็น และทิ้งความรู้สึกดี ๆ ไว้หลังดูจบว่า สุดท้ายแล้วไม่ว่าอดีตจะยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือปัจจุบันจะวุ่นวายเพียงใด การมีใครสักคนที่เราไว้ใจและพร้อมจะเดินฝ่าปริศนาไปด้วยกันนั้นสำคัญที่สุด ใครที่คิดถึงโทนเก่า ๆ ของโคนันที่เน้นตรรกะ ความผูกพัน และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบนุ่ม ๆ อยากให้ลองเปิดใจให้ทริปเกียวโตครั้งนี้ของชินอิจิกับรันดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมแค่การได้เห็นทั้งคู่เดินอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงไฟของกองถ่าย มันถึงทำให้เราอมยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว

ดู Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case ออนไลน์

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้

นักแสดง

溝端淳平

溝端淳平

Shinichi Kudo
忽那汐里

忽那汐里

Ran Mori
มัตสึซากะ โทริ

มัตสึซากะ โทริ

Hattori Heiji
岡本玲

岡本玲

Kazuha Toyama
西岡德馬

西岡德馬

Genichi Inukai
陣内孝則

陣内孝則

Kogoro Mori
土屋佑壱

土屋佑壱

Wataru Takagi
上野なつひ

上野なつひ

Miwako Sato
มินามิ ทากายามะ

มินามิ ทากายามะ

Conan Edogawa (voice)
臼田あさ美

臼田あさ美

Tsugumi Amano
佐藤藍子

佐藤藍子

Chizuru Tachikawa
半海一晃

半海一晃

Tsuneo Ukai

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • คุโดะ ชินอิจิ
  • กองถ่ายหนังย้อนยุค
  • ภาพยนตร์โทรทัศน์แนวลึกลับ