Deepwater Horizon

Deepwater Horizon

ฝ่าวิบัติเพลิงนรก
★ 6.9/10 2016 107 นาที ภาพยนตร์ บู๊ หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Deepwater Horizon

เรื่องย่อ Deepwater Horizon

ถ้าต้องจากบ้านไปทำงานกลางทะเลครั้งละหลายสัปดาห์ คุณจะคิดถึงอะไรมากที่สุดระหว่างเสียงคลื่นกับเสียงของคนที่รออยู่ที่บ้าน ฝ่าวิบัติเพลิงนรก พาเรากลับไปยืนอยู่ตรงนั้น บนแท่นขุดเจาะเหล็กขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอ่าวเม็กซิโก ท่ามกลางผืนน้ำสุดลูกหูลูกตาที่ทั้งสวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ดูหนัง ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนงานที่นี่ถึงผูกพันกันเหมือนครอบครัว เพราะชีวิตประจำวันของพวกเขาคือการตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงเครื่องจักร เดินบนทางเดินเหล็กแคบ ๆ ใต้แสงไฟสว่างจ้า ทำงานกับระบบแรงดันมหาศาลที่ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แล้วก็โทรกลับบ้านไปบอกคนที่รักว่าคิดถึงและอีกไม่นานจะกลับไป ทุกอย่างดูเป็นกิจวัตรธรรมดาที่อบอุ่นและน่าไว้ใจ จนเราแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีลางสังหรณ์บางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวอยู่ใต้พื้นเหล็กที่พวกเขายืนอยู่ ความรู้สึกอึดอัดเล็ก ๆ จากการเร่งงาน ความเห็นไม่ตรงกันเรื่องความปลอดภัย และความเหนื่อยล้าที่สะสมมา ทำให้บรรยากาศตอนต้นเหมือนเช้าวันทำงานทั่วไปที่แค่มีเมฆครึ้มลอยอยู่ไกล ๆ ยังมองไม่เห็นพายุ แต่ก็รู้สึกได้ว่าอากาศมันหนักกว่าปกติ หัวใจของเรื่องอยู่ที่ ไมค์ วิลเลียมส์ หัวหน้าช่างเทคนิคที่เป็นคนทำงานธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่เหนือมนุษย์อะไรเลย สิ่งที่เขาต้องการมีแค่เรื่องง่าย ๆ คือทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลลูกน้องให้ปลอดภัย แล้วกลับบ้านไปกอดภรรยากับลูกสาวให้หายคิดถึง ความฝันของเขาไม่ได้ใหญ่โต แค่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคนที่รัก ได้เห็นลูกเติบโต ได้พักผ่อนในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ไม่มีเสียงไซเรนหรือกลิ่นน้ำมัน ความสัมพันธ์กับภรรยาคือแรงยึดเหนี่ยวที่ทำให้เขายังยิ้มได้แม้ต้องห่างบ้าน ส่วนความผูกพันกับเพื่อนร่วมงานอย่าง จิมมี่ หรือ อันเดรีย คือความเป็นพี่เป็นน้องที่เกิดจากการกินนอนและเสี่ยงด้วยกันมานาน พวกเขาหยอกล้อกัน ดูแลกัน รู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดเยอะ และนั่นแหละที่ทำให้ทุกการตัดสินใจหลังจากนี้มันหนักกว่าปกติหลายเท่า เพราะสิ่งที่ขวางอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่เริ่มส่งสัญญาณผิดปกติหรือแรงดันจากใต้พื้นทะเลที่ควบคุมยาก แต่คือความกดดันจากตารางงานและต้นทุนที่ทำให้หลายคนต้องเลือกระหว่างความรอบคอบกับความรวดเร็ว ไมค์สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาอยากทักท้วง อยากชะลอ อยากตรวจสอบให้ชัวร์ แต่เสียงของเขากลับเบาท่ามกลางระบบใหญ่ที่เดินหน้าไปแล้ว ความรู้สึกของคนเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นหัวหน้าทีม มันตีกันอยู่ในใจ ระหว่างหน้าที่กับสัญชาตญาณที่บอกให้ระวัง แล้วคืนที่ไม่มีใครอยากให้มาถึงก็มาถึงจริง ๆ จากเสียงทำงานปกติกลายเป็นเสียงระเบิดกึกก้องที่สั่นไปทั้งโครงสร้างเหล็ก เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ควันดำทะมึนบดบังทุกอย่าง ความร้อนแผดเผาจนหายใจแทบไม่ออก และแท่นขุดเจาะที่เคยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็กลายเป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยไฟ น้ำมัน และเศษเหล็ก สิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญหลังจากนี้ไม่ใช่คำถามว่าจะดับไฟอย่างไร แต่คือจะพากันรอดอย่างไรในเวลาที่ทุกวินาทีมีค่า จะวิ่งไปทางไหนเมื่อทางเดินที่คุ้นเคยกลายเป็นทางตัน จะช่วยเพื่อนที่ล้มอยู่ตรงหน้าอย่างไรเมื่อไฟกำลังลามเข้ามา และจะรักษาสติอย่างไรเมื่อความกลัวตะโกนอยู่ในหัวให้เอาตัวรอดเพียงคนเดียว ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นเรื่องอบอุ่น ๆ อย่างการตบไหล่ให้กำลังใจหรือการเรียกชื่อกันเล่น ๆ กลายเป็นเชือกเส้นสุดท้ายที่ดึงกันไว้ คนที่เคยเป็นแค่เพื่อนร่วมกะกลายเป็นคนที่ต้องฝากชีวิตไว้ให้กัน การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่าจะหันหลังกลับไปดึงเพื่อนหรือจะวิ่งต่อเพื่อไปขอความช่วยเหลือ มันไม่มีคำตอบที่ถูกสมบูรณ์แบบ มีแค่หัวใจที่เต้นแรงกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ผลักให้ก้าวขาต่อไป หนังของ มาร์ก วาห์ลเบิร์ก ถ่ายทอดช่วงเวลานี้ด้วยจังหวะที่ทั้งดิบและจริงใจ เราจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัว เห็นมือสั่น ๆ ที่ยังพยายามจับกันไว้ เห็นน้ำตาที่ปนกับเหงื่อและคราบน้ำมัน จนรู้สึกว่าไฟบนจอไม่ใช่แค่เอฟเฟกต์ตื่นตา แต่มันคือบททดสอบของความเป็นมนุษย์ว่าจะยังนึกถึงกันในนาทีที่ตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอดหรือไม่ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังภัยพิบัติทั่วไปคือมันไม่ได้ชวนให้ลุ้นแค่เอามัน แต่ชวนให้เราเงียบลงและนึกถึงน้ำหนักของแต่ละชีวิต เบื้องหลังชุดทำงานเปื้อนน้ำมันคือคนที่มีพ่อแม่ มีลูก มีคนรักที่รอโทรศัพท์อยู่ปลายสาย มีความฝันเล็ก ๆ ที่ยังค้างอยู่ มีเรื่องที่ยังไม่ได้พูดกันในวันก่อนออกทะเล รายละเอียดเล็ก ๆ พวกนี้ทำให้ทุกย่างก้าวบนแท่นที่กำลังลุกไหม้มีความหมายมากขึ้น ภาพกว้างของทะเลเพลิงที่ลุกโชนตัดสลับกับภาพใกล้ของดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ เสียงระเบิด เสียงเหล็กบิดตัว เสียงตะโกนเรียกชื่อกันท่ามกลางควัน มันสมจริงจนเหมือนเราวิ่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขา ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็มีช่วงนิ่ง ๆ ให้เราได้หายใจ ให้ได้รู้สึกเศร้า เห็นใจ และเคารพต่อคนทำงานตัวเล็ก ๆ ที่ต้องรับมือกับสิ่งที่ใหญ่เกินกำลังมนุษย์ ทั้งพลังธรรมชาติและเทคโนโลยีที่หลุดจากการควบคุม รวมถึงผลกระทบที่ลามไปถึงท้องทะเลและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นบาดแผลที่ยากจะลืม ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังสร้างจากเรื่องจริงที่ทั้งบีบหัวใจและอิ่มใจในเวลาเดียวกัน ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดก็ได้ จะได้ชวนกันคุยเรื่องความเสียสละ ความรับผิดชอบ และการดูแลกันในยามคับขัน หรือจะดูคนเดียวตอนพักผ่อนเงียบ ๆ ก็ดี เพราะมันจะทำให้เรานึกถึงคุณค่าของการได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย สายลุ้นสายบู๊ที่อยากเห็นฉากภัยพิบัติกลางทะเลสเกลใหญ่ สมจริง ดุดัน ก็ไม่ผิดหวัง ขณะที่สายดราม่าที่อินกับความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน ความเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นเพื่อน ก็น่าจะน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว เป็นหนังที่ดูจบแล้วไม่ได้ทิ้งแค่ความตื่นเต้น แต่ทิ้งความรู้สึกขอบคุณคนธรรมดาที่กล้าหาญในวันที่โลกทั้งใบลุกเป็นไฟ และทำให้เราอยากโทรหาคนที่บ้านเพื่อบอกแค่ว่าคิดถึงและจะรีบกลับไป

เรื่องย่อ Deepwater Horizon

ถ้าต้องจากบ้านไปทำงานกลางทะเลครั้งละหลายสัปดาห์ คุณจะคิดถึงอะไรมากที่สุดระหว่างเสียงคลื่นกับเสียงของคนที่รออยู่ที่บ้าน ฝ่าวิบัติเพลิงนรก พาเรากลับไปยืนอยู่ตรงนั้น บนแท่นขุดเจาะเหล็กขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอ่าวเม็กซิโก ท่ามกลางผืนน้ำสุดลูกหูลูกตาที่ทั้งสวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ดูหนัง ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เต็มเรื่อง แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนงานที่นี่ถึงผูกพันกันเหมือนครอบครัว เพราะชีวิตประจำวันของพวกเขาคือการตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงเครื่องจักร เดินบนทางเดินเหล็กแคบ ๆ ใต้แสงไฟสว่างจ้า ทำงานกับระบบแรงดันมหาศาลที่ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แล้วก็โทรกลับบ้านไปบอกคนที่รักว่าคิดถึงและอีกไม่นานจะกลับไป ทุกอย่างดูเป็นกิจวัตรธรรมดาที่อบอุ่นและน่าไว้ใจ จนเราแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีลางสังหรณ์บางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวอยู่ใต้พื้นเหล็กที่พวกเขายืนอยู่ ความรู้สึกอึดอัดเล็ก ๆ จากการเร่งงาน ความเห็นไม่ตรงกันเรื่องความปลอดภัย และความเหนื่อยล้าที่สะสมมา ทำให้บรรยากาศตอนต้นเหมือนเช้าวันทำงานทั่วไปที่แค่มีเมฆครึ้มลอยอยู่ไกล ๆ ยังมองไม่เห็นพายุ แต่ก็รู้สึกได้ว่าอากาศมันหนักกว่าปกติ

หัวใจของเรื่องอยู่ที่ ไมค์ วิลเลียมส์ หัวหน้าช่างเทคนิคที่เป็นคนทำงานธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่เหนือมนุษย์อะไรเลย สิ่งที่เขาต้องการมีแค่เรื่องง่าย ๆ คือทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลลูกน้องให้ปลอดภัย แล้วกลับบ้านไปกอดภรรยากับลูกสาวให้หายคิดถึง ความฝันของเขาไม่ได้ใหญ่โต แค่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคนที่รัก ได้เห็นลูกเติบโต ได้พักผ่อนในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ไม่มีเสียงไซเรนหรือกลิ่นน้ำมัน ความสัมพันธ์กับภรรยาคือแรงยึดเหนี่ยวที่ทำให้เขายังยิ้มได้แม้ต้องห่างบ้าน ส่วนความผูกพันกับเพื่อนร่วมงานอย่าง จิมมี่ หรือ อันเดรีย คือความเป็นพี่เป็นน้องที่เกิดจากการกินนอนและเสี่ยงด้วยกันมานาน พวกเขาหยอกล้อกัน ดูแลกัน รู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดเยอะ และนั่นแหละที่ทำให้ทุกการตัดสินใจหลังจากนี้มันหนักกว่าปกติหลายเท่า เพราะสิ่งที่ขวางอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่เริ่มส่งสัญญาณผิดปกติหรือแรงดันจากใต้พื้นทะเลที่ควบคุมยาก แต่คือความกดดันจากตารางงานและต้นทุนที่ทำให้หลายคนต้องเลือกระหว่างความรอบคอบกับความรวดเร็ว ไมค์สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาอยากทักท้วง อยากชะลอ อยากตรวจสอบให้ชัวร์ แต่เสียงของเขากลับเบาท่ามกลางระบบใหญ่ที่เดินหน้าไปแล้ว ความรู้สึกของคนเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นหัวหน้าทีม มันตีกันอยู่ในใจ ระหว่างหน้าที่กับสัญชาตญาณที่บอกให้ระวัง

แล้วคืนที่ไม่มีใครอยากให้มาถึงก็มาถึงจริง ๆ จากเสียงทำงานปกติกลายเป็นเสียงระเบิดกึกก้องที่สั่นไปทั้งโครงสร้างเหล็ก เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ควันดำทะมึนบดบังทุกอย่าง ความร้อนแผดเผาจนหายใจแทบไม่ออก และแท่นขุดเจาะที่เคยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็กลายเป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยไฟ น้ำมัน และเศษเหล็ก สิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญหลังจากนี้ไม่ใช่คำถามว่าจะดับไฟอย่างไร แต่คือจะพากันรอดอย่างไรในเวลาที่ทุกวินาทีมีค่า จะวิ่งไปทางไหนเมื่อทางเดินที่คุ้นเคยกลายเป็นทางตัน จะช่วยเพื่อนที่ล้มอยู่ตรงหน้าอย่างไรเมื่อไฟกำลังลามเข้ามา และจะรักษาสติอย่างไรเมื่อความกลัวตะโกนอยู่ในหัวให้เอาตัวรอดเพียงคนเดียว ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นเรื่องอบอุ่น ๆ อย่างการตบไหล่ให้กำลังใจหรือการเรียกชื่อกันเล่น ๆ กลายเป็นเชือกเส้นสุดท้ายที่ดึงกันไว้ คนที่เคยเป็นแค่เพื่อนร่วมกะกลายเป็นคนที่ต้องฝากชีวิตไว้ให้กัน การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่าจะหันหลังกลับไปดึงเพื่อนหรือจะวิ่งต่อเพื่อไปขอความช่วยเหลือ มันไม่มีคำตอบที่ถูกสมบูรณ์แบบ มีแค่หัวใจที่เต้นแรงกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ผลักให้ก้าวขาต่อไป หนังของ มาร์ก วาห์ลเบิร์ก ถ่ายทอดช่วงเวลานี้ด้วยจังหวะที่ทั้งดิบและจริงใจ เราจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัว เห็นมือสั่น ๆ ที่ยังพยายามจับกันไว้ เห็นน้ำตาที่ปนกับเหงื่อและคราบน้ำมัน จนรู้สึกว่าไฟบนจอไม่ใช่แค่เอฟเฟกต์ตื่นตา แต่มันคือบททดสอบของความเป็นมนุษย์ว่าจะยังนึกถึงกันในนาทีที่ตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอดหรือไม่

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังภัยพิบัติทั่วไปคือมันไม่ได้ชวนให้ลุ้นแค่เอามัน แต่ชวนให้เราเงียบลงและนึกถึงน้ำหนักของแต่ละชีวิต เบื้องหลังชุดทำงานเปื้อนน้ำมันคือคนที่มีพ่อแม่ มีลูก มีคนรักที่รอโทรศัพท์อยู่ปลายสาย มีความฝันเล็ก ๆ ที่ยังค้างอยู่ มีเรื่องที่ยังไม่ได้พูดกันในวันก่อนออกทะเล รายละเอียดเล็ก ๆ พวกนี้ทำให้ทุกย่างก้าวบนแท่นที่กำลังลุกไหม้มีความหมายมากขึ้น ภาพกว้างของทะเลเพลิงที่ลุกโชนตัดสลับกับภาพใกล้ของดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ เสียงระเบิด เสียงเหล็กบิดตัว เสียงตะโกนเรียกชื่อกันท่ามกลางควัน มันสมจริงจนเหมือนเราวิ่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขา ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็มีช่วงนิ่ง ๆ ให้เราได้หายใจ ให้ได้รู้สึกเศร้า เห็นใจ และเคารพต่อคนทำงานตัวเล็ก ๆ ที่ต้องรับมือกับสิ่งที่ใหญ่เกินกำลังมนุษย์ ทั้งพลังธรรมชาติและเทคโนโลยีที่หลุดจากการควบคุม รวมถึงผลกระทบที่ลามไปถึงท้องทะเลและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นบาดแผลที่ยากจะลืม

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังสร้างจากเรื่องจริงที่ทั้งบีบหัวใจและอิ่มใจในเวลาเดียวกัน ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดก็ได้ จะได้ชวนกันคุยเรื่องความเสียสละ ความรับผิดชอบ และการดูแลกันในยามคับขัน หรือจะดูคนเดียวตอนพักผ่อนเงียบ ๆ ก็ดี เพราะมันจะทำให้เรานึกถึงคุณค่าของการได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย สายลุ้นสายบู๊ที่อยากเห็นฉากภัยพิบัติกลางทะเลสเกลใหญ่ สมจริง ดุดัน ก็ไม่ผิดหวัง ขณะที่สายดราม่าที่อินกับความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน ความเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นเพื่อน ก็น่าจะน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว เป็นหนังที่ดูจบแล้วไม่ได้ทิ้งแค่ความตื่นเต้น แต่ทิ้งความรู้สึกขอบคุณคนธรรมดาที่กล้าหาญในวันที่โลกทั้งใบลุกเป็นไฟ และทำให้เราอยากโทรหาคนที่บ้านเพื่อบอกแค่ว่าคิดถึงและจะรีบกลับไป

ดู Deepwater Horizon ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • หนังภัยพิบัติ
  • เอาชีวิตรอดกลางทะเล
  • ไฟไหม้แท่นขุดเจาะ
  • อุบัติเหตุอ่าวเม็กซิโก
  • มาร์ก วาห์ลเบิร์ก