

Kubi
เรื่องย่อ Kubi
ถ้าชีวิตทั้งชีวิตมีค่าแค่หัวเดียวที่ถูกตัดวางอยู่ตรงหน้า แล้วเราจะยังเหลือความเป็นคนอยู่ตรงไหน คุบิ: ล่าตัดหัว พาเราย้อนกลับไปในยุคที่แผ่นดินญี่ปุ่นลุกเป็นไฟด้วยไฟสงครามและความทะเยอทะยานของเหล่าขุนศึก และคำถามนี้ก็ลอยอยู่ในอากาศตั้งแต่ฉากแรกที่กลิ่นเลือดและเหล็กคละคลุ้งไปทั่ว โลกของเรื่องคือช่วงปลายยุคเซ็นโกคุที่โอดะ โนบุนางะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ เป็นจอมทัพที่ใครก็ต้องก้มหัวให้ แต่ความยิ่งใหญ่ของเขากลับมาพร้อมกับความหวาดระแวงและการตัดสินใจที่คาดเดาไม่ได้ เมื่ออารากิ มุราชิเกะคนสนิทที่เคยไว้ใจกลับเลือกหักหลังและหลบหนีไป ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะในสนามรบ แต่เป็นการตบหน้าศักดิ์ศรีของโนบุนางะอย่างจัง แทนที่เขาจะส่งทัพไปไล่ล่าเงียบ ๆ เขากลับประกาศกลางที่ประชุมว่าใครก็ตามที่เอาศีรษะของคนทรยศกลับมาได้ จะได้เป็นผู้สืบทอดของเขา ประโยคเดียวสั้น ๆ นั้นเปลี่ยนทุกอย่าง จากพี่น้องร่วมธงเดียวกันกลายเป็นคู่แข่งที่ต้องมองกันด้วยหางตา เพราะทุกคนรู้ว่าตั๋วใบเดียวจากข้ารับใช้สู่ผู้ปกครองอยู่ตรงหน้าแล้ว สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้สนุกและชวนอึดอัดในเวลาเดียวกันคือแรงขับของแต่ละคนที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะหนัก ๆ ไม่มีใครในเรื่องนี้ที่เป็นคนดีแบบขาวสะอาดหรือร้ายแบบดำสนิทเลยสักคน ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองที่ทำให้ต้องก้าวลงมาเล่นเกมล่าหัวครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฮาชิบะ ฮิเดโยชิที่ดูเหมือนจะนอบน้อมและติดตลก แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่รอวันปะทุ เขาต้องการไต่ขึ้นไปให้สูงกว่าที่ชาติกำเนิดกำหนดไว้ และข้อเสนอของโนบุนางะคือโอกาสที่อาจไม่มีอีกแล้วในชีวิต ขณะที่อาเคจิ มิตสึฮิเดะกลับเป็นคนนิ่ง สุขุม และแบกความกดดันของการต้องพิสูจน์ความภักดีอยู่ตลอดเวลา เขาอยากรักษาหน้าที่และศักดิ์ศรีของซามูไรไว้ แต่ก็รู้ดีว่าในโลกที่เจ้านายเปลี่ยนคำว่าถูกผิดได้ทุกวัน ความซื่อสัตย์อย่างเดียวอาจไม่พอให้รอด ส่วนเหล่าขุนนาง นักรบ และชาวนาที่ถูกดึงเข้ามาในวังวนนี้ ต่างก็มีความกลัว ความโลภ และความหวังเล็ก ๆ ที่อยากมีชีวิตที่ดีกว่าปะปนกันไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงเหมือนเชือกที่ขึงตึงตลอดเวลา วันนี้หัวเราะกินข้าวหม้อเดียวกัน พรุ่งนี้อาจต้องชักดาบใส่กันเพราะคำสั่งเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหา ดูหนัง คุบิ: ล่าตัดหัว เต็มเรื่อง อยากบอกเลยว่าให้เตรียมใจไว้เจอความสัมพันธ์แบบนี้ที่ทั้งผูกพันและหักหลังกันในลมหายใจเดียวกัน บรรยากาศของหนังค่อย ๆ พาเราเข้าไปเห็นความบิดเบี้ยวของอำนาจแบบที่ไม่ต้องตะโกนก็รู้สึกได้ ท่ามกลางค่ายทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่น โคลน และควันไฟ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ รอยยิ้มของเจ้านายอาจหมายถึงความเมตตาหรืออาจหมายถึงคำสั่งประหารก็ได้ คำสัญญาที่ให้ไว้ต่อหน้าคนเยอะ ๆ อาจถูกลืมในวันรุ่งขึ้นถ้ามันไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป ตัวละครเลยต้องใช้ทั้งดาบและลิ้นในการเอาตัวรอด ฉากบู๊ในเรื่องจึงไม่ได้มาแบบเท่ ๆ สวย ๆ แต่มาดิบ ๆ เร็ว ๆ และเหนื่อยจริง เหมือนคนเอาชีวิตเข้าแลกกันจริง ๆ เสียงดาบกระทบกัน เสียงคนหอบหายใจ เสียงโคลนที่ย่ำอยู่ใต้เท้า ทุกอย่างทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักของความเป็นความตายโดยไม่ต้องมีคำพูดเยอะ ขณะเดียวกันก็มีอารมณ์ขันร้าย ๆ แทรกเข้ามาเป็นระยะ เป็นมุกตลกแบบขม ๆ ที่ทำให้เราหลุดหัวเราะออกมาทั้งที่ในใจยังกำหมัดแน่นอยู่เลย มันเหมือนเสียงหัวเราะกลางงานศพที่ทั้งน่าสมเพชและน่าเห็นใจ เพราะยิ่งเห็นพวกเขาพยายามแย่งชิงหัวเพียงหัวเดียวเพื่อแลกกับอนาคต เราก็ยิ่งเห็นความเปราะบางของมนุษย์ที่ถูกระบบใหญ่ ๆ บดทับอยู่ ความตลกกับความโหดเลยไม่ได้แยกกัน แต่มันกอดคอกันเดินไปตลอดทั้งเรื่องตามสไตล์ หนังของ ทาเคชิ คิตาโนะ ที่ชอบเล่าความรุนแรงผ่านท่าทีนิ่ง ๆ เฉย ๆ จนคนดูต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่าตกลงเราควรหัวเราะหรือควรเศร้าดี อีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังซามูไรที่เคยดูมาคือการตั้งคำถามกับคำว่าความภักดีแบบไม่ตัดสินใครเลย หนังไม่ได้บอกว่าคนที่ยอมเปื้อนเลือดเพื่อนเพื่อไต่เต้าคือคนเลว หรือคนที่ยอมตายเพื่อรักษาศักดิ์ศรีคือคนดี แต่มันพาเราไปนั่งข้าง ๆ พวกเขาแล้วมองเห็นว่าทำไมเขาถึงเลือกแบบนั้น บางคนสู้เพราะกลัวว่าถ้าไม่สู้ครอบครัวจะไม่รอด บางคนสู้เพราะอยากให้เจ้านายยอมรับสักครั้งในชีวิต บางคนก็แค่ไหลไปตามกระแสเพราะไม่รู้จะหนีไปทางไหนแล้ว ความรู้สึกเหล่านี้มันจริงมากจนบางทีเราลืมไปเลยว่ากำลังดูหนังย้อนยุคอยู่ เพราะความกลัวการถูกทิ้ง ความอยากเป็นที่ยอมรับ และการต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์กับหัวใจ มันคือเรื่องที่เราทุกคนเจอในชีวิตประจำวันเหมือนกัน แค่เปลี่ยนจากดาบมาเป็นคำพูด เปลี่ยนจากสนามรบมาเป็นห้องประชุมเท่านั้นเอง การเล่าแบบนี้เลยทำให้คนดูรู้สึกผูกพันกับตัวละครแม้ว่าพวกเขาจะทำเรื่องโหดร้ายก็ตาม เราจะค่อย ๆ เข้าใจว่าภายใต้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์หรือท่าทีโหดเหี้ยมนั้น มีคนธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังสั่นกลัวและพยายามหาที่ยืนของตัวเองอยู่เหมือนกัน ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่เบื่อหนังสงครามที่เล่าแต่วีรกรรมความกล้าหาญแล้วอยากเห็นอีกด้านที่ทั้งสกปรก ตลก และน่าเศร้าของประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน คนที่ชอบดราม่าชิงอำนาจที่ต้องคอยเดาใจตัวละครว่าใครไว้ใจได้บ้าง ใครกำลังซ่อนไพ่ไว้ในแขนเสื้อ จะสนุกกับการค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ ส่วนคนที่ชอบหนังพีเรียดญี่ปุ่นแบบถึงเครื่อง ทั้งเสื้อผ้า ฉากค่ายทหาร วัฒนธรรมซามูไร และจังหวะการเล่าแบบค่อย ๆ บ่มความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ก็จะอิ่มใจกับรายละเอียดที่ใส่มาอย่างตั้งใจ ดูกับเพื่อนสายหนังที่ชอบคุยกันหลังดูจบก็ดี เพราะมีประเด็นให้เถียงกันต่อยาว ๆ ว่าความภักดีมีราคเท่าไหร่ หรือดูคนเดียวในคืนเงียบ ๆ ที่อยากเจอหนังหนัก ๆ สักเรื่องที่ทั้งลุ้นทั้งขมทั้งขำในเวลาเดียวกันก็ได้เหมือนกัน ขอแค่อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยทุกคน เพราะที่นี่ไม่มีใครขาวสะอาด มีแต่มนุษย์ธรรมดาที่ต้องตัดสินใจในโลกที่ไม่มีตัวเลือกสวย ๆ ให้เลือกเลย
ดู Kubi ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
- ความภักดีซามูไร
- คุบิ ล่าตัดหัว
- ทาเคชิ คิตาโนะ
- ยุคเซ็นโกคุ
- อาเคจิ มิตสึฮิเดะ
- ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ
- แย่งชิงอำนาจ
คำค้นหายอดนิยม
- คุบิ ล่าตัดหัว
- ยุคเซ็นโกคุ
- อาเคจิ มิตสึฮิเดะ
- ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ
- ทาเคชิ คิตาโนะ
- แย่งชิงอำนาจ
- ความภักดีซามูไร












