

Eye for an Eye 2
เรื่องย่อ Eye for an Eye 2
ถ้าต้องมองไม่เห็นทั้งชีวิต แต่กลับต้องมองใจคนให้ออกทุกครั้งที่ชักดาบ มันจะเหงาและหนักขนาดไหนนะ นี่คือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาตอนเริ่ม ดูหนัง ยอดกระบี่ไร้เทียมทาน 2 เต็มเรื่อง แล้วเจอ เฉิงเซี่ยจื่อ จอมยุทธตาบอดที่ใช้ชีวิตเงียบ ๆ คนเดียวมาตลอด เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ของใคร ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งกับความแค้นของยุทธภพที่ดาบไวกว่าความเมตตาเสมอ โลกของเขาเงียบกว่าที่เราคิดมาก มีแค่เสียงลม เสียงฝีเท้า เสียงลมหายใจของคนที่เดินเข้ามาใกล้ และเสียงดาบที่แหวกอากาศเบา ๆ แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้เขาอ่านคนได้ขาดกว่าคนตาดีเสียอีก เขาแค่ต้องการใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวัน ๆ รับงานบ้าง เดินทางบ้าง ไม่ผูกพันกับใคร เพราะรู้ดีว่ายิ่งผูกพันมากเท่าไหร่ เวลาต้องจากกันมันก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งโชคชะตาก็พาเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เหลืออะไรเลยสักอย่างเข้ามาชนกับชีวิตอันเงียบงันของเขาแบบไม่ทันตั้งตัว เด็กคนนั้นคือ จางเสี่ยวหยู เด็กน้อยที่เพิ่งเสียครอบครัวไปในชั่วข้ามคืน จากเด็กธรรมดาที่ควรได้วิ่งเล่น ควรได้มีบ้านให้กลับ กลับต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าที่แบกความทรงจำอันโหดร้ายไว้เต็มหัวใจ ตอนที่เฉิงเซี่ยจื่อบังเอิญช่วยเขาไว้ มันไม่ใช่การช่วยแบบพระเอกมาดเท่เลย เป็นแค่จังหวะหนึ่งของคนที่ผ่านทางมาแล้วทนดูไม่ได้จริง ๆ แต่สำหรับเด็กที่ไม่มีที่ไปแล้ว การช่วยครั้งนั้นคือเชือกเส้นสุดท้าย เสี่ยวหยูเลยเกาะแน่นไม่ปล่อย ทั้งอ้อนวอน ทั้งรบเร้า ทั้งเดินตามไม่ห่าง ขอให้รับเขาไว้ข้างกาย ขอสอนวิชาให้เขาหน่อย เพราะเขามีเหตุผลเดียวที่ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ คือสักวันต้องล้างแค้นให้ครอบครัวให้ได้ เฉิงเองตอนแรกก็ใจแข็งมาก ไม่อยากรับ ไม่อยากสอน ไม่อยากดึงเด็กบริสุทธิ์เข้ามาในโลกของเลือด แต่พอเห็นแววตาที่ทั้งกลัวทั้งดื้อของเด็กคนนี้ เขาก็ใจอ่อนแบบช่วยไม่ได้ ความสัมพันธ์แบบอาจารย์กับศิษย์เลยเริ่มขึ้นแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ ฝ่ายหนึ่งสอนเพื่อให้เอาตัวรอดในโลกโหด ๆ นี้ได้ อีกฝ่ายหนึ่งเรียนทุกกระบวนท่าเพื่อรอวันเอาคืน ความต่างของจุดประสงค์ตรงนี้แหละที่ทำให้ทุกวันที่อยู่ด้วยกันมันทั้งอบอุ่นทั้งตึงเครียดในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ หนังของ Xie Miao เรื่องนี้พิเศษกว่าหนังบู๊กำลังภายในทั่วไป คือมันไม่ได้เล่าแค่ใครเก่งกว่าใคร ใครดาบไวกว่าใคร แต่มันเล่าถึงใจคนที่เคยแตกสลายไปแล้วว่าจะประกอบกลับมายังไง เฉิงเซี่ยจื่อแม้ตาจะบอดสนิท แต่เขามองเห็นความจริงข้อหนึ่งชัดมาก คือความแค้นมันเหมือนดาบสองคม ถือไว้นาน ๆ มือเรานี่แหละที่จะเลือดออกก่อน เขาจึงพยายามสอนเสี่ยวหยูมากกว่าวิชาดาบ สอนให้ฟังเสียงใจตัวเอง สอนให้รู้จักยั้งมือ สอนให้รู้ว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไม่ใช่แค่เพื่อฆ่าใครสักคน แต่เพื่อปกป้องใครสักคนที่ยังเหลืออยู่ ในขณะที่เสี่ยวหยูคือภาพของเด็กที่กำลังโตท่ามกลางความสับสน เขาอยากมีคนดูแล อยากเรียกใครสักคนว่าอาจารย์ อยากมีข้าวกินพร้อมหน้าอบอุ่น ๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่ในใจก็มีไฟแค้นคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ฝึกได้ดีขึ้น เขาก็ดีใจแบบเด็ก ๆ แต่แววตาก็แอบถามตัวเองไปด้วยว่ายิ่งเก่งขึ้น เขาจะยิ่งเข้าใกล้ความเป็นคนแบบไหนกันแน่ โมเมนต์เล็ก ๆ ระหว่างทั้งคู่เลยกลายเป็นหัวใจของเรื่องไปเลย ทั้งตอนนั่งพักเหนื่อยด้วยกัน ตอนอาจารย์ดุเบา ๆ ตอนศิษย์แอบน้อยใจ ตอนที่ความเงียบเข้าปกคลุมแล้วต่างคนต่างจมกับแผลของตัวเอง มันเป็นความผูกพันต่างวัยที่ค่อย ๆ ก่อตัวโดยไม่รู้ตัว จากคนแปลกหน้าที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยว กลายเป็นคนที่ห่วงกันที่สุดโดยไม่ต้องพูดคำว่าห่วงออกมาสักคำ ในด้านอารมณ์การดู เรื่องนี้จะค่อย ๆ บ่มเรามากกว่าเร่งเราตั้งแต่ต้น ช่วงแรกจะพาเราไปซึมซับความโดดเดี่ยวของจอมยุทธตาบอดกับความเคว้งคว้างของเด็กกำพร้าแบบช้า ๆ ให้เราได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่าย ทิวทัศน์กว้างใหญ่ที่ทำให้คนดูตัวเล็กจ้อย เสียงลมพัดใบไม้ เสียงฝีเท้าบนดิน ความเงียบที่ดังยิ่งกว่าเสียงดาบ แล้วพอการฝึกเข้มข้นขึ้น ความอยากแก้แค้นของเสี่ยวหยูชัดเจนขึ้น จังหวะของเรื่องก็จะตึงขึ้นเรื่อย ๆ แบบหายใจไม่ทั่วท้อง ฉากบู๊ทำออกมาได้ดิบ เร็ว แต่ก็สง่างามในแบบฉบับกระบี่ มีเอกลักษณ์ตรงที่พระเอกมองไม่เห็น เขาต้องฟังเสียง จับลมหายใจ กะระยะจากความเคลื่อนไหวของอากาศรอบตัว ความนิ่งสงบก่อนลงมือแค่เสี้ยววินาทีเลยทำให้ทุกการปะทะน่าลุ้นมาก เพราะเรารู้ว่าเขาพลาดไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่วงท่าการต่อสู้เลยไม่ใช่แค่ความสะใจ แต่เป็นการฟังหัวใจคู่ต่อสู้ไปด้วยในตัว งานภาพก็ช่วยโอบอารมณ์แบบหนังชีวิตได้ดีมาก ทั้งโทนแสงที่เยือกเย็นเวลาพูดถึงความตาย และโทนอุ่นเวลาอาจารย์ศิษย์อยู่ด้วยกัน ทำให้รู้สึกเหมือนเรากำลังเดินทางไปกับพวกเขาจริง ๆ ไม่ใช่แค่นั่งดูคนฟันดาบกันไปมา ใครที่ชอบหนังบู๊ที่มีหัวใจ ไม่ใช่แค่หมัดหนักดาบไว แต่มีเรื่องความสัมพันธ์ให้ตามเอาใจช่วย เรื่องนี้คือตอบโจทย์มาก เหมาะกับคอบู๊กำลังภายในที่ชอบตัวละครจอมยุทธมีปม มีความลังเล มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ใต้ความแข็งแกร่ง และเหมาะกับสายดราม่าหนังชีวิตที่ชอบความผูกพันต่างวัยแบบอาจารย์กับศิษย์ แบบผู้ใหญ่ใจปิดกับเด็กใจแตกสลายที่ต้องมาเยียวยากันและกัน ดูคนเดียวตอนพักผ่อนตอนกลางคืนก็อินดี ดูกับครอบครัวที่ชอบหนังกำลังภายในก็คุยกันต่อได้ยาว ๆ เรื่องการให้อภัย การไว้ใจคนอีกครั้งหลังจากโลกพรากทุกอย่างไป มันเป็นหนังที่ดูแล้วอิ่มใจแบบหน่วง ๆ ไม่ได้มีแค่ความมัน แต่ทิ้งคำถามเบา ๆ ไว้ในใจว่า สุดท้ายแล้วเราจะเลือกถือดาบเพื่อแก้แค้น หรือวางดาบลงเพื่อปกป้องคนที่เรารักกันแน่ โดยที่เรื่องจะไม่เฉลยคำตอบนั้นง่าย ๆ ต้องไปสัมผัสการเดินทางของทั้งคู่เองจนถึงโค้งสุดท้ายถึงจะเข้าใจ
ดู Eye for an Eye 2 ออนไลน์
นักแสดง
ป้ายกำกับ
คำค้นหายอดนิยม
- ความสัมพันธ์อาจารย์กับศิษย์
- เด็กกำพร้า
- การเอาตัวรอด
- ดราม่าชีวิต













