

Left-Handed Girl
เรื่องย่อ Left-Handed Girl
เคยนึกไหมว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่างเด็กคนหนึ่งหยิบตะเกียบด้วยมือข้างซ้าย จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ประจำบ้านไปได้เลย สำหรับ I-ann (ไห่อัน) ที่รับบทโดย 馬士媛 มันไม่ใช่ความดื้อหรือความแกล้งใครเลยนะ แต่มันคือธรรมชาติของเธอ คือมือข้างที่หยิบจับอะไรแล้วรู้สึกเข้ามือที่สุด ส่วนแม่ของเธอ Shu-fen (ซูเฟิน) ที่รับบทโดย 蔡淑臻 ก็กำลังใจจดใจจ่อกับความฝันก้อนใหม่ของตัวเอง เธอหอบลูกสาวสองคนทั้ง I-ann กับน้องสาวอย่าง I-jing ที่รับบทโดย 葉子綺 ย้ายเข้ามาอยู่ในไทเป เพราะอยากปักหลักให้ได้ อยากมีทางทำมาหากินเป็นของตัวเอง อยากให้ลูกได้โตในที่ที่ดีกว่าเดิม ความเหนื่อยเลยไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับแม่ ขอแค่ได้เห็นลูกอิ่ม ได้เห็นบ้านเดินไปข้างหน้าก็พอแล้ว แต่พอมาอยู่ใกล้กันจริง ๆ ทั้งในห้องเช่าแคบ ๆ และหลังแผงก๋วยเตี๋ยวที่ต้องช่วยกันทุกคืน เรื่องมือซ้ายของ I-ann ก็ค่อย ๆ กลายเป็นแผลเล็ก ๆ ที่สะกิดใจคนในบ้านอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งมีคุณตาอย่าง Cheng Wen-xong แวะเวียนมา มีญาติ ๆ อย่าง Johnny กับคนรอบตัวคอยทักคอยเตือนด้วยความเป็นห่วงปนความเชื่อเก่า ๆ ว่าแบบนี้ไม่ดี ต้องแก้ ต้องฝึกให้ใช้มือขวาให้ได้นะ แม่ก็เลยยิ่งลังเล เพราะรักลูกนะ แต่ก็กลัวว่าลูกจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ กลัวว่าตัวเองจะดูแลได้ไม่ดีพอ ขณะเดียวกันในบ้านก็เหมือนมีบางเรื่องที่ไม่มีใครยอมพูดออกมาตรง ๆ ได้แต่เก็บเงียบไว้ ยิ่งเก็บ ความอึดอัดก็ยิ่งหนาขึ้นทุกวัน จนบางทีแค่คำพูดธรรมดา สีหน้านิ่ง ๆ หรือการหันหลังเดินหนี ก็ทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรจะระเบิดออกมา โลกของพวกเธอหมุนอยู่รอบตลาดกลางคืนในไทเปที่ทั้งสว่างทั้งเสียงดังตลอดเวลาเลยนะ กลิ่นน้ำซุปที่ลอยมาตั้งแต่หัวค่ำ เสียงตะหลิวเคาะกระทะ เสียงแม่ค้าเรียกลูกค้า เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่าน แสงนีออนจากป้ายร้านสะท้อนกับไอน้ำร้อน ๆ ตรงหน้าแผง ดูเผิน ๆ มันคึกคักจนเหมือนความหวังอยู่แค่เอื้อมเลย แผงก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ แผงนี้เลยเป็นมากกว่าที่ทำงาน มันคือที่พิสูจน์ใจของ Shu-fen ว่าเธอจะยืนได้ด้วยตัวเองจริงไหม และเป็นที่ที่เด็กสองคนต้องเรียนรู้จังหวะชีวิตใหม่ ทั้งช่วยลวกเส้น เสิร์ฟชาม เก็บโต๊ะ ยิ้มให้ลูกค้า ทั้งที่ในใจก็ยังคิดถึงบ้านเก่าและยังไม่คุ้นกับเมืองใหญ่ที่คนเดินผ่านไปมาไม่หยุดแบบนี้เลย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ละมุนมาก ๆ ก็คือมันไม่ได้เล่าแบบตัดสินใครว่าผิดว่าถูกเลยนะ มันค่อย ๆ พาเราไปนั่งข้าง ๆ ครอบครัวนี้แล้วสังเกตเอาเองว่าความรักบางทีก็มาพร้อมความกลัว ความหวังดีของแม่ก็อาจเผลอกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว ส่วนความเชื่อเก่า ๆ ที่ผู้ใหญ่ถือมานานก็เหมือนกรอบใส ๆ ที่มองไม่เห็น แต่ครอบทุกคนไว้หมด หนังเดินด้วยจังหวะช้า ๆ อบอุ่น ๆ เน้นแววตา น้ำเสียงที่สั่นนิด ๆ ในวงข้าว หรือความเงียบในห้องตอนดึกที่พูดแทนคำพูดเป็นร้อยคำ ความเป็นมือซ้ายของ I-ann เลยไม่ใช่แค่เรื่องถนัดซ้ายถนัดขวา แต่มันกลายเป็นคำถามเบา ๆ ว่าคนคนหนึ่งต้องเปลี่ยนตัวเองแค่ไหนถึงจะเรียกว่าเป็นปกติ แล้วบ้านจะยังเป็นบ้านอยู่ไหมถ้าเราเป็นตัวเองไม่ได้ ถ้าคุณชอบดราม่าครอบครัวที่ดูแล้วเหมือนมีใครมากอดไหล่เบา ๆ เรื่องนี้คือใช่เลย เพราะมันทั้งหอมกลิ่นอาหาร ทั้งเหงา ทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ได้เห็นเคมีของแม่ลูกที่ทั้งรักทั้งขัดใจกัน ได้เห็นไทเปยามค่ำคืนในมุมที่เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ แล้วก็ได้ทบทวนไปพร้อมกันว่า สุดท้ายแล้วการเริ่มต้นใหม่มันไม่ใช่การทิ้งอดีต แต่คือการเรียนรู้ว่าจะอยู่กับอดีตยังไงโดยไม่ให้มันมาบังอนาคตของลูก อยากชวนให้ลองเปิดใจดูไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบ แล้วจะรู้เลยว่าทำไมแค่เรื่องตะเกียบในมือซ้ายถึงทำให้เราน้ำตาซึมได้ขนาดนี้

