The Yin-Yang Master: Dream of Eternity

The Yin-Yang Master: Dream of Eternity

หยิน หยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ: สู่ฝันอมตะ
★ 7.2/10 2020 132 นาที ภาพยนตร์ จินตนาการ นิยายวิทยาศาสตร์ บู๊ ลึกลับ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Yin-Yang Master: Dream of Eternity

เรื่องย่อ The Yin-Yang Master: Dream of Eternity

ถ้าเกิดมาเป็นคนที่เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แล้วเราจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาได้จริง ๆ เหรอ นี่คือคำถามที่ลอยอยู่ในใจของชิงหมิงตั้งแต่ต้นจนจบของ หยิน หยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ: สู่ฝันอมตะ ที่พอได้ ดูหนัง หยิน หยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ: สู่ฝันอมตะ เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงดูนิ่ง ๆ เหงา ๆ แต่ข้างในกลับวุ่นวายเหลือเกิน โลกของเขาคือโลกที่เส้นแบ่งระหว่างคนกับภูตมันบางมาก บางเหมือนหมอกตอนเช้าที่เผลอแป๊บเดียวก็เดินหลงเข้าไปอีกฝั่งแล้ว เขาคือปรมาจารย์หยินหยางที่เติบโตมานอกเมืองหลวง ใช้ชีวิตกับภูตรับใช้ของตัวเองแบบเงียบ ๆ ไม่ได้อยากยุ่งกับอำนาจหรือราชสำนักเลยสักนิด แต่พอถึงรอบวัฏจักรที่ปีศาจงูในตำนานกำลังจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในรอบหลายร้อยปี เขาก็ถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงพร้อมกับปรมาจารย์คนอื่น ๆ แบบเลี่ยงไม่ได้เลย แล้วบรรยากาศตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าเมืองมันก็บอกชัดว่า งานนี้ไม่ใช่แค่มาปราบปีศาจแล้วกลับบ้าน แต่มันมีเรื่องของคน มีเรื่องของอำนาจ และมีเรื่องในใจของแต่ละคนที่ซ่อนอยู่เต็มไปหมด สิ่งที่ชิงหมิงต้องการจริง ๆ มันเรียบง่ายมากนะ เขาอยากแค่รักษาสมดุล อยากปกป้องสิ่งที่ควรปกป้อง แล้วก็อยากเข้าใจอดีตของตัวเองที่มันค้างคาใจมานาน แต่สิ่งที่ขวางเขาอยู่มันเยอะเหลือเกิน ทั้งความหวาดระแวงของคนในราชสำนักที่มองว่าพวกหยินหยางนั้นทั้งน่าพึ่งพาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ทั้งกฎเกณฑ์โบราณที่บอกว่าผู้ใช้เวทต้องไม่ผูกพัน ต้องไม่หวั่นไหว ทั้งการปรากฏตัวของป๋อหย่า ปรมาจารย์หนุ่มอีกคนที่เก่งกาจ ตรงไปตรงมา แต่กลับมองโลกคนละแบบกับเขาโดยสิ้นเชิง แรก ๆ ทั้งคู่เลยเหมือนน้ำกับไฟที่ไม่มีทางเข้ากันได้เลย ชิงหมิงจะสุขุม ขี้เล่นนิด ๆ ชอบพูดอ้อม ๆ เหมือนคนที่ซ่อนความเจ็บไว้หลังรอยยิ้ม ส่วนป๋อหย่าจะจริงจัง ยึดมั่นในหน้าที่และความถูกต้องแบบตรง ๆ แต่พอต้องมาทำภารกิจเดียวกัน ต้องออกลาดตระเวน ต้องร่วมพิธี ต้องคอยระวังปีศาจงูที่ยังไม่รู้ว่าจะตื่นเต็มตัวเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความหมั่นไส้ก็ค่อย ๆ กลายเป็นความเป็นเพื่อน เป็นความไว้ใจแบบที่ไม่ต้องพูดเยอะ แค่สบตาก็รู้ว่าอีกคนจะทำอะไร และตรงนี้แหละที่ทำให้ หนังของ เฉินคุน เรื่องนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาท่ามกลางความขลังและความเย็นเยียบของเวทมนตร์ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่บอกว่าตัวเองชินกับความโดดเดี่ยวมาตลอด กลับเริ่มหวงแหนใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ ในอีกด้านของเมืองหลวง เรื่องมันไม่ได้มีแค่พวกปรมาจารย์กับปีศาจนะ แต่ยังมีเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่ภายนอกดูสง่างาม เรียบร้อย สมกับเป็นคนของราชวงศ์ทุกอย่าง แต่ลึก ๆ แล้วเธอมีความฝันและความกลัวของตัวเองที่ใหญ่มาก เธอไม่อยากเป็นแค่คนที่ต้องรอให้คนอื่นมาปกป้อง ไม่อยากฝากชะตาของบ้านเมืองและของตัวเองไว้กับโชคชะตาหรือกับพิธีกรรมอย่างเดียว เธอก็เลยแอบวางแผนเงียบ ๆ ว่าจะช่วงชิงพลังของปีศาจงูมาเป็นของตัวเอง ถ้ามองเผิน ๆ มันอาจดูเหมือนความทะเยอทะยานที่น่ากลัว แต่ถ้ามองนาน ๆ จะเห็นว่ามันมาจากความรักบ้านเมืองแบบหนึ่งเหมือนกัน แค่เป็นความรักที่ปนกับความไม่ยอมแพ้ต่อชะตา จนยอมแตะต้องพลังต้องห้าม ความอยากได้พลังอมตะของเธอเลยกลายเป็นอีกแรงที่ทำให้สมดุลของเรื่องสั่นคลอนยิ่งกว่าเดิม เพราะตอนนี้เหล่าปรมาจารย์ไม่ได้ต้องระวังแค่อสูรร้ายในตำนาน แต่ต้องระวังใจมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละ ที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง แล้ว Doo-HD ก็ชอบเล่าโมเมนต์แบบนี้มากเลย คือตอนที่ตัวละครต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ใจอยากได้ที่สุด แล้วแววตาของแต่ละคนมันบอกชัดว่าไม่มีใครตัดสินใจง่าย ๆ เลยสักคน จังหวะการเล่าเรื่องก็จะพาเราค่อย ๆ ดำดิ่งลงไปในโลกเวทมนตร์แบบตะวันออกทีละนิด ช่วงแรกจะนิ่ง ๆ หน่อย มีพิธีกรรม มีการสำรวจเมืองหลวง มีการหยั่งเชิงกันระหว่างปรมาจารย์ มีภาพของภูตรับใช้รูปร่างแปลก ๆ ที่ทั้งน่ารัก น่าขนลุก และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน แต่พอเรื่องเริ่มขยับ ปีศาจงูเริ่มส่งสัญญาณว่าจะตื่น ภาพทุกอย่างก็จะใหญ่ขึ้น อลังการขึ้น ทั้งฉากต่อสู้ด้วยอาคม แสง สี เสียง ทั้งการร่ายเวทที่ต้องใช้ทั้งสมาธิและหัวใจ ทั้งฉากในวังที่สวยวิจิตรแต่แฝงความอึดอัด เหมือนทุกย่างก้าวมีคนแอบมองอยู่ ความสนุกของเรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่ฉากบู๊ตูมตามอย่างเดียว แต่คือการชิงไหวชิงพริบ การค่อย ๆ ปะติดปะต่อปริศนาว่าใครกันแน่ที่กำลังปลุกอะไร ใครกำลังหลอกใคร แล้วพลังหยินหยางที่ว่าด้วยแสงและเงา ความสมดุลของสองด้าน มันสะท้อนเข้ามาในใจคนดูด้วยว่า จริง ๆ แล้วไม่มีใครขาวล้วนหรือดำล้วน ทุกคนมีทั้งด้านที่อยากปกป้องและด้านที่อยากครอบครอง แล้วพอถึงจุดที่ต้องเสียสละเพื่อรักษาสมดุลของพิภพ มันเลยเจ็บแบบเงียบ ๆ แต่ตราตรึงใจมาก ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบดราม่าแฟนตาซีแบบเอเชียที่มีรากจากตำนาน ความเชื่อเรื่องภูตผี และปรัชญาหยินหยาง ดูกับครอบครัวก็ได้เพราะภาพสวย เครื่องแต่งกายดี ฉากเวทมนตร์ตระการตา ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็ดีเพราะจะได้ซึมซับความเหงา ความผูกพัน และความภักดีของตัวละครแบบเต็ม ๆ สายลุ้นก็ไม่ผิดหวังเพราะมีการหักเหลี่ยมทั้งในสนามเวทและในราชสำนักให้คอยเอาใจช่วยตลอด ส่วนสายความสัมพันธ์ก็จะอิ่มใจกับมิตรภาพของชิงหมิงกับป๋อหย่า กับความผูกพันระหว่างนายกับภูตรับใช้ที่เหมือนครอบครัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเหมือน เป็นหนังยาวที่ดูแล้วไม่ได้แค่ตื่นเต้นกับปีศาจงูว่าจะตื่นเมื่อไหร่ แต่ดูจบแล้วจะยังนึกถึงคำถามเดิมว่า สุดท้ายแล้วพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมันคือเวทมนตร์ หรือคือหัวใจของคนที่ยอมยืนอยู่ข้างกันในวันที่โลกทั้งใบกำลังสั่นไหวกันแน่นะ

เรื่องย่อ The Yin-Yang Master: Dream of Eternity

ถ้าเกิดมาเป็นคนที่เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แล้วเราจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาได้จริง ๆ เหรอ นี่คือคำถามที่ลอยอยู่ในใจของชิงหมิงตั้งแต่ต้นจนจบของ หยิน หยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ: สู่ฝันอมตะ ที่พอได้ ดูหนัง หยิน หยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ: สู่ฝันอมตะ เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงดูนิ่ง ๆ เหงา ๆ แต่ข้างในกลับวุ่นวายเหลือเกิน โลกของเขาคือโลกที่เส้นแบ่งระหว่างคนกับภูตมันบางมาก บางเหมือนหมอกตอนเช้าที่เผลอแป๊บเดียวก็เดินหลงเข้าไปอีกฝั่งแล้ว เขาคือปรมาจารย์หยินหยางที่เติบโตมานอกเมืองหลวง ใช้ชีวิตกับภูตรับใช้ของตัวเองแบบเงียบ ๆ ไม่ได้อยากยุ่งกับอำนาจหรือราชสำนักเลยสักนิด แต่พอถึงรอบวัฏจักรที่ปีศาจงูในตำนานกำลังจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในรอบหลายร้อยปี เขาก็ถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงพร้อมกับปรมาจารย์คนอื่น ๆ แบบเลี่ยงไม่ได้เลย แล้วบรรยากาศตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าเมืองมันก็บอกชัดว่า งานนี้ไม่ใช่แค่มาปราบปีศาจแล้วกลับบ้าน แต่มันมีเรื่องของคน มีเรื่องของอำนาจ และมีเรื่องในใจของแต่ละคนที่ซ่อนอยู่เต็มไปหมด

สิ่งที่ชิงหมิงต้องการจริง ๆ มันเรียบง่ายมากนะ เขาอยากแค่รักษาสมดุล อยากปกป้องสิ่งที่ควรปกป้อง แล้วก็อยากเข้าใจอดีตของตัวเองที่มันค้างคาใจมานาน แต่สิ่งที่ขวางเขาอยู่มันเยอะเหลือเกิน ทั้งความหวาดระแวงของคนในราชสำนักที่มองว่าพวกหยินหยางนั้นทั้งน่าพึ่งพาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ทั้งกฎเกณฑ์โบราณที่บอกว่าผู้ใช้เวทต้องไม่ผูกพัน ต้องไม่หวั่นไหว ทั้งการปรากฏตัวของป๋อหย่า ปรมาจารย์หนุ่มอีกคนที่เก่งกาจ ตรงไปตรงมา แต่กลับมองโลกคนละแบบกับเขาโดยสิ้นเชิง แรก ๆ ทั้งคู่เลยเหมือนน้ำกับไฟที่ไม่มีทางเข้ากันได้เลย ชิงหมิงจะสุขุม ขี้เล่นนิด ๆ ชอบพูดอ้อม ๆ เหมือนคนที่ซ่อนความเจ็บไว้หลังรอยยิ้ม ส่วนป๋อหย่าจะจริงจัง ยึดมั่นในหน้าที่และความถูกต้องแบบตรง ๆ แต่พอต้องมาทำภารกิจเดียวกัน ต้องออกลาดตระเวน ต้องร่วมพิธี ต้องคอยระวังปีศาจงูที่ยังไม่รู้ว่าจะตื่นเต็มตัวเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความหมั่นไส้ก็ค่อย ๆ กลายเป็นความเป็นเพื่อน เป็นความไว้ใจแบบที่ไม่ต้องพูดเยอะ แค่สบตาก็รู้ว่าอีกคนจะทำอะไร และตรงนี้แหละที่ทำให้ หนังของ เฉินคุน เรื่องนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาท่ามกลางความขลังและความเย็นเยียบของเวทมนตร์ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่บอกว่าตัวเองชินกับความโดดเดี่ยวมาตลอด กลับเริ่มหวงแหนใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ

ในอีกด้านของเมืองหลวง เรื่องมันไม่ได้มีแค่พวกปรมาจารย์กับปีศาจนะ แต่ยังมีเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่ภายนอกดูสง่างาม เรียบร้อย สมกับเป็นคนของราชวงศ์ทุกอย่าง แต่ลึก ๆ แล้วเธอมีความฝันและความกลัวของตัวเองที่ใหญ่มาก เธอไม่อยากเป็นแค่คนที่ต้องรอให้คนอื่นมาปกป้อง ไม่อยากฝากชะตาของบ้านเมืองและของตัวเองไว้กับโชคชะตาหรือกับพิธีกรรมอย่างเดียว เธอก็เลยแอบวางแผนเงียบ ๆ ว่าจะช่วงชิงพลังของปีศาจงูมาเป็นของตัวเอง ถ้ามองเผิน ๆ มันอาจดูเหมือนความทะเยอทะยานที่น่ากลัว แต่ถ้ามองนาน ๆ จะเห็นว่ามันมาจากความรักบ้านเมืองแบบหนึ่งเหมือนกัน แค่เป็นความรักที่ปนกับความไม่ยอมแพ้ต่อชะตา จนยอมแตะต้องพลังต้องห้าม ความอยากได้พลังอมตะของเธอเลยกลายเป็นอีกแรงที่ทำให้สมดุลของเรื่องสั่นคลอนยิ่งกว่าเดิม เพราะตอนนี้เหล่าปรมาจารย์ไม่ได้ต้องระวังแค่อสูรร้ายในตำนาน แต่ต้องระวังใจมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละ ที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง แล้ว Doo-HD ก็ชอบเล่าโมเมนต์แบบนี้มากเลย คือตอนที่ตัวละครต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ใจอยากได้ที่สุด แล้วแววตาของแต่ละคนมันบอกชัดว่าไม่มีใครตัดสินใจง่าย ๆ เลยสักคน

จังหวะการเล่าเรื่องก็จะพาเราค่อย ๆ ดำดิ่งลงไปในโลกเวทมนตร์แบบตะวันออกทีละนิด ช่วงแรกจะนิ่ง ๆ หน่อย มีพิธีกรรม มีการสำรวจเมืองหลวง มีการหยั่งเชิงกันระหว่างปรมาจารย์ มีภาพของภูตรับใช้รูปร่างแปลก ๆ ที่ทั้งน่ารัก น่าขนลุก และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน แต่พอเรื่องเริ่มขยับ ปีศาจงูเริ่มส่งสัญญาณว่าจะตื่น ภาพทุกอย่างก็จะใหญ่ขึ้น อลังการขึ้น ทั้งฉากต่อสู้ด้วยอาคม แสง สี เสียง ทั้งการร่ายเวทที่ต้องใช้ทั้งสมาธิและหัวใจ ทั้งฉากในวังที่สวยวิจิตรแต่แฝงความอึดอัด เหมือนทุกย่างก้าวมีคนแอบมองอยู่ ความสนุกของเรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่ฉากบู๊ตูมตามอย่างเดียว แต่คือการชิงไหวชิงพริบ การค่อย ๆ ปะติดปะต่อปริศนาว่าใครกันแน่ที่กำลังปลุกอะไร ใครกำลังหลอกใคร แล้วพลังหยินหยางที่ว่าด้วยแสงและเงา ความสมดุลของสองด้าน มันสะท้อนเข้ามาในใจคนดูด้วยว่า จริง ๆ แล้วไม่มีใครขาวล้วนหรือดำล้วน ทุกคนมีทั้งด้านที่อยากปกป้องและด้านที่อยากครอบครอง แล้วพอถึงจุดที่ต้องเสียสละเพื่อรักษาสมดุลของพิภพ มันเลยเจ็บแบบเงียบ ๆ แต่ตราตรึงใจมาก

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบดราม่าแฟนตาซีแบบเอเชียที่มีรากจากตำนาน ความเชื่อเรื่องภูตผี และปรัชญาหยินหยาง ดูกับครอบครัวก็ได้เพราะภาพสวย เครื่องแต่งกายดี ฉากเวทมนตร์ตระการตา ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็ดีเพราะจะได้ซึมซับความเหงา ความผูกพัน และความภักดีของตัวละครแบบเต็ม ๆ สายลุ้นก็ไม่ผิดหวังเพราะมีการหักเหลี่ยมทั้งในสนามเวทและในราชสำนักให้คอยเอาใจช่วยตลอด ส่วนสายความสัมพันธ์ก็จะอิ่มใจกับมิตรภาพของชิงหมิงกับป๋อหย่า กับความผูกพันระหว่างนายกับภูตรับใช้ที่เหมือนครอบครัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเหมือน เป็นหนังยาวที่ดูแล้วไม่ได้แค่ตื่นเต้นกับปีศาจงูว่าจะตื่นเมื่อไหร่ แต่ดูจบแล้วจะยังนึกถึงคำถามเดิมว่า สุดท้ายแล้วพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมันคือเวทมนตร์ หรือคือหัวใจของคนที่ยอมยืนอยู่ข้างกันในวันที่โลกทั้งใบกำลังสั่นไหวกันแน่นะ

ดู The Yin-Yang Master: Dream of Eternity ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • หยินหยาง
  • ชิงหมิง
  • ป๋อหย่า
  • เวทมนตร์ตะวันออก
  • มิตรภาพต่างขั้ว
  • การเสียสละ