

Dora and the Lost City of Gold
เรื่องย่อ Dora and the Lost City of Gold
เคยสงสัยไหมว่าถ้าเด็กที่โตมาในป่าแล้วต้องมาใช้ชีวิตในโรงเรียนมัธยม อะไรจะน่ากลัวกว่ากันระหว่างงูพิษกับสายตาเพื่อนร่วมชั้น ดอร่า และ เมืองทองคำที่สาบสูญ พาเรากลับไปเจอดอร่าสาวน้อยนักผจญภัยที่เราคุ้นเคยกันดีในเวอร์ชันโตขึ้น เป็นวัยรุ่นแล้ว แต่ยังร่าเริง ช่างถาม และมองโลกด้วยความตื่นเต้นเหมือนเดิม เธอโตมากับเสียงป่า กลิ่นดิน และแผนที่เก่า ๆ ของพ่อแม่นักสำรวจ เรียนรู้วิธีอ่านดาว ดูรอยเท้า แก้ปริศนาจากธรรมชาติมาตั้งแต่จำความได้ สำหรับเธอ ป่าคือบ้าน คือสนามเด็กเล่น คือห้องเรียนที่สนุกที่สุด แต่แล้ววันหนึ่งพ่อกับแม่ต้องออกเดินทางไปตามหาความลับของเมืองทองคำในตำนาน เธอเลยต้องถูกส่งมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่และเข้าโรงเรียนมัธยมปลายจริง ๆ เป็นครั้งแรก ลองนึกภาพดูสิ จากคนที่เคยปีนหน้าผา หนีโคลนดูด คุยกับลิงได้อย่างสบายใจ ต้องมาเจอกับโรงอาหารที่ต้องเลือกว่าจะนั่งโต๊ะไหน กฎที่ไม่ได้เขียนไว้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด และเพื่อนวัยเดียวกันที่มองเธอเหมือนเป็นตัวประหลาดจากอีกโลกหนึ่ง มันทั้งตลก ทั้งน่าเอ็นดู และทั้งเหงาในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ดอร่าน่ารักมาก ๆ คือเธอไม่ได้อยากจะเท่หรืออยากจะกลืนไปกับฝูงชนเลย เธอแค่อยากเข้าใจทุกคนอย่างจริงใจ อยากมีเพื่อน อยากเรียนรู้โลกใหม่นี้เหมือนที่เธอเคยเรียนรู้ป่ามา เธอทักทุกคนก่อน ยิ้มกว้าง ๆ ถามตรง ๆ จนบางทีเพื่อนก็ไปไม่ถูก แต่ความใสซื่อแบบนั้นแหละที่ค่อย ๆ ละลายกำแพงของคนรอบตัว โดยเฉพาะดีเอโก ลูกพี่ลูกน้องที่เคยวิ่งเล่นในป่าด้วยกันมาตอนเด็ก แต่ตอนนี้กลายเป็นวัยรุ่นเมืองเต็มตัวที่อยากจะลืมความหลังแบบผจญภัยไปให้หมด เขาอายที่มีญาติอย่างดอร่า ทั้งที่ลึก ๆ ก็ยังผูกพันกันอยู่ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้เลยเหมือนกระจกของวัยที่กำลังสับสน คนหนึ่งยึดมั่นในความเป็นตัวเองสุด ๆ อีกคนพยายามจะซ่อนความเป็นตัวเองเพื่อให้ใคร ๆ ยอมรับ แล้วก็มีเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนที่ต้องมาอยู่ในวงโคจรเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ ทั้งสาวมั่นปากไวที่ภายนอกดูเหมือนไม่แคร์อะไรเลย กับหนุ่มเนิร์ดขี้อายที่มักจะโดนแกล้งอยู่เสมอ ตอนแรกพวกเขามองดอร่าเป็นภาระ เป็นตัวตลกประจำโรงเรียน แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันพาให้ทั้งหมดต้องหลุดเข้าไปอยู่กลางป่าลึกด้วยกัน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จุดเปลี่ยนของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อพ่อแม่ของดอร่าที่ออกไปสำรวจขาดการติดต่อไป ท่ามกลางข่าวลือเรื่องขุมทรัพย์ทองคำโบราณที่หลายฝ่ายอยากครอบครอง ดอร่าที่เป็นห่วงพ่อแม่จับใจจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกเดินทางตามหา พร้อมกับบู๊ตส์ ลิงน้อยเพื่อนซี้ที่อยู่ข้างกันมาตั้งแต่เด็ก ดีเอโกที่จำใจต้องไปด้วยกัน และเพื่อนจากโรงเรียนที่ยังงง ๆ ว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แถมยังมีชายลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่ามาเป็นไกด์จำเป็นให้อีกคน การเดินทางครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่การเดินป่าธรรมดา แต่เป็นการเอาตัวรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเด็กเมือง ทั้งสะพานเชือกเก่า ๆ ทางเดินที่หายไปในหมอก กับดักโบราณที่คนสร้างตั้งใจจะไม่ให้ใครผ่านไปได้ง่าย ๆ ดอกไม้พิษ เสียงแปลก ๆ ในความมืด และปริศนาที่ต้องใช้ทั้งความรู้จากตำราและความรู้จากสัญชาตญาณในป่ามาช่วยกันแก้ ดอร่าคือหัวใจของทีม เธอไม่ได้เก่งเพราะเธอไม่กลัว แต่เพราะเธอกลัวเป็นแล้วก็ยังเลือกจะก้าวต่อไป เธออ่านแผนที่เก่ง แกะรอยเก่ง และที่สำคัญคือเธอเชื่อในคนอื่น เธอมองเห็นข้อดีของเพื่อนแต่ละคนที่เจ้าตัวเองยังมองไม่เห็น แล้วดึงมันออกมาใช้ในเวลาที่ทีมต้องการที่สุด ยิ่งเดินลึกเข้าไป ความต่างของแต่ละคนก็ยิ่งกลายเป็นพลังแทนที่จะเป็นปัญหา เด็กเมืองที่เคยกลัวเลอะ กลัวแมลง กลัวหลง เริ่มเรียนรู้ที่จะฟังเสียงป่า ไว้ใจกัน และกล้าตัดสินใจ ส่วนดอร่าเองก็ได้เรียนรู้บทเรียนอีกด้านที่ป่าไม่เคยสอนเธอ นั่นคือการเข้าใจความรู้สึกของวัยรุ่นที่ไม่ได้โตมาแบบเธอ การฟังโดยไม่รีบตัดสิน การยอมรับว่าบางครั้งความหวังดีแบบตรงไปตรงมาก็ทำให้คนอื่นอึดอัดได้ และมิตรภาพจริง ๆ ต้องใช้เวลา ความผูกพันในครอบครัวก็เป็นอีกเส้นเรื่องที่อบอุ่นมาก พ่อแม่ของดอร่าที่รับบทโดยอีวา ลองโกเรียและไมเคิล พีน่า ไม่ใช่พ่อแม่ที่ห้ามลูกไม่ให้เสี่ยง แต่เป็นพ่อแม่ที่สอนให้ลูกรู้จักเสี่ยงอย่างมีสติ สอนให้รักการค้นหาแต่ก็ไม่ลืมว่าบ้านคือที่ที่เรากลับไปกอดกันได้เสมอ ความรักของบ้านนี้ไม่ได้แสดงออกด้วยการกอดกันตลอดเวลา แต่แสดงออกด้วยการเชื่อใจกัน แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ยังเชื่อว่าอีกฝ่ายจะดูแลตัวเองได้และจะตามหากันจนเจอ ส่วนตัวร้ายที่ไล่ล่าเมืองทองคำก็ไม่ได้มาแบบน่ากลัวจนเด็กดูไม่ได้ แต่มาพร้อมความโลภแบบผู้ใหญ่ที่ทำให้เราลุ้นว่าทีมเด็ก ๆ จะเอาตัวรอดด้วยไหวพริบได้ยังไง ถ้าใครอยาก ดูหนัง ดอร่า และ เมืองทองคำที่สาบสูญ เต็มเรื่อง แบบชิล ๆ สักรอบ จะเจอเลยว่าจังหวะเล่าเรื่องมันเพลินมาก มีทั้งช่วงเบาสมองในโรงเรียนให้ขำกับความโก๊ะของดอร่า สลับกับช่วงผจญภัยในป่าเขียว ๆ ให้ตื่นเต้นแบบกำลังดี มีมุกน่ารัก มีสัตว์พูดได้แบบที่แฟน ๆ รุ่นเก่าคิดถึง แต่ก็เล่าใหม่ให้โตขึ้น สนุกขึ้น และมีหัวใจมากขึ้นด้วย ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร บอกเลยว่าเหมาะกับแทบทุกคนในบ้าน ใครที่คิดถึงวัยเด็กหรือเคยดูดอร่าตอนเช้าวันหยุดจะยิ้มกว้างตั้งแต่เพลงขึ้นเลย ส่วนเด็ก ๆ รุ่นใหม่จะหลงรักความสดใส ความกล้าหาญ และเจ้าบู๊ตส์ที่น่าเอ็นดูสุด ๆ วัยรุ่นจะอินกับเรื่องย้ายโรงเรียนใหม่ การหาที่ของตัวเอง การกล้าเป็นตัวเองทั้งที่ไม่มีใครเหมือนเรา ส่วนพ่อแม่หรือคนทำงานเหนื่อย ๆ ที่อยากหาอะไรดูผ่อนคลายตอนกลางคืนก็ดูได้แบบสบายใจ ไม่หนัก ไม่เครียด แต่ดูจบแล้วอิ่มใจเหมือนได้ออกไปสูดอากาศดี ๆ มา นี่แหละเสน่ห์ของ หนังของ อิซาเบลา เมอร์เซด ที่เล่นเป็นดอร่าได้น่ารักและมีพลังมาก เธอทำให้เราเชื่อจริง ๆ ว่ามีเด็กแบบนี้อยู่บนโลก เด็กที่มองทุกปัญหาเป็นปริศนารอให้แก้ ไม่ใช่กำแพงให้กลัว เป็นการผจญภัยที่ไม่ได้สอนแค่เรื่องการหาสมบัติ แต่สอนเรื่องการหาตัวเอง การไว้ใจเพื่อน และการกลับบ้านไปหาคนที่รักเรา ดูคนเดียวก็เพลิน ดูกับครอบครัวหรือกับน้อง ๆ ยิ่งสนุก เพราะจะมีเสียงหัวเราะ มีเสียงลุ้น และมีบทสนทนาน่ารัก ๆ หลังดูจบให้คุยกันต่อได้อีกยาวเลย
ดู Dora and the Lost City of Gold ออนไลน์
นักแสดง

อิซาเบลา โมเนอร์

Jeff Wahlberg

Madeleine Madden

Eugenio Derbez

Nicholas Coombe

ไมเคิล เพ็นยา

อีวา ลองโกเรีย

Benicio del Toro

Madelyn Miranda

Malachi Barton

ดี แบรดลี่ เบเกอร์

Sasha Toro
ป้ายกำกับ
- ชีวิตมัธยม
- ดอร่า
- ตามหาพ่อแม่
- ปริศนาเมืองโบราณ
- ผจญภัยในป่า
- มิตรภาพต่างขั้ว
- หนังครอบครัว
- เมืองทองคำที่สาบสูญ
คำค้นหายอดนิยม
- ดอร่า
- เมืองทองคำที่สาบสูญ
- ผจญภัยในป่า
- หนังครอบครัว
- ชีวิตมัธยม
- มิตรภาพต่างขั้ว
- ตามหาพ่อแม่
- ปริศนาเมืองโบราณ

