Hello Yasothorn 3

Hello Yasothorn 3

แหยมยโสธร 3
★ 5.5/10 2013 91 นาที ภาพยนตร์ ดนตรี ตลก หนังรักโรแมนติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Hello Yasothorn 3

เรื่องย่อ Hello Yasothorn 3

เคยสงสัยไหมว่าพอรักกันมานานจนลูกโตหมดแล้ว ชีวิตคู่มันจะนิ่งสงบจริง ๆ เหรอ แหยมยโสธร 3 พาเรากลับไปหายโสธรอีกครั้งด้วยคำถามน่ารัก ๆ แบบนั้นของบักแหยมที่ตอนนี้กลายเป็นกำนันแหยมไปแล้ว เวลาผ่านไปหลายฝนหลายหนาว จากหนุ่มบ้านนอกขี้เล่นที่เคยวิ่งตามความรักแบบทุลักทุเล วันนี้เขามีเจ้ย ภรรยาคู่ชีวิตที่รักมั่นคงไม่เคยเสื่อมคลายอยู่ข้าง ๆ มีบ้าน มีตำแหน่ง มีลูก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโต เรียนจบแยกย้ายกันไปมีทางของตัวเอง เหลือไว้แค่ความภูมิใจปนเหงาเล็ก ๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่มองบ้านที่เคยเสียงดังแล้ววันนี้เงียบลงไปนิดหนึ่ง แต่ใครจะคิดว่าบททดสอบก้อนใหญ่ที่สุดในวัยกลางคนของแหยมกับเจ้ยจะไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องฐานะ แต่เป็นเรื่องของลูกชายคนเล็กอย่างคำผานที่ยังเรียนไม่จบ ซ้ำชั้น ม.ศ.5 มาสามปีแล้วนั่นเอง ถ้าใครอยาก ดูหนัง แหยมยโสธร 3 เต็มเรื่อง แบบอารมณ์อบอุ่น ๆ หัวเราะไปยิ้มไป เรื่องนี้คือบรรยากาศแบบนั้นเลย ตั้งแต่ต้นที่เราได้เห็นภาพยโสธรที่คุ้นเคย ทุ่งนา เสียงแคน เสียงพิณ รอยยิ้มของเพื่อนบ้านที่ทักกันเหมือนญาติ แล้วก็ความกังวลของพ่อแม่ที่ซ่อนอยู่ใต้มุกตลกหน้าตาย สิ่งที่แหยมต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ให้ลูกต้องเก่งที่สุดหรือต้องเอาหน้าเอาตาอะไรมากมายเลย เขาก็แค่อยากเห็นคำผานเอาตัวรอดได้ เรียนจบ มีอนาคต ไม่ต้องลำบากเหมือนรุ่นพ่อแม่ แต่ยิ่งรักมากก็ยิ่งห่วงมาก ยิ่งห่วงก็ยิ่งบ่น ยิ่งบ่นลูกก็ยิ่งถอยห่าง กลายเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างพ่อสายฮากับลูกชายวัยรุ่นที่กำลังสับสนในตัวเอง คำผานเองก็ไม่ใช่เด็กไม่ดี เขาแค่ยังหาตัวเองไม่เจอ ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วพอโดนเปรียบเทียบกับพี่ ๆ ที่เรียนจบไปหมดแล้ว ความกดดันมันก็ยิ่งทับถมจนไม่อยากพยายาม ส่วนเจ้ยคนเป็นแม่ก็อยู่ตรงกลาง ใจหนึ่งก็เข้าใจผัวที่กลัวลูกจะเสียคน อีกใจก็สงสารลูกที่เหมือนจะหมดความมั่นใจไปเรื่อย ๆ เธอเลยกลายเป็นสะพานเชื่อมที่คอยประคองทั้งสองฝ่ายด้วยความรักแบบนิ่ง ๆ อดทน ๆ ไม่โวยวาย แต่พูดทีไรก็ตรงเข้ากลางใจ ความสัมพันธ์สามคนพ่อแม่ลูกนี่แหละที่เป็นหัวใจของเรื่อง เพราะทุกมุกตลก ทุกฉากแหยมโวยวายลั่นบ้าน มันมีรากมาจากความรักและความกลัวว่าจะดูแลลูกได้ไม่ดีพอในเวลาที่เหลืออยู่ เสน่ห์ของภาคนี้คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องในบ้านของแหยมเท่านั้น แต่พาเราไปเจอชาวยโสธรทั้งหมู่บ้านที่เหมือนครอบครัวใหญ่ ทุกคนมีเรื่องของตัวเอง มีความรัก ความฝัน ความดื้อรั้นเล็ก ๆ ที่พอเอามาอยู่รวมกันแล้วมันกลายเป็นเสียงหัวเราะแบบบ้าน ๆ ที่จริงใจ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบเลยสักคน กำนันแหยมเองจากที่เคยเป็นคนกะล่อน เอาตัวรอดเก่ง วันนี้ต้องมาเรียนรู้การเป็นผู้นำทั้งในบ้านและนอกบ้าน ต้องวางมาดเป็นผู้ใหญ่ให้ชาวบ้านนับถือ แต่ในใจก็ยังเป็นบักแหยมคนเดิมที่ขี้เล่น ใจอ่อน และรักเมียมากเหมือนเดิม เวลาเขาจนมุมกับเรื่องลูก เขาก็หันไปหาเพื่อน หันไปหาคนรอบตัว ได้คำแนะนำบ้าง ได้คำยุให้ทะเลาะกันมากขึ้นบ้าง แต่ทุกบทสนทนาริมรั้ว วงข้าว วงหมอลำ มันสะท้อนวิธีคิดแบบคนอีสานที่อบอุ่น คือมีอะไรก็ช่วยกันหัวเราะ ช่วยกันด่า แล้วก็ช่วยกันหาทางออก ดนตรีกับเสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำเลยไม่ใช่แค่ฉากประกอบ แต่เหมือนเพื่อนที่คอยปลอบใจตัวละครในวันที่ท้อ ให้ยังยิ้มได้แม้จะเหนื่อยกับชีวิต ยิ่งเรื่องเดินไป เราจะยิ่งเห็นว่าแหยมกับเจ้ยกำลังเรียนรู้บทใหม่ของความรักเหมือนกัน ตอนหนุ่มสาวความรักคือการจีบกัน การฝ่าอุปสรรคเพื่อได้อยู่ด้วยกัน แต่พอแก่ตัวมา ความรักคือการอยู่ข้างกันในวันที่ลูกมีปัญหา คือการไม่โทษกันว่าใครเลี้ยงลูกผิด แต่หันมาจับมือกันแล้วถามว่าเราจะช่วยลูกยังไงดี เจ้ยที่เคยเป็นสาวแกร่งปากไว วันนี้ความแกร่งของเธอเปลี่ยนเป็นความนิ่งที่มั่นคงกว่าเดิม เธอไม่ต้องพูดเยอะแต่แหยมก็รู้ว่าเธอคิดอะไร ส่วนแหยมที่เคยใช้มุกกลบเกลื่อนความรู้สึก วันนี้ก็เริ่มกล้าพูดความในใจมากขึ้น กล้าบอกว่าห่วง กล้าบอกว่ากลัว กล้าขอโทษลูกในแบบเขิน ๆ ของพ่อบ้านนอก ความสัมพันธ์ของคู่นี้เลยดูน่ารักมากสำหรับคนดู เพราะมันไม่หวานเลี่ยน แต่เป็นความผูกพันที่เห็นแล้วอิ่มใจ เหมือนดูพ่อแม่ตัวเองตอนเถียงกันเรื่องลูกแล้วสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการช่วยกันห่อข้าวให้ลูกไปโรงเรียนอยู่ดี ดูแล้วทั้งขำทั้งน้ำตาซึมนิด ๆ แบบไม่รู้ตัว และต้องบอกเลยว่า หนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก เรื่องนี้มีลายเซ็นความตลกแบบบ้าน ๆ ที่เป็นธรรมชาติมาก ไม่ต้องพยายามยัดมุก แค่การพูดการจาของตัวละคร ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เรียกเสียงหัวเราะได้แล้ว ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่อยากดูอะไรเบา ๆ อบอุ่น ๆ กับครอบครัวในวันหยุด หรือคนที่กำลังเหนื่อยกับงานกับชีวิตแล้วอยากได้หนังที่ดูแล้วใจฟู ไม่ต้องลุ้นระทึก ไม่ต้องปวดหัวตามปมซับซ้อน แค่เปิดใจหัวเราะไปกับความโก๊ะของกำนันแหยม เอาใจช่วยคำผานเหมือนเอาใจช่วยลูกหลานตัวเอง แล้วก็ซึมซับความรักของแหยมกับเจ้ยที่อยู่กันมาจนแก่แต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม คนที่ชอบหนังตลกอีสานที่มีเพลงม่วน ๆ มีบรรยากาศบ้านทุ่ง มีดราม่าครอบครัวพอให้ได้คิดถึงพ่อแม่ จะยิ่งรักภาคนี้เป็นพิเศษ ส่วนสายโรแมนติกก็จะได้เห็นความรักในวัยปลายที่ไม่ได้หวือหวาแต่ลึกซึ้งกว่าเดิมเยอะ รับรองว่าดูจบแล้วจะอยากโทรหาพ่อแม่ หรืออยากกอดคนข้าง ๆ แน่น ๆ โดยที่เราไม่ต้องเล่าตอนจบเลยว่าสุดท้ายคำผานจะเอายังไงต่อกับชีวิต เพราะความสนุกมันอยู่ระหว่างทางที่ทั้งบ้านค่อย ๆ เรียนรู้จะเข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง

เรื่องย่อ Hello Yasothorn 3

เคยสงสัยไหมว่าพอรักกันมานานจนลูกโตหมดแล้ว ชีวิตคู่มันจะนิ่งสงบจริง ๆ เหรอ แหยมยโสธร 3 พาเรากลับไปหายโสธรอีกครั้งด้วยคำถามน่ารัก ๆ แบบนั้นของบักแหยมที่ตอนนี้กลายเป็นกำนันแหยมไปแล้ว เวลาผ่านไปหลายฝนหลายหนาว จากหนุ่มบ้านนอกขี้เล่นที่เคยวิ่งตามความรักแบบทุลักทุเล วันนี้เขามีเจ้ย ภรรยาคู่ชีวิตที่รักมั่นคงไม่เคยเสื่อมคลายอยู่ข้าง ๆ มีบ้าน มีตำแหน่ง มีลูก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโต เรียนจบแยกย้ายกันไปมีทางของตัวเอง เหลือไว้แค่ความภูมิใจปนเหงาเล็ก ๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่มองบ้านที่เคยเสียงดังแล้ววันนี้เงียบลงไปนิดหนึ่ง แต่ใครจะคิดว่าบททดสอบก้อนใหญ่ที่สุดในวัยกลางคนของแหยมกับเจ้ยจะไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องฐานะ แต่เป็นเรื่องของลูกชายคนเล็กอย่างคำผานที่ยังเรียนไม่จบ ซ้ำชั้น ม.ศ.5 มาสามปีแล้วนั่นเอง ถ้าใครอยาก ดูหนัง แหยมยโสธร 3 เต็มเรื่อง แบบอารมณ์อบอุ่น ๆ หัวเราะไปยิ้มไป เรื่องนี้คือบรรยากาศแบบนั้นเลย ตั้งแต่ต้นที่เราได้เห็นภาพยโสธรที่คุ้นเคย ทุ่งนา เสียงแคน เสียงพิณ รอยยิ้มของเพื่อนบ้านที่ทักกันเหมือนญาติ แล้วก็ความกังวลของพ่อแม่ที่ซ่อนอยู่ใต้มุกตลกหน้าตาย

สิ่งที่แหยมต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ให้ลูกต้องเก่งที่สุดหรือต้องเอาหน้าเอาตาอะไรมากมายเลย เขาก็แค่อยากเห็นคำผานเอาตัวรอดได้ เรียนจบ มีอนาคต ไม่ต้องลำบากเหมือนรุ่นพ่อแม่ แต่ยิ่งรักมากก็ยิ่งห่วงมาก ยิ่งห่วงก็ยิ่งบ่น ยิ่งบ่นลูกก็ยิ่งถอยห่าง กลายเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างพ่อสายฮากับลูกชายวัยรุ่นที่กำลังสับสนในตัวเอง คำผานเองก็ไม่ใช่เด็กไม่ดี เขาแค่ยังหาตัวเองไม่เจอ ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วพอโดนเปรียบเทียบกับพี่ ๆ ที่เรียนจบไปหมดแล้ว ความกดดันมันก็ยิ่งทับถมจนไม่อยากพยายาม ส่วนเจ้ยคนเป็นแม่ก็อยู่ตรงกลาง ใจหนึ่งก็เข้าใจผัวที่กลัวลูกจะเสียคน อีกใจก็สงสารลูกที่เหมือนจะหมดความมั่นใจไปเรื่อย ๆ เธอเลยกลายเป็นสะพานเชื่อมที่คอยประคองทั้งสองฝ่ายด้วยความรักแบบนิ่ง ๆ อดทน ๆ ไม่โวยวาย แต่พูดทีไรก็ตรงเข้ากลางใจ ความสัมพันธ์สามคนพ่อแม่ลูกนี่แหละที่เป็นหัวใจของเรื่อง เพราะทุกมุกตลก ทุกฉากแหยมโวยวายลั่นบ้าน มันมีรากมาจากความรักและความกลัวว่าจะดูแลลูกได้ไม่ดีพอในเวลาที่เหลืออยู่

เสน่ห์ของภาคนี้คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องในบ้านของแหยมเท่านั้น แต่พาเราไปเจอชาวยโสธรทั้งหมู่บ้านที่เหมือนครอบครัวใหญ่ ทุกคนมีเรื่องของตัวเอง มีความรัก ความฝัน ความดื้อรั้นเล็ก ๆ ที่พอเอามาอยู่รวมกันแล้วมันกลายเป็นเสียงหัวเราะแบบบ้าน ๆ ที่จริงใจ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบเลยสักคน กำนันแหยมเองจากที่เคยเป็นคนกะล่อน เอาตัวรอดเก่ง วันนี้ต้องมาเรียนรู้การเป็นผู้นำทั้งในบ้านและนอกบ้าน ต้องวางมาดเป็นผู้ใหญ่ให้ชาวบ้านนับถือ แต่ในใจก็ยังเป็นบักแหยมคนเดิมที่ขี้เล่น ใจอ่อน และรักเมียมากเหมือนเดิม เวลาเขาจนมุมกับเรื่องลูก เขาก็หันไปหาเพื่อน หันไปหาคนรอบตัว ได้คำแนะนำบ้าง ได้คำยุให้ทะเลาะกันมากขึ้นบ้าง แต่ทุกบทสนทนาริมรั้ว วงข้าว วงหมอลำ มันสะท้อนวิธีคิดแบบคนอีสานที่อบอุ่น คือมีอะไรก็ช่วยกันหัวเราะ ช่วยกันด่า แล้วก็ช่วยกันหาทางออก ดนตรีกับเสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำเลยไม่ใช่แค่ฉากประกอบ แต่เหมือนเพื่อนที่คอยปลอบใจตัวละครในวันที่ท้อ ให้ยังยิ้มได้แม้จะเหนื่อยกับชีวิต

ยิ่งเรื่องเดินไป เราจะยิ่งเห็นว่าแหยมกับเจ้ยกำลังเรียนรู้บทใหม่ของความรักเหมือนกัน ตอนหนุ่มสาวความรักคือการจีบกัน การฝ่าอุปสรรคเพื่อได้อยู่ด้วยกัน แต่พอแก่ตัวมา ความรักคือการอยู่ข้างกันในวันที่ลูกมีปัญหา คือการไม่โทษกันว่าใครเลี้ยงลูกผิด แต่หันมาจับมือกันแล้วถามว่าเราจะช่วยลูกยังไงดี เจ้ยที่เคยเป็นสาวแกร่งปากไว วันนี้ความแกร่งของเธอเปลี่ยนเป็นความนิ่งที่มั่นคงกว่าเดิม เธอไม่ต้องพูดเยอะแต่แหยมก็รู้ว่าเธอคิดอะไร ส่วนแหยมที่เคยใช้มุกกลบเกลื่อนความรู้สึก วันนี้ก็เริ่มกล้าพูดความในใจมากขึ้น กล้าบอกว่าห่วง กล้าบอกว่ากลัว กล้าขอโทษลูกในแบบเขิน ๆ ของพ่อบ้านนอก ความสัมพันธ์ของคู่นี้เลยดูน่ารักมากสำหรับคนดู เพราะมันไม่หวานเลี่ยน แต่เป็นความผูกพันที่เห็นแล้วอิ่มใจ เหมือนดูพ่อแม่ตัวเองตอนเถียงกันเรื่องลูกแล้วสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการช่วยกันห่อข้าวให้ลูกไปโรงเรียนอยู่ดี ดูแล้วทั้งขำทั้งน้ำตาซึมนิด ๆ แบบไม่รู้ตัว และต้องบอกเลยว่า หนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก เรื่องนี้มีลายเซ็นความตลกแบบบ้าน ๆ ที่เป็นธรรมชาติมาก ไม่ต้องพยายามยัดมุก แค่การพูดการจาของตัวละคร ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เรียกเสียงหัวเราะได้แล้ว

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่อยากดูอะไรเบา ๆ อบอุ่น ๆ กับครอบครัวในวันหยุด หรือคนที่กำลังเหนื่อยกับงานกับชีวิตแล้วอยากได้หนังที่ดูแล้วใจฟู ไม่ต้องลุ้นระทึก ไม่ต้องปวดหัวตามปมซับซ้อน แค่เปิดใจหัวเราะไปกับความโก๊ะของกำนันแหยม เอาใจช่วยคำผานเหมือนเอาใจช่วยลูกหลานตัวเอง แล้วก็ซึมซับความรักของแหยมกับเจ้ยที่อยู่กันมาจนแก่แต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม คนที่ชอบหนังตลกอีสานที่มีเพลงม่วน ๆ มีบรรยากาศบ้านทุ่ง มีดราม่าครอบครัวพอให้ได้คิดถึงพ่อแม่ จะยิ่งรักภาคนี้เป็นพิเศษ ส่วนสายโรแมนติกก็จะได้เห็นความรักในวัยปลายที่ไม่ได้หวือหวาแต่ลึกซึ้งกว่าเดิมเยอะ รับรองว่าดูจบแล้วจะอยากโทรหาพ่อแม่ หรืออยากกอดคนข้าง ๆ แน่น ๆ โดยที่เราไม่ต้องเล่าตอนจบเลยว่าสุดท้ายคำผานจะเอายังไงต่อกับชีวิต เพราะความสนุกมันอยู่ระหว่างทางที่ทั้งบ้านค่อย ๆ เรียนรู้จะเข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง

ดู Hello Yasothorn 3 ออนไลน์

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้

นักแสดง

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา

Yam
Janet Khiew

Janet Khiew

Juey
ส

สุกฤษดิ์ เชื้อบุญมี

Poi
พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ

Teng
H

Harin Suthamjarus

Tar-nu
บุษราคัม วงษ์คำเหลา

บุษราคัม วงษ์คำเหลา

Vae
E

Endoo Vongkumlao

Rumpueng
L

Likit Butprom

Kathathep
Paytaai Wongkamlao

Paytaai Wongkamlao

Kumparn
Fah Ingfah Kedkhum

Fah Ingfah Kedkhum

Rumpan
R

Rattiyapron Pukdeelone

Rumpoey
J

Jitradapond Gunhawuk

Nok Eiang

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • แหยมยโสธร 3
  • กำนันแหยม
  • ชีวิตคู่
  • ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก
  • หมอลำลูกทุ่ง
  • หม่ำ จ๊กม๊ก