Creation of the Gods I: Kingdom of Storms

Creation of the Gods I: Kingdom of Storms

กำเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ
★ 7.1/10 2023 148 นาที ภาพยนตร์ จินตนาการ บู๊ สงคราม
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Creation of the Gods I: Kingdom of Storms

เรื่องย่อ Creation of the Gods I: Kingdom of Storms

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเราต้องอยู่ในยุคที่ฟ้าก็ไม่เข้าข้าง เจ้านายก็ไม่เห็นหัว แล้วเราจะยังเชื่อเรื่องความดีอยู่ได้ยังไง กําเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ เปิดมาด้วยความรู้สึกแบบนั้นเลย คือความอึดอัดของคนที่มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วเห็นแต่เมฆพายุที่ก่อตัวไม่หยุด เหมือนสวรรค์กำลังโกรธอะไรสักอย่าง แล้วมองลงมาที่พื้นดินก็เห็นแต่บ้านเมืองที่สั่นคลอน ผู้คนหวาดกลัว ทหารเดินขบวน กลองศึกดังไม่หยุด เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในจีนโบราณช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนแผ่นดินจริง ๆ ตั้งแต่ฉากแรกก็สัมผัสได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งบรรยากาศ มันทั้งขลังทั้งใหญ่ เหมือนเพื่อนที่เพิ่งดูจบแล้วอยากสะกิดบอกว่าแกต้องลองดูสักครั้ง เพราะมันพาเราเข้าไปอยู่ในโลกที่เทพปกรณัมกับสงครามของคนเดินคู่กันไปแบบแยกไม่ออกเลย หัวใจของเรื่องมันเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าเมื่อคนที่มีอำนาจมากที่สุดหลงลืมคุณธรรมไปแล้ว ใครจะต้องรับผิดชอบกับความพังที่ตามมา ในยุคของราชวงศ์ซางตอนปลาย บ้านเมืองระส่ำระสายไปหมด เพราะผู้นำที่ควรจะเป็นหลักของแผ่นดินกลับกลายเป็นทรราชที่เหี้ยมโหดและลุ่มหลงในอำนาจของตัวเอง ความทุกข์ของชาวบ้านมันเลยไม่ใช่แค่เรื่องอดอยากหรือเรื่องภาษีอีกต่อไป แต่มันเหมือนมีอะไรหนัก ๆ คลุมอยู่ทั้งอาณาจักร ราวกับชะตาต้องสาปที่มองไม่เห็นกำลังบดบังแสงสวรรค์ไม่ให้ส่องลงมาถึงคนธรรมดา สิ่งที่น่าสงสารคือคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่ต้องมารับผลของการตัดสินใจของคนบนบัลลังก์ ความรู้สึกนี้แหละที่ทำให้เราดูแล้วอินง่ายมาก เพราะมันคือเรื่องของคนที่อยากแค่ใช้ชีวิตสงบ ๆ อยากปกป้องครอบครัว อยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่โลกข้างนอกไม่ยอมให้เขาอยู่เฉย ๆ พายุข้างนอกมันใหญ่เกินกว่าที่คนคนเดียวจะต้านไหว แล้วเขาจะเลือกยังไงระหว่างก้มหัวยอมรับชะตากับลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างทั้งที่รู้ว่าเสี่ยงเหลือเกิน แล้วในจังหวะที่มนุษย์จนปัญญาแล้วจริง ๆ เรื่องก็พาเราขึ้นไปมองในมุมที่สูงกว่านั้น คือมุมของฟ้าดินที่เสียสมดุลไปแล้ว เมื่อความวิปริตมันลามจากวังไปสู่ชะตาของคนทั้งแผ่นดิน เหล่านักพรตเซียนผู้บำเพ็ญเพียรที่ปกติอยู่เหนือโลก ไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลก ก็ต้องยอมก้าวลงมาเหยียบฝุ่นควันสงครามด้วยตัวเอง พร้อมกับนำม้วนกระดาษศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่ามีพลังลิขิตชะตาได้ติดตัวมาด้วย ภารกิจของพวกเขามีแค่ข้อเดียวคือต้องชำระล้างคำสาปที่พันธนาการอาณาจักรเอาไว้ แล้วคืนความถูกต้องชอบธรรมให้กับใต้หล้า ลองนึกภาพคนใจนิ่ง ๆ ที่ฝึกสมาธิมาทั้งชีวิต ต้องมาเจอกับเสียงดาบ เสียงม้า เสียงร้องไห้ของชาวบ้าน มันเป็นการปะทะกันของสองโลกเลยนะ โลกหนึ่งคือความสงบนิ่งของการบำเพ็ญเพียร อีกโลกคือความเกรี้ยวกราดของอำนาจและความโลภของมนุษย์ แล้วตรงกลางคือคำถามที่หนักมากว่า ฟ้าจะยังเมตตามนุษย์อยู่ไหม หรือจะปล่อยให้มนุษย์รับกรรมที่ก่อไว้เอง ความสัมพันธ์ระหว่างเซียนกับมนุษย์ในเรื่องนี้เลยอบอุ่นอย่างประหลาด เพราะเซียนก็ได้เรียนรู้ความเปราะบาง ความกลัว ความรักของคน ส่วนคนก็ได้เห็นว่าปาฏิหาริย์ไม่ได้ลอยมาจากฟ้าเฉย ๆ แต่มักมาพร้อมกับความเสียสละของใครบางคนที่ยอมเจ็บแทนเสมอ ถ้าถามว่าดูแล้วรู้สึกยังไง ต้องบอกว่ามันเคลื่อนไปมาระหว่างความสิ้นหวังกับความหวังตลอดเวลาเลยนะ ฉากสงครามภาคพื้นดินคือดิบและหนักแน่นมาก กองทัพใหญ่ ๆ เคลื่อนพลท่ามกลางฝุ่นควันและพายุทราย เสียงเกราะกระทบกัน เสียงกลองศึกที่รัวเหมือนหัวใจจะหลุดออกมา แล้วพอตัดไปฝั่งโลกของเซียนก็จะกลายเป็นอีกอารมณ์เลย ลี้ลับ สว่าง สงบ แต่ก็ทรงพลัง มีแสงสวรรค์ มีเมฆพายุ มีอาคมที่สาดปะทะกันกลางอากาศ คืองานภาพเขาตั้งใจทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสวรรค์กับมนุษย์จริง ๆ สถาปัตยกรรมวังโบราณ ชุดเกราะ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างดูมีรายละเอียด มีความเชื่อ มีความศรัทธาซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เอามาประกอบฉากสวย ๆ แล้วดนตรีประกอบก็กึกก้องเหลือเกิน ช่วยดันอารมณ์ให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในสมรภูมิที่ฟ้ากำลังมองลงมา สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง กําเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ เต็มเรื่อง แบบที่ดูแล้วอิ่มทั้งตาและใจ อยากบอกว่าเรื่องนี้ให้ครบเลยทั้งความมันของฉากบู๊ ความพิศวงของจินตนาการ และความหนักแน่นของหนังสงครามที่เดิมพันด้วยอนาคตของคนทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่สู้กันเอามัน แต่สู้กันเพราะมีความหมายบางอย่างที่ใหญ่กว่าชีวิตของตัวเองค้ำคออยู่ สุดท้ายอยากชวนแบบเพื่อน ๆ เลยว่าเรื่องนี้เหมาะกับใครบ้าง ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดราม่าหนัก ๆ ชอบเรื่องความสัมพันธ์ ชอบหนังที่ดูแล้วต้องนั่งนิ่ง ๆ คิดต่อว่าเออ อำนาจมันเปลี่ยนคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วศรัทธามันช่วยพยุงคนไว้ได้จริงไหม เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ดูกับครอบครัวก็ได้เพราะมันมีแก่นเรื่องความดีความชั่ว ความกตัญญู ความเสียสละที่คุยกันต่อได้ยาว ๆ ดูคนเดียวตอนกลางคืนเหงา ๆ ก็ดีเพราะภาพมันสวย เสียงมันโอบเราไว้หมด เหมือนได้นั่งฟังตำนานเก่าแก่ที่เล่าใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม สายลุ้นสายแอ็กชันก็ไม่ผิดหวังเพราะจังหวะสงครามเขาทำถึงจริง ทั้งดุทั้งเร็วทั้งตระการตา ส่วนสายจินตนาการที่รักโลกเซียน เทพปกรณัม ลิขิตฟ้า ปาฏิหาริย์ จะยิ่งฟินเพราะเขาเคารพความเชื่อโบราณมาก ๆ ว่าฟ้าไม่เคยทิ้งมนุษย์ไปเสียทีเดียว แต่จะทิ้งหนทางไว้ให้เสมอสำหรับคนที่มีคุณธรรมและกล้าจะเดินไปบนทางนั้น อยากให้ลองเปิดใจดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ต้องรีบตัดสินใคร แล้วจะเข้าใจว่าทำไมพายุลูกนี้ถึงเป็นแค่จุดเริ่มต้นของตำนานบทใหญ่ที่ทั้งเศร้า ทั้งขลัง และทั้งน่าติดตามขนาดนี้

เรื่องย่อ Creation of the Gods I: Kingdom of Storms

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเราต้องอยู่ในยุคที่ฟ้าก็ไม่เข้าข้าง เจ้านายก็ไม่เห็นหัว แล้วเราจะยังเชื่อเรื่องความดีอยู่ได้ยังไง กําเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ เปิดมาด้วยความรู้สึกแบบนั้นเลย คือความอึดอัดของคนที่มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วเห็นแต่เมฆพายุที่ก่อตัวไม่หยุด เหมือนสวรรค์กำลังโกรธอะไรสักอย่าง แล้วมองลงมาที่พื้นดินก็เห็นแต่บ้านเมืองที่สั่นคลอน ผู้คนหวาดกลัว ทหารเดินขบวน กลองศึกดังไม่หยุด เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในจีนโบราณช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนแผ่นดินจริง ๆ ตั้งแต่ฉากแรกก็สัมผัสได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งบรรยากาศ มันทั้งขลังทั้งใหญ่ เหมือนเพื่อนที่เพิ่งดูจบแล้วอยากสะกิดบอกว่าแกต้องลองดูสักครั้ง เพราะมันพาเราเข้าไปอยู่ในโลกที่เทพปกรณัมกับสงครามของคนเดินคู่กันไปแบบแยกไม่ออกเลย

หัวใจของเรื่องมันเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าเมื่อคนที่มีอำนาจมากที่สุดหลงลืมคุณธรรมไปแล้ว ใครจะต้องรับผิดชอบกับความพังที่ตามมา ในยุคของราชวงศ์ซางตอนปลาย บ้านเมืองระส่ำระสายไปหมด เพราะผู้นำที่ควรจะเป็นหลักของแผ่นดินกลับกลายเป็นทรราชที่เหี้ยมโหดและลุ่มหลงในอำนาจของตัวเอง ความทุกข์ของชาวบ้านมันเลยไม่ใช่แค่เรื่องอดอยากหรือเรื่องภาษีอีกต่อไป แต่มันเหมือนมีอะไรหนัก ๆ คลุมอยู่ทั้งอาณาจักร ราวกับชะตาต้องสาปที่มองไม่เห็นกำลังบดบังแสงสวรรค์ไม่ให้ส่องลงมาถึงคนธรรมดา สิ่งที่น่าสงสารคือคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่ต้องมารับผลของการตัดสินใจของคนบนบัลลังก์ ความรู้สึกนี้แหละที่ทำให้เราดูแล้วอินง่ายมาก เพราะมันคือเรื่องของคนที่อยากแค่ใช้ชีวิตสงบ ๆ อยากปกป้องครอบครัว อยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่โลกข้างนอกไม่ยอมให้เขาอยู่เฉย ๆ พายุข้างนอกมันใหญ่เกินกว่าที่คนคนเดียวจะต้านไหว แล้วเขาจะเลือกยังไงระหว่างก้มหัวยอมรับชะตากับลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างทั้งที่รู้ว่าเสี่ยงเหลือเกิน

แล้วในจังหวะที่มนุษย์จนปัญญาแล้วจริง ๆ เรื่องก็พาเราขึ้นไปมองในมุมที่สูงกว่านั้น คือมุมของฟ้าดินที่เสียสมดุลไปแล้ว เมื่อความวิปริตมันลามจากวังไปสู่ชะตาของคนทั้งแผ่นดิน เหล่านักพรตเซียนผู้บำเพ็ญเพียรที่ปกติอยู่เหนือโลก ไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลก ก็ต้องยอมก้าวลงมาเหยียบฝุ่นควันสงครามด้วยตัวเอง พร้อมกับนำม้วนกระดาษศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่ามีพลังลิขิตชะตาได้ติดตัวมาด้วย ภารกิจของพวกเขามีแค่ข้อเดียวคือต้องชำระล้างคำสาปที่พันธนาการอาณาจักรเอาไว้ แล้วคืนความถูกต้องชอบธรรมให้กับใต้หล้า ลองนึกภาพคนใจนิ่ง ๆ ที่ฝึกสมาธิมาทั้งชีวิต ต้องมาเจอกับเสียงดาบ เสียงม้า เสียงร้องไห้ของชาวบ้าน มันเป็นการปะทะกันของสองโลกเลยนะ โลกหนึ่งคือความสงบนิ่งของการบำเพ็ญเพียร อีกโลกคือความเกรี้ยวกราดของอำนาจและความโลภของมนุษย์ แล้วตรงกลางคือคำถามที่หนักมากว่า ฟ้าจะยังเมตตามนุษย์อยู่ไหม หรือจะปล่อยให้มนุษย์รับกรรมที่ก่อไว้เอง ความสัมพันธ์ระหว่างเซียนกับมนุษย์ในเรื่องนี้เลยอบอุ่นอย่างประหลาด เพราะเซียนก็ได้เรียนรู้ความเปราะบาง ความกลัว ความรักของคน ส่วนคนก็ได้เห็นว่าปาฏิหาริย์ไม่ได้ลอยมาจากฟ้าเฉย ๆ แต่มักมาพร้อมกับความเสียสละของใครบางคนที่ยอมเจ็บแทนเสมอ

ถ้าถามว่าดูแล้วรู้สึกยังไง ต้องบอกว่ามันเคลื่อนไปมาระหว่างความสิ้นหวังกับความหวังตลอดเวลาเลยนะ ฉากสงครามภาคพื้นดินคือดิบและหนักแน่นมาก กองทัพใหญ่ ๆ เคลื่อนพลท่ามกลางฝุ่นควันและพายุทราย เสียงเกราะกระทบกัน เสียงกลองศึกที่รัวเหมือนหัวใจจะหลุดออกมา แล้วพอตัดไปฝั่งโลกของเซียนก็จะกลายเป็นอีกอารมณ์เลย ลี้ลับ สว่าง สงบ แต่ก็ทรงพลัง มีแสงสวรรค์ มีเมฆพายุ มีอาคมที่สาดปะทะกันกลางอากาศ คืองานภาพเขาตั้งใจทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสวรรค์กับมนุษย์จริง ๆ สถาปัตยกรรมวังโบราณ ชุดเกราะ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างดูมีรายละเอียด มีความเชื่อ มีความศรัทธาซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เอามาประกอบฉากสวย ๆ แล้วดนตรีประกอบก็กึกก้องเหลือเกิน ช่วยดันอารมณ์ให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในสมรภูมิที่ฟ้ากำลังมองลงมา สำหรับใครที่กำลังหา ดูหนัง กําเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ เต็มเรื่อง แบบที่ดูแล้วอิ่มทั้งตาและใจ อยากบอกว่าเรื่องนี้ให้ครบเลยทั้งความมันของฉากบู๊ ความพิศวงของจินตนาการ และความหนักแน่นของหนังสงครามที่เดิมพันด้วยอนาคตของคนทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่สู้กันเอามัน แต่สู้กันเพราะมีความหมายบางอย่างที่ใหญ่กว่าชีวิตของตัวเองค้ำคออยู่

สุดท้ายอยากชวนแบบเพื่อน ๆ เลยว่าเรื่องนี้เหมาะกับใครบ้าง ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดราม่าหนัก ๆ ชอบเรื่องความสัมพันธ์ ชอบหนังที่ดูแล้วต้องนั่งนิ่ง ๆ คิดต่อว่าเออ อำนาจมันเปลี่ยนคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วศรัทธามันช่วยพยุงคนไว้ได้จริงไหม เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ดูกับครอบครัวก็ได้เพราะมันมีแก่นเรื่องความดีความชั่ว ความกตัญญู ความเสียสละที่คุยกันต่อได้ยาว ๆ ดูคนเดียวตอนกลางคืนเหงา ๆ ก็ดีเพราะภาพมันสวย เสียงมันโอบเราไว้หมด เหมือนได้นั่งฟังตำนานเก่าแก่ที่เล่าใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม สายลุ้นสายแอ็กชันก็ไม่ผิดหวังเพราะจังหวะสงครามเขาทำถึงจริง ทั้งดุทั้งเร็วทั้งตระการตา ส่วนสายจินตนาการที่รักโลกเซียน เทพปกรณัม ลิขิตฟ้า ปาฏิหาริย์ จะยิ่งฟินเพราะเขาเคารพความเชื่อโบราณมาก ๆ ว่าฟ้าไม่เคยทิ้งมนุษย์ไปเสียทีเดียว แต่จะทิ้งหนทางไว้ให้เสมอสำหรับคนที่มีคุณธรรมและกล้าจะเดินไปบนทางนั้น อยากให้ลองเปิดใจดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ต้องรีบตัดสินใคร แล้วจะเข้าใจว่าทำไมพายุลูกนี้ถึงเป็นแค่จุดเริ่มต้นของตำนานบทใหญ่ที่ทั้งเศร้า ทั้งขลัง และทั้งน่าติดตามขนาดนี้

ดู Creation of the Gods I: Kingdom of Storms ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • กำเนิดเทพเจ้า 1
  • อาณาจักรแห่งพายุ
  • หนังแฟนตาซี
  • หนังสงคราม
  • หนังบู๊
  • จีนโบราณ
  • เซียนกับมนุษย์
  • สู้เพื่อคุณธรรม