

Invincible Swordsman
เรื่องย่อ Invincible Swordsman
เหนื่อยจนไม่อยากจับดาบอีกแล้ว จะเป็นไปได้ไหมที่จะทิ้งทุกอย่างแล้วไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ สักที นี่คือคำถามในใจของหลิงหูชงตั้งแต่ฉากแรกของ เดชคัมภีร์เทวดา ที่ทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยเขาตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักกันดีเลย โลกในเรื่องนี้เป็นยุทธภพที่สวยมากนะ ทั้งภูเขาสูง หมอกบาง ๆ เสียงขลุ่ยเคล้าเสียงกระบี่ แต่ภายใต้ความสวยนั้นคือความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น สำนักต่าง ๆ ต่างอ้างว่าตัวเองคือฝ่ายธรรมะ แล้วก็พร้อมจะชี้หน้าว่าอีกฝ่ายคือมารร้าย ทุกคนอยากเป็นใหญ่ อยากถูกจดจำ อยากให้ความถูกต้องของตัวเองอยู่เหนือคนอื่น ส่วนหลิงหูชงกลับสวนทางกับทุกคนเลย เขาเคยผ่านการต่อสู้ เคยมีเพื่อนร่วมเป็นร่วมตาย เคยเจ็บมาเยอะจนวันนี้เขาไม่ได้อยากชนะใครอีกแล้ว เขาอยากแค่วางกระบี่ลงแล้วเดินออกไปให้ไกลที่สุด ไปอยู่ที่ที่ไม่มีใครเรียกเขาว่าจอมยุทธอีก แต่ยิ่งเขาอยากถอย ยุทธภพก็ยิ่งดึงเขาเข้ามาตรงกลาง เหมือนพายุที่ยิ่งหนีก็ยิ่งดูดให้เข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางมากขึ้นทุกที ความขัดแย้งในใจแบบนี้แหละที่ทำให้เราดูแล้วรู้สึกผูกพันกับเขาง่ายมาก เพราะลึก ๆ เราเองก็คงเคยอยากหนีจากความวุ่นวายแบบนี้เหมือนกัน สิ่งที่ทำให้เรารักหลิงหูชงก็คือเขาไม่ใช่คนกระหายชัยชนะเลย เขาไม่ได้อยากเป็นตำนาน ไม่ได้อยากให้ใครกราบไหว้ เขาแค่อยากมีชีวิตธรรมดาที่ได้เลือกเอง ได้กินอิ่ม นอนหลับ หัวเราะกับเพื่อนโดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีดาบแทงมาจากด้านหลังเมื่อไหร่ แต่โลกความจริงมันไม่อนุญาตให้เขาทำแบบนั้นง่าย ๆ เพราะตราบใดที่เขายังมีชื่อ ยังมีฝีมือ ยังมีอดีตที่ผูกกับสำนักและพี่น้อง ทุกย่างก้าวของเขาก็ยังถูกจับตามองอยู่ดี ระหว่างทางที่เขาพยายามปลีกตัวออกมา เขาก็ต้องเจอกับการช่วงชิง การหักหลัง การโยนความผิด และการบีบให้ต้องเลือกข้างอยู่ตลอดเวลา ฝ่ายหนึ่งบอกว่าถ้าไม่ยืนข้างธรรมะก็เท่ากับเป็นศัตรู อีกฝ่ายก็บอกว่าโลกของธรรมะนั้นจอมปลอม หลิงหูชงที่อยู่ตรงกลางเลยเหมือนคนตัวเล็ก ๆ ที่ถูกคลื่นใหญ่ซัดไปมา แต่เขาก็ยังพยายามรักษาหัวใจของตัวเองไว้ ไม่ยอมให้ใครมาบอกว่าเขาต้องเป็นอะไร ความดื้อเงียบ ๆ แบบนี้ทำให้ตัวละครของเขามีเสน่ห์มาก ดูไปก็เหมือนมองเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อย แต่ก็ยังไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเองไปง่าย ๆ แล้วจุดที่เรื่องเริ่มพลิกให้สนุกและใจเต้นขึ้นก็คือวันที่เขาได้เจอกับตงฟางปุ๊ป้าย ผู้นำลึกลับแห่งนิกายที่ใคร ๆ เรียกว่านิกายมาร ตอนแรกที่เจอกันมันเป็นความบังเอิญมาก ๆ ไม่ได้มีการประกาศศักดาหรือเปิดตัวอะไรใหญ่โตเลย แต่กลับเป็นการเจอกันของคนสองคนที่มาจากโลกคนละใบ คนหนึ่งอยากหนีจากยุทธภพ อีกคนหนึ่งกลับยืนอยู่บนยอดของยุทธภพนั้น ตงฟางปุ๊ป้ายเป็นคนที่น่ามองมาก ทั้งนิ่ง ทั้งฉลาด ทั้งอ่านคนขาด แต่ก็มีความเหงาและความลับซ่อนอยู่ในแววตา การคุยกันของทั้งคู่เลยไม่ใช่แค่การหยั่งเชิงแบบจอมยุทธทั่วไป แต่มันเหมือนการคุยกันของคนเหงาสองคนที่ต่างก็สงสัยว่า ตกลงความถูกความผิดมันวัดกันตรงไหนกันแน่ ยิ่งเดินทางไปด้วยกัน ยิ่งเจอเรื่องวุ่น ๆ ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของเขาก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เหมือนมิตร เดี๋ยวก็เหมือนศัตรู เดี๋ยวก็เหมือนคนที่เข้าใจกันที่สุดในโลกที่ไม่มีใครเหมือน เราดูแล้วก็ลุ้นตามตลอดว่าจะไว้ใจกันได้แค่ไหน จะหันดาบใส่กันเมื่อไหร่ หรือจะมีวันที่จับมือกันจริง ๆ ได้ไหม ความคาดเดาไม่ได้ตรงนี้แหละที่ทำให้ครึ่งหลังของเรื่องสนุกจนวางไม่ลงเลย ถ้าใครกำลังคิดว่า ดูหนัง เดชคัมภีร์เทวดา เต็มเรื่อง แล้วจะได้เห็นแค่ฟันดาบกันอย่างเดียว บอกเลยว่าคิดผิดไปเยอะ เพราะเรื่องนี้ให้ความเป็นหนังชีวิตเข้มข้นไม่แพ้ฉากบู๊เลย ฉากต่อสู้ทำสวยมาก ทั้งเร็ว ทั้งแรง ทั้งมีท่วงท่าที่ดูแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่แค่สู้เอามัน แต่สู้เพราะข้างในมีอารมณ์ มีความโกรธ ความเสียใจ ความจำเป็นต้องปกป้องใครสักคน ดาบแต่ละครั้งที่ปะทะกันเลยเหมือนใจสองดวงกำลังเถียงกันมากกว่าจะเอาชนะกัน ส่วนช่วงที่หนังผ่อนจังหวะลงก็อบอุ่นแบบบอกไม่ถูก ทั้งฉากนั่งคุยกันเงียบ ๆ ในตลาดที่คนพลุกพล่าน ฉากเดินผ่านหุบเขาตอนเช้าที่หมอกยังไม่จาง หรือฉากนั่งดื่มด้วยกันแล้วไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ แต่สายตากลับพูดแทนหมด แสง สี เสียงในเรื่องนี้ช่วยเล่าอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้ยุทธภพดูกว้างใหญ่และอันตราย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้คนตัวเล็ก ๆ อย่างหลิงหูชงดูใกล้ตัวเรามาก ๆ เหมือนเรากำลังเดินข้างเขาไปด้วย ได้ยินเสียงหายใจ ได้เห็นความลังเลในแววตา และได้ตั้งคำถามไปพร้อมกับเขาว่า สุดท้ายแล้วเราสู้ไปเพื่ออะไร เพื่อชื่อเสียง เพื่อสำนัก เพื่อคนที่เรารัก หรือแค่เพื่อจะได้มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง สำหรับใครที่ชอบหนังกำลังภายในที่มีหัวใจ เรื่องนี้คือตอบโจทย์เลย ยิ่งถ้าเคยประทับใจกับหนังของจอมยุทธพเนจรสายเหงา ๆ ที่ต้องเลือกระหว่างอุดมการณ์กับอิสรภาพ รับรองว่าจะอินกับหลิงหูชงได้ไม่ยาก ส่วนคนที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์แบบเดายาก ชอบเคมีของตัวละครจากคนละขั้วที่ค่อย ๆ เรียนรู้กัน ก็จะเพลินกับทุกฉากที่เขากับตงฟางปุ๊ป้ายอยู่ด้วยกันมาก ๆ ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็ได้อารมณ์เหมือนมีเพื่อนร่วมทางไปด้วย หรือจะชวนที่บ้านมาดูด้วยกันในวันหยุดก็ดี เพราะมันไม่ได้มีแค่ฉากบู๊ให้ลุ้น แต่มีบทสนทนาให้เก็บไปคิดต่อ มีมิตรภาพให้ยิ้มตาม และมีความเหงาให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เหงาอยู่คนเดียว เป็นหนังที่ดูจบแล้วอาจจะไม่ได้รู้สึกฮึกเหิมแบบผู้ชนะ แต่จะรู้สึกอิ่มในใจแบบแปลก ๆ เหมือนเพิ่งได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งที่พยายามเหลือเกินจะรักษาหัวใจดี ๆ ของตัวเองไว้ในโลกที่ไม่ง่ายเลยสักวัน
ดู Invincible Swordsman ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- เดชคัมภีร์เทวดา
- หลิงหูชง
- ตงฟางปุ๊ป้าย
- ยุทธภพ
- หนังบู๊
- จอมยุทธพเนจร
- การช่วงชิงสำนัก













