Knowing

Knowing

รหัสวินาศโลก
★ 6.3/10 2009 121 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ ระทึกขวัญ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Knowing

เรื่องย่อ Knowing

ถ้าวันหนึ่งเราล่วงรู้วันเวลาของหายนะทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ แต่กลับทำอะไรกับมันไม่ได้เลย เราจะยังอยากรู้ความจริงนั้นอยู่ไหม นี่คือคำถามที่คอยหลอกหลอนอยู่ตลอดทั้งเรื่องของ รหัสวินาศโลก เมื่อกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังไว้ในแคปซูลกาลเวลาของโรงเรียนประถมเมื่อห้าสิบปีก่อน กลับไม่ได้มีแค่ภาพวาดน่ารัก ๆ ของเด็ก ๆ แต่เป็นตัวเลขเรียงกันแน่นไปหมดเหมือนคนเขียนกำลังรีบ และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ พอมีคนลองเอาตัวเลขพวกนั้นมาเทียบกับข่าวร้ายที่เคยเกิดขึ้นจริง มันดันตรงกันหมดทั้งวันเดือนปี จำนวนคนตาย แล้วก็พิกัดที่เกิดเหตุ แถมตัวเลขชุดท้าย ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็กำลังนับถอยหลังเข้ามาเรื่อย ๆ จนเดิมพันมันไม่ได้หยุดแค่ความสงสัยของคนไม่กี่คนอีกต่อไป แต่กลายเป็นชะตาของคนทั้งโลกที่อาจเหลือเวลาไม่มากแล้ว คนที่ต้องแบกรับความรู้นี้ไว้เต็ม ๆ ก็คือ จอห์น โคสต์เลอร์ (John Koestler) อาจารย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากเอ็มไอทีที่ นิโคลัส เคจ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเหนื่อยล้าและจริงใจมาก ๆ เขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เพิ่งเสียภรรยาไปและเหลือลูกชายตัวเล็ก ๆ อย่าง เคเลบ โคสต์เลอร์ (Caleb Koestler) ที่รับบทโดย Chandler Canterbury เป็นทั้งโลกทั้งใบและความหมายของชีวิต และเพราะความเป็นนักวิทยาศาสตร์ จอห์นก็เลยไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ จนกระทั่งลูกชายของเขาดันเป็นคนหยิบกระดาษปริศนาแผ่นนั้นกลับบ้านมา แล้วพอเขาลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง ความเชื่อทุกอย่างก็เริ่มสั่นคลอน จนต้องไปตามหา ไดอาน่า เวย์แลนด์ (Diana Wayland) ที่ โรส เบิร์น เล่นไว้อย่างเปราะบางแต่เข้มแข็ง เพราะแม่ของเธอคือเด็กหญิงลูซินดาที่เขียนตัวเลขพวกนี้ขึ้นมาเมื่อห้าสิบปีก่อน และการเจอกันของสองครอบครัวนี้ก็ทำให้เรื่องหนีไม่พ้นต้องพัวพันกันทั้งความกลัวและความหวัง โลกในหนังจะไม่ได้พาเราไปอวกาศไกล ๆ เลยนะ แต่มันเริ่มจากอะไรที่ใกล้ตัวมากอย่างห้องเรียน เสียงเด็ก ๆ สนามโรงเรียนในบอสตัน แล้วค่อย ๆ พาเราดำดิ่งลงไปในบรรยากาศที่อึมครึมขึ้นเรื่อย ๆ ตึกรามบ้านช่องที่ดูปกติในตอนกลางวัน พอตกกลางคืนกลับเงียบจนน่าอึดอัด เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีชายแปลกหน้าท่าทางนิ่ง ๆ กับเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่โผล่มาในที่ที่ไม่ควรโผล่ พร้อมเสียงกระซิบประหลาดที่เคเลบได้ยินอยู่คนเดียว ส่วนฉากหายนะต่าง ๆ ก็ทำออกมาแบบสมจริงจนใจหายวาบ ไม่ได้มาแบบแฟนตาซีเว่อร์วัง แต่เป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตก ไฟไหม้ รถไฟชนกันที่ดูเหมือนข่าวหน้าหนึ่งที่เราอาจเคยเห็นจริง ๆ ยิ่งทำให้ตัวเลขบนกระดาษยิ่งดูขลังและน่ากลัวขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าหายนะมันอยู่ห่างจากชีวิตประจำวันของเราแค่นิดเดียวเอง แต่สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วใจสั่นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือภาพตึกถล่มหรอกนะ มันคือความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาถึงตัวลูกแต่ไม่รู้จะปกป้องเขายังไงดี จอห์นเป็นคนเก่งที่คำนวณได้ทุกอย่างบนฟ้า แต่พอต้องตอบคำถามง่าย ๆ ของลูกว่าพรุ่งนี้เราจะยังอยู่ด้วยกันไหม เขากลับตอบไม่ได้เลยสักครั้ง ความสัมพันธ์ของเขากับเคเลบเลยเป็นหัวใจของทั้งหมด ทั้งอบอุ่น ทั้งเจ็บปวด ทั้งทำให้เราลุ้นตามแบบเอาใจช่วยสุด ๆ ขณะเดียวกันการปะทะกันระหว่างเหตุผลกับความเชื่อก็ค่อย ๆ กัดกินใจเขาไปเรื่อย ๆ จากคนที่เคยบอกว่าโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เขาต้องเริ่มถามตัวเองว่าถ้าอนาคตถูกเขียนไว้หมดแล้ว ความพยายามของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเรายังมีความหมายอยู่ไหม แล้วเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อวิ่งหนี หรือเพื่อกอดคนที่เรารักไว้ให้แน่นที่สุด ใครที่ชอบหนังไซไฟทริลเลอร์ที่เริ่มจากปริศนาเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายเป็นคำถามใหญ่ระดับจักรวาล แถมยังบีบหัวใจด้วยดราม่าครอบครัว อยากให้ลองเปิดใจให้เรื่องนี้เลย รับรองว่าดูแล้วจะวางตาไม่ลง เพราะทุกครั้งที่ถอดรหัสได้เพิ่มอีกบรรทัด เราจะทั้งอยากรู้และทั้งไม่อยากรู้ไปพร้อมกัน แล้วก็จะเผลอคิดตามไปด้วยว่าถ้าเป็นเราเองที่ถือกระดาษแผ่นนั้นอยู่ในมือ เราจะเลือกเชื่อ เลือกหนี หรือเลือกทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนมัน มาดูกันให้จบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมตัวเลขธรรมดา ๆ ชุดหนึ่งถึงทำให้คนทั้งโรงต้องกลั้นหายใจ และทำไมบางครั้งการรู้ความจริงก็อาจน่ากลัวกว่าการไม่รู้อะไรเลยเสียอีก

เรื่องย่อ Knowing

ถ้าวันหนึ่งเราล่วงรู้วันเวลาของหายนะทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ แต่กลับทำอะไรกับมันไม่ได้เลย เราจะยังอยากรู้ความจริงนั้นอยู่ไหม นี่คือคำถามที่คอยหลอกหลอนอยู่ตลอดทั้งเรื่องของ รหัสวินาศโลก เมื่อกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังไว้ในแคปซูลกาลเวลาของโรงเรียนประถมเมื่อห้าสิบปีก่อน กลับไม่ได้มีแค่ภาพวาดน่ารัก ๆ ของเด็ก ๆ แต่เป็นตัวเลขเรียงกันแน่นไปหมดเหมือนคนเขียนกำลังรีบ และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ พอมีคนลองเอาตัวเลขพวกนั้นมาเทียบกับข่าวร้ายที่เคยเกิดขึ้นจริง มันดันตรงกันหมดทั้งวันเดือนปี จำนวนคนตาย แล้วก็พิกัดที่เกิดเหตุ แถมตัวเลขชุดท้าย ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็กำลังนับถอยหลังเข้ามาเรื่อย ๆ จนเดิมพันมันไม่ได้หยุดแค่ความสงสัยของคนไม่กี่คนอีกต่อไป แต่กลายเป็นชะตาของคนทั้งโลกที่อาจเหลือเวลาไม่มากแล้ว

คนที่ต้องแบกรับความรู้นี้ไว้เต็ม ๆ ก็คือ จอห์น โคสต์เลอร์ (John Koestler) อาจารย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากเอ็มไอทีที่ นิโคลัส เคจ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเหนื่อยล้าและจริงใจมาก ๆ เขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เพิ่งเสียภรรยาไปและเหลือลูกชายตัวเล็ก ๆ อย่าง เคเลบ โคสต์เลอร์ (Caleb Koestler) ที่รับบทโดย Chandler Canterbury เป็นทั้งโลกทั้งใบและความหมายของชีวิต และเพราะความเป็นนักวิทยาศาสตร์ จอห์นก็เลยไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ จนกระทั่งลูกชายของเขาดันเป็นคนหยิบกระดาษปริศนาแผ่นนั้นกลับบ้านมา แล้วพอเขาลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง ความเชื่อทุกอย่างก็เริ่มสั่นคลอน จนต้องไปตามหา ไดอาน่า เวย์แลนด์ (Diana Wayland) ที่ โรส เบิร์น เล่นไว้อย่างเปราะบางแต่เข้มแข็ง เพราะแม่ของเธอคือเด็กหญิงลูซินดาที่เขียนตัวเลขพวกนี้ขึ้นมาเมื่อห้าสิบปีก่อน และการเจอกันของสองครอบครัวนี้ก็ทำให้เรื่องหนีไม่พ้นต้องพัวพันกันทั้งความกลัวและความหวัง

โลกในหนังจะไม่ได้พาเราไปอวกาศไกล ๆ เลยนะ แต่มันเริ่มจากอะไรที่ใกล้ตัวมากอย่างห้องเรียน เสียงเด็ก ๆ สนามโรงเรียนในบอสตัน แล้วค่อย ๆ พาเราดำดิ่งลงไปในบรรยากาศที่อึมครึมขึ้นเรื่อย ๆ ตึกรามบ้านช่องที่ดูปกติในตอนกลางวัน พอตกกลางคืนกลับเงียบจนน่าอึดอัด เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีชายแปลกหน้าท่าทางนิ่ง ๆ กับเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่โผล่มาในที่ที่ไม่ควรโผล่ พร้อมเสียงกระซิบประหลาดที่เคเลบได้ยินอยู่คนเดียว ส่วนฉากหายนะต่าง ๆ ก็ทำออกมาแบบสมจริงจนใจหายวาบ ไม่ได้มาแบบแฟนตาซีเว่อร์วัง แต่เป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตก ไฟไหม้ รถไฟชนกันที่ดูเหมือนข่าวหน้าหนึ่งที่เราอาจเคยเห็นจริง ๆ ยิ่งทำให้ตัวเลขบนกระดาษยิ่งดูขลังและน่ากลัวขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าหายนะมันอยู่ห่างจากชีวิตประจำวันของเราแค่นิดเดียวเอง

แต่สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วใจสั่นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือภาพตึกถล่มหรอกนะ มันคือความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาถึงตัวลูกแต่ไม่รู้จะปกป้องเขายังไงดี จอห์นเป็นคนเก่งที่คำนวณได้ทุกอย่างบนฟ้า แต่พอต้องตอบคำถามง่าย ๆ ของลูกว่าพรุ่งนี้เราจะยังอยู่ด้วยกันไหม เขากลับตอบไม่ได้เลยสักครั้ง ความสัมพันธ์ของเขากับเคเลบเลยเป็นหัวใจของทั้งหมด ทั้งอบอุ่น ทั้งเจ็บปวด ทั้งทำให้เราลุ้นตามแบบเอาใจช่วยสุด ๆ ขณะเดียวกันการปะทะกันระหว่างเหตุผลกับความเชื่อก็ค่อย ๆ กัดกินใจเขาไปเรื่อย ๆ จากคนที่เคยบอกว่าโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เขาต้องเริ่มถามตัวเองว่าถ้าอนาคตถูกเขียนไว้หมดแล้ว ความพยายามของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเรายังมีความหมายอยู่ไหม แล้วเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อวิ่งหนี หรือเพื่อกอดคนที่เรารักไว้ให้แน่นที่สุด

ใครที่ชอบหนังไซไฟทริลเลอร์ที่เริ่มจากปริศนาเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายเป็นคำถามใหญ่ระดับจักรวาล แถมยังบีบหัวใจด้วยดราม่าครอบครัว อยากให้ลองเปิดใจให้เรื่องนี้เลย รับรองว่าดูแล้วจะวางตาไม่ลง เพราะทุกครั้งที่ถอดรหัสได้เพิ่มอีกบรรทัด เราจะทั้งอยากรู้และทั้งไม่อยากรู้ไปพร้อมกัน แล้วก็จะเผลอคิดตามไปด้วยว่าถ้าเป็นเราเองที่ถือกระดาษแผ่นนั้นอยู่ในมือ เราจะเลือกเชื่อ เลือกหนี หรือเลือกทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนมัน มาดูกันให้จบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมตัวเลขธรรมดา ๆ ชุดหนึ่งถึงทำให้คนทั้งโรงต้องกลั้นหายใจ และทำไมบางครั้งการรู้ความจริงก็อาจน่ากลัวกว่าการไม่รู้อะไรเลยเสียอีก

ดู Knowing ออนไลน์

นักแสดง

นิโคลัส เคจ

นิโคลัส เคจ

John Koestler
โ

โรส เบิร์น

Diana Wayland
Chandler Canterbury

Chandler Canterbury

Caleb Koestler
เ

เบน เมนเดลโซห์น

Phil Bergman
Nadia Townsend

Nadia Townsend

Grace Koestler
Terry Camilleri

Terry Camilleri

Cashier
Lara Robinson

Lara Robinson

Lucinda Embry / Abby Wayland
Adrienne Pickering

Adrienne Pickering

Allison
Danielle Carter

Danielle Carter

Miss Taylor (1959)
Alethea McGrath

Alethea McGrath

Miss Taylor (2009)
D

David Lennie

Principal Clark (1959)
D

D.G. Maloney

The Stranger

ป้ายกำกับ