Flatliners

Flatliners

ขอตายวูบเดียว
★ 5.6/10 2017 111 นาที ภาพยนตร์ ระทึกขวัญ สยองขวัญ หนังชีวิต
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Flatliners

เรื่องย่อ Flatliners

ถ้าตายไปสักสองสามนาทีแล้วกลับมาเล่าให้เพื่อนฟังได้ว่ามีอะไรรออยู่ตรงนั้น คุณจะกล้าลองไหม คำถามทั้งท้าทายทั้งหลอนแบบนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของ ขอตายวูบเดียว เรื่องของ คอร์ทนีย์ นักศึกษาแพทย์สาวที่เก่ง ฉลาด และข้างในใจมีเรื่องค้างคาที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เธอใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางห้องเรียน ห้องฉุกเฉิน และเสียงเครื่องวัดหัวใจที่ดังอยู่ทุกวันจนชิน แต่ยิ่งเห็นความเป็นความตายของคนอื่นมากเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วตอนที่หัวใจหยุดเต้นไป โลกอีกฝั่งมันเป็นยังไงกันแน่ ความอยากรู้นั้นไม่ใช่แค่ความซนของเด็กวิทย์นะ แต่มันเหมือนความโหยหาคำตอบที่ตำราเล่มไหนก็ให้ไม่ได้ เธอเลยชวนเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุดมาทำอะไรที่ฟังดูบ้าบิ่นมาก คือผลัดกันทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราวในห้องใต้ดินของโรงพยาบาล แล้วให้เพื่อนช่วยปั๊มกลับขึ้นมาให้ทันเวลา เพื่อจะได้แอบมองเข้าไปหลังม่านของความตายแล้วกลับมาเล่าให้กันฟัง ดูหนัง ขอตายวูบเดียว เต็มเรื่อง จะพาเราเข้าไปนั่งลุ้นอยู่ข้างเตียงตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอนอนลงแล้วปล่อยให้เสียงชีพจรค่อย ๆ เงียบลงไปเลย สิ่งที่ทำให้แก๊งนี้ไม่ได้เป็นแค่เด็กทดลองวิทยาศาสตร์ก็คือ แต่ละคนไม่ได้ว่างหรือคึกคะนองอย่างเดียว แต่ทุกคนแบกเรื่องในใจของตัวเองมาด้วยกันหมด คอร์ทนีย์เป็นคนจุดไฟเพราะเธออยากพิสูจน์บางอย่างให้ตัวเองเห็น ส่วน เจมี่ หนุ่มหล่อบ้านรวยที่ดูเหมือนไม่กลัวอะไรเลยก็อยากเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง มาร์โล สาวเก่งที่กดดันตัวเองเรื่องอนาคตหมออยู่ตลอดก็อยากรู้ว่าเธอจะรับมือกับความตายได้ไหม โซเฟียที่ดูเงียบ ๆ สุภาพ ๆ ก็มีอดีตเรื่องครอบครัวกับความผิดที่เธอไม่กล้าสบตา และ เรย์ หนุ่มใจเย็นที่สุดในกลุ่มที่เหมือนเป็นเบรกคอยดึงทุกคนไว้ เขารักเพื่อนมากจนยอมช่วยทั้งที่ใจไม่เห็นด้วยเลย ความสัมพันธ์ของทั้งห้าคนเลยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งทีมแพทย์ฝึกหัด และทั้งคนที่ร่วมความลับเดียวกัน ตอนแรกที่การทดลองสำเร็จ ทุกอย่างเหมือนปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนตัวสั่น ใครกลับมาก็เล่าว่าเห็นแสง เห็นภาพสวย ๆ เหมือนฝันที่ชัดกว่าชีวิตจริง แถมตื่นมาแล้วยังรู้สึกสมองแล่น ความจำดี สมองไว เล่นเปียโนได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันเลยยิ่งยุให้คนต่อไปอยากลอง อยากอยู่นานขึ้นอีกนิด ลึกขึ้นอีกหน่อย เพื่อจะได้เห็นมากกว่าเดิม ทั้งที่เรย์เตือนแล้วว่าเส้นนี้ยิ่งข้ามไปไกลยิ่งกลับมายาก แต่พอเพื่อนเริ่มยิ้มได้ครั้งแรกในรอบหลายปี ใครจะใจแข็งห้ามลง แต่ความสนุกแบบเด็กวิทย์ค้นพบโลกใหม่มันอยู่ได้ไม่นาน เพราะพอกลับมาใช้ชีวิตปกติ สิ่งแปลก ๆ ก็เริ่มตามมาแบบเงียบ ๆ เหมือนเงาที่เดินตามหลังมาตอนกลางคืน หนังของ เอลเลียต เพจ เล่าโทนนี้ได้น่าขนลุกแบบไม่ต้องมีผีโผล่มาแฮ่ให้ตกใจเลย แค่เสียงแว่ว ๆ ภาพแวบ ๆ ที่หางตา ฝันที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออก หรือเรื่องบังเอิญที่เกิดถี่จนไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป คอร์ทนีย์เริ่มเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้ดีแต่ไม่อยากจำ ส่วนเจมี่ที่เคยเป็นหนุ่มมั่นใจก็เริ่มสะดุ้งกับเสียงโทรศัพท์และภาพในอดีตที่เขาเคยทำพลาดไว้ มาร์โลที่เคยเป๊ะก็เริ่มหลอนเวลาอยู่เวรคนเดียว โซเฟียก็เริ่มเจอข้อความและภาพที่เหมือนมีใครจ้องจะแฉความลับของเธอตลอดเวลา ที่น่ากลัวกว่าปรากฏการณ์พวกนี้คือทุกคนเริ่มรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติลอย ๆ แต่มันผูกกับความรู้สึกผิดที่แต่ละคนฝังไว้ในใจมานาน เหมือนตอนที่หัวใจหยุดไป ความทรงจำที่พยายามลืมมันตื่นขึ้นมาแล้วเดินตามกลับมาด้วย การทดลองที่ตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องชีวิตหลังความตายเลยกลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่บังคับให้ทุกคนต้องมองตัวเอง ว่าเคยทำอะไรไว้กับใครบ้าง และยังไม่ได้ขอโทษหรือให้อภัยตัวเองเลยสักครั้ง ความเป็นเพื่อนที่เคยแน่นก็เริ่มสั่น เพราะความกลัวทำให้คนโทษกัน โกหกกัน และอยากถอนตัวกันคนละทาง ทั้งที่จริง ๆ มีแค่ทางเดียวที่จะหยุดเรื่องนี้ได้คือต้องกล้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่หนีมาตลอด บรรยากาศของเรื่องเลยพาเราวิ่งสลับไปมาระหว่างโลกเย็น ๆ ของโรงพยาบาลกับโลกอุ่น ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจของภาพหลอน ตอนอยู่ในห้องทดลองเราจะได้ยินเสียงนับถอยหลัง เสียงเครื่องกระตุ้นหัวใจ เสียงเพื่อนตะโกนเรียกชื่อกันแบบกลั้นหายใจ มันลุ้นเหมือนเรายืนกำมือเพื่อนอยู่ข้าง ๆ เตียงจริง ๆ พอข้ามไปอีกฝั่ง ภาพจะสวย เหมือนลอยอยู่ในที่กว้าง ๆ ที่มีแสงนวล ๆ ลอยอยู่เต็มไปหมด ให้ความรู้สึกทั้งสงบทั้งเหงาในเวลาเดียวกัน แล้วพอกลับมาโลกจริง โทนภาพจะเย็นลง แสงนีออนขาว ๆ ทางเดินยาว ๆ ตอนดึก เสียงฝีเท้าตัวเองที่ดังเกินไป ทุกอย่างทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่กึ่งกลางระหว่างเป็นกับตายตลอดเวลา จุดที่อบอุ่นที่สุดของเรื่องไม่ใช่ฉากทดลองนะ แต่เป็นฉากที่เพื่อน ๆ นั่งคุยกันตรง ๆ ว่าแต่ละคนกลัวอะไร รักใคร และเสียใจเรื่องไหนมากที่สุด เพราะยิ่งพวกเขาเปิดใจให้กันมากเท่าไร เรายิ่งเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ ไม่ใช่คำตอบว่าตายแล้วไปไหน แต่คือการให้อภัย ทั้งจากคนที่เขาเคยทำร้ายและจากตัวเอง เรย์เลยกลายเป็นเหมือนหัวใจของกลุ่มไปเลย เขาไม่ได้อยากเด่นอยากลองเหมือนคนอื่น แต่เขาอยู่เพื่อดึงทุกคนกลับมา ทั้งดึงกลับมาจากความตายตรงหน้าเตียง และดึงกลับมาจากความรู้สึกผิดที่กำลังจะกลืนทุกคนลงไป ความสัมพันธ์แบบเพื่อนแพทย์ที่เถียงกัน ดูแลกัน โกรธกัน แต่ทิ้งกันไม่ลงนี่แหละที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วใจเต้นไม่หยุด ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังลุ้น ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ตุ้งแช่ แต่มีเรื่องความสัมพันธ์กับปมในใจให้คิดตามไปด้วย ดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ฟีลหลอนกำลังดี แสงเย็น ๆ เสียงหัวใจเต้นจะทำให้ห้องเงียบ ๆ ดูขลังขึ้นเยอะเลย หรือจะชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ชอบแนวระทึกขวัญมาดูด้วยกันแล้วคุยกันต่อหลังจบก็สนุก เพราะมันชวนให้ถามกันว่าเรามีเรื่องค้างคาในใจอะไรที่ยังไม่ได้เคลียร์ไหม ใครที่ชอบดราม่าชีวิตหมอ ๆ ความกดดันของเด็กแพทย์ มิตรภาพแบบร่วมเป็นร่วมตาย หรือใครที่กำลังรู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตแล้วอยากดูหนังที่ปลอบแบบไม่โลกสวยเกินไป เรื่องนี้จะนั่งอยู่ในใจนานเลย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโหดหรือโจ่งแจ้งเกินไป เพราะเล่าความน่ากลัวผ่านความรู้สึกผิดและความหลอนทางใจมากกว่าภาพรุนแรง ใครอยากลองเปิดใจดูคืนนี้ก็ลองให้เวลากับพวกเขาในห้องทดลองห้องนั้นดู แล้วจะเข้าใจว่าบางครั้งการกล้ากลับมามีชีวิตต่อให้ดี กับการกล้าขอโทษให้เป็น สำคัญกว่าการแอบไปดูว่าหลังความตายมีอะไรตั้งเยอะเลย

เรื่องย่อ Flatliners

ถ้าตายไปสักสองสามนาทีแล้วกลับมาเล่าให้เพื่อนฟังได้ว่ามีอะไรรออยู่ตรงนั้น คุณจะกล้าลองไหม คำถามทั้งท้าทายทั้งหลอนแบบนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของ ขอตายวูบเดียว เรื่องของ คอร์ทนีย์ นักศึกษาแพทย์สาวที่เก่ง ฉลาด และข้างในใจมีเรื่องค้างคาที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เธอใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางห้องเรียน ห้องฉุกเฉิน และเสียงเครื่องวัดหัวใจที่ดังอยู่ทุกวันจนชิน แต่ยิ่งเห็นความเป็นความตายของคนอื่นมากเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วตอนที่หัวใจหยุดเต้นไป โลกอีกฝั่งมันเป็นยังไงกันแน่ ความอยากรู้นั้นไม่ใช่แค่ความซนของเด็กวิทย์นะ แต่มันเหมือนความโหยหาคำตอบที่ตำราเล่มไหนก็ให้ไม่ได้ เธอเลยชวนเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุดมาทำอะไรที่ฟังดูบ้าบิ่นมาก คือผลัดกันทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราวในห้องใต้ดินของโรงพยาบาล แล้วให้เพื่อนช่วยปั๊มกลับขึ้นมาให้ทันเวลา เพื่อจะได้แอบมองเข้าไปหลังม่านของความตายแล้วกลับมาเล่าให้กันฟัง ดูหนัง ขอตายวูบเดียว เต็มเรื่อง จะพาเราเข้าไปนั่งลุ้นอยู่ข้างเตียงตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอนอนลงแล้วปล่อยให้เสียงชีพจรค่อย ๆ เงียบลงไปเลย

สิ่งที่ทำให้แก๊งนี้ไม่ได้เป็นแค่เด็กทดลองวิทยาศาสตร์ก็คือ แต่ละคนไม่ได้ว่างหรือคึกคะนองอย่างเดียว แต่ทุกคนแบกเรื่องในใจของตัวเองมาด้วยกันหมด คอร์ทนีย์เป็นคนจุดไฟเพราะเธออยากพิสูจน์บางอย่างให้ตัวเองเห็น ส่วน เจมี่ หนุ่มหล่อบ้านรวยที่ดูเหมือนไม่กลัวอะไรเลยก็อยากเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง มาร์โล สาวเก่งที่กดดันตัวเองเรื่องอนาคตหมออยู่ตลอดก็อยากรู้ว่าเธอจะรับมือกับความตายได้ไหม โซเฟียที่ดูเงียบ ๆ สุภาพ ๆ ก็มีอดีตเรื่องครอบครัวกับความผิดที่เธอไม่กล้าสบตา และ เรย์ หนุ่มใจเย็นที่สุดในกลุ่มที่เหมือนเป็นเบรกคอยดึงทุกคนไว้ เขารักเพื่อนมากจนยอมช่วยทั้งที่ใจไม่เห็นด้วยเลย ความสัมพันธ์ของทั้งห้าคนเลยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งทีมแพทย์ฝึกหัด และทั้งคนที่ร่วมความลับเดียวกัน ตอนแรกที่การทดลองสำเร็จ ทุกอย่างเหมือนปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนตัวสั่น ใครกลับมาก็เล่าว่าเห็นแสง เห็นภาพสวย ๆ เหมือนฝันที่ชัดกว่าชีวิตจริง แถมตื่นมาแล้วยังรู้สึกสมองแล่น ความจำดี สมองไว เล่นเปียโนได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันเลยยิ่งยุให้คนต่อไปอยากลอง อยากอยู่นานขึ้นอีกนิด ลึกขึ้นอีกหน่อย เพื่อจะได้เห็นมากกว่าเดิม ทั้งที่เรย์เตือนแล้วว่าเส้นนี้ยิ่งข้ามไปไกลยิ่งกลับมายาก แต่พอเพื่อนเริ่มยิ้มได้ครั้งแรกในรอบหลายปี ใครจะใจแข็งห้ามลง

แต่ความสนุกแบบเด็กวิทย์ค้นพบโลกใหม่มันอยู่ได้ไม่นาน เพราะพอกลับมาใช้ชีวิตปกติ สิ่งแปลก ๆ ก็เริ่มตามมาแบบเงียบ ๆ เหมือนเงาที่เดินตามหลังมาตอนกลางคืน หนังของ เอลเลียต เพจ เล่าโทนนี้ได้น่าขนลุกแบบไม่ต้องมีผีโผล่มาแฮ่ให้ตกใจเลย แค่เสียงแว่ว ๆ ภาพแวบ ๆ ที่หางตา ฝันที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออก หรือเรื่องบังเอิญที่เกิดถี่จนไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป คอร์ทนีย์เริ่มเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้ดีแต่ไม่อยากจำ ส่วนเจมี่ที่เคยเป็นหนุ่มมั่นใจก็เริ่มสะดุ้งกับเสียงโทรศัพท์และภาพในอดีตที่เขาเคยทำพลาดไว้ มาร์โลที่เคยเป๊ะก็เริ่มหลอนเวลาอยู่เวรคนเดียว โซเฟียก็เริ่มเจอข้อความและภาพที่เหมือนมีใครจ้องจะแฉความลับของเธอตลอดเวลา ที่น่ากลัวกว่าปรากฏการณ์พวกนี้คือทุกคนเริ่มรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติลอย ๆ แต่มันผูกกับความรู้สึกผิดที่แต่ละคนฝังไว้ในใจมานาน เหมือนตอนที่หัวใจหยุดไป ความทรงจำที่พยายามลืมมันตื่นขึ้นมาแล้วเดินตามกลับมาด้วย การทดลองที่ตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องชีวิตหลังความตายเลยกลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่บังคับให้ทุกคนต้องมองตัวเอง ว่าเคยทำอะไรไว้กับใครบ้าง และยังไม่ได้ขอโทษหรือให้อภัยตัวเองเลยสักครั้ง ความเป็นเพื่อนที่เคยแน่นก็เริ่มสั่น เพราะความกลัวทำให้คนโทษกัน โกหกกัน และอยากถอนตัวกันคนละทาง ทั้งที่จริง ๆ มีแค่ทางเดียวที่จะหยุดเรื่องนี้ได้คือต้องกล้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่หนีมาตลอด

บรรยากาศของเรื่องเลยพาเราวิ่งสลับไปมาระหว่างโลกเย็น ๆ ของโรงพยาบาลกับโลกอุ่น ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจของภาพหลอน ตอนอยู่ในห้องทดลองเราจะได้ยินเสียงนับถอยหลัง เสียงเครื่องกระตุ้นหัวใจ เสียงเพื่อนตะโกนเรียกชื่อกันแบบกลั้นหายใจ มันลุ้นเหมือนเรายืนกำมือเพื่อนอยู่ข้าง ๆ เตียงจริง ๆ พอข้ามไปอีกฝั่ง ภาพจะสวย เหมือนลอยอยู่ในที่กว้าง ๆ ที่มีแสงนวล ๆ ลอยอยู่เต็มไปหมด ให้ความรู้สึกทั้งสงบทั้งเหงาในเวลาเดียวกัน แล้วพอกลับมาโลกจริง โทนภาพจะเย็นลง แสงนีออนขาว ๆ ทางเดินยาว ๆ ตอนดึก เสียงฝีเท้าตัวเองที่ดังเกินไป ทุกอย่างทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่กึ่งกลางระหว่างเป็นกับตายตลอดเวลา จุดที่อบอุ่นที่สุดของเรื่องไม่ใช่ฉากทดลองนะ แต่เป็นฉากที่เพื่อน ๆ นั่งคุยกันตรง ๆ ว่าแต่ละคนกลัวอะไร รักใคร และเสียใจเรื่องไหนมากที่สุด เพราะยิ่งพวกเขาเปิดใจให้กันมากเท่าไร เรายิ่งเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ ไม่ใช่คำตอบว่าตายแล้วไปไหน แต่คือการให้อภัย ทั้งจากคนที่เขาเคยทำร้ายและจากตัวเอง เรย์เลยกลายเป็นเหมือนหัวใจของกลุ่มไปเลย เขาไม่ได้อยากเด่นอยากลองเหมือนคนอื่น แต่เขาอยู่เพื่อดึงทุกคนกลับมา ทั้งดึงกลับมาจากความตายตรงหน้าเตียง และดึงกลับมาจากความรู้สึกผิดที่กำลังจะกลืนทุกคนลงไป ความสัมพันธ์แบบเพื่อนแพทย์ที่เถียงกัน ดูแลกัน โกรธกัน แต่ทิ้งกันไม่ลงนี่แหละที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วใจเต้นไม่หยุด

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ชอบหนังลุ้น ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ตุ้งแช่ แต่มีเรื่องความสัมพันธ์กับปมในใจให้คิดตามไปด้วย ดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ฟีลหลอนกำลังดี แสงเย็น ๆ เสียงหัวใจเต้นจะทำให้ห้องเงียบ ๆ ดูขลังขึ้นเยอะเลย หรือจะชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ชอบแนวระทึกขวัญมาดูด้วยกันแล้วคุยกันต่อหลังจบก็สนุก เพราะมันชวนให้ถามกันว่าเรามีเรื่องค้างคาในใจอะไรที่ยังไม่ได้เคลียร์ไหม ใครที่ชอบดราม่าชีวิตหมอ ๆ ความกดดันของเด็กแพทย์ มิตรภาพแบบร่วมเป็นร่วมตาย หรือใครที่กำลังรู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตแล้วอยากดูหนังที่ปลอบแบบไม่โลกสวยเกินไป เรื่องนี้จะนั่งอยู่ในใจนานเลย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโหดหรือโจ่งแจ้งเกินไป เพราะเล่าความน่ากลัวผ่านความรู้สึกผิดและความหลอนทางใจมากกว่าภาพรุนแรง ใครอยากลองเปิดใจดูคืนนี้ก็ลองให้เวลากับพวกเขาในห้องทดลองห้องนั้นดู แล้วจะเข้าใจว่าบางครั้งการกล้ากลับมามีชีวิตต่อให้ดี กับการกล้าขอโทษให้เป็น สำคัญกว่าการแอบไปดูว่าหลังความตายมีอะไรตั้งเยอะเลย

ดู Flatliners ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • ขอตายวูบเดียว
  • นักศึกษาแพทย์
  • ทดลองหยุดหัวใจ
  • ประสบการณ์เฉียดตาย
  • ชีวิตหลังความตาย
  • ปมความผิดในใจ
  • ภาพหลอนตามหลอก
  • หนังระทึกขวัญ
  • หนังสยองขวัญ
  • เพื่อนแพทย์ฝึกหัด