Love On The Rocks

Love On The Rocks

รักหมดแก้ว
★ 3.8/10 2014 111 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังรักโรแมนติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Love On The Rocks

เรื่องย่อ Love On The Rocks

ความรักที่ดีที่สุดมันควรจะมีรสชาติแบบไหนกันนะ ระหว่างหวานละมุนเหมือนค็อกเทลแก้วแรกของค่ำคืน หรือขมซ่าแบบเบียร์เย็น ๆ ที่ต้องค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ นี่คือคำถามในใจของไฟเลี้ยวตั้งแต่ประโยคแรกของ รักหมดแก้ว หนังรักอารมณ์ดีที่พาเราไปรู้จักสาวอินดี้คนหนึ่งที่เชื่อสุดใจว่าความรักไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ไม่ต้องเรียกร้อง และไม่ต้องผูกมัดอะไรกันให้วุ่นวาย ขอแค่ได้นั่งชิล ๆ อยู่ข้างกันเหมือนนั่งจิบเบียร์ริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตกก็พอแล้ว ฟังดูก็เท่ดีนะ เป็นความฝันของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมโต ที่ผ่านความเจ็บมาเยอะจนเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ต้องการอะไร ไม่อยากเสียความเป็นตัวเองไปเพราะใครอีกแล้ว เธอเลยตั้งทฤษฎีความรักแบบมีระยะห่างกำลังดีขึ้นมาเอง ไม่ใกล้จนอึดอัด ไม่ไกลจนห่างเหิน ยังหายใจสะดวก ยังคิดถึงกันอยู่ แค่คิดตามก็รู้สึกชิลแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ชีวิตจริงมันจะรักษาความเย็นแบบนั้นไว้ได้นานแค่ไหนกันเชียว ใครที่กำลังอยาก ดูหนัง รักหมดแก้ว เต็มเรื่อง แบบชิล ๆ สักคืน เรื่องนี้เหมือนเพื่อนชวนไปนั่งร้านเหล้าด้วยกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลย บรรยากาศเป็นกันเอง เสียงหัวเราะดัง ๆ แก้วกระทบกันเบา ๆ แล้วก็มีคำถามเบา ๆ ลอยอยู่ในอากาศว่าความชิลที่เราฝันไว้ มันจะหวานไปตลอดจริงเหรอ ไฟเลี้ยวไม่ใช่คนเกลียดความรักเลยนะ เธอแค่เกลียดความรักที่ทำให้ต้องสูญเสียตัวเองไป เธอผ่านผู้ชายมาหลายคน เจ็บมาหลายรอบ ผิดหวังมาซ้ำ ๆ จนสร้างเกราะขึ้นมาเป็นปรัชญาความชิลนี่แหละ แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้มาเจอกับบั๊กโจ้ ผู้ชายที่เหมือนจะใช่ที่สุดในโลกของเธอ เขาเป็นหนุ่มตี๋หน้ามึนอารมณ์ดี ยิ้มง่ายหัวเราะง่าย อยู่ใกล้แล้วอารมณ์ดีตามไปด้วยแบบไม่ต้องพยายาม เขาเป็นเจ้าของร้านเหล้าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนไม่ได้เปิดมาเพื่อเอากำไรจริงจัง แต่เปิดไว้เหมือนห้องรับแขกให้เพื่อน ๆ มาเจอกัน มานั่งสังสรรค์ มาเม้าท์มอยเอาฮากันมากกว่า ในหัวของเขา อนาคตยังเป็นเรื่องอีกยาวไกล เวลายังมีเหลือเฟือ ไม่ต้องรีบโตก็ได้มั้ง ไฟเลี้ยวเลยคิดว่าการได้คบกับผู้ชายแบบนี้นี่แหละจะโคตรชิลสมใจ ไม่ต้องผูกมัด ไม่ต้องวางแผนอนาคตให้ปวดหัว แค่มีความสุขกับปัจจุบันไปวัน ๆ ก็น่าจะพอแล้ว ช่วงแรกของความสัมพันธ์มันเลยน่ารักกุ๊กกิ๊กไปหมด เหมือนฟองเบียร์กับขอบแก้วที่เข้ากันพอดี มีบทสนทนากวน ๆ มุกหน้าตาย มีแก๊งเพื่อนที่ร้านเป็นเหมือนคอรัสคอยแซวคอยเชียร์ มีโมเมนต์นั่งมองหน้ากันเฉย ๆ ก็ยังยิ้มได้ ความสัมพันธ์แบบไม่ต้องนิยามอะไรให้ชัดเจนมันหอมหวานเหมือนเบียร์แก้วแรกจริง ๆ นั่นแหละ แต่พอนั่งไปนาน ๆ ใครที่เคยจิบเบียร์ทิ้งไว้จะรู้ดี ว่าถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล มันก็ค่อย ๆ หายซ่า ค่อย ๆ จืดลงโดยไม่รู้ตัว แล้วเส้นแบ่งระหว่างการเว้นช่องว่างให้กันอย่างเข้าใจ กับการปล่อยปละละเลยจนความสัมพันธ์จืดจางมันอยู่ตรงไหนกันแน่ นี่คือสิ่งที่เรื่องค่อย ๆ พาเราไปสำรวจแบบไม่เทศน์ ไม่สอน แต่ให้เรารู้สึกไปพร้อมกับตัวละครเลย สำหรับไฟเลี้ยว อิสระคือการไม่ถูกครอบครอง แต่สำหรับบั๊กโจ้ อิสระดันกลายเป็นการไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยก็ได้ ทั้งคู่ดูเหมือนจะคิดเหมือนกัน แต่ลึก ๆ แล้วกำลังเรียกร้องสิ่งที่ต่างกันโดยไม่รู้ตัว คนนึงใช้ความชิลเป็นเกราะกันความกลัวการผูกมัดเพราะเคยเจ็บมาเยอะ อีกคนใช้ความสนุกและความไม่จริงจังเป็นเกราะกันความกลัวที่จะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ อารมณ์ของหนังเลยลอย ๆ เหมือนคนเมากำลังได้ที่ มีทั้งช่วงที่หัวเราะเสียงดังลั่นร้านเหล้า แซวกันไปมาแบบเพื่อนสนิท กับช่วงที่จู่ ๆ ก็นิ่งเงียบแล้วรู้สึกเหงาขึ้นมาเฉย ๆ ทั้งที่รอบตัวมีเพื่อนเต็มไปหมด เป็นความเหงาแบบบอกว่าอยู่คนเดียวก็ได้ แต่ลึก ๆ ก็อยากมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ตอนพระอาทิตย์ตก ฉากปะทะคารมของคนสองคนที่มีทิฐิในแบบของตัวเองเลยทั้งขำทั้งจี๊ด เพราะเถียงกันเรื่องเล็ก ๆ อย่างใครไม่โทรหาใคร ใครลืมนัดใคร แต่ข้างใต้มันคือคำถามใหญ่กว่านั้นว่าเรายังสำคัญกับกันอยู่ไหม งานภาพก็ช่วยเล่าเรื่องนี้ดีมากเลยนะ แสงไฟสลัว ๆ ในร้านตอนกลางคืน เสียงหัวเราะ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ สลับกับภาพฝันสวย ๆ อย่างทะเลตอนเย็นที่ไฟเลี้ยวเคยจินตนาการไว้ ยิ่งดึกบทสนทนาก็ยิ่งจริงใจเหมือนวงเหล้าของพวกเรานี่แหละ ที่ตอนหัวค่ำคุยแต่เรื่องไร้สาระ พอดึกแล้วอยู่ดี ๆ ก็พูดเรื่องในใจออกมาเฉยเลย ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่เคยบอกตัวเองว่าเป็นสายอินดี้ รักอิสระ ไม่อยากมีพันธะ แต่ลึก ๆ ก็ยังโหยหาความอบอุ่น เหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรเบา ๆ กับเพื่อน กับแฟน หรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนแล้วอยากหัวเราะไปพร้อมกับคิดอะไรนิดหน่อยหลังดูจบ ไม่ต้องเตรียมทิชชู่แบบหนังดราม่าน้ำตาท่วม เพราะจังหวะของเรื่องไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนบทสนทนาตอนดึก ดูเพลิน หัวเราะง่าย แต่ก็ทิ้งรสขมปลายลิ้นให้กลับไปคิดต่อว่าความรักแบบไม่ผูกมัดมันมีอยู่จริง หรือเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่ไม่กล้าพอจะรักใครจริง ๆ สายลุ้นก็ดูได้สนุกเพราะอยากรู้ว่าสองคนที่สุดโต่งเรื่องความชิลจะประคองระยะห่างนี้ไปได้แค่ไหน ส่วนสายดราม่าความสัมพันธ์จะยิ่งอินกับโมเมนต์นิ่ง ๆ ที่ไม่ต้องพูดอะไรเยอะแต่รู้สึกได้ถึงความห่างที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เอาเป็นว่าถ้าคืนไหนรู้สึกอยากนั่งชิลในวงเพื่อน ฟังเรื่องรักกวน ๆ เหงา ๆ ที่จริงใจแบบคนวัยรุ่นตอนปลายที่ยังไม่อยากโต เรื่องนี้คือเพื่อนร่วมวงที่ดีมากคนหนึ่งเลย รับรองว่าดูจบแล้วจะอยากโทรหาใครสักคน หรือไม่ก็อยากนั่งเงียบ ๆ จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดแล้วทบทวนรสชาติความรักของตัวเองดูสักแก้วเหมือนกัน

เรื่องย่อ Love On The Rocks

ความรักที่ดีที่สุดมันควรจะมีรสชาติแบบไหนกันนะ ระหว่างหวานละมุนเหมือนค็อกเทลแก้วแรกของค่ำคืน หรือขมซ่าแบบเบียร์เย็น ๆ ที่ต้องค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ นี่คือคำถามในใจของไฟเลี้ยวตั้งแต่ประโยคแรกของ รักหมดแก้ว หนังรักอารมณ์ดีที่พาเราไปรู้จักสาวอินดี้คนหนึ่งที่เชื่อสุดใจว่าความรักไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ไม่ต้องเรียกร้อง และไม่ต้องผูกมัดอะไรกันให้วุ่นวาย ขอแค่ได้นั่งชิล ๆ อยู่ข้างกันเหมือนนั่งจิบเบียร์ริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตกก็พอแล้ว ฟังดูก็เท่ดีนะ เป็นความฝันของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมโต ที่ผ่านความเจ็บมาเยอะจนเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ต้องการอะไร ไม่อยากเสียความเป็นตัวเองไปเพราะใครอีกแล้ว เธอเลยตั้งทฤษฎีความรักแบบมีระยะห่างกำลังดีขึ้นมาเอง ไม่ใกล้จนอึดอัด ไม่ไกลจนห่างเหิน ยังหายใจสะดวก ยังคิดถึงกันอยู่ แค่คิดตามก็รู้สึกชิลแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ชีวิตจริงมันจะรักษาความเย็นแบบนั้นไว้ได้นานแค่ไหนกันเชียว ใครที่กำลังอยาก ดูหนัง รักหมดแก้ว เต็มเรื่อง แบบชิล ๆ สักคืน เรื่องนี้เหมือนเพื่อนชวนไปนั่งร้านเหล้าด้วยกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลย บรรยากาศเป็นกันเอง เสียงหัวเราะดัง ๆ แก้วกระทบกันเบา ๆ แล้วก็มีคำถามเบา ๆ ลอยอยู่ในอากาศว่าความชิลที่เราฝันไว้ มันจะหวานไปตลอดจริงเหรอ

ไฟเลี้ยวไม่ใช่คนเกลียดความรักเลยนะ เธอแค่เกลียดความรักที่ทำให้ต้องสูญเสียตัวเองไป เธอผ่านผู้ชายมาหลายคน เจ็บมาหลายรอบ ผิดหวังมาซ้ำ ๆ จนสร้างเกราะขึ้นมาเป็นปรัชญาความชิลนี่แหละ แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้มาเจอกับบั๊กโจ้ ผู้ชายที่เหมือนจะใช่ที่สุดในโลกของเธอ เขาเป็นหนุ่มตี๋หน้ามึนอารมณ์ดี ยิ้มง่ายหัวเราะง่าย อยู่ใกล้แล้วอารมณ์ดีตามไปด้วยแบบไม่ต้องพยายาม เขาเป็นเจ้าของร้านเหล้าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนไม่ได้เปิดมาเพื่อเอากำไรจริงจัง แต่เปิดไว้เหมือนห้องรับแขกให้เพื่อน ๆ มาเจอกัน มานั่งสังสรรค์ มาเม้าท์มอยเอาฮากันมากกว่า ในหัวของเขา อนาคตยังเป็นเรื่องอีกยาวไกล เวลายังมีเหลือเฟือ ไม่ต้องรีบโตก็ได้มั้ง ไฟเลี้ยวเลยคิดว่าการได้คบกับผู้ชายแบบนี้นี่แหละจะโคตรชิลสมใจ ไม่ต้องผูกมัด ไม่ต้องวางแผนอนาคตให้ปวดหัว แค่มีความสุขกับปัจจุบันไปวัน ๆ ก็น่าจะพอแล้ว ช่วงแรกของความสัมพันธ์มันเลยน่ารักกุ๊กกิ๊กไปหมด เหมือนฟองเบียร์กับขอบแก้วที่เข้ากันพอดี มีบทสนทนากวน ๆ มุกหน้าตาย มีแก๊งเพื่อนที่ร้านเป็นเหมือนคอรัสคอยแซวคอยเชียร์ มีโมเมนต์นั่งมองหน้ากันเฉย ๆ ก็ยังยิ้มได้ ความสัมพันธ์แบบไม่ต้องนิยามอะไรให้ชัดเจนมันหอมหวานเหมือนเบียร์แก้วแรกจริง ๆ นั่นแหละ แต่พอนั่งไปนาน ๆ ใครที่เคยจิบเบียร์ทิ้งไว้จะรู้ดี ว่าถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล มันก็ค่อย ๆ หายซ่า ค่อย ๆ จืดลงโดยไม่รู้ตัว

แล้วเส้นแบ่งระหว่างการเว้นช่องว่างให้กันอย่างเข้าใจ กับการปล่อยปละละเลยจนความสัมพันธ์จืดจางมันอยู่ตรงไหนกันแน่ นี่คือสิ่งที่เรื่องค่อย ๆ พาเราไปสำรวจแบบไม่เทศน์ ไม่สอน แต่ให้เรารู้สึกไปพร้อมกับตัวละครเลย สำหรับไฟเลี้ยว อิสระคือการไม่ถูกครอบครอง แต่สำหรับบั๊กโจ้ อิสระดันกลายเป็นการไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยก็ได้ ทั้งคู่ดูเหมือนจะคิดเหมือนกัน แต่ลึก ๆ แล้วกำลังเรียกร้องสิ่งที่ต่างกันโดยไม่รู้ตัว คนนึงใช้ความชิลเป็นเกราะกันความกลัวการผูกมัดเพราะเคยเจ็บมาเยอะ อีกคนใช้ความสนุกและความไม่จริงจังเป็นเกราะกันความกลัวที่จะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ อารมณ์ของหนังเลยลอย ๆ เหมือนคนเมากำลังได้ที่ มีทั้งช่วงที่หัวเราะเสียงดังลั่นร้านเหล้า แซวกันไปมาแบบเพื่อนสนิท กับช่วงที่จู่ ๆ ก็นิ่งเงียบแล้วรู้สึกเหงาขึ้นมาเฉย ๆ ทั้งที่รอบตัวมีเพื่อนเต็มไปหมด เป็นความเหงาแบบบอกว่าอยู่คนเดียวก็ได้ แต่ลึก ๆ ก็อยากมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ตอนพระอาทิตย์ตก ฉากปะทะคารมของคนสองคนที่มีทิฐิในแบบของตัวเองเลยทั้งขำทั้งจี๊ด เพราะเถียงกันเรื่องเล็ก ๆ อย่างใครไม่โทรหาใคร ใครลืมนัดใคร แต่ข้างใต้มันคือคำถามใหญ่กว่านั้นว่าเรายังสำคัญกับกันอยู่ไหม งานภาพก็ช่วยเล่าเรื่องนี้ดีมากเลยนะ แสงไฟสลัว ๆ ในร้านตอนกลางคืน เสียงหัวเราะ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ สลับกับภาพฝันสวย ๆ อย่างทะเลตอนเย็นที่ไฟเลี้ยวเคยจินตนาการไว้ ยิ่งดึกบทสนทนาก็ยิ่งจริงใจเหมือนวงเหล้าของพวกเรานี่แหละ ที่ตอนหัวค่ำคุยแต่เรื่องไร้สาระ พอดึกแล้วอยู่ดี ๆ ก็พูดเรื่องในใจออกมาเฉยเลย

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่เคยบอกตัวเองว่าเป็นสายอินดี้ รักอิสระ ไม่อยากมีพันธะ แต่ลึก ๆ ก็ยังโหยหาความอบอุ่น เหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรเบา ๆ กับเพื่อน กับแฟน หรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนแล้วอยากหัวเราะไปพร้อมกับคิดอะไรนิดหน่อยหลังดูจบ ไม่ต้องเตรียมทิชชู่แบบหนังดราม่าน้ำตาท่วม เพราะจังหวะของเรื่องไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนบทสนทนาตอนดึก ดูเพลิน หัวเราะง่าย แต่ก็ทิ้งรสขมปลายลิ้นให้กลับไปคิดต่อว่าความรักแบบไม่ผูกมัดมันมีอยู่จริง หรือเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่ไม่กล้าพอจะรักใครจริง ๆ สายลุ้นก็ดูได้สนุกเพราะอยากรู้ว่าสองคนที่สุดโต่งเรื่องความชิลจะประคองระยะห่างนี้ไปได้แค่ไหน ส่วนสายดราม่าความสัมพันธ์จะยิ่งอินกับโมเมนต์นิ่ง ๆ ที่ไม่ต้องพูดอะไรเยอะแต่รู้สึกได้ถึงความห่างที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เอาเป็นว่าถ้าคืนไหนรู้สึกอยากนั่งชิลในวงเพื่อน ฟังเรื่องรักกวน ๆ เหงา ๆ ที่จริงใจแบบคนวัยรุ่นตอนปลายที่ยังไม่อยากโต เรื่องนี้คือเพื่อนร่วมวงที่ดีมากคนหนึ่งเลย รับรองว่าดูจบแล้วจะอยากโทรหาใครสักคน หรือไม่ก็อยากนั่งเงียบ ๆ จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดแล้วทบทวนรสชาติความรักของตัวเองดูสักแก้วเหมือนกัน

ดู Love On The Rocks ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • รักหมดแก้ว
  • หนังรักโรแมนติก
  • หนังตลกไทย
  • สาวอินดี้
  • เจ้าของร้านเหล้า
  • ความกลัวการผูกมัด
  • มิตรภาพในวงเหล้า