Good Kill

Good Kill

โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
★ 6.0/10 2015 104 นาที ภาพยนตร์ ระทึกขวัญ สงคราม หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Good Kill

เรื่องย่อ Good Kill

เคยสงสัยไหมว่าถ้าทุกเช้าต้องไปทำงานด้วยการพรากชีวิตใครสักคนที่อยู่ไกลกันครึ่งโลก แล้วตอนเย็นยังกลับมากินข้าวกับลูกเมียได้เหมือนเดิม หัวใจของเราจะยังเหมือนเดิมได้จริงเหรอ นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่ในใจของ ทอม อีแกน ตลอดทั้งเรื่องใน โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก ที่พาเราไปนั่งข้าง ๆ เขาในห้องแอร์เย็น ๆ กลางทะเลทรายลาสเวกัส แล้วมองสงครามผ่านหน้าจอเล็ก ๆ ที่ทั้งชัดและพร่ามัวในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้เลยคือความเหงาแบบแปลก ๆ ไม่ใช่เหงาเพราะอยู่คนเดียว แต่เหงาเพราะไม่มีใครเข้าใจเลยว่าสิ่งที่เขาทำทุกวันมันหนักแค่ไหน ทั้งที่ข้างนอกห้องนั้นท้องฟ้ายังสว่าง รถยังติด และชีวิตยังเดินต่อไปเหมือนไม่มีสงครามเกิดขึ้นเลยสักนิด ทอมเคยเป็นนักบินเอฟสิบหกตัวจริงที่ได้บินขึ้นฟ้า ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ได้รู้สึกถึงแรงกดตอนเลี้ยวหักหลบ และเคยเชื่อว่าการเป็นทหารคือการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงพร้อมกับคนที่อยู่ข้าง ๆ กัน แต่สงครามยุคใหม่กลับย้ายเขามานั่งอยู่หน้าจอ ต้องบังคับโดรนติดอาวุธที่บินวนอยู่เหนืออัฟกานิสถานหรือเยเมนทั้งที่ตัวเขายังนั่งอยู่ในอเมริกา วันละสิบสองชั่วโมง หน้าที่ของเขาคือเฝ้าดู เฝ้ารอ แล้วก็กดปุ่ม ภาพที่เห็นคือจุดสีขาวดำขยับไปมาบนจออินฟราเรด เป็นรถ เป็นบ้าน เป็นคนเดินไปมา บางวันต้องเฝ้าดูเป้าหมายคนเดิมนานเป็นสัปดาห์จนจำได้ว่าเขาชอบนั่งตรงไหน ชอบเล่นกับลูกตอนไหน แล้ววันหนึ่งคำสั่งก็มาถึงให้ยิง ความผูกพันประหลาด ๆ แบบนี้แหละที่ค่อย ๆ กัดกินเขา เพราะเขาไม่ได้ยิงศัตรูที่มองไม่เห็นหน้า แต่ยิงคนที่เขาเฝ้ามองชีวิตมาตลอด แล้วพอกะจบก็แค่ลุกขึ้น ขับรถกลับบ้าน ไปรับลูก ไปเป็นพ่อ ไปเป็นสามี ราวกับเมื่อบ่ายไม่ได้ทำอะไรเลย ชีวิตสองขั้วที่สลับไปมาระหว่างห้องสงครามกับห้องนั่งเล่นแบบนี้ มันทำให้เส้นแบ่งระหว่างนักรบกับคนธรรมดาค่อย ๆ จางลงจนเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ สิ่งที่ทำให้เขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ความซ้ำซากของการเฝ้าจอ แต่เป็นคำสั่งที่เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นป้องกันทหารภาคพื้นหรือโจมตีเป้าหมายทางทหารชัดเจน กลับกลายเป็นภารกิจที่มาจากหน่วยข่าวกรองที่เน้นความคลุมเครือมากขึ้น ต้องโจมตีแบบคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องยิงเพราะดูมีพิรุธ ไม่ใช่เพราะเห็นอาวุธจริง ๆ และหลายครั้งผลที่ตามมาคือมีชาวบ้านหรือเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องเจ็บไปด้วย ทอมที่ยังมีความเป็นนักบินเก่าฝังอยู่ในใจก็ยิ่งสับสน เพราะเขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ปกป้องใครเลย แต่กำลังเป็นแค่คนลั่นไกจากระยะไกลที่ปลอดภัยเกินไป ความรู้สึกผิดแบบนี้ไม่ได้ระเบิดออกมาเป็นฉากใหญ่ แต่มันซึมเหมือนสนิม เริ่มจากนอนไม่หลับ เริ่มดื่มมากขึ้น เริ่มหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ ที่บ้าน ภรรยาที่เคยอดทนและพยายามเข้าใจก็เริ่มรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นคนละคน ส่วนเพื่อนร่วมทีมในห้องควบคุมอย่าง ซูอาเรซ หรือคนใหม่อย่าง แซ็ก ที่ยังไฟแรงและเชื่อในระบบ ก็กลายเป็นกระจกสะท้อนให้เขาเห็นตัวเองในอดีตกับปัจจุบันที่ต่างกันลิบลับ บทสนทนาในห้องที่ดูเรียบ ๆ เย็น ๆ ด้วยวิทยุสื่อสารและระเบียบทหาร จึงเต็มไปด้วยแรงปะทะทางความคิดเรื่องหน้าที่กับมโนธรรม ว่าตกลงแล้วคำว่า Good Kill ที่พวกเขาพูดกันหลังมิสไซล์โดนเป้า มันยังหมายถึงการทำดีเพื่อชาติอยู่ไหม หรือเป็นแค่คำปลอบใจให้กดปุ่มครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น ถ้าใครกำลังหา ดูหนัง โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก เต็มเรื่อง แบบที่ไม่ได้หวังฉากระเบิดตูมตามหรือไล่ล่ากลางทะเลทราย เรื่องนี้จะให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไปเลย เพราะความระทึกของมันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะ แต่ลุ้นว่าจิตใจของคนสั่งยิงจะรับไหวถึงเมื่อไหร่ จังหวะจะค่อย ๆ เดิน ช้า ๆ เนิบ ๆ แต่กดดันต่อเนื่องด้วยเสียงวิทยุ ภาพมุมสูงตอนกลางคืน และการนับถอยหลังก่อนยิงที่ทุกครั้งรู้สึกหนักขึ้นเรื่อย ๆ งานภาพจะนิ่ง เรียบ สมจริง แสงจอในห้องมืด ๆ ตัดกับแดดจ้าของลาสเวกัสข้างนอก ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของทอมได้ดีมาก ๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง หนังของ อีธาน ฮอว์ก ที่โชว์การแสดงแบบเงียบ ๆ แต่ข้างในปั่นป่วน เขาไม่ต้องตะโกนหรือร้องไห้ฟูมฟาย แค่แววตาตอนจ้องจอกับตอนมองหน้าลูกก็เล่าได้หมดแล้วว่าเขากำลังพังจากข้างในยังไง เรื่องนี้เลยเหมาะมากกับคนชอบดราม่าหนัก ๆ ที่ตั้งคำถามกับชีวิต ชอบหนังสงครามมุมใหม่ที่ไม่พาไปแนวหน้าแต่พาไปนั่งในห้องควบคุม หรือคืนไหนที่อยากดูหนังเงียบ ๆ คนเดียวแล้วนั่งคิดต่อหลังจบ ดูกับครอบครัวที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ชวนคุยกันต่อได้ดีเรื่องความหมายของหน้าที่ ความเป็นพ่อ และการแบกรับผลของการตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ได้ถามแค่ว่าสงครามสมัยใหม่โหดร้ายแค่ไหน แต่ถามเบา ๆ ว่าแล้วคนที่ต้องกดปุ่มนั้นทุกวัน เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมได้อย่างไร

เรื่องย่อ Good Kill

เคยสงสัยไหมว่าถ้าทุกเช้าต้องไปทำงานด้วยการพรากชีวิตใครสักคนที่อยู่ไกลกันครึ่งโลก แล้วตอนเย็นยังกลับมากินข้าวกับลูกเมียได้เหมือนเดิม หัวใจของเราจะยังเหมือนเดิมได้จริงเหรอ นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่ในใจของ ทอม อีแกน ตลอดทั้งเรื่องใน โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก ที่พาเราไปนั่งข้าง ๆ เขาในห้องแอร์เย็น ๆ กลางทะเลทรายลาสเวกัส แล้วมองสงครามผ่านหน้าจอเล็ก ๆ ที่ทั้งชัดและพร่ามัวในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้เลยคือความเหงาแบบแปลก ๆ ไม่ใช่เหงาเพราะอยู่คนเดียว แต่เหงาเพราะไม่มีใครเข้าใจเลยว่าสิ่งที่เขาทำทุกวันมันหนักแค่ไหน ทั้งที่ข้างนอกห้องนั้นท้องฟ้ายังสว่าง รถยังติด และชีวิตยังเดินต่อไปเหมือนไม่มีสงครามเกิดขึ้นเลยสักนิด

ทอมเคยเป็นนักบินเอฟสิบหกตัวจริงที่ได้บินขึ้นฟ้า ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ได้รู้สึกถึงแรงกดตอนเลี้ยวหักหลบ และเคยเชื่อว่าการเป็นทหารคือการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงพร้อมกับคนที่อยู่ข้าง ๆ กัน แต่สงครามยุคใหม่กลับย้ายเขามานั่งอยู่หน้าจอ ต้องบังคับโดรนติดอาวุธที่บินวนอยู่เหนืออัฟกานิสถานหรือเยเมนทั้งที่ตัวเขายังนั่งอยู่ในอเมริกา วันละสิบสองชั่วโมง หน้าที่ของเขาคือเฝ้าดู เฝ้ารอ แล้วก็กดปุ่ม ภาพที่เห็นคือจุดสีขาวดำขยับไปมาบนจออินฟราเรด เป็นรถ เป็นบ้าน เป็นคนเดินไปมา บางวันต้องเฝ้าดูเป้าหมายคนเดิมนานเป็นสัปดาห์จนจำได้ว่าเขาชอบนั่งตรงไหน ชอบเล่นกับลูกตอนไหน แล้ววันหนึ่งคำสั่งก็มาถึงให้ยิง ความผูกพันประหลาด ๆ แบบนี้แหละที่ค่อย ๆ กัดกินเขา เพราะเขาไม่ได้ยิงศัตรูที่มองไม่เห็นหน้า แต่ยิงคนที่เขาเฝ้ามองชีวิตมาตลอด แล้วพอกะจบก็แค่ลุกขึ้น ขับรถกลับบ้าน ไปรับลูก ไปเป็นพ่อ ไปเป็นสามี ราวกับเมื่อบ่ายไม่ได้ทำอะไรเลย ชีวิตสองขั้วที่สลับไปมาระหว่างห้องสงครามกับห้องนั่งเล่นแบบนี้ มันทำให้เส้นแบ่งระหว่างนักรบกับคนธรรมดาค่อย ๆ จางลงจนเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่

สิ่งที่ทำให้เขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ความซ้ำซากของการเฝ้าจอ แต่เป็นคำสั่งที่เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นป้องกันทหารภาคพื้นหรือโจมตีเป้าหมายทางทหารชัดเจน กลับกลายเป็นภารกิจที่มาจากหน่วยข่าวกรองที่เน้นความคลุมเครือมากขึ้น ต้องโจมตีแบบคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องยิงเพราะดูมีพิรุธ ไม่ใช่เพราะเห็นอาวุธจริง ๆ และหลายครั้งผลที่ตามมาคือมีชาวบ้านหรือเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องเจ็บไปด้วย ทอมที่ยังมีความเป็นนักบินเก่าฝังอยู่ในใจก็ยิ่งสับสน เพราะเขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ปกป้องใครเลย แต่กำลังเป็นแค่คนลั่นไกจากระยะไกลที่ปลอดภัยเกินไป ความรู้สึกผิดแบบนี้ไม่ได้ระเบิดออกมาเป็นฉากใหญ่ แต่มันซึมเหมือนสนิม เริ่มจากนอนไม่หลับ เริ่มดื่มมากขึ้น เริ่มหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ ที่บ้าน ภรรยาที่เคยอดทนและพยายามเข้าใจก็เริ่มรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นคนละคน ส่วนเพื่อนร่วมทีมในห้องควบคุมอย่าง ซูอาเรซ หรือคนใหม่อย่าง แซ็ก ที่ยังไฟแรงและเชื่อในระบบ ก็กลายเป็นกระจกสะท้อนให้เขาเห็นตัวเองในอดีตกับปัจจุบันที่ต่างกันลิบลับ บทสนทนาในห้องที่ดูเรียบ ๆ เย็น ๆ ด้วยวิทยุสื่อสารและระเบียบทหาร จึงเต็มไปด้วยแรงปะทะทางความคิดเรื่องหน้าที่กับมโนธรรม ว่าตกลงแล้วคำว่า Good Kill ที่พวกเขาพูดกันหลังมิสไซล์โดนเป้า มันยังหมายถึงการทำดีเพื่อชาติอยู่ไหม หรือเป็นแค่คำปลอบใจให้กดปุ่มครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น

ถ้าใครกำลังหา ดูหนัง โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก เต็มเรื่อง แบบที่ไม่ได้หวังฉากระเบิดตูมตามหรือไล่ล่ากลางทะเลทราย เรื่องนี้จะให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไปเลย เพราะความระทึกของมันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะ แต่ลุ้นว่าจิตใจของคนสั่งยิงจะรับไหวถึงเมื่อไหร่ จังหวะจะค่อย ๆ เดิน ช้า ๆ เนิบ ๆ แต่กดดันต่อเนื่องด้วยเสียงวิทยุ ภาพมุมสูงตอนกลางคืน และการนับถอยหลังก่อนยิงที่ทุกครั้งรู้สึกหนักขึ้นเรื่อย ๆ งานภาพจะนิ่ง เรียบ สมจริง แสงจอในห้องมืด ๆ ตัดกับแดดจ้าของลาสเวกัสข้างนอก ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของทอมได้ดีมาก ๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง หนังของ อีธาน ฮอว์ก ที่โชว์การแสดงแบบเงียบ ๆ แต่ข้างในปั่นป่วน เขาไม่ต้องตะโกนหรือร้องไห้ฟูมฟาย แค่แววตาตอนจ้องจอกับตอนมองหน้าลูกก็เล่าได้หมดแล้วว่าเขากำลังพังจากข้างในยังไง เรื่องนี้เลยเหมาะมากกับคนชอบดราม่าหนัก ๆ ที่ตั้งคำถามกับชีวิต ชอบหนังสงครามมุมใหม่ที่ไม่พาไปแนวหน้าแต่พาไปนั่งในห้องควบคุม หรือคืนไหนที่อยากดูหนังเงียบ ๆ คนเดียวแล้วนั่งคิดต่อหลังจบ ดูกับครอบครัวที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ชวนคุยกันต่อได้ดีเรื่องความหมายของหน้าที่ ความเป็นพ่อ และการแบกรับผลของการตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ได้ถามแค่ว่าสงครามสมัยใหม่โหดร้ายแค่ไหน แต่ถามเบา ๆ ว่าแล้วคนที่ต้องกดปุ่มนั้นทุกวัน เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมได้อย่างไร

ดู Good Kill ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
  • อีธาน ฮอว์ก
  • สงครามสมัยใหม่
  • บาดแผลทางใจทหาร