

Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case
เรื่องย่อ Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case
ถ้าเป็นชินอิจิที่กำลังนั่งเครื่องบินไปเกียวโตพร้อมกับรัน เขาคงคิดในใจแค่ว่าขอให้ทริปนี้เป็นทริปธรรมดาสักครั้งเถอะ แค่ได้เดินเล่นในเมืองเก่า ได้เห็นกองถ่ายหนังย้อนยุคสนุก ๆ แล้วกลับบ้านพร้อมความทรงจำดี ๆ ก็พอแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ ดันเริ่มต้นจากความปรารถนาเรียบง่ายแบบนั้น แล้วค่อย ๆ พาเราไปเจอว่าคนอย่างชินอิจิไม่เคยได้มีวันธรรมดากับเขาจริง ๆ เลยสักวัน เราในฐานะคนดูเลยเหมือนเพื่อนที่เพิ่งดูจบแล้วอยากรีบมาเล่าให้ฟังว่า แกเอ๊ย เรื่องนี้มันทั้งอบอุ่น ทั้งใจเต้น ทั้งชวนคิดตามในแบบที่แฟนโคนันคุ้นเคยมาก ๆ เปิดเรื่องมาทุกอย่างดูสดใสไปหมด ทั้งรอยยิ้มของรันที่ตื่นเต้นกับการเดินทาง ทั้งแววตาอยากรู้อยากเห็นของชินอิจิที่ถึงจะทำเป็นนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เกียวโตในเรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ แต่เหมือนอีกตัวละครหนึ่งที่หายใจอยู่เงียบ ๆ มีกลิ่นของไม้เก่า ของวัด ของตรอกเล็ก ๆ ที่พาให้เรานึกถึงเรื่องเล่าของนักรบในอดีต และยิ่งพอรู้ว่ากองถ่ายที่ทั้งคู่กำลังจะไปนั้นกำลังถ่ายเรื่องราวของชินเซ็นกุมิ กลุ่มนักดาบผู้ยึดมั่นในความภักดีและเกียรติยศ ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลามันก็ยิ่งชัดขึ้นไปอีก สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ชินอิจิกับปริศนาเกียวโตชินเซ็นกุมิ เต็มเรื่อง แบบที่ได้ทั้งบรรยากาศท่องเที่ยวและความลึกลับในเรื่องเดียว เรื่องนี้ตอบโจทย์ตรงนั้นเลย เพราะมันพาเราลอยอยู่ตรงกลางระหว่างความสุขของวันหยุดกับลางสังหรณ์แปลก ๆ ว่าบางอย่างกำลังจะไม่เป็นไปตามแผน สิ่งที่ทำให้เรารักชินอิจิในเวอร์ชันร่างเดิมที่เป็นนักเรียนมัธยมปลายก็คือ เขาไม่ใช่แค่คนเก่งที่อยากโชว์ว่าตัวเองไขคดีได้ แต่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ทนไม่ได้จริง ๆ เวลามีคนเดือดร้อนตรงหน้าแล้วเขาช่วยไม่ได้ ความต้องการลึก ๆ ของเขาคืออยากปกป้องความจริงและปกป้องคนที่อยู่ตรงนั้นให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าบนเครื่องบินหรือทีมงานในกองถ่ายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก และอุปสรรคของเขาก็ชัดเจนมาก คือเวลาและพื้นที่ที่บีบให้เขาต้องคิดเร็วแต่รอบคอบกว่าปกติหลายเท่า ลองนึกภาพตามนะ บนเครื่องบินที่กำลังบินอยู่กลางอากาศ ไม่มีทางหนี ไม่มีห้องแล็บ ไม่มีอุปกรณ์ช่วย ทุกคนตื่นตระหนก ทุกคนมองหน้ากันด้วยความระแวง ชินอิจิต้องค่อย ๆ ตั้งสติ สังเกตท่าทีเล็ก ๆ น้อย ๆ คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ อาจซ่อนอะไรไว้ รันเองก็อยู่ตรงนั้นข้าง ๆ เขา ไม่ได้เป็นแค่คนติดตาม แต่เป็นเหมือนสมอที่ดึงเขาไว้ไม่ให้จมไปกับความกดดัน เธอเป็นห่วงเขา เขาเองก็เป็นห่วงเธอ ความห่วงแบบไม่ต้องพูดเยอะนี่แหละที่ทำให้ฉากบนเครื่องบินที่ควรจะอึดอัดอย่างเดียว กลับมีมุมอบอุ่นแทรกอยู่ตลอด เราจะเห็นเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงผูกพันกันมาก เพราะในวินาทีที่ทุกคนสติแตก พวกเขากลับเลือกจะเชื่อใจกันก่อน แล้วค่อยหาทางออกไปด้วยกัน จังหวะการเล่าช่วงนี้กระชับและหายใจไม่ทั่วท้องนิด ๆ มีการไล่เรียงเบาะแสแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้โยนหลักฐานตูมเดียวให้งง แต่ชวนให้เราคิดตามว่า เอ๊ะ ใครนั่งตรงไหน ใครลุกไปตอนไหน ใครพูดอะไรที่ฟังดูแปลก ๆ เป็นเสน่ห์แบบนักสืบดั้งเดิมที่ดูแล้วเพลินมาก ไม่ต้องมีระเบิดเยอะก็ลุ้นได้ พอเครื่องลงจอดและทั้งคู่มาถึงเกียวโตจริง ๆ เราก็นึกว่าจะได้พักหายใจ ได้เดินดูเมืองสวย ๆ ได้หัวเราะกับความโก๊ะของกองถ่ายหนังย้อนยุคกันต่อ แต่เปล่าเลย ความวุ่นวายตามมาติด ๆ เหมือนโชคชะตาอยากแกล้งเด็กสองคนนี้ให้ได้ บรรยากาศของกองถ่ายจิไดเกกิที่ควรจะคึกคักกลับมีเงาของความไม่ไว้ใจลอยอยู่จาง ๆ ทุกคนในกองต่างสวมบทบาท ทั้งในจอและนอกจอ มีทั้งรอยยิ้มของนักแสดง ชุดเกราะ ดาบไม้ เสียงผู้กำกับสั่งคัต เสียงไฟสตูดิโอที่ร้อน ๆ แต่หลังฉากเหล่านั้น ทุกคนต่างก็มีเรื่องของตัวเอง มีความฝัน ความกดดัน ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบคนทำงานด้วยกันมานาน ชินอิจิที่เพิ่งผ่านเรื่องหนัก ๆ มาบนเครื่องบินเลยต้องกลับมาเปิดสวิตช์นักสืบอีกรอบ ทั้งที่ในใจลึก ๆ เขาก็แค่อยากให้รันได้เที่ยวอย่างสบายใจสักที ตรงนี้แหละที่เราจะเห็นความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขาที่ค่อย ๆ โตขึ้น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการไขคดีไม่ใช่แค่การชี้ว่าใครผิด แต่คือการเข้าใจว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงเดินมาถึงจุดนั้น ความเป็นเกียวโตเมืองแห่งความทรงจำยิ่งขับเรื่องนี้ให้ลึกขึ้นไปอีก เพราะเรื่องของชินเซ็นกุมิที่กองถ่ายกำลังเล่านั้นพูดถึงความภักดี การรักษาสัญญา และการยอมเสียสละเพื่อสิ่งที่เชื่อ มันเลยสะท้อนกลับมาที่ตัวชินอิจิกับรันอย่างนุ่มนวลว่า บางครั้งการยืนหยัดเพื่อใครสักคนก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในพาร์ตนี้เลยหวานแบบไม่ต้องพยายาม ไม่มีการบอกรักโจ่งแจ้ง มีแค่การมองกัน การดึงแขนกันเบา ๆ ตอนที่อีกคนจะเดินเข้าไปในที่อันตราย การอยู่ไม่ห่างกันเกินสายตา แค่นั้นคนดูก็ยิ้มตามแล้ว ยิ่งใครที่ชอบหนังของนักสืบหนุ่มมัธยมปลายคนนี้ในร่างโต ๆ ฉลาด ๆ กวน ๆ นิด ๆ แต่จริงใจมาก ๆ จะยิ่งคิดถึงเขาเข้าไปใหญ่ เพราะนี่คือชินอิจิก่อนจะกลายเป็นโคนัน เป็นช่วงเวลาที่เขายังวิ่งได้เต็มแรง ยังเสียงดังได้เต็มเสียง และยังมีรันเดินข้าง ๆ แบบไม่มีอะไรกั้น ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับหลายอารมณ์เลย ถ้าคืนไหนอยากดูกับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เรื่องนี้ดูได้สบาย ๆ ไม่โหดจนเกินไป เน้นปริศนาและการคิดตามมากกว่าภาพน่ากลัว เด็กโตหน่อยดูกับพ่อแม่แล้วช่วยกันเดาว่าใครน่าจะมีพิรุธคือสนุกมาก หรือถ้าเป็นคืนเหงา ๆ ที่อยากหาอะไรดูคนเดียวให้อิ่มใจ เรื่องนี้ก็เหมือนเพื่อนดี ๆ ที่มานั่งเล่าเรื่องข้าง ๆ มีทั้งเมืองสวย ๆ ให้พักสายตา มีทั้งมิตรภาพให้พักใจ ส่วนสายลุ้นสายวิเคราะห์ที่ชอบจดเบาะแสในหัว ชอบสังเกตคำพูดเล็ก ๆ ที่ตัวละครเผลอหลุดออกมา จะยิ่งเพลิน เพราะทั้งคดีบนเครื่องบินที่เป็นพื้นที่ปิดตายกับคดีในกองถ่ายที่ตัวละครเยอะและไทม์ไลน์ซับซ้อน เปิดโอกาสให้เราได้เล่นเป็นนักสืบไปด้วยกันตลอดทาง โดยรวมแล้วมันคือหนังท่องเที่ยวผสมหนังสืบสวนที่เล่าด้วยหัวใจ อบอุ่นกว่าที่คิด ลึกกว่าที่เห็น และทิ้งความรู้สึกดี ๆ ไว้หลังดูจบว่า สุดท้ายแล้วไม่ว่าอดีตจะยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือปัจจุบันจะวุ่นวายเพียงใด การมีใครสักคนที่เราไว้ใจและพร้อมจะเดินฝ่าปริศนาไปด้วยกันนั้นสำคัญที่สุด ใครที่คิดถึงโทนเก่า ๆ ของโคนันที่เน้นตรรกะ ความผูกพัน และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบนุ่ม ๆ อยากให้ลองเปิดใจให้ทริปเกียวโตครั้งนี้ของชินอิจิกับรันดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมแค่การได้เห็นทั้งคู่เดินอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงไฟของกองถ่าย มันถึงทำให้เราอมยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว
ดู Detective Conan: Shinichi Kudo and the Kyoto Shinsengumi Murder Case ออนไลน์
ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้
นักแสดง

溝端淳平

忽那汐里

มัตสึซากะ โทริ

岡本玲

西岡德馬

陣内孝則

土屋佑壱

上野なつひ

มินามิ ทากายามะ

臼田あさ美

佐藤藍子

半海一晃
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- คุโดะ ชินอิจิ
- กองถ่ายหนังย้อนยุค
- ภาพยนตร์โทรทัศน์แนวลึกลับ
