Home

Home

โฮม
★ 6.8/10 2015 94 นาที ภาพยนตร์ ครอบครัว จินตนาการ ตลก นิยายวิทยาศาสตร์
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Home

เรื่องย่อ Home

เคยรู้สึกไหมว่าต่อให้อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่เรากลับเป็นคนเดียวที่คิดไม่เหมือนใครเลย นั่นคือความรู้สึกของ โอห์ ใน โฮม ตั้งแต่ฉากแรกที่เรารู้จักเขาเลย โอห์เป็นเอเลี่ยนตัวเล็กจากเผ่าบูฟที่ทั้งนุ่มนิ่ม เปลี่ยนสีตามอารมณ์ได้ และมองโลกด้วยตรรกะที่ตรงไปตรงมาจนน่าเอ็นดู แต่ปัญหาคือความตรงไปตรงมาและความอยากมีเพื่อนของเขาดันทำให้เขาเป็นตัวประหลาดในสายตาเพื่อนร่วมเผ่า เผ่าบูฟเป็นนักหนีตัวพ่อของจักรวาล หนีจากศัตรูอย่างชาวกอร์กมานานจนเชี่ยวชาญเรื่องการย้ายบ้านไปเรื่อย ๆ และเมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าดาวดวงต่อไปที่เหมาะจะเป็นบ้านหลังใหม่ก็คือโลกของเรา ทุกอย่างก็เลยเริ่มป่วนตั้งแต่เช้าวันนั้น ยานลำยักษ์ลอยเต็มท้องฟ้า มนุษย์ถูกย้ายไปอยู่ในโซนที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนเมืองทั้งเมืองก็ถูกปรับใหม่ด้วยเทคโนโลยีสีสันสดใสของชาวบูฟ โอห์เองก็ตื่นเต้นกับแผนการนี้เหมือนคนอื่น แต่ลึก ๆ เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมไม่มีใครอยากฟังความคิดของเขาเลย และทำไมการพยายามทำสิ่งดี ๆ ของเขาถึงกลายเป็นเรื่องผิดพลาดไปหมด ความเหงาเล็ก ๆ ของเอเลี่ยนตัวหนึ่งนี่แหละที่กลายเป็นประตูบานแรกพาเราเข้าสู่โลกสีลูกกวาดของเรื่องนี้ ที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะเล่าแค่เอเลี่ยนบุกโลก แต่จริง ๆ แล้วกำลังชวนเราถามเบา ๆ ว่าบ้านที่เราอยู่แล้วสบายใจจริง ๆ นั้นหน้าตาเป็นแบบไหนกันแน่ ในอีกมุมหนึ่งของเมืองที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ มีเด็กสาวชาวโลกคนหนึ่งที่ไม่ได้ยอมเดินตามแผนของใครง่าย ๆ เธอชื่อ ทิป สาวน้อยผิวสีเข้มผมลอนที่ทั้งกล้าหาญ ฉลาด และรักแม่สุดหัวใจ ทิปไม่ได้ขึ้นยานไปอยู่ในที่พักรวมเหมือนคนอื่น เพราะในวันอพยพเธอพลัดหลงกับแม่ และตั้งแต่วินาทีนั้นเป้าหมายเดียวในใจของเธอก็ชัดเจนมาก คือต้องตามหาแม่ให้เจอให้ได้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนหรือจะมีเอเลี่ยนเดินเต็มถนนก็ตาม ทิปไม่ใช่เด็กสาวที่รอให้ใครมาช่วย เธอซ่อมรถของตัวเอง พกแมวอ้วนคู่ใจชื่อพิกไปด้วยทุกที่ และใช้ความรู้แบบเด็กช่างคิดเอาตัวรอดไปวัน ๆ ความดื้อเงียบ ๆ ของเธอไม่ได้มาจากความก้าวร้าว แต่มาจากความผูกพัน เธอจำได้ว่าแม่ยิ้มแบบไหน แม่ทำอาหารกลิ่นอย่างไร และบ้านของพวกเธอเคยอบอุ่นแค่ไหน เธอเลยไม่ยอมเรียกที่พักที่เอเลี่ยนจัดให้ว่าบ้าน เพราะสำหรับเธอ บ้านต้องมีแม่อยู่ด้วยถึงจะเรียกว่าบ้านได้ ความต้องการที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นแบบนี้ทำให้ทิปเป็นขั้วตรงข้ามที่น่าสนใจของโอห์อย่างที่สุด ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มาเยือนที่กำลังสนุกกับการสร้างบ้านใหม่บนดาวของคนอื่น ส่วนอีกฝ่ายคือเจ้าของบ้านตัวจริงที่กำลังตามหาบ้านหลังเดิมที่หายไป และเมื่อคนสองคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยต้องมาเจอกันในจังหวะที่โลกกำลังวุ่นวายที่สุด ความไม่ลงรอยในช่วงแรกก็เลยทั้งฮา ทั้งน่าลุ้น และทั้งน่าเอาใจช่วยไปพร้อมกัน จุดที่ทำให้ ดูหนัง โฮม เต็มเรื่อง สนุกจนวางไม่ลงก็คือการที่โอห์กับทิปต้องกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางแบบจำเป็นนี่แหละ โอห์ที่เพิ่งทำพลาดครั้งใหญ่จนถูกเพื่อนร่วมเผ่าตามล่า ต้องการที่ซ่อนตัวและต้องการใครสักคนที่ยอมฟังเขา ส่วนทิปที่ต้องการเดินทางไกลเพื่อตามหาแม่ ก็ต้องการรถที่บินได้และต้องการคนรู้ทางในโลกใหม่ใบนี้ ทั้งคู่เลยตกลงปลงใจออกเดินทางไปด้วยกันทั้งที่ยังไว้ใจกันไม่เต็มร้อย แรก ๆ ทุกอย่างเลยเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดที่น่ารัก โอห์พูดภาษามนุษย์แบบแปลตรงตัว ใช้คำสลับกันไปมา แถมยังไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงกอดกัน ทำไมถึงร้องไห้เวลาคิดถึงใคร หรือทำไมถึงยอมเสี่ยงเพื่อคนอื่น ขณะที่ทิปก็หงุดหงิดกับความเปิ่น ความเสียงดัง และความซื่อจนบางทีก็ซื่อเกินไปของโอห์ แต่พอต้องหนีไปด้วยกัน ต้องซ่อมยานไปด้วยกัน ต้องหลบโดรนตรวจการของชาวบูฟไปด้วยกัน กำแพงในใจก็ค่อย ๆ ละลาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยไม่ได้โตจากคำพูดสวย ๆ แต่โตจากการลงมือช่วยกันจริง ๆ โอห์เริ่มเรียนรู้ว่าความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอายเสมอไป บางครั้งมันคือหลักฐานว่าเรากล้าลองทำในสิ่งที่เชื่อ ส่วนทิปก็เริ่มเห็นว่าเอเลี่ยนประหลาดตรงหน้าก็มีหัวใจที่อ่อนโยน มีความกลัวการถูกทิ้งเหมือนกับเธอไม่มีผิด ยิ่งเดินทางไกลออกไป ทั้งคู่ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่เคยเชื่อมา ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องครอบครัว และเรื่องว่าเราจะไว้ใจคนที่ต่างจากเราได้มากแค่ไหนโดยไม่ต้องเปลี่ยนให้เขาเหมือนเรา สิ่งที่ทำให้การเดินทางของทั้งคู่ดูเพลินมากก็คือโลกที่หนังสร้างขึ้นมามันสดใสและมีชีวิตชีวาไปหมดเลย เมืองหลังการยึดครองไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ถูกทาสีใหม่ด้วยเทคโนโลยีของชาวบูฟ ทั้งตึกที่ลอยได้ ถนนที่เรืองแสง อุปกรณ์ประหลาดที่ทั้งล้ำและรั่วในเวลาเดียวกัน ยานของโอห์ที่ต้องคอยปะผุไปตลอดทางก็กลายเป็นเหมือนบ้านเคลื่อนที่หลังเล็ก ๆ ที่เก็บทั้งเสียงหัวเราะและความลับของทั้งคู่เอาไว้ จังหวะเล่าก็ไหลลื่นเหมือนนั่งรถไฟเหาะดี ๆ มีช่วงไล่ล่ากลางอากาศให้ลุ้นจนตัวเกร็ง มีช่วงหลงทางในที่แปลก ๆ ให้ขำ มีมุกจากความต่างของภาษาและวัฒนธรรมต่างดาวยิงมาเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องพยายามยัดเยียด แล้วพอคนดูกำลังหัวเราะอยู่ดี ๆ หนังก็จะผ่อนจังหวะลงเบา ๆ ให้เราได้เห็นแววตาคิดถึงแม่ของทิป หรือเห็นสีตัวของโอห์ที่หม่นลงเวลารู้สึกผิดหวัง มันเป็นสมดุลที่น่ารักมากสำหรับหนังครอบครัว เพราะเด็กเล็กจะตื่นตาตื่นใจกับเอเลี่ยนตัวนุ่มที่เปลี่ยนสีได้ กับแกดเจ็ตบินได้สารพัด ส่วนเด็กโตและผู้ใหญ่จะยิ้มกับอารมณ์ขันที่ฉลาดและแง่คิดเรื่องการย้ายบ้าน การจากลา และการปรับตัวเข้ากับที่ใหม่ ที่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเอเลี่ยนก็ต้องเจอเหมือนกัน ดนตรีประกอบที่สนุกสนานและมีจังหวะก็ช่วยอุ้มอารมณ์ทั้งหมดไว้ ทำให้ทุกฉากเดินทางรู้สึกเหมือนการออกทริปกับเพื่อนซี้ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่จริงใจที่สุด ถ้าถามว่า หนังของ จิม พาร์สันส์ ที่ให้เสียงเป็นโอห์ได้อย่างมีเสน่ห์เหลือเกินเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับเกือบทุกคนในบ้านเลยจริง ๆ ใครที่ชอบแอนิเมชันผจญภัยไซไฟแบบดูง่าย ไม่หนัก ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว แต่ยังมีหัวใจอบอุ่นให้เก็บกลับไปคิดต่อ จะรักเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย คืนไหนที่อยากดูอะไรเบา ๆ กับครอบครัว อยากให้เด็ก ๆ ได้หัวเราะเสียงดังแล้วก็ได้ซึ้งเบา ๆ ไปพร้อมกัน หรือคืนไหนที่รู้สึกเหงา ๆ เหนื่อย ๆ จากการต้องปรับตัวกับที่ใหม่ ที่ทำงานใหม่ หรือชีวิตบทใหม่ แล้วอยากได้เพื่อนร่วมทางน่ารัก ๆ สักคนมานั่งข้าง ๆ โอห์กับทิปคือคำตอบที่ดีมาก สายลุ้นก็มีฉากหนีฉากไล่ให้ตื่นเต้นพอกรุบกริบ สายดราม่าความสัมพันธ์ก็มีพัฒนาการของมิตรภาพต่างขั้วให้ค่อย ๆ ติดตาม จากคนแปลกหน้าที่ระแวงกันไปสู่คนที่ยอมปกป้องกันโดยไม่ต้องมีเหตุผลใหญ่โต และสายที่ชอบหนังอิ่มใจที่ดูจบแล้วยังยิ้มค้างอยู่ จะประทับใจกับคำถามเรียบง่ายที่หนังทิ้งไว้ให้เรา ว่าสุดท้ายแล้วบ้านอาจไม่ใช่พิกัดบนแผนที่หรือดาวดวงไหนในจักรวาล แต่คือที่ที่มีใครสักคนที่รักเรา รอเราอยู่ และยอมเดินทางไกลไปกับเราไม่ว่าเส้นทางจะพาไปถึงตรงไหนก็ตาม

เรื่องย่อ Home

เคยรู้สึกไหมว่าต่อให้อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่เรากลับเป็นคนเดียวที่คิดไม่เหมือนใครเลย นั่นคือความรู้สึกของ โอห์ ใน โฮม ตั้งแต่ฉากแรกที่เรารู้จักเขาเลย โอห์เป็นเอเลี่ยนตัวเล็กจากเผ่าบูฟที่ทั้งนุ่มนิ่ม เปลี่ยนสีตามอารมณ์ได้ และมองโลกด้วยตรรกะที่ตรงไปตรงมาจนน่าเอ็นดู แต่ปัญหาคือความตรงไปตรงมาและความอยากมีเพื่อนของเขาดันทำให้เขาเป็นตัวประหลาดในสายตาเพื่อนร่วมเผ่า เผ่าบูฟเป็นนักหนีตัวพ่อของจักรวาล หนีจากศัตรูอย่างชาวกอร์กมานานจนเชี่ยวชาญเรื่องการย้ายบ้านไปเรื่อย ๆ และเมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าดาวดวงต่อไปที่เหมาะจะเป็นบ้านหลังใหม่ก็คือโลกของเรา ทุกอย่างก็เลยเริ่มป่วนตั้งแต่เช้าวันนั้น ยานลำยักษ์ลอยเต็มท้องฟ้า มนุษย์ถูกย้ายไปอยู่ในโซนที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนเมืองทั้งเมืองก็ถูกปรับใหม่ด้วยเทคโนโลยีสีสันสดใสของชาวบูฟ โอห์เองก็ตื่นเต้นกับแผนการนี้เหมือนคนอื่น แต่ลึก ๆ เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมไม่มีใครอยากฟังความคิดของเขาเลย และทำไมการพยายามทำสิ่งดี ๆ ของเขาถึงกลายเป็นเรื่องผิดพลาดไปหมด ความเหงาเล็ก ๆ ของเอเลี่ยนตัวหนึ่งนี่แหละที่กลายเป็นประตูบานแรกพาเราเข้าสู่โลกสีลูกกวาดของเรื่องนี้ ที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะเล่าแค่เอเลี่ยนบุกโลก แต่จริง ๆ แล้วกำลังชวนเราถามเบา ๆ ว่าบ้านที่เราอยู่แล้วสบายใจจริง ๆ นั้นหน้าตาเป็นแบบไหนกันแน่

ในอีกมุมหนึ่งของเมืองที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ มีเด็กสาวชาวโลกคนหนึ่งที่ไม่ได้ยอมเดินตามแผนของใครง่าย ๆ เธอชื่อ ทิป สาวน้อยผิวสีเข้มผมลอนที่ทั้งกล้าหาญ ฉลาด และรักแม่สุดหัวใจ ทิปไม่ได้ขึ้นยานไปอยู่ในที่พักรวมเหมือนคนอื่น เพราะในวันอพยพเธอพลัดหลงกับแม่ และตั้งแต่วินาทีนั้นเป้าหมายเดียวในใจของเธอก็ชัดเจนมาก คือต้องตามหาแม่ให้เจอให้ได้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนหรือจะมีเอเลี่ยนเดินเต็มถนนก็ตาม ทิปไม่ใช่เด็กสาวที่รอให้ใครมาช่วย เธอซ่อมรถของตัวเอง พกแมวอ้วนคู่ใจชื่อพิกไปด้วยทุกที่ และใช้ความรู้แบบเด็กช่างคิดเอาตัวรอดไปวัน ๆ ความดื้อเงียบ ๆ ของเธอไม่ได้มาจากความก้าวร้าว แต่มาจากความผูกพัน เธอจำได้ว่าแม่ยิ้มแบบไหน แม่ทำอาหารกลิ่นอย่างไร และบ้านของพวกเธอเคยอบอุ่นแค่ไหน เธอเลยไม่ยอมเรียกที่พักที่เอเลี่ยนจัดให้ว่าบ้าน เพราะสำหรับเธอ บ้านต้องมีแม่อยู่ด้วยถึงจะเรียกว่าบ้านได้ ความต้องการที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นแบบนี้ทำให้ทิปเป็นขั้วตรงข้ามที่น่าสนใจของโอห์อย่างที่สุด ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มาเยือนที่กำลังสนุกกับการสร้างบ้านใหม่บนดาวของคนอื่น ส่วนอีกฝ่ายคือเจ้าของบ้านตัวจริงที่กำลังตามหาบ้านหลังเดิมที่หายไป และเมื่อคนสองคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยต้องมาเจอกันในจังหวะที่โลกกำลังวุ่นวายที่สุด ความไม่ลงรอยในช่วงแรกก็เลยทั้งฮา ทั้งน่าลุ้น และทั้งน่าเอาใจช่วยไปพร้อมกัน

จุดที่ทำให้ ดูหนัง โฮม เต็มเรื่อง สนุกจนวางไม่ลงก็คือการที่โอห์กับทิปต้องกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางแบบจำเป็นนี่แหละ โอห์ที่เพิ่งทำพลาดครั้งใหญ่จนถูกเพื่อนร่วมเผ่าตามล่า ต้องการที่ซ่อนตัวและต้องการใครสักคนที่ยอมฟังเขา ส่วนทิปที่ต้องการเดินทางไกลเพื่อตามหาแม่ ก็ต้องการรถที่บินได้และต้องการคนรู้ทางในโลกใหม่ใบนี้ ทั้งคู่เลยตกลงปลงใจออกเดินทางไปด้วยกันทั้งที่ยังไว้ใจกันไม่เต็มร้อย แรก ๆ ทุกอย่างเลยเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดที่น่ารัก โอห์พูดภาษามนุษย์แบบแปลตรงตัว ใช้คำสลับกันไปมา แถมยังไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงกอดกัน ทำไมถึงร้องไห้เวลาคิดถึงใคร หรือทำไมถึงยอมเสี่ยงเพื่อคนอื่น ขณะที่ทิปก็หงุดหงิดกับความเปิ่น ความเสียงดัง และความซื่อจนบางทีก็ซื่อเกินไปของโอห์ แต่พอต้องหนีไปด้วยกัน ต้องซ่อมยานไปด้วยกัน ต้องหลบโดรนตรวจการของชาวบูฟไปด้วยกัน กำแพงในใจก็ค่อย ๆ ละลาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยไม่ได้โตจากคำพูดสวย ๆ แต่โตจากการลงมือช่วยกันจริง ๆ โอห์เริ่มเรียนรู้ว่าความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอายเสมอไป บางครั้งมันคือหลักฐานว่าเรากล้าลองทำในสิ่งที่เชื่อ ส่วนทิปก็เริ่มเห็นว่าเอเลี่ยนประหลาดตรงหน้าก็มีหัวใจที่อ่อนโยน มีความกลัวการถูกทิ้งเหมือนกับเธอไม่มีผิด ยิ่งเดินทางไกลออกไป ทั้งคู่ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่เคยเชื่อมา ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องครอบครัว และเรื่องว่าเราจะไว้ใจคนที่ต่างจากเราได้มากแค่ไหนโดยไม่ต้องเปลี่ยนให้เขาเหมือนเรา

สิ่งที่ทำให้การเดินทางของทั้งคู่ดูเพลินมากก็คือโลกที่หนังสร้างขึ้นมามันสดใสและมีชีวิตชีวาไปหมดเลย เมืองหลังการยึดครองไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ถูกทาสีใหม่ด้วยเทคโนโลยีของชาวบูฟ ทั้งตึกที่ลอยได้ ถนนที่เรืองแสง อุปกรณ์ประหลาดที่ทั้งล้ำและรั่วในเวลาเดียวกัน ยานของโอห์ที่ต้องคอยปะผุไปตลอดทางก็กลายเป็นเหมือนบ้านเคลื่อนที่หลังเล็ก ๆ ที่เก็บทั้งเสียงหัวเราะและความลับของทั้งคู่เอาไว้ จังหวะเล่าก็ไหลลื่นเหมือนนั่งรถไฟเหาะดี ๆ มีช่วงไล่ล่ากลางอากาศให้ลุ้นจนตัวเกร็ง มีช่วงหลงทางในที่แปลก ๆ ให้ขำ มีมุกจากความต่างของภาษาและวัฒนธรรมต่างดาวยิงมาเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องพยายามยัดเยียด แล้วพอคนดูกำลังหัวเราะอยู่ดี ๆ หนังก็จะผ่อนจังหวะลงเบา ๆ ให้เราได้เห็นแววตาคิดถึงแม่ของทิป หรือเห็นสีตัวของโอห์ที่หม่นลงเวลารู้สึกผิดหวัง มันเป็นสมดุลที่น่ารักมากสำหรับหนังครอบครัว เพราะเด็กเล็กจะตื่นตาตื่นใจกับเอเลี่ยนตัวนุ่มที่เปลี่ยนสีได้ กับแกดเจ็ตบินได้สารพัด ส่วนเด็กโตและผู้ใหญ่จะยิ้มกับอารมณ์ขันที่ฉลาดและแง่คิดเรื่องการย้ายบ้าน การจากลา และการปรับตัวเข้ากับที่ใหม่ ที่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเอเลี่ยนก็ต้องเจอเหมือนกัน ดนตรีประกอบที่สนุกสนานและมีจังหวะก็ช่วยอุ้มอารมณ์ทั้งหมดไว้ ทำให้ทุกฉากเดินทางรู้สึกเหมือนการออกทริปกับเพื่อนซี้ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่จริงใจที่สุด

ถ้าถามว่า หนังของ จิม พาร์สันส์ ที่ให้เสียงเป็นโอห์ได้อย่างมีเสน่ห์เหลือเกินเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับเกือบทุกคนในบ้านเลยจริง ๆ ใครที่ชอบแอนิเมชันผจญภัยไซไฟแบบดูง่าย ไม่หนัก ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว แต่ยังมีหัวใจอบอุ่นให้เก็บกลับไปคิดต่อ จะรักเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย คืนไหนที่อยากดูอะไรเบา ๆ กับครอบครัว อยากให้เด็ก ๆ ได้หัวเราะเสียงดังแล้วก็ได้ซึ้งเบา ๆ ไปพร้อมกัน หรือคืนไหนที่รู้สึกเหงา ๆ เหนื่อย ๆ จากการต้องปรับตัวกับที่ใหม่ ที่ทำงานใหม่ หรือชีวิตบทใหม่ แล้วอยากได้เพื่อนร่วมทางน่ารัก ๆ สักคนมานั่งข้าง ๆ โอห์กับทิปคือคำตอบที่ดีมาก สายลุ้นก็มีฉากหนีฉากไล่ให้ตื่นเต้นพอกรุบกริบ สายดราม่าความสัมพันธ์ก็มีพัฒนาการของมิตรภาพต่างขั้วให้ค่อย ๆ ติดตาม จากคนแปลกหน้าที่ระแวงกันไปสู่คนที่ยอมปกป้องกันโดยไม่ต้องมีเหตุผลใหญ่โต และสายที่ชอบหนังอิ่มใจที่ดูจบแล้วยังยิ้มค้างอยู่ จะประทับใจกับคำถามเรียบง่ายที่หนังทิ้งไว้ให้เรา ว่าสุดท้ายแล้วบ้านอาจไม่ใช่พิกัดบนแผนที่หรือดาวดวงไหนในจักรวาล แต่คือที่ที่มีใครสักคนที่รักเรา รอเราอยู่ และยอมเดินทางไกลไปกับเราไม่ว่าเส้นทางจะพาไปถึงตรงไหนก็ตาม

ดู Home ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • โฮม
  • มิตรภาพ
  • ครอบครัว
  • ตามหาแม่