Earwig and the Witch

Earwig and the Witch

มหัศจรรย์แม่มดอาย่า
★ 5.9/10 2021 82 นาที ภาพยนตร์ ครอบครัว จินตนาการ ดนตรี ตลก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Earwig and the Witch

เรื่องย่อ Earwig and the Witch

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเราฉลาดพอจะเอาตัวรอดได้ทุกที่ แล้วทำไมต้องกลัวแม่มดด้วยล่ะ นั่นแหละคือคำถามในใจของอาย่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ มหัศจรรย์แม่มดอาย่า เปิดเรื่องขึ้นมา แล้วเราก็อดยิ้มตามไม่ได้เลย เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาแบบนางเอกนิทานที่รอให้ใครมาช่วยเลยสักนิด เธอคือเจ้าของบ้านเด็กกำพร้าเซนต์มอร์วาลด์ตัวจริงเสียงจริง ใครจะย้ายเข้าจะย้ายออก ใครจะร้องไห้ใครจะงอแง อาย่ารู้หมดและคุมเกมได้หมดด้วยความทะเล้นแบบน่ารักน่าหยิก เธอมีความสุขกับชีวิตตรงนั้นมากเลยนะ มีเพื่อน มีคนที่คุ้นเคย มีมุมประจำของตัวเอง จนเราแอบรู้สึกแทนว่า เออ ถ้าชีวิตมันลงตัวขนาดนี้แล้ว จะมีใครหน้าไหนมาพรากความสบายใจนี้ไปจากเธอได้กัน แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่คู่สามีภรรยาท่าทางประหลาดอย่างเบลลายากากับแมนเดรคโผล่มาที่บ้าน แล้วชี้ตัวขอรับอาย่าไปเป็นลูกบุญธรรมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สำหรับเด็กคนอื่นการถูกเลือกอาจเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง แต่สำหรับอาย่ามันคือความรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่แรกเห็น เพราะสองคนนี้ไม่มีแววอบอุ่นแบบพ่อแม่ในนิทานเลย เบลลายากาดูหงุดหงิดและพูดจาขวานผ่าซาก ส่วนแมนเดรคก็ตัวสูงใหญ่ หน้านิ่ง ดูน่ากลัวจนเด็ก ๆ ไม่กล้าสบตา แต่ด้วยความที่อาย่าเป็นเด็กฉลาดและไม่ยอมเสียเปรียบใครง่าย ๆ เธอก็เลยเก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วลองไปดูสักตั้งว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอไปถึงบ้านหลังใหม่เท่านั้นแหละ บรรยากาศมันคนละโลกกับเซนต์มอร์วาลด์เลย บ้านทั้งเก่าทั้งมืด ทั้งรก ทั้งมีกลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ เต็มห้อง มีขวดโหล มีหนังสือเก่า ๆ วางระเกะระกะ แถมกฎในบ้านก็เยอะจนอึดอัด ห้ามนั่นห้ามนี่ ห้ามออกจากห้อง ห้ามส่งเสียงดัง แล้วที่พีคที่สุดก็คือทั้งคู่ประกาศตรง ๆ ว่าเราเป็นแม่มดกับพ่อมดนะ จะให้เธอมาเป็นเด็กช่วยงาน ไม่ได้มารับมาเลี้ยงให้สุขสบายหรอก ลองนึกภาพเราเป็นเด็กสิบขวบที่เคยเป็นใหญ่สุดในบ้านเด็กกำพร้า แล้วจู่ ๆ ต้องมาซักผ้า ล้างจาน เก็บกวาดห้องปรุงยาให้แม่มดจอมเฮี้ยบ มันทั้งช็อกทั้งแค้นทั้งอยากเอาคืนในเวลาเดียวกันเลย สิ่งที่เราชอบมากใน ดูหนัง มหัศจรรย์แม่มดอาย่า เต็มเรื่อง คืออาย่าไม่เคยนั่งร้องไห้รอปาฏิหาริย์เลย เธอใช้สิ่งที่เธอมีที่สุดก็คือไหวพริบและความกล้าพูดกล้าต่อรองนั่นแหละเป็นอาวุธ เธออยากได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ อยากมีอำนาจต่อรองในบ้านที่เธอไม่ได้เลือกจะมาอยู่ และอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วเวทมนตร์มันจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง อุปสรรคใหญ่ก็คือเบลลายากาที่ใช้งานเธอสารพัดแต่ไม่ยอมสอนเวทมนตร์ให้เลยสักบท ได้แต่สั่งให้ทำคาถาง่าย ๆ แบบขอไปที ส่วนแมนเดรคก็เอาแต่ขังตัวเองในห้องทำงาน ไม่ยุ่งกับใคร แค่เดินผ่านก็ขนลุกแล้ว แต่ยิ่งโดนกด อาย่ายิ่งหาทางดิ้น เธอเริ่มแอบอ่านตำรา แอบจำสูตรยา แอบทดลองผิด ๆ ถูก ๆ ตามประสาเด็กอยากรู้อยากลอง แล้วก็ได้เพื่อนจำเป็นอย่างโทมัส แมวดำพูดได้ที่โดนสาปให้เฝ้าบ้าน มาเป็นทั้งคู่กัดทั้งที่ปรึกษายามดึก ความสัมพันธ์ในบ้านหลังนี้เลยสนุกมาก เพราะมันไม่ใช่ความรักแบบกอดกันร้องไห้ แต่มันคือสงครามย่อม ๆ ของคนฉลาดสามคนกับแมวหนึ่งตัวที่ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร เบลลายากาอยากได้เด็กว่าง่ายไว้ใช้งาน อาย่าอยากได้วิชาไว้ป้องกันตัว แมนเดรคอยากได้ความสงบ ส่วนโทมัสอยากหลุดพ้น ทุกมื้อข้าว ทุกการปะทะคารม มันเลยเหมือนเกมจิตวิทยาที่เรานั่งเชียร์อาย่าอยู่ข้างจอว่า เอาเลยลูก อย่ายอม พอเวลาผ่านไป จากที่เคยจ้องจะเอาชนะกันอย่างเดียว เราจะค่อย ๆ เห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ของความผูกพันซึมเข้ามาแบบไม่รู้ตัว อาย่าเริ่มจับทางได้ว่าเบลลายากาไม่ใช่คนใจร้ายสุดขั้ว แต่เป็นคนเก่งที่เหนื่อยและขี้เหงา ส่วนแมนเดรคที่ดูน่ากลัวที่สุด กลับมีมุมอ่อนโยนที่ผูกอยู่กับเสียงดนตรีและอดีตวงดนตรีเก่าของเขาเอง จำได้ไหมว่าเรื่องนี้มีกลิ่นดนตรีอยู่ตลอด ทั้งเสียงเบส เสียงกลอง เสียงฮัมเพลงในครัว มันเหมือนเป็นภาษาลับที่ทำให้คนที่พูดกันไม่รู้เรื่องหันมาเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดเยอะ อาย่าเองก็เริ่มเปลี่ยนไปเหมือนกัน จากเด็กที่คิดแค่ว่าทำยังไงจะไม่โดนแกล้ง กลายเป็นเด็กที่เริ่มคิดว่าจะอยู่ร่วมกับคนประหลาดพวกนี้ยังไงให้ทุกคนสบายใจขึ้น เธอยังแสบเหมือนเดิม ยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม แต่ความเจ้าเล่ห์นั้นเริ่มมีเป้าหมายเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่เธอเริ่มแคร์ ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชนะอย่างเดียว แล้วพอเธอเริ่มแตะขอบของพลังเวทมนตร์ของตัวเองได้ทีละนิด ความมั่นใจของเธอก็ยิ่งเปล่งประกาย เราจะเห็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้เก่งเพราะมีพรสวรรค์ล้นฟ้า แต่เก่งเพราะกล้าลอง กล้าพลาด แล้วลุกขึ้นมาลองใหม่พร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้คนดูอย่างเราอดเอ็นดูไม่ได้จริง ๆ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับทุกบ้านที่อยากหาอะไรดูด้วยกันตอนเย็น ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะแต่ดูจบแล้วใจฟู เด็ก ๆ จะรักอาย่าแน่นอน เพราะเธอคือภาพของเด็กฉลาดที่ไม่ยอมให้ใครมารังแก แล้วเปลี่ยนจุดเสียเปรียบให้เป็นโอกาสด้วยสมองของตัวเอง ส่วนพ่อแม่หรือพี่ ๆ ที่โตแล้วก็จะสนุกกับมุกตลกแบบร้าย ๆ น่ารัก ๆ ความลึกลับสไตล์นิทานแม่มดยุคใหม่ และคำถามเบา ๆ ว่าครอบครัวจริง ๆ ต้องมาจากสายเลือดหรือเปล่า หรือแค่มาจากการเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ยอมรับความประหลาดของกันและกันก็พอแล้ว ใครที่คิดถึงงานแอนิเมชันแฟนตาซีอบอุ่นหัวใจที่ภาพสีสด ฉากบ้านแม่มดมีรายละเอียดให้ส่องเพลิน ๆ มีทั้งความซน ความขลัง และเสียงเพลงแทรกมาให้โยกหัวตามเบา ๆ อยากให้ลองเปิดใจให้หนังของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้ดูสักรอบ รับรองว่าจะได้ทั้งเสียงหัวเราะ ได้ทั้งกำลังใจแบบเด็ก ๆ ที่ว่าไม่ว่าชีวิตจะโยนเราไปอยู่บ้านหลังไหน เราก็ยังเป็นเจ้าของเรื่องของตัวเองได้เสมอโดยไม่ต้องรอให้ตอนจบมาเฉลยก่อนเลย

เรื่องย่อ Earwig and the Witch

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเราฉลาดพอจะเอาตัวรอดได้ทุกที่ แล้วทำไมต้องกลัวแม่มดด้วยล่ะ นั่นแหละคือคำถามในใจของอาย่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ มหัศจรรย์แม่มดอาย่า เปิดเรื่องขึ้นมา แล้วเราก็อดยิ้มตามไม่ได้เลย เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาแบบนางเอกนิทานที่รอให้ใครมาช่วยเลยสักนิด เธอคือเจ้าของบ้านเด็กกำพร้าเซนต์มอร์วาลด์ตัวจริงเสียงจริง ใครจะย้ายเข้าจะย้ายออก ใครจะร้องไห้ใครจะงอแง อาย่ารู้หมดและคุมเกมได้หมดด้วยความทะเล้นแบบน่ารักน่าหยิก เธอมีความสุขกับชีวิตตรงนั้นมากเลยนะ มีเพื่อน มีคนที่คุ้นเคย มีมุมประจำของตัวเอง จนเราแอบรู้สึกแทนว่า เออ ถ้าชีวิตมันลงตัวขนาดนี้แล้ว จะมีใครหน้าไหนมาพรากความสบายใจนี้ไปจากเธอได้กัน

แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่คู่สามีภรรยาท่าทางประหลาดอย่างเบลลายากากับแมนเดรคโผล่มาที่บ้าน แล้วชี้ตัวขอรับอาย่าไปเป็นลูกบุญธรรมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สำหรับเด็กคนอื่นการถูกเลือกอาจเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง แต่สำหรับอาย่ามันคือความรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่แรกเห็น เพราะสองคนนี้ไม่มีแววอบอุ่นแบบพ่อแม่ในนิทานเลย เบลลายากาดูหงุดหงิดและพูดจาขวานผ่าซาก ส่วนแมนเดรคก็ตัวสูงใหญ่ หน้านิ่ง ดูน่ากลัวจนเด็ก ๆ ไม่กล้าสบตา แต่ด้วยความที่อาย่าเป็นเด็กฉลาดและไม่ยอมเสียเปรียบใครง่าย ๆ เธอก็เลยเก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วลองไปดูสักตั้งว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอไปถึงบ้านหลังใหม่เท่านั้นแหละ บรรยากาศมันคนละโลกกับเซนต์มอร์วาลด์เลย บ้านทั้งเก่าทั้งมืด ทั้งรก ทั้งมีกลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ เต็มห้อง มีขวดโหล มีหนังสือเก่า ๆ วางระเกะระกะ แถมกฎในบ้านก็เยอะจนอึดอัด ห้ามนั่นห้ามนี่ ห้ามออกจากห้อง ห้ามส่งเสียงดัง แล้วที่พีคที่สุดก็คือทั้งคู่ประกาศตรง ๆ ว่าเราเป็นแม่มดกับพ่อมดนะ จะให้เธอมาเป็นเด็กช่วยงาน ไม่ได้มารับมาเลี้ยงให้สุขสบายหรอก ลองนึกภาพเราเป็นเด็กสิบขวบที่เคยเป็นใหญ่สุดในบ้านเด็กกำพร้า แล้วจู่ ๆ ต้องมาซักผ้า ล้างจาน เก็บกวาดห้องปรุงยาให้แม่มดจอมเฮี้ยบ มันทั้งช็อกทั้งแค้นทั้งอยากเอาคืนในเวลาเดียวกันเลย

สิ่งที่เราชอบมากใน ดูหนัง มหัศจรรย์แม่มดอาย่า เต็มเรื่อง คืออาย่าไม่เคยนั่งร้องไห้รอปาฏิหาริย์เลย เธอใช้สิ่งที่เธอมีที่สุดก็คือไหวพริบและความกล้าพูดกล้าต่อรองนั่นแหละเป็นอาวุธ เธออยากได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ อยากมีอำนาจต่อรองในบ้านที่เธอไม่ได้เลือกจะมาอยู่ และอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วเวทมนตร์มันจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง อุปสรรคใหญ่ก็คือเบลลายากาที่ใช้งานเธอสารพัดแต่ไม่ยอมสอนเวทมนตร์ให้เลยสักบท ได้แต่สั่งให้ทำคาถาง่าย ๆ แบบขอไปที ส่วนแมนเดรคก็เอาแต่ขังตัวเองในห้องทำงาน ไม่ยุ่งกับใคร แค่เดินผ่านก็ขนลุกแล้ว แต่ยิ่งโดนกด อาย่ายิ่งหาทางดิ้น เธอเริ่มแอบอ่านตำรา แอบจำสูตรยา แอบทดลองผิด ๆ ถูก ๆ ตามประสาเด็กอยากรู้อยากลอง แล้วก็ได้เพื่อนจำเป็นอย่างโทมัส แมวดำพูดได้ที่โดนสาปให้เฝ้าบ้าน มาเป็นทั้งคู่กัดทั้งที่ปรึกษายามดึก ความสัมพันธ์ในบ้านหลังนี้เลยสนุกมาก เพราะมันไม่ใช่ความรักแบบกอดกันร้องไห้ แต่มันคือสงครามย่อม ๆ ของคนฉลาดสามคนกับแมวหนึ่งตัวที่ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร เบลลายากาอยากได้เด็กว่าง่ายไว้ใช้งาน อาย่าอยากได้วิชาไว้ป้องกันตัว แมนเดรคอยากได้ความสงบ ส่วนโทมัสอยากหลุดพ้น ทุกมื้อข้าว ทุกการปะทะคารม มันเลยเหมือนเกมจิตวิทยาที่เรานั่งเชียร์อาย่าอยู่ข้างจอว่า เอาเลยลูก อย่ายอม

พอเวลาผ่านไป จากที่เคยจ้องจะเอาชนะกันอย่างเดียว เราจะค่อย ๆ เห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ของความผูกพันซึมเข้ามาแบบไม่รู้ตัว อาย่าเริ่มจับทางได้ว่าเบลลายากาไม่ใช่คนใจร้ายสุดขั้ว แต่เป็นคนเก่งที่เหนื่อยและขี้เหงา ส่วนแมนเดรคที่ดูน่ากลัวที่สุด กลับมีมุมอ่อนโยนที่ผูกอยู่กับเสียงดนตรีและอดีตวงดนตรีเก่าของเขาเอง จำได้ไหมว่าเรื่องนี้มีกลิ่นดนตรีอยู่ตลอด ทั้งเสียงเบส เสียงกลอง เสียงฮัมเพลงในครัว มันเหมือนเป็นภาษาลับที่ทำให้คนที่พูดกันไม่รู้เรื่องหันมาเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดเยอะ อาย่าเองก็เริ่มเปลี่ยนไปเหมือนกัน จากเด็กที่คิดแค่ว่าทำยังไงจะไม่โดนแกล้ง กลายเป็นเด็กที่เริ่มคิดว่าจะอยู่ร่วมกับคนประหลาดพวกนี้ยังไงให้ทุกคนสบายใจขึ้น เธอยังแสบเหมือนเดิม ยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม แต่ความเจ้าเล่ห์นั้นเริ่มมีเป้าหมายเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่เธอเริ่มแคร์ ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชนะอย่างเดียว แล้วพอเธอเริ่มแตะขอบของพลังเวทมนตร์ของตัวเองได้ทีละนิด ความมั่นใจของเธอก็ยิ่งเปล่งประกาย เราจะเห็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้เก่งเพราะมีพรสวรรค์ล้นฟ้า แต่เก่งเพราะกล้าลอง กล้าพลาด แล้วลุกขึ้นมาลองใหม่พร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้คนดูอย่างเราอดเอ็นดูไม่ได้จริง ๆ

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับทุกบ้านที่อยากหาอะไรดูด้วยกันตอนเย็น ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะแต่ดูจบแล้วใจฟู เด็ก ๆ จะรักอาย่าแน่นอน เพราะเธอคือภาพของเด็กฉลาดที่ไม่ยอมให้ใครมารังแก แล้วเปลี่ยนจุดเสียเปรียบให้เป็นโอกาสด้วยสมองของตัวเอง ส่วนพ่อแม่หรือพี่ ๆ ที่โตแล้วก็จะสนุกกับมุกตลกแบบร้าย ๆ น่ารัก ๆ ความลึกลับสไตล์นิทานแม่มดยุคใหม่ และคำถามเบา ๆ ว่าครอบครัวจริง ๆ ต้องมาจากสายเลือดหรือเปล่า หรือแค่มาจากการเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ยอมรับความประหลาดของกันและกันก็พอแล้ว ใครที่คิดถึงงานแอนิเมชันแฟนตาซีอบอุ่นหัวใจที่ภาพสีสด ฉากบ้านแม่มดมีรายละเอียดให้ส่องเพลิน ๆ มีทั้งความซน ความขลัง และเสียงเพลงแทรกมาให้โยกหัวตามเบา ๆ อยากให้ลองเปิดใจให้หนังของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้ดูสักรอบ รับรองว่าจะได้ทั้งเสียงหัวเราะ ได้ทั้งกำลังใจแบบเด็ก ๆ ที่ว่าไม่ว่าชีวิตจะโยนเราไปอยู่บ้านหลังไหน เราก็ยังเป็นเจ้าของเรื่องของตัวเองได้เสมอโดยไม่ต้องรอให้ตอนจบมาเฉลยก่อนเลย

ดู Earwig and the Witch ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • มหัศจรรย์แม่มดอาย่า
  • แอนิเมชันครอบครัว
  • เด็กกำพร้าไหวพริบ
  • แม่มดเบลลายากา
  • เวทมนตร์แฟนตาซี
  • แมวดำโทมัส
  • ดนตรีอบอุ่นใจ
  • ตลกเด็กฉลาด