
รับบทVirgil Beauregard
นักแสดง
รับบทVirgil Beauregard
#1 แนะนำ
2017 
มหาสงครามพิภพวานร
ถ้าเราพยายามมาตลอดทั้งชีวิตที่จะไม่เกลียดใครเลย แต่โลกก็ยังใจร้ายกับเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เหลือที่ให้ถอย เราจะยังเลือกเป็นคนเดิมได้อยู่ไหม นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่ในใจตั้งแต่ฉากแรกที่ได้ดู มหาสงครามพิภพวานร แล้วมันก็ค่อย ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ในอกไปทั้งเรื่องเลย เรื่องราวพาเรากลับไปหาซีซาร์ ผู้นำฝูงวานรที่เราเคยเอาใจช่วยกันมาตลอด เขาไม่ใช่จ่าฝูงที่อยากทำสงครามหรืออยากยิ่งใหญ่เหนือใครเลยนะ เขาอยากแค่พาครอบครัวและพี่น้องของเขาอยู่กันอย่างสงบในป่าลึก ห่างจากความขัดแย้ง ห่างจากเสียงปืน และห่างจากความกลัวที่มนุษย์มีต่อพวกเขา แต่ความสงบแบบนั้นมันช่างเปราะบางเหลือเกิน เพราะอีกฝั่งหนึ่งของป่าก็ยังมีกลุ่มทหารของมนุษย์ที่เหลืออยู่ นำโดยผู้พันผู้เข้มงวดและเด็ดขาดที่เชื่อว่านี่คือสงครามครั้งสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขามองวานรไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจ แต่เป็นภัยที่ต้องกำจัดให้หมดก่อนที่มนุษยชาติจะสูญพันธุ์ไปจริง ๆ ความเชื่อแบบนั้นทำให้ทุกการเผชิญหน้าตึงเครียดไปหมด แม้ซีซาร์จะพยายามยื่นมือให้ด้วยความเมตตา พยายามบอกว่าเราไม่ต้องฆ่ากันก็ได้ เราแยกกันอยู่ก็ได้ แต่เสียงของเขาแทบไม่มีใครได้ยินท่ามกลางเสียงปืนและความหวาดระแวงที่สะสมมานานหลายปี และสำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง มหาสงครามพิภพวานร เต็มเรื่อง แบบที่อยากดื่มด่ำกับอารมณ์ของตัวละครจริง ๆ อยากบอกเลยว่าเรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ รู้สึกไปกับแววตาของซีซาร์ เพราะแค่แววตาอย่างเดียวก็เล่าได้หมดแล้วว่าเขาเหนื่อยแค่ไหนกับการต้องเข้มแข็งเพื่อคนอื่นตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังสงครามทั่วไปก็คือ มันไม่ได้เริ่มจากความอยากชนะ แต่มันเริ่มจากความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อและคนเป็นผู้นำที่ต้องสูญเสียอย่างไม่ทันตั้งตัว ซีซาร์ที่เคยยึดมั่นในหลักการว่า วานรไม่ฆ่าวานร และเราจะไม่เริ่มความรุนแรงก่อน กลับต้องเผชิญกับคืนหนึ่งที่ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า ความโกรธมันพุ่งขึ้นมาแบบห้ามไม่อยู่จริง ๆ นะ เป็นความโกรธที่เราเข้าใจได้เลยว่าทำไมคนดี ๆ คนหนึ่งถึงอยากทิ้งทุกอย่างแล้วออกไปล้างแค้นให้สาสม เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่อีกต่อไปแล้วในตอนนั้น เขาอยากเป็นแค่คนที่ได้ระบายความแค้นให้คนที่เขารักก็พอ ความรู้สึกนี้แหละที่ค่อย ๆ กัดกินเขาจากข้างใน ทำให้เขาต้องสู้กับสัญชาตญาณดิบของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ระหว่างความเป็นผู้นำที่ต้องคิดถึงส่วนรวม กับความเป็นพ่อที่หัวใจแตกสลายไปแล้ว ยิ่งเดินทางลึกเข้าไปในความหนาวและความมืดของป่าและหิมะ หัวใจของเขาก็ยิ่งเย็นลงเรื่อย ๆ จนบางทีเราที่ดูอยู่ยังแอบกลัวเลยว่า เขาจะกลับมาเป็นซีซาร์คนเดิมที่เรารักได้อยู่ไหม หรือความแค้นจะเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นเหมือนศัตรูที่เขาเกลียดที่สุดไปเสียเอง ความขัดแย้งข้างในนี่แหละที่ทำให้ หนังของ แอนดี เซอร์คิส เรื่องนี้มีพลังมากเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่ได้เล่นแค่ท่าทางของวานร แต่เล่นเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีทั้งความรัก ความผิดหวัง ความรู้สึกผิด และความกลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่โชคดีที่การเดินทางครั้งนี้ซีซาร์ไม่ได้ไปคนเดียว แม้เขาจะอยากแยกตัวไปอย่างโดดเดี่ยวเพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บเพราะเขาแล้วก็ตาม แต่พี่น้องที่รักเขาจริง ๆ อย่างมอริซผู้ใจเย็นและอ่อนโยนเหมือนพี่ชายคนโต ร็อกเก็ตเพื่อนเก่าที่เคยมีอดีตขัดแย้งกันมาแต่ตอนนี้ไว้ใจกันยิ่งกว่าพี่น้อง และลูคาผู้ซื่อสัตย์ ก็ยังยืนยันว่าจะเดินไปด้วยกันจนถึงที่สุด มันเป็นมิตรภาพที่อบอุ่นมากท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บและโหดร้าย เหมือนมีมืออุ่น ๆ มาจับไหล่เราเบา ๆ ว่า เฮ้ นายไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวนะ ระหว่างทางพวกเขายังได้พบกับเด็กหญิงมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่พูดไม่ได้และหลงเหลืออยู่เพียงลำพัง กับวานรพเนจรขี้กลัวแต่จิตใจดีที่เรียกตัวเองแบบติดตลกและเอาตัวรอดเก่ง ความสัมพันธ์เล็ก ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนทิศของเรื่องไปอย่างเงียบ ๆ เลยนะ จากเรื่องของการล้างแค้น มันกลายเป็นเรื่องของการดูแลกัน การให้อภัย และการเลือกว่าจะส่งต่อความเกลียดชังหรือความเมตตาให้กับรุ่นต่อไป ซีนที่มอริซคอยดูแลเด็กน้อย ซีนที่ทุกคนหยุดพักแล้วมองหน้ากันโดยไม่ต้องพูดอะไรเยอะ มันทำให้เรารู้สึกว่าหัวใจของฝูงนี้ไม่ได้อยู่ที่พละกำลัง แต่อยู่ที่ความผูกพันที่ไม่มีใครพรากไปได้เลยจริง ๆ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกผูกพันเหมือนเราเป็นสมาชิกคนหนึ่งของฝูงที่เดินฝ่าหิมะไปด้วยกัน หิวไปด้วยกัน หนาวไปด้วยกัน และหวังไปด้วยกันว่าจะเจอที่ที่ปลอดภัยสักที พอเดินทางมาถึงจุดที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มของผู้พันจริง ๆ บรรยากาศมันก็ยิ่งกดดันและหดหู่ขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะที่นั่นไม่ใช่แค่สนามรบ แต่เป็นเหมือนค่ายกักกันขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เสียงโซ่ เสียงคำสั่ง เสียงหิมะที่ตกไม่หยุด และสายตาของเชลยวานรนับร้อยที่มองมาที่ซีซาร์ด้วยความหวังว่าเขาจะช่วยพาพวกเขาออกไปได้ ผู้พันเองก็ไม่ใช่ตัวร้ายแบบแบน ๆ ที่อยากชั่วก็ชั่วเลยนะ เขามีเหตุผลในแบบของเขา มีความกลัว มีอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยวเพราะความสิ้นหวังของมนุษยชาติที่กำลังล่มสลาย มีโรคประหลาดที่กำลังเปลี่ยนโลกไปอย่างช้า ๆ จนทำให้มนุษย์บางคนสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละนิด การปะทะกันของซีซาร์กับผู้พันจึงไม่ใช่แค่การเอาปืนมายิงกันว่าใครแม่นกว่า แต่มันคือการปะทะกันของสองความเชื่อ สองความกลัว และสองวิธีที่จะปกป้องเผ่าพันธุ์ของตัวเอง ซีซาร์ต้องตัดสินใจครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะใช้ความรุนแรงตอบโต้เพื่อเอาตัวรอดในตอนนี้ หรือจะยึดมั่นในสิ่งที่เคยสอนลูกสอนหลานมาตลอดว่าเราต้องดีกว่านั้น เราต้องไม่ปล่อยให้ความเกลียดชังกำหนดว่าเราเป็นใคร ทุกการตัดสินใจในค่ายนี้มันหนักมาก เพราะมันหมายถึงชีวิตของพี่น้องทั้งฝูงที่ฝากความหวังไว้ที่เขา และเราคนดูเองก็นั่งลุ้นจนแทบกลั้นหายใจ อยากเอาใจช่วยแต่ก็เจ็บไปกับทุกแผลที่เขาต้องเจอจริง ๆ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็อยากบอกเลยว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังดราม่าหนัก ๆ ที่ไม่ได้มีแค่บู๊ล้างผลาญ แต่มีหัวใจและความหมายให้เก็บกลับไปคิดต่อหลังดูจบ เหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรดี ๆ กับครอบครัวหรือกับเพื่อนสนิทแล้วนั่งคุยกันต่อว่าถ้าเป็นเราจะเลือกแบบซีซาร์ไหม เหมาะกับคนเหงา ๆ ที่อยากได้หนังเป็นเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกของการต้องเข้มแข็งทั้งที่ข้างในแทบไม่ไหวแล้ว และก็เหมาะกับสายลุ้นสายสงครามด้วยเพราะฉากแอ็กชัน ฉากหิมะถล่ม ฉากวางแผนหนี มันทำถึงมาก อลังการแต่ไม่กลบอารมณ์ของตัวละครเลย ดูจบแล้วมันจะรู้สึกอิ่ม ๆ หน่วง ๆ อบอุ่นปนเศร้า เหมือนเพิ่งร่ำลาเพื่อนเก่าที่ร่วมทางกันมานานหลายปี ใครที่รักเรื่องราวของความเสียสละ ความเป็นผู้นำ และความหมายของคำว่าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวโดยสายเลือดหรือครอบครัวที่เราเลือกเอง เรื่องนี้จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจไปอีกนานเลยโดยไม่ต้องเฉลยเลยว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร เพราะแค่การได้เห็นว่าซีซาร์เลือกจะเป็นใครท่ามกลางความมืดมิดที่สุดของหัวใจมนุษย์และวานร มันก็คุ้มค่ากับเวลาสองชั่วโมงกว่า ๆ ที่นั่งดูไปพร้อมน้ำตาซึม ๆ แล้วจริง ๆ
ดูเลย · พากย์ไทย