

First Man
เรื่องย่อ First Man
เคยนึกสงสัยไหมว่าชายที่กำลังจะเดินทางไกลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ เขากำลังคิดอะไรอยู่ในคืนก่อนออกเดินทาง มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ พาเรากลับไปนั่งเงียบ ๆ ข้าง ๆ นีล อาร์มสตรอง ชายผู้สุขุมจนแทบเดาใจไม่ออก ในช่วงเวลาที่โลกทั้งใบกำลังจับตามองเขาอยู่ แล้วค่อย ๆ เล่าให้ฟังว่ากว่าจะได้แหงนมองดวงจันทร์ในฐานะจุดหมายที่ไปถึงได้จริง ๆ เขาต้องผ่านความเงียบ ความกลัว และความสูญเสียมามากแค่ไหน ถ้าใครกำลังหา ดูหนัง มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ เต็มเรื่อง สักคืนแบบนั่งดูนิ่ง ๆ แล้วปล่อยใจให้ลอยไปกับเรื่องราว เรื่องนี้คือตัวเลือกที่อบอุ่นและอิ่มใจมาก ๆ เลย เพราะมันไม่ได้ชวนเราตื่นเต้นกับจรวดเพียงอย่างเดียว แต่ชวนให้เข้าใจหัวใจของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาเลย นีลใน หนังของ ไรอัน กอสลิ่ง เป็นวิศวกรและนักบินทดสอบที่เก่งกาจ ใจเย็น และพูดน้อย เขาไม่ได้ฝันอยากเป็นฮีโร่ของชาติตั้งแต่แรกหรอก ความต้องการลึก ๆ ของเขานั้นเรียบง่ายมาก คืออยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อยากใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเพื่อพาคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย และอยากดูแลครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีภรรยาอย่างเจเน็ตและลูก ๆ ให้ดีที่สุด แต่แล้วชีวิตก็พาเขาเข้าสู่โครงการอวกาศของนาซาในช่วงต้นยุค 60 ที่อเมริกากำลังเร่งแข่งกับเวลาและความคาดหวังของทั้งประเทศ ความทะเยอทะยานของชาติกลายเป็นแรงผลักที่ดึงเขาเข้าไปอยู่ในห้องฝึก ห้องทดลอง และห้องนักบินที่สั่นสะเทือนทุกครั้งที่เครื่องยนต์ติด ทุกอย่างรอบตัวบอกเขาว่าต้องไปให้ไกลกว่าเดิม ต้องเร็วขึ้น สูงขึ้น และกล้ากว่าที่เคย ขณะเดียวกันในบ้านของเขา เวลากลับเดินช้าลงอย่างมีความหมาย มีเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ มีความกังวลของคนเป็นแม่ มีความเงียบของคนเป็นพ่อที่เลือกจะเก็บความกลัวไว้กับตัวเองมากกว่าพูดออกมา ความสัมพันธ์ของนีลกับเจเน็ตเลยกลายเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง เธอไม่ใช่แค่ภรรยาที่รออยู่ข้างหลัง แต่เป็นคนที่มองเห็นรอยร้าวในความนิ่งของเขา และคอยถามคำถามที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงอยู่เสมอว่าเราพร้อมจะแลกอะไรบ้างเพื่อความฝันนี้ สิ่งที่ขวางทางนีลไม่ได้มีแค่แรงโน้มถ่วงหรือเทคโนโลยีที่ยังไม่สมบูรณ์นะ แต่มันคือความไม่แน่นอนที่น่ากลัวของทุกเที่ยวบินทดลองเลย เพื่อนร่วมงานที่เคยหัวเราะด้วยกันในตอนเช้าอาจไม่ได้กลับมาในตอนเย็น ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวในห้องควบคุมอาจหมายถึงชีวิตทั้งชีวิต ความกดดันจากข่าว จากการเมือง จากงบประมาณ และจากคำถามของผู้คนว่าทำไมต้องเอาเงินมากมายไปทิ้งในอวกาศ ทั้งหมดนี้ถาโถมเข้ามาพร้อม ๆ กัน เรื่องเลยค่อย ๆ พาเราเห็นว่านีลเปลี่ยนไปอย่างไร จากชายที่เชื่อในการคำนวณและเหตุผล กลายเป็นคนที่ต้องเรียนรู้จะอยู่กับความเศร้าและความรู้สึกผิดโดยไม่มีสูตรไหนมารองรับได้ เขาเลือกจะเงียบขึ้น ทำงานหนักขึ้น และเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน เพราะเชื่อว่านั่นคือวิธีรับผิดชอบต่อหน้าที่ แต่ยิ่งเขาเงียบ คนรอบข้างโดยเฉพาะเจเน็ตก็ยิ่งรู้สึกถึงระยะห่างที่ค่อย ๆ กว้างขึ้น เธออยากให้เขากลับมาเป็นสามีและพ่อที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงนักบินผู้กล้าหาญในชุดอวกาศ ความตึงเครียดแบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องราวมีมิติอบอุ่นแบบดราม่าครอบครัว ทั้งที่ฉากหลังคือฐานปล่อยจรวดขนาดยักษ์และเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังไม่หยุด บรรยากาศของยุค 60 ถูกถ่ายทอดออกมาได้น่าซึมซับมาก ๆ เลย เราจะได้เห็นห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยกระดาษ แผนผัง เสียงพูดสวนกันไปมา ได้ยินเสียงโลหะลั่น เสียงเครื่องยนต์คำรามจนเก้าอี้สั่น และเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ ในหมวกนักบินที่ทำให้รู้สึกเหมือนเรานั่งอยู่ในยานลำนั้นไปด้วยจริง ๆ จังหวะการเล่าไม่ได้เร่งเร้าให้ลุ้นตลอดเวลา แต่ค่อย ๆ พาเราใช้ชีวิตไปกับตัวละคร ได้เห็นตอนเช้าที่ลูกวิ่งเล่นในสนามหญ้า ตอนเย็นที่พ่อกับแม่นั่งคุยกันเบา ๆ เรื่องอนาคตที่ไม่มีใครตอบได้ และตอนกลางคืนที่นีลแหงนมองดวงจันทร์ดวงเดิมที่เราเห็นกันทุกคืน แต่สำหรับเขามันคือโจทย์ที่ยังแก้ไม่เสร็จ ความหวังกับความหวาดหวั่นเลยเดินคู่กันไปตลอด ทั้งความตื่นเต้นของการบุกเบิกสิ่งใหม่ และความโดดเดี่ยวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเวิ้งว้างที่ไม่มีใครช่วยได้ ความเงียบหลายช่วงในเรื่องสื่อความรู้สึกได้มากกว่าบทพูดยาว ๆ เสียอีก ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมชายคนนี้ถึงถูกเลือกให้เป็นผู้นำภารกิจ ไม่ใช่เพราะเขาไม่กลัว แต่เพราะเขารู้จักอยู่กับความกลัวอย่างมีวินัยและไม่ปล่อยให้มันมาบดบังหน้าที่ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบหนังดราม่าชีวิตที่ดูแล้วอิ่มใจ ชอบเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัว และชอบหนังประวัติศาสตร์ที่พาเราย้อนเวลาไปเข้าใจยุคสมัยอย่างละมุนละม่อม จะดูคนเดียวในคืนเงียบ ๆ เพื่อปล่อยใจคิดทบทวนเรื่องชีวิตก็ดี จะชวนคนในบ้านมานั่งดูด้วยกันแล้วคุยกันต่อเรื่องความฝัน การเสียสละ และความหมายของการก้าวไปข้างหน้าก็ยิ่งดีใหญ่ สายลุ้นก็ยังสนุกได้เพราะฉากภารกิจทำออกมาสมจริงจนใจเต้นแรงโดยไม่ต้องมีฉากหวือหวาเกินจริง ส่วนสายดราม่าก็จะได้เต็มอิ่มกับความผูกพันของพ่อแม่ลูกและเพื่อนร่วมงานที่คอยประคองกันในวันที่ยากที่สุด โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเฉลยตอนจบก่อน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปลายทางบนผืนดินต่างดาว แต่คือการเดินทางข้างในใจของชายคนหนึ่งที่เรียนรู้จะแบกทั้งความหวังของชาติและความรักของครอบครัวไว้บนบ่าเดียวกันอย่างสมดุลที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
ดู First Man ออนไลน์
นักแสดง

ไรอัน กอสลิง

Claire Foy

Jason Clarke

Kyle Chandler

คอรีย์ สโตลล์

Patrick Fugit

Christopher Abbott

Ciarán Hinds

Olivia Hamilton

ปาโบล ชไรเบอร์

เช วิกัม

Lukas Haas
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- หนังดราม่าชีวิต
- ความสัมพันธ์ครอบครัว
- นักบินทดสอบ
- ยุคแข่งขันอวกาศ

