

The Privilege
เรื่องย่อ The Privilege
ถ้าโตมาในบ้านที่พร้อมทุกอย่างแล้วทำไมยังรู้สึกเหมือนมีอะไรจ้องมองอยู่ตลอดเวลา นั่นคือคำถามที่หลอกหลอน ฟินน์ มาตั้งแต่ต้นของ เดอะ พริวิเลจ และเป็นความรู้สึกที่คนดูจะสัมผัสได้ทันทีที่หนังเริ่มเล่าให้ฟัง ฟินน์เป็นเด็กหนุ่มจากครอบครัวร่ำรวยที่ชีวิตดูเหมือนถูกปูไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มีบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบเกินไป มีโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่เป็นเหมือนประตูสู่อนาคต มีเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันและเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดเยอะ แต่สำหรับใครที่กำลังมองหา ดูหนัง เดอะ พริวิเลจ เต็มเรื่อง แบบที่ค่อย ๆ พาเราดำดิ่งไปกับความหลอนเงียบ ๆ เรื่องนี้จะเริ่มต้นเหมือนชีวิตวัยรุ่นธรรมดาที่มีรอยร้าวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ เขาเคยเจอเหตุการณ์ประหลาดในวัยเด็กที่ไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจน และเมื่อโตขึ้นความทรงจำนั้นก็ไม่เคยหายไปไหน มันแค่ถูกเก็บไว้ใต้พรมของคำว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลืม จนกระทั่งวันหนึ่งสิ่งผิดปกติเดิม ๆ เริ่มกลับมา ทั้งเสียงแปลก ๆ ในบ้าน เงาที่ไหวทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น และความรู้สึกเหมือนถูกตามมองในโรงเรียนที่กลางวันดูโอ่อ่าแต่กลางคืนกลับเย็นเยียบอย่างบอกไม่ถูก ความน่ากลัวตรงนี้เลยไม่ได้มาแบบตุ้งแช่ตั้งแต่แรก แต่มาเหมือนหมอกที่ค่อย ๆ หนาขึ้นรอบตัวคนที่เคยคิดว่าตัวเองปลอดภัยที่สุดแล้ว สิ่งที่ผลักให้ฟินน์ขยับไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็นล้วน ๆ แต่เป็นความต้องการจะยืนยันว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง เขาแค่อยากมีใครสักคนที่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็น อยากเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่รอบตัวถึงเอาแต่บอกให้พักผ่อน อย่าคิดมาก อย่าไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง ยิ่งเขาพยายามทำตัวเป็นเด็กดีตามที่ครอบครัวและโรงเรียนคาดหวัง ช่องว่างระหว่างสิ่งที่เขารู้สึกกับสิ่งที่ทุกคนบอกให้เขาเชื่อก็ยิ่งกว้างขึ้น เพื่อนสนิทของเขาจึงกลายเป็นที่พึ่งสำคัญที่สุด เพราะมีแค่เพื่อนวัยเดียวกันนี่แหละที่ยอมฟังโดยไม่รีบตัดสิน กลุ่มเพื่อนที่เคยกินข้าว หัวเราะ และแชร์ความลับวัยรุ่นด้วยกัน ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทีมสืบความจริงแบบจำเป็น พวกเขาเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างการสังเกตว่าเหตุการณ์ประหลาดมักเกิดใกล้ใคร ที่ไหน และเวลาใด แล้วค่อย ๆ ปะติดปะต่อว่าเรื่องเหนือธรรมชาติที่เจออาจไม่ใช่เรื่องลอย ๆ แต่อาจโยงกับคนบางกลุ่ม แผนบางอย่าง และความลับที่ผู้ใหญ่พยายามกลบไว้ ความสัมพันธ์ในกลุ่มเลยมีทั้งอบอุ่นและเปราะบางในเวลาเดียวกัน เวลากลัวก็จับมือกันแน่นขึ้น เวลาไม่แน่ใจก็เริ่มระแวงกันเองเล็ก ๆ ว่าตกลงเราควรเชื่อใคร และถ้าความจริงที่เจอมันทำลายทั้งครอบครัว โรงเรียน และอนาคตที่เคยฝันไว้ พวกเขาจะยังกล้าเดินต่อไหม ยิ่งสืบลึกเข้าไป คำว่าอภิสิทธิ์ที่เคยหมายถึงโอกาสและความปลอดภัยก็ยิ่งกลายเป็นกรงทองที่ขังพวกเขาไว้ ฟินน์เริ่มเห็นว่าการถูกเลี้ยงมาในโลกที่เนี้ยบและควบคุมได้ทุกอย่าง ทำให้เขาถูกตัดขาดจากความจริงบางด้านโดยไม่รู้ตัว พ่อแม่ที่รักลูกแต่ก็รักภาพลักษณ์ของครอบครัวไม่แพ้กัน ครูและผู้บริหารที่พูดจาอบอุ่นแต่แฝงอำนาจ ทุกคนดูเหมือนอยากปกป้องเด็ก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังกันพวกเขาออกจากคำตอบ ความโดดเดี่ยวของวัยรุ่นในเรื่องนี้เลยเจ็บปวดเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาไม่ได้แค่กลัวความมืดหรือกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่กลัวว่าเสียงของตัวเองจะไม่มีน้ำหนักพอให้ใครหันมาฟัง ความไว้ใจระหว่างลูกกับพ่อแม่เริ่มสั่นคลอน ความเคารพที่มีต่อสถาบันเริ่มมีรอยร้าว และมิตรภาพก็ถูกทดสอบว่าถ้าต้องเลือกระหว่างรักษาชีวิตสบาย ๆ ต่อไปแบบหลับตาข้างหนึ่ง กับการฉีกม่านความหรูหราออกเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าสะพรึง พวกเขาจะเลือกอะไร หนังของ แม็กซ์ ชิมเมลป์เฟนนิช ถ่ายทอดแรงกดดันตรงนี้ผ่านสีหน้า แววตา และความเงียบในบ้านหลังใหญ่ได้ดีมาก จนคนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกับตัวละคร ได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดกว่าบทสนทนาเสียอีก และยิ่งเรื่องเดินไปข้างหน้า เบาะแสแต่ละชิ้นก็ยิ่งพาไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวิญญาณ ความเจ็บป่วย หรือมีมือมนุษย์ที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังกันแน่ บรรยากาศโดยรวมเลยเป็นการไต่ระดับแบบชาญฉลาด ช่วงแรกเน้นหลอนเงียบด้วยภาพและเสียง โถงทางเดินยาว ๆ แสงไฟสลัว เงาที่ทอดยาวผิดธรรมชาติ ความเงียบที่ดังกว่าคำพูด พอกลางเรื่องจังหวะจะกระชับขึ้น เหตุการณ์ถี่ขึ้น แรงขึ้น และอธิบายด้วยเหตุผลธรรมดาได้ยากขึ้น มีทั้งจังหวะสะดุ้งแบบไม่ทันตั้งตัว ฉากติดตาที่ชวนให้เก็บไปคิดต่อหลังดูจบ และพาร์ทสืบสวนที่ชวนลุ้นว่าเบาะแสต่อไปจะพาไปใกล้ความจริงหรือพาเข้ากับดัก ความน่ากลัวจึงไม่ใช่แค่ผีมาหลอกแล้วจบไป แต่เป็นความหลอนที่ฝังลึกเพราะมันผูกกับความกลัวพื้นฐานของทุกคนว่าบ้านที่ควรปลอดภัยที่สุดอาจเป็นที่ที่ไม่ปลอดภัยที่สุดก็ได้ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับคอหนังสยองขวัญสายปมปริศนาที่ชอบค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ไปพร้อมตัวละคร ชอบหนังวัยรุ่นรวมกลุ่มเพื่อนต่างนิสัยที่ต้องพึ่งกันและกัน และชอบประเด็นสังคมให้ขบคิดต่อหลังดูจบ ดูคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ความหลอนเต็ม ๆ ดูกับเพื่อนก็สนุกเพราะจะชวนกันเถียงว่าเชื่อทฤษฎีไหน ส่วนใครที่อยากดูกับครอบครัวก็ดูได้ถ้าที่บ้านชอบแนวลุ้นระทึกแบบไม่โหดโจ่งแจ้ง เพราะหัวใจของเรื่องคือความผูกพัน ความกล้าหาญ และการเรียนรู้ที่จะเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แม้ความจริงตรงหน้าจะน่ากลัวจนอยากหันหลังกลับก็ตาม
ดู The Privilege ออนไลน์
นักแสดง

Max Schimmelpfennig

Lea van Acken

Tijan Marei

Milena Tscharntke

Lise Risom Olsen

Roman Knižka

Nadeshda Brennicke

Horst Janson

Caroline Hartig

Jeanette Spassova

Oleg Tikhomirov

Maurice Lattke
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- เดอะ พริวิเลจ
- วัยรุ่นสืบปริศนา
- ครอบครัวร่ำรวย
- ความลับผู้ใหญ่
- มิตรภาพเพื่อนสนิท

