Resident Evil: Welcome to Raccoon City

Resident Evil: Welcome to Raccoon City

ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
★ 5.9/10 2021 107 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ บู๊ สยองขวัญ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Resident Evil: Welcome to Raccoon City

เรื่องย่อ Resident Evil: Welcome to Raccoon City

ถ้าเป็นเราที่กลับมาบ้านเกิดแล้วเจอแต่ถนนโล่ง ๆ กับรอยยิ้มแห้ง ๆ ของคนที่ไม่อยากพูดความจริง เราจะยังกล้าอยู่ต่อไหมนะ ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ พาเรากลับไปตั้งคำถามแบบนั้นตั้งแต่ฉากแรกเลย เพราะแคลร์ เรดฟิลด์ เด็กสาวที่เคยโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเมืองแรคคูนซิตี้ เธอไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงบ้านหรอก แต่กลับมาเพราะเป็นห่วงและคาใจ เธออยากเจอพี่ชายอย่างคริสให้รู้เรื่อง อยากเตือนให้เขารู้ว่าบริษัทอัมเบรลล่าที่เคยชุบเลี้ยงเมืองนี้กำลังซ่อนอะไรไว้ใต้พรม แล้วคืนที่เธอโบกรถเข้ามาตอนดึก ๆ นั่นแหละที่บรรยากาศมันบอกเราทันทีว่าเมืองนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตึกร้าง ปั๊มน้ำมันเงียบ ๆ วิทยุที่พูดเรื่องคนหายแบบผ่าน ๆ เหมือนไม่มีใครอยากใส่ใจ ทุกอย่างมันโรยราเหมือนเมืองที่ถูกถอดปลั๊กทิ้งไว้ แล้วพอมีรถตำรวจผ่านมา มีคนแปลกหน้าท่าทางลน ๆ โผล่มา เราก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าคืนนี้มันต้องมีอะไรแตกหักสักอย่างแน่ ๆ ถ้าใครอยาก ดูหนัง ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ เต็มเรื่อง แบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ แนะนำให้ปล่อยใจไปกับช่วงต้นที่เล่าแบบใจเย็น ๆ นี่เลย เพราะมันคือการพาเราเดินเข้าเมืองพร้อมแคลร์ทีละก้าวจริง ๆ แล้วฝั่งของคริสกับเพื่อนตำรวจในสถานีเองก็น่าเห็นใจไม่แพ้กันเลย คริสเป็นตำรวจหน่วยพิเศษที่รักเมืองนี้แบบเงียบ ๆ เขาเป็นคนกวน ๆ ปากแข็ง แต่ลึก ๆ คืออยากปกป้องทุกคน ส่วนลีออน เคนเนดี้ ตำรวจหนุ่มวันแรกที่เพิ่งย้ายมา ยังเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรก็ดูพลาดไปหมด แต่ความใสซื่อของเขานี่แหละที่ทำให้เราอยากเอาใจช่วย จิล วาเลนไทน์ ตำรวจสาวสุดแกร่งที่ดูเหมือนจะไม่กลัวอะไร กับเวสเกอร์เพื่อนร่วมทีมที่ดูมีความลับในแววตา ทุกคนมารวมกันในคืนที่วิทยุสื่อสารเริ่มติดขัด ชาวบ้านเริ่มมีอาการแปลก ๆ และคำสั่งจากเบื้องบนก็ดูคลุมเครือชอบกล สิ่งที่ขวางพวกเขาอยู่ไม่ใช่แค่เสียงประหลาดในตรอกมืดหรือเงาที่ไหว ๆ ตรงมุมตึกนะ แต่คือความไม่รู้ว่าใครพูดจริงใครโกหกกันแน่ แคลร์พยายามบอกในสิ่งที่เธอไปเจอมาจากคนที่หนีออกไปจากเมือง แต่กว่าคนจะเชื่อมันก็ต้องใช้เวลา ส่วนตำรวจเองก็ติดอยู่ระหว่างหน้าที่กับสัญชาตญาณ ว่าจะทำตามคำสั่งแล้วกลับไปตั้งหลัก หรือจะขับรถฝ่าความมืดออกไปดูให้เห็นกับตาว่าในคฤหาสน์เก่าบนเขากับห้องแล็บใต้ดินของอัมเบรลล่ามันมีอะไรกันแน่ ความสัมพันธ์พี่น้องของแคลร์กับคริสเลยกลายเป็นแกนอุ่น ๆ กลางเรื่องร้าย ๆ คือทะเลาะกันก็จริง ห่างกันก็จริง แต่พอถึงเวลาคับขัน สายตาที่มองหากันมันบอกหมดเลยว่ายังห่วงกันมากแค่ไหน พอเรื่องเดินไปกลางคืนมากขึ้น เมืองทั้งเมืองก็เหมือนค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาพร้อมกันในแบบที่น่ากลัวที่สุด จากถนนว่าง ๆ กลายเป็นเสียงไซเรน เสียงหมาเห่า เสียงเคาะประตูที่ไม่รู้ว่ามาจากคนหรืออะไรกันแน่ แคลร์กับลีออนที่ต้องมาเจอกันโดยบังเอิญก็เลยต้องจับมือกันแบบจำเป็น คือต่างคนต่างไม่รู้จักกันมาก่อนเลย แต่มีเป้าหมายเดียวกันว่าต้องหาความจริงและต้องรอดออกไปให้ได้ ลีออนที่ตอนแรกแค่กลัวว่าจะทำงานวันแรกพัง กลับต้องมาเรียนรู้การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่าจะวิ่ง จะซ่อน หรือจะช่วยใครก่อนดี ส่วนแคลร์ที่เคยเป็นเด็กดื้อที่หนีออกจากเมือง คราวนี้เธอกลับเป็นคนที่กล้าพอจะขับกลับเข้ามาเพื่อลากความจริงออกมาให้ได้ ความน่ากลัวของที่นี่เลยไม่ได้มีแค่พวกผู้ติดเชื้อที่เดินโซเซออกมาจากความมืดนะ แต่มันคือความรู้สึกว่าเมืองที่เคยให้ข้าวให้น้ำเรา กำลังจะถูกผู้มีอำนาจกดปุ่มลบให้หายไปทั้งเมืองเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง ความโกรธ ความน้อยใจ ความรู้สึกถูกหักหลังมันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจตัวละครทุกตัว แล้วมันก็เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความกล้าแบบคนจนตรอก ที่บอกตัวเองว่าเอาวะ ยังไงคืนนี้ก็ต้องพากันออกไปให้ได้ จะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้เด็ดขาด ฉากในสถานีตำรวจที่ไฟกะพริบ ทางเดินแคบ ๆ ที่ต้องค่อย ๆ เปิดประตูทีละบาน หรือห้องทดลองเย็น ๆ ที่เต็มไปด้วยแฟ้มและขวดแก้วเก่า ๆ มันเลยไม่ได้ทำหน้าที่แค่หลอกให้ตกใจ แต่มันเล่าความทรงจำของยุคปลายเก้าศูนย์ได้ดีมาก ทั้งรถเก่า เสื้อผ้า ทีวีจอตู้ วิทยุสื่อสาร มันทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในคืนปี 1998 จริง ๆ ใครที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์ท่ามกลางวิกฤต เรื่องนี้จะทัชใจเป็นพิเศษเลยนะ เพราะสุดท้ายแล้วมันคือเรื่องของคนธรรมดาที่รักบ้าน รักพี่น้อง รักเพื่อนร่วมงาน แล้วต้องลุกขึ้นมาสู้ทั้งที่มือสั่นไปหมด ดูกับเพื่อนสายลุ้นระทึกคือสนุกมาก เพราะจะได้ผลัดกันจิกหมอนตอนไฟดับ ผลัดกันบอกให้วิ่งเร็ว ๆ ตอนตัวละครลังเล ส่วนถ้าดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ฟีลหลอนแบบอิ่ม ๆ เหมือนนั่งฟังเพื่อนเล่าผีข้างหู แต่เป็นผีวิทยาศาสตร์ที่มีที่มาที่ไปให้คิดต่อ ดูกับครอบครัวที่ชอบบู๊สยองขวัญเบา ๆ ก็ได้อยู่ ขอแค่เป็นบ้านที่โอเคกับฉากตกใจและบรรยากาศตึง ๆ หน่อย ไม่ต้องเป็นแฟนเกมมาก่อนก็ดูรู้เรื่องนะ เพราะเขาเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นเลยว่าเมืองนี้คืออะไร อัมเบรลล่าคือใคร แล้วทำไมคืนเดียวถึงเปลี่ยนชีวิตทุกคนไปตลอดกาล ลองเปิดใจนั่งลงดี ๆ แล้วปล่อยให้เสียงฝน เสียงวิทยุขาด ๆ หาย ๆ และแสงไฟสลัวของแรคคูนซิตี้พาเราไปจนสุดคืนก็พอ โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบว่าตอนเช้าจะเป็นยังไง แค่เอาใจช่วยใหทุกคนจับมือกันให้แน่นที่สุดในคืนที่ยาวนานที่สุดก็พอแล้วจริง ๆ

เรื่องย่อ Resident Evil: Welcome to Raccoon City

ถ้าเป็นเราที่กลับมาบ้านเกิดแล้วเจอแต่ถนนโล่ง ๆ กับรอยยิ้มแห้ง ๆ ของคนที่ไม่อยากพูดความจริง เราจะยังกล้าอยู่ต่อไหมนะ ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ พาเรากลับไปตั้งคำถามแบบนั้นตั้งแต่ฉากแรกเลย เพราะแคลร์ เรดฟิลด์ เด็กสาวที่เคยโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเมืองแรคคูนซิตี้ เธอไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงบ้านหรอก แต่กลับมาเพราะเป็นห่วงและคาใจ เธออยากเจอพี่ชายอย่างคริสให้รู้เรื่อง อยากเตือนให้เขารู้ว่าบริษัทอัมเบรลล่าที่เคยชุบเลี้ยงเมืองนี้กำลังซ่อนอะไรไว้ใต้พรม แล้วคืนที่เธอโบกรถเข้ามาตอนดึก ๆ นั่นแหละที่บรรยากาศมันบอกเราทันทีว่าเมืองนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตึกร้าง ปั๊มน้ำมันเงียบ ๆ วิทยุที่พูดเรื่องคนหายแบบผ่าน ๆ เหมือนไม่มีใครอยากใส่ใจ ทุกอย่างมันโรยราเหมือนเมืองที่ถูกถอดปลั๊กทิ้งไว้ แล้วพอมีรถตำรวจผ่านมา มีคนแปลกหน้าท่าทางลน ๆ โผล่มา เราก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าคืนนี้มันต้องมีอะไรแตกหักสักอย่างแน่ ๆ ถ้าใครอยาก ดูหนัง ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ เต็มเรื่อง แบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ แนะนำให้ปล่อยใจไปกับช่วงต้นที่เล่าแบบใจเย็น ๆ นี่เลย เพราะมันคือการพาเราเดินเข้าเมืองพร้อมแคลร์ทีละก้าวจริง ๆ

แล้วฝั่งของคริสกับเพื่อนตำรวจในสถานีเองก็น่าเห็นใจไม่แพ้กันเลย คริสเป็นตำรวจหน่วยพิเศษที่รักเมืองนี้แบบเงียบ ๆ เขาเป็นคนกวน ๆ ปากแข็ง แต่ลึก ๆ คืออยากปกป้องทุกคน ส่วนลีออน เคนเนดี้ ตำรวจหนุ่มวันแรกที่เพิ่งย้ายมา ยังเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรก็ดูพลาดไปหมด แต่ความใสซื่อของเขานี่แหละที่ทำให้เราอยากเอาใจช่วย จิล วาเลนไทน์ ตำรวจสาวสุดแกร่งที่ดูเหมือนจะไม่กลัวอะไร กับเวสเกอร์เพื่อนร่วมทีมที่ดูมีความลับในแววตา ทุกคนมารวมกันในคืนที่วิทยุสื่อสารเริ่มติดขัด ชาวบ้านเริ่มมีอาการแปลก ๆ และคำสั่งจากเบื้องบนก็ดูคลุมเครือชอบกล สิ่งที่ขวางพวกเขาอยู่ไม่ใช่แค่เสียงประหลาดในตรอกมืดหรือเงาที่ไหว ๆ ตรงมุมตึกนะ แต่คือความไม่รู้ว่าใครพูดจริงใครโกหกกันแน่ แคลร์พยายามบอกในสิ่งที่เธอไปเจอมาจากคนที่หนีออกไปจากเมือง แต่กว่าคนจะเชื่อมันก็ต้องใช้เวลา ส่วนตำรวจเองก็ติดอยู่ระหว่างหน้าที่กับสัญชาตญาณ ว่าจะทำตามคำสั่งแล้วกลับไปตั้งหลัก หรือจะขับรถฝ่าความมืดออกไปดูให้เห็นกับตาว่าในคฤหาสน์เก่าบนเขากับห้องแล็บใต้ดินของอัมเบรลล่ามันมีอะไรกันแน่ ความสัมพันธ์พี่น้องของแคลร์กับคริสเลยกลายเป็นแกนอุ่น ๆ กลางเรื่องร้าย ๆ คือทะเลาะกันก็จริง ห่างกันก็จริง แต่พอถึงเวลาคับขัน สายตาที่มองหากันมันบอกหมดเลยว่ายังห่วงกันมากแค่ไหน

พอเรื่องเดินไปกลางคืนมากขึ้น เมืองทั้งเมืองก็เหมือนค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาพร้อมกันในแบบที่น่ากลัวที่สุด จากถนนว่าง ๆ กลายเป็นเสียงไซเรน เสียงหมาเห่า เสียงเคาะประตูที่ไม่รู้ว่ามาจากคนหรืออะไรกันแน่ แคลร์กับลีออนที่ต้องมาเจอกันโดยบังเอิญก็เลยต้องจับมือกันแบบจำเป็น คือต่างคนต่างไม่รู้จักกันมาก่อนเลย แต่มีเป้าหมายเดียวกันว่าต้องหาความจริงและต้องรอดออกไปให้ได้ ลีออนที่ตอนแรกแค่กลัวว่าจะทำงานวันแรกพัง กลับต้องมาเรียนรู้การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่าจะวิ่ง จะซ่อน หรือจะช่วยใครก่อนดี ส่วนแคลร์ที่เคยเป็นเด็กดื้อที่หนีออกจากเมือง คราวนี้เธอกลับเป็นคนที่กล้าพอจะขับกลับเข้ามาเพื่อลากความจริงออกมาให้ได้ ความน่ากลัวของที่นี่เลยไม่ได้มีแค่พวกผู้ติดเชื้อที่เดินโซเซออกมาจากความมืดนะ แต่มันคือความรู้สึกว่าเมืองที่เคยให้ข้าวให้น้ำเรา กำลังจะถูกผู้มีอำนาจกดปุ่มลบให้หายไปทั้งเมืองเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง ความโกรธ ความน้อยใจ ความรู้สึกถูกหักหลังมันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจตัวละครทุกตัว แล้วมันก็เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความกล้าแบบคนจนตรอก ที่บอกตัวเองว่าเอาวะ ยังไงคืนนี้ก็ต้องพากันออกไปให้ได้ จะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้เด็ดขาด ฉากในสถานีตำรวจที่ไฟกะพริบ ทางเดินแคบ ๆ ที่ต้องค่อย ๆ เปิดประตูทีละบาน หรือห้องทดลองเย็น ๆ ที่เต็มไปด้วยแฟ้มและขวดแก้วเก่า ๆ มันเลยไม่ได้ทำหน้าที่แค่หลอกให้ตกใจ แต่มันเล่าความทรงจำของยุคปลายเก้าศูนย์ได้ดีมาก ทั้งรถเก่า เสื้อผ้า ทีวีจอตู้ วิทยุสื่อสาร มันทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในคืนปี 1998 จริง ๆ

ใครที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์ท่ามกลางวิกฤต เรื่องนี้จะทัชใจเป็นพิเศษเลยนะ เพราะสุดท้ายแล้วมันคือเรื่องของคนธรรมดาที่รักบ้าน รักพี่น้อง รักเพื่อนร่วมงาน แล้วต้องลุกขึ้นมาสู้ทั้งที่มือสั่นไปหมด ดูกับเพื่อนสายลุ้นระทึกคือสนุกมาก เพราะจะได้ผลัดกันจิกหมอนตอนไฟดับ ผลัดกันบอกให้วิ่งเร็ว ๆ ตอนตัวละครลังเล ส่วนถ้าดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ฟีลหลอนแบบอิ่ม ๆ เหมือนนั่งฟังเพื่อนเล่าผีข้างหู แต่เป็นผีวิทยาศาสตร์ที่มีที่มาที่ไปให้คิดต่อ ดูกับครอบครัวที่ชอบบู๊สยองขวัญเบา ๆ ก็ได้อยู่ ขอแค่เป็นบ้านที่โอเคกับฉากตกใจและบรรยากาศตึง ๆ หน่อย ไม่ต้องเป็นแฟนเกมมาก่อนก็ดูรู้เรื่องนะ เพราะเขาเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นเลยว่าเมืองนี้คืออะไร อัมเบรลล่าคือใคร แล้วทำไมคืนเดียวถึงเปลี่ยนชีวิตทุกคนไปตลอดกาล ลองเปิดใจนั่งลงดี ๆ แล้วปล่อยให้เสียงฝน เสียงวิทยุขาด ๆ หาย ๆ และแสงไฟสลัวของแรคคูนซิตี้พาเราไปจนสุดคืนก็พอ โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบว่าตอนเช้าจะเป็นยังไง แค่เอาใจช่วยใหทุกคนจับมือกันให้แน่นที่สุดในคืนที่ยาวนานที่สุดก็พอแล้วจริง ๆ

ดู Resident Evil: Welcome to Raccoon City ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
  • หนังสยองขวัญ
  • หนังซอมบี้
  • หนังแอ็กชันไซไฟ
  • แคลร์ เรดฟิลด์
  • คริส เรดฟิลด์
  • ลีออน เคนเนดี้
  • จิล วาเลนไทน์
  • เมืองแรคคูนซิตี้