Train to Busan

Train to Busan

ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง
★ 7.7/10 2016 118 นาที ภาพยนตร์ บู๊ ผจญ ระทึกขวัญ สยองขวัญ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Train to Busan

เรื่องย่อ Train to Busan

กง ยู รับบทเป็น ซอกวู (Seok-woo) คุณพ่อสายบ้างานที่ใช้ชีวิตวนอยู่กับงานกับเงินจนแทบจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งคุยกับลูกดี ๆ คือเมื่อไหร่ เขารักลูกนะ รักมากเลยแหละ แต่เป็นความรักแบบคนปากหนักที่แสดงออกไม่เก่งเอาเสียเลย จนมาถึงวันเกิดของ ซูอา (Soo-ahn) ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นทั้งโลกทั้งใจของเขา เธอไม่ได้ขอของขวัญแพง ๆ เลยสักชิ้น เธอขอแค่อยากนั่งรถไฟไปหาแม่ที่ปูซานด้วยกันสักครั้ง ซอกวูก็เลยยอมวางงานทุกอย่างแล้วจูงมือลูกขึ้นรถไฟด่วนจากโซลในเช้าวันนั้นด้วยความตั้งใจว่าจะง้อลูกให้ได้ ใครจะไปคิดละว่าการเดินทางเพื่อซ่อมความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ควรจะอบอุ่นธรรมดา ๆ จะกลายเป็นเที่ยวมรณะที่ไม่มีตั๋วขากลับ เพราะขณะที่ล้อรถไฟเริ่มหมุนออกจากชานชาลา โรคระบาดประหลาดที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นซอมบี้คลั่งกระหายเลือดก็ปะทุขึ้นพร้อมกันทั้งเมือง แถมเชื้อนั้นยังหลุดติดขึ้นมาบนขบวนเดียวกันนี้ด้วย จากพ่อที่แค่ต้องดูแลใจลูก วันนี้เขาต้องดูแลชีวิตลูกให้ไปถึงปูซาน เมืองสุดท้ายที่เขาลือกันว่ายังปลอดภัยให้ได้ บนรถไฟขบวนนี้ไม่ได้มีแค่สองพ่อลูกนะ ยังมีผู้โดยสารอีกทั้งคันที่ต้องมาติดอยู่ในชะตาเดียวกัน เริ่มจากหนูน้อยซูอาที่รับบทโดย คิม ซูอัน เด็กหญิงจิตใจดีที่มองโลกด้วยความใสซื่อจนทำให้คนเป็นพ่ออย่างซอกวูต้องหันกลับมามองตัวเอง แล้วก็มีคู่สามีภรรยาที่น่ารักที่สุดของขบวนอย่าง ซองกยอง (Sung-gyeong) สาวท้องแก่ใกล้คลอดที่รับบทโดย จอง ยูมี กับสามีสายบู๊อย่าง ซังฮวา (Sang-hwa) ที่รับบทโดย มา ดงซอก พี่ใหญ่ตัวโตใจดีที่พร้อมจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเมียแบบไม่ต้องคิดเลย ยังมีแก๊งนักกีฬาเบสบอลวัยใสอย่าง ยองกุก (Yeong-gook) ที่รับบทโดย ชเว อูชิก กับ จินฮี (Jin-hee) แฟนสาวของเขา แล้วก็มีทั้งคุณป้าสองพี่น้องใจบุญ มีลุงนักธุรกิจเห็นแก่ตัวอย่าง ยงซอก (Yong-suk) ที่เอาแต่เอาตัวรอด ไปจนถึงชายเร่ร่อนลึกลับ ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองที่ต้องไปให้ถึงปูซาน และทุกคนก็กลัวเหมือนกันหมดนั่นแหละ บรรยากาศของเรื่องต้องบอกเลยว่าอึดอัดจนแทบหยุดหายใจ เพราะสนามรบของเราคือรถไฟด่วนที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เป็นกล่องเหล็กแคบ ๆ ที่หนีไปไหนไม่ได้เลยจริง ๆ ลองนึกภาพตามนะ ตู้โดยสารที่เคยสว่างสะอาดกลายเป็นทางแคบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้าวิ่งหนี และเสียงทุบประตูที่ดังมาจากอีกโบกี้หนึ่ง สัญญาณโทรศัพท์ก็ขาด ๆ หาย ๆ ข่าวจากข้างนอกก็มีแต่ภาพสถานีที่ถูกถล่มไปแล้วทีละเมือง พอรถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์มืด ๆ ทีไร ใจมันก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ทุกที เพราะไม่รู้เลยว่าพอไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง จะเจออะไรวิ่งเข้ามาหา แถมพอจอดเทียบสถานีไหนก็ไว้ใจไม่ได้เลยสักที่ บางสถานีดูเงียบจนหลอน บางสถานีก็กลายเป็นกับดักไปแล้ว ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟที่ไม่มีป้ายบอกว่าจะได้ลงเมื่อไหร่ แล้วต้องลุ้นกันตู้ต่อตู้เลยว่าประตูบานต่อไปจะเปิดเจอคนหรือเจอฝูงซอมบี้ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่ความมันกับความน่ากลัว คือหัวใจของมันจริง ๆ น่ะ มันเป็นเรื่องของความเป็นพ่อ ความเป็นคน และการเลือกว่าจะเป็นมนุษย์แบบไหนในวันที่โลกใจร้ายที่สุด ซอกวูที่ตอนแรกคิดแค่เอาตัวเองกับลูกให้รอดก็พอ เริ่มได้เห็นน้ำใจของซังฮวาที่ปกป้องทุกคนเหมือนครอบครัว ได้เห็นความกล้าหาญของเด็ก ๆ อย่างยองกุกกับจินฮีที่จับมือกันไม่ปล่อย ได้เห็นซูอาที่ถึงจะตัวเล็กแต่ใจใหญ่กว่าผู้ใหญ่หลายคนเสียอีก เขาก็เริ่มเข้าใจว่าการรอดคนเดียวมันไม่มีความหมายเลยถ้าต้องทิ้งความเป็นคนไว้ข้างทาง ขณะเดียวกันก็มีคนอย่างยงซอกที่เลือกจะผลักคนอื่นให้ตายแทนตัวเองเพื่อให้ตัวเองได้ไปต่อ ซึ่งมันก็ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันนะว่าถ้าเป็นเราอยู่ตรงนั้น เราจะกล้าเสียสละหรือจะเลือกเอาตัวรอด ดูไปน้ำตาก็ซึมไปแบบไม่รู้ตัวเลย เพราะทุกการตัดสินใจในเรื่องมันผูกอยู่กับความรักของใครสักคนเสมอ ใครที่ชอบหนังซอมบี้ที่ไม่ได้มีดีแค่ฉากวิ่งหนีตุ้งแช่ อยากให้ลองเปิดใจขึ้นขบวนนี้ไปด้วยกันสักครั้ง รับรองว่าจะได้ทั้งลุ้นจนจิกเบาะ เหนื่อยจนเหมือนวิ่งมาพร้อมตัวละคร แล้วก็อบอุ่นจนเจ็บที่หัวใจในเวลาเดียวกัน การแสดงของกง ยู กับเด็กน้อยคิม ซูอัน มันธรรมชาติมากจนเรารู้สึกผูกพันเหมือนเป็นคนในครอบครัว ส่วนมา ดงซอก กับจอง ยูมี ก็ขโมยหัวใจคนดูไปเต็ม ๆ แบบไม่ต้องพยายามเลย เตรียมทิชชู่ไว้ข้าง ๆ เตรียมใจไว้หน่อย แล้วมานั่งรถไฟเที่ยวนี้ไปด้วยกันนะ เชื่อเถอะว่าพอรถไฟแล่นถึงปูซานเมื่อไหร่ เราจะมองคำว่าบ้านกับคำว่าครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เรื่องย่อ Train to Busan

กง ยู รับบทเป็น ซอกวู (Seok-woo) คุณพ่อสายบ้างานที่ใช้ชีวิตวนอยู่กับงานกับเงินจนแทบจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งคุยกับลูกดี ๆ คือเมื่อไหร่ เขารักลูกนะ รักมากเลยแหละ แต่เป็นความรักแบบคนปากหนักที่แสดงออกไม่เก่งเอาเสียเลย จนมาถึงวันเกิดของ ซูอา (Soo-ahn) ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นทั้งโลกทั้งใจของเขา เธอไม่ได้ขอของขวัญแพง ๆ เลยสักชิ้น เธอขอแค่อยากนั่งรถไฟไปหาแม่ที่ปูซานด้วยกันสักครั้ง ซอกวูก็เลยยอมวางงานทุกอย่างแล้วจูงมือลูกขึ้นรถไฟด่วนจากโซลในเช้าวันนั้นด้วยความตั้งใจว่าจะง้อลูกให้ได้ ใครจะไปคิดละว่าการเดินทางเพื่อซ่อมความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ควรจะอบอุ่นธรรมดา ๆ จะกลายเป็นเที่ยวมรณะที่ไม่มีตั๋วขากลับ เพราะขณะที่ล้อรถไฟเริ่มหมุนออกจากชานชาลา โรคระบาดประหลาดที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นซอมบี้คลั่งกระหายเลือดก็ปะทุขึ้นพร้อมกันทั้งเมือง แถมเชื้อนั้นยังหลุดติดขึ้นมาบนขบวนเดียวกันนี้ด้วย จากพ่อที่แค่ต้องดูแลใจลูก วันนี้เขาต้องดูแลชีวิตลูกให้ไปถึงปูซาน เมืองสุดท้ายที่เขาลือกันว่ายังปลอดภัยให้ได้

บนรถไฟขบวนนี้ไม่ได้มีแค่สองพ่อลูกนะ ยังมีผู้โดยสารอีกทั้งคันที่ต้องมาติดอยู่ในชะตาเดียวกัน เริ่มจากหนูน้อยซูอาที่รับบทโดย คิม ซูอัน เด็กหญิงจิตใจดีที่มองโลกด้วยความใสซื่อจนทำให้คนเป็นพ่ออย่างซอกวูต้องหันกลับมามองตัวเอง แล้วก็มีคู่สามีภรรยาที่น่ารักที่สุดของขบวนอย่าง ซองกยอง (Sung-gyeong) สาวท้องแก่ใกล้คลอดที่รับบทโดย จอง ยูมี กับสามีสายบู๊อย่าง ซังฮวา (Sang-hwa) ที่รับบทโดย มา ดงซอก พี่ใหญ่ตัวโตใจดีที่พร้อมจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเมียแบบไม่ต้องคิดเลย ยังมีแก๊งนักกีฬาเบสบอลวัยใสอย่าง ยองกุก (Yeong-gook) ที่รับบทโดย ชเว อูชิก กับ จินฮี (Jin-hee) แฟนสาวของเขา แล้วก็มีทั้งคุณป้าสองพี่น้องใจบุญ มีลุงนักธุรกิจเห็นแก่ตัวอย่าง ยงซอก (Yong-suk) ที่เอาแต่เอาตัวรอด ไปจนถึงชายเร่ร่อนลึกลับ ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองที่ต้องไปให้ถึงปูซาน และทุกคนก็กลัวเหมือนกันหมดนั่นแหละ

บรรยากาศของเรื่องต้องบอกเลยว่าอึดอัดจนแทบหยุดหายใจ เพราะสนามรบของเราคือรถไฟด่วนที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เป็นกล่องเหล็กแคบ ๆ ที่หนีไปไหนไม่ได้เลยจริง ๆ ลองนึกภาพตามนะ ตู้โดยสารที่เคยสว่างสะอาดกลายเป็นทางแคบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้าวิ่งหนี และเสียงทุบประตูที่ดังมาจากอีกโบกี้หนึ่ง สัญญาณโทรศัพท์ก็ขาด ๆ หาย ๆ ข่าวจากข้างนอกก็มีแต่ภาพสถานีที่ถูกถล่มไปแล้วทีละเมือง พอรถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์มืด ๆ ทีไร ใจมันก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ทุกที เพราะไม่รู้เลยว่าพอไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง จะเจออะไรวิ่งเข้ามาหา แถมพอจอดเทียบสถานีไหนก็ไว้ใจไม่ได้เลยสักที่ บางสถานีดูเงียบจนหลอน บางสถานีก็กลายเป็นกับดักไปแล้ว ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟที่ไม่มีป้ายบอกว่าจะได้ลงเมื่อไหร่ แล้วต้องลุ้นกันตู้ต่อตู้เลยว่าประตูบานต่อไปจะเปิดเจอคนหรือเจอฝูงซอมบี้

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่ความมันกับความน่ากลัว คือหัวใจของมันจริง ๆ น่ะ มันเป็นเรื่องของความเป็นพ่อ ความเป็นคน และการเลือกว่าจะเป็นมนุษย์แบบไหนในวันที่โลกใจร้ายที่สุด ซอกวูที่ตอนแรกคิดแค่เอาตัวเองกับลูกให้รอดก็พอ เริ่มได้เห็นน้ำใจของซังฮวาที่ปกป้องทุกคนเหมือนครอบครัว ได้เห็นความกล้าหาญของเด็ก ๆ อย่างยองกุกกับจินฮีที่จับมือกันไม่ปล่อย ได้เห็นซูอาที่ถึงจะตัวเล็กแต่ใจใหญ่กว่าผู้ใหญ่หลายคนเสียอีก เขาก็เริ่มเข้าใจว่าการรอดคนเดียวมันไม่มีความหมายเลยถ้าต้องทิ้งความเป็นคนไว้ข้างทาง ขณะเดียวกันก็มีคนอย่างยงซอกที่เลือกจะผลักคนอื่นให้ตายแทนตัวเองเพื่อให้ตัวเองได้ไปต่อ ซึ่งมันก็ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันนะว่าถ้าเป็นเราอยู่ตรงนั้น เราจะกล้าเสียสละหรือจะเลือกเอาตัวรอด ดูไปน้ำตาก็ซึมไปแบบไม่รู้ตัวเลย เพราะทุกการตัดสินใจในเรื่องมันผูกอยู่กับความรักของใครสักคนเสมอ

ใครที่ชอบหนังซอมบี้ที่ไม่ได้มีดีแค่ฉากวิ่งหนีตุ้งแช่ อยากให้ลองเปิดใจขึ้นขบวนนี้ไปด้วยกันสักครั้ง รับรองว่าจะได้ทั้งลุ้นจนจิกเบาะ เหนื่อยจนเหมือนวิ่งมาพร้อมตัวละคร แล้วก็อบอุ่นจนเจ็บที่หัวใจในเวลาเดียวกัน การแสดงของกง ยู กับเด็กน้อยคิม ซูอัน มันธรรมชาติมากจนเรารู้สึกผูกพันเหมือนเป็นคนในครอบครัว ส่วนมา ดงซอก กับจอง ยูมี ก็ขโมยหัวใจคนดูไปเต็ม ๆ แบบไม่ต้องพยายามเลย เตรียมทิชชู่ไว้ข้าง ๆ เตรียมใจไว้หน่อย แล้วมานั่งรถไฟเที่ยวนี้ไปด้วยกันนะ เชื่อเถอะว่าพอรถไฟแล่นถึงปูซานเมื่อไหร่ เราจะมองคำว่าบ้านกับคำว่าครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ดู Train to Busan ออนไลน์

นักแสดง

กง ยู

กง ยู

Seok-woo
김수안

김수안

Soo-ahn
정유미

정유미

Sung-gyeong
마동석

마동석

Sang-hwa
ชเว อู-ชิก

ชเว อู-ชิก

Yeong-gook
안소희

안소희

Jin-hee
김의성

김의성

Yong-suk
예수정

예수정

In-gil
박명신

박명신

Jong-gil
최귀화

최귀화

Homeless Man
ซอกยง

ซอกยง

Captain of KTX
김창환

김창환

Kim Jin-mo

ป้ายกำกับ