

Seobok
เรื่องย่อ Seobok
ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่มาก แล้วอยู่ ๆ ต้องมาดูแลใครสักคนที่มีชีวิตเป็นนิรันดร์ คุณจะรู้สึกอย่างไร ซอบก มนุษย์อมตะ เปิดมาด้วยคำถามที่ฟังดูเรียบง่ายแต่หนักอึ้งในใจแบบนี้เลย แล้วก็ค่อย ๆ พาเราเข้าไปรู้จักกับมินกีฮอน อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่เคยผ่านงานเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วนจนตอนนี้ทั้งร่างกายและหัวใจของเขาล้าไปหมด เขาอยากวางมือ อยากใช้เวลาที่เหลืออย่างสงบ ๆ กับตัวเอง ไม่ต้องวิ่งไล่ใคร ไม่ต้องแบกความลับของใครอีก แต่ชีวิตดันโยนภารกิจสุดท้ายมาให้เขาก่อนจะได้พักจริง ๆ นั่นคือการคุ้มกันและพาตัวซอบก มนุษย์โคลนคนแรกของโลก ไปส่งให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ฟังเผิน ๆ เหมือนงานคุ้มกันคนสำคัญทั่วไปที่เขาเคยทำมาจนชิน แต่ลึก ๆ แล้วเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่งานธรรมดา เพราะสิ่งที่ต้องดูแลไม่ใช่แค่คนคนหนึ่ง แต่คือความลับระดับชาติ ความหวังของวิทยาศาสตร์ และเป้าหมายที่หลายฝ่ายอยากได้มาครอบครอง เขาจึงรับงานนี้ทั้งที่ใจยังลังเล เหมือนคนที่อยากไถ่บาปครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไปจากวงการ และนั่นทำให้ทุกก้าวของเขาตั้งแต่ต้นเต็มไปด้วยความระแวง ความเงียบ และความรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังจับจ้องอยู่ ซอบกเองก็เป็นอีกหัวใจของเรื่องที่ทำให้คนดูอย่างเราอดเอาใจช่วยไม่ได้เลย เขาไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่แค่สิ่งทดลองในห้องแล็บอย่างที่เอกสารราชการเขียนไว้ แต่คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งได้ออกมาเห็นโลกภายนอกเป็นครั้งแรก ดวงตายังใสซื่อ ยังตื่นเต้นกับลม กับแสงแดด กับอาหารธรรมดา ๆ ที่เราเห็นจนชิน แต่ในขณะเดียวกันร่างกายของเขากลับเก็บความลับที่ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ นั่นคือความเป็นอมตะที่ใคร ๆ ก็อยากได้มาครอบครอง เขาอยากมีชีวิตในแบบของตัวเอง อยากรู้ว่าทะเลเป็นอย่างไร อยากรู้ว่าการได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องถูกจับจ้องมันรู้สึกแบบไหน ความไร้เดียงสานี้แหละที่ค่อย ๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของกีฮอน จากตอนแรกที่มองซอบกเป็นเพียงภาระ เป็นวัตถุที่ต้องส่งให้ถึงที่ กลายเป็นความผูกพันแบบพี่ชายกับน้องชายที่ต้องเรียนรู้กันและกันท่ามกลางความไม่ไว้ใจ สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง ซอบก มนุษย์อมตะ เต็มเรื่อง แบบที่ได้ทั้งความลุ้นและความอิ่มใจในเวลาเดียวกัน ช่วงเวลาที่ทั้งคู่เริ่มเปิดใจคุยกันบนรถ ระหว่างทางหนี ระหว่างมื้ออาหารง่าย ๆ นี่แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เรายิ้มทั้งน้ำตา เพราะมันทำให้เห็นว่าความเป็นมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครเกิดมาอย่างไร แต่วัดกันที่ว่าใครกล้าจะห่วงใยใครอย่างจริงใจ แต่โลกความจริงไม่ได้ใจดีขนาดจะปล่อยให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันอย่างสงบ ๆ เพราะยิ่งเดินทางไปไกลเท่าไร เงาของอำนาจก็ยิ่งชัดขึ้นเท่านั้น เบื้องหลังภารกิจนี้มีทั้งองค์กรวิทยาศาสตร์ หน่วยงานความมั่นคง และกลุ่มผลประโยชน์ที่มองซอบกต่างกันไป บางคนมองเขาเป็นความหวังที่จะเอาชนะความตาย บางคนมองเขาเป็นอาวุธ บางคนมองเขาเป็นความผิดพลาดที่ต้องกำจัดทิ้งก่อนจะควบคุมไม่ได้ กีฮอนที่เคยอยู่ในระบบนี้มาก่อนจึงรู้ดีว่าไม่มีใครไว้ใจได้เต็มร้อย แม้แต่คำสั่งที่ดูเหมือนจะหวังดีก็อาจซ่อนเจตนาอื่นเอาไว้ ความสนุกของหนังเลยไม่ได้อยู่แค่ฉากยิงปะทะหรือการไล่ล่าด้วยรถความเร็วสูงเท่านั้น แต่อยู่ที่ความอึดอัดของการไม่รู้ว่าใครคือมิตรหรือศัตรู ทุกสายโทรศัพท์ ทุกจุดนัดพบ ทุกทางแยก ล้วนทำให้เราต้องกลั้นหายใจไปกับเขา ยิ่งเมื่อขบวนคุ้มกันที่วางแผนมาอย่างรัดกุมถูกโจมตีจนพังทลายในพริบตา จากงานส่งตัวเงียบ ๆ ก็กลายเป็นภารกิจเอาตัวรอดกลางเมืองที่ต้องใช้ทั้งสัญชาตญาณ ประสบการณ์ และหัวใจที่ยังอยากปกป้องใครสักคนเป็นครั้งสุดท้าย หนังของ กงยู เรื่องนี้เลยมีทั้งความดิบ ความหนัก และความเท่แบบเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ไม่ได้เก่งเว่อร์ แต่เก่งเพราะเคยเจ็บมาเยอะ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังไล่ล่าทั่วไปคือจังหวะที่ยอมช้าลงเพื่อถามคำถามใหญ่ ๆ กับคนดูอย่างนุ่มนวล ว่าถ้าชีวิตที่เป็นนิรันดร์มีอยู่จริง เราจะใช้มันอย่างไร และเรามีสิทธิ์แค่ไหนในการกำหนดชะตาของชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมา กีฮอนที่เป็นคนใกล้ตายกลับต้องดูแลซอบกที่เป็นคนไม่มีวันตาย ความย้อนแย้งนี้ทำให้บทสนทนาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความหมาย เขาสอนซอบกให้รู้จักความกลัว ความเสียใจ ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ขณะที่ซอบกก็สอนเขากลับให้รู้จักการมีชีวิตอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดไปวัน ๆ โทนภาพที่หม่น เย็น เหมือนโลหะในห้องทดลอง กับดนตรีที่ค่อย ๆ บีบอารมณ์ให้แน่นขึ้น ยิ่งขับให้ความสัมพันธ์เล็ก ๆ ตรงกลางดูอบอุ่นขึ้นไปอีก ฉากแอ็กชันเองก็ทำถึงแบบไม่ต้องเว่อร์ ทั้งการปะทะบนท้องถนน การต่อสู้ระยะประชิดที่ต้องใช้ทั้งแรงและไหวพริบ การใช้เทคโนโลยีสอดแนมของหน่วยข่าวกรอง ทุกอย่างดูมีน้ำหนักและมีเหตุผลรองรับ ไม่ได้ยิงกันเอามันอย่างเดียว แต่ยิงกันเพราะต่างฝ่ายต่างกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และนั่นทำให้เราลุ้นแบบเหนื่อยใจ ไม่ใช่แค่ลุ้นว่าใครจะชนะ แต่ลุ้นว่าทั้งคู่จะยังเชื่อใจกันได้นานแค่ไหน ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบหนังดราม่าปนแอ็กชันที่ดูแล้วอิ่มใจ ดูกับครอบครัวในคืนวันหยุดก็ได้เพราะแกนหลักคือความผูกพันและการเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ความรุนแรง ดูคนเดียวตอนพักผ่อนในคืนเหงา ๆ ก็ดีเพราะจะได้อยู่กับความคิดของตัวละครแบบเต็ม ๆ สายลุ้นก็ไม่ผิดหวังเพราะครึ่งหลังเร่งเครื่องทั้งการไล่ล่าและการหักมุมของคนไว้ใจไม่ได้ ส่วนสายไซไฟลึกลับก็จะเพลินกับปริศนาเบื้องหลังการโคลนและความสามารถพิเศษที่ค่อย ๆ เผยออกมาโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว ใครที่คิดถึงหนังเกาหลีที่เล่าเรื่องช้า ๆ แต่มัดใจอยู่หมัด มีทั้งฉากให้ยิ้ม มีทั้งฉากให้จุกในอก และมีคำถามให้เก็บไปคิดต่อหลังดูจบ เรื่องนี้คือคำตอบที่ลงตัวมาก ๆ โดยไม่ต้องรู้ตอนจบก่อนก็รับประกันได้เลยว่าจะเอาใจช่วยสองคนนี้จนถึงนาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน
ดู Seobok ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- หนังเกาหลี
- หนังไซไฟ
- หนังแอ็กชันระทึกขวัญ
- ชีวิตอมตะ
- กงยู
- มิตรภาพต่างวัย













