Mr. Hurt

Mr. Hurt

มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ
★ 6.4/10 2017 129 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังรักโรแมนติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Mr. Hurt

เรื่องย่อ Mr. Hurt

เคยสงสัยไหมว่าต่อให้เป็นมือวางอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ชนะมาทั้งชีวิต แต่พอมาแพ้เรื่องหัวใจแค่ครั้งเดียวทำไมมันถึงได้จุกจนยืนแทบไม่ไหว แล้วนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ ที่จะพาเราไปรู้จักกับ ดอน สีชัง นักเทนนิสซูเปอร์สตาร์หนุ่มที่ชีวิตข้างนอกดูเหมือนมีครบทุกอย่างทั้งชื่อเสียง เงินทอง แฟนคลับเต็มสนาม และแฟนสาวที่เป็นดาราสุดสวย แต่ข้างในกลับกำลังร้าวแบบไม่มีใครเห็น เพราะอยู่ดี ๆ ฟอร์มในสนามที่เคยเป๊ะทุกช็อตก็หลุดกระจาย ตีเสียเอง สมาธิหาย รอยยิ้มมั่นใจแบบเดิมก็หายไปด้วย สาเหตุไม่ใช่เข่าเจ็บหรือไหล่หลุดที่ไหนเลย แต่เป็นใจที่เจ็บล้วน ๆ เมื่อ แอนนา คนรักของเขาเริ่มมีระยะห่างออกไป แถมยังมี จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต ร็อกเกอร์หนุ่มมาดเท่เข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ชนิดที่คนทั้งวงการยังแอบลุ้นกันว่าสรุปใครคือพระเอกตัวจริงในชีวิตของเธอ จากคนที่เคยคุมเกมได้หมดทั้งในคอร์ตและนอกคอร์ต ดอนเลยกลายเป็นผู้ชายเฮิร์ท ๆ ที่เสียจังหวะชีวิตไปทั้งเกม ตื่นมาก็เหงา ลงสนามก็กังวล กลับบ้านก็ได้แต่นั่งนึกวน ๆ ว่าเราพลาดตรงไหนไปนะ ทำไมคนที่เคยชนะมาตลอดถึงได้รู้สึกเหมือนแพ้หมดรูปขนาดนี้ ท่ามกลางช่วงที่เสียศูนย์ที่สุดในชีวิตนั่นเอง คนที่ยื่นมือเข้ามาก็ไม่ใช่โค้ชระดับโลกหรือผู้จัดการมือทองที่ไหน แต่เป็น ดิว เพื่อนหญิงสมัยเด็กที่รู้จักดอนตั้งแต่ก่อนที่เขาจะดัง รู้ว่าเขาชอบกินอะไรตอนเครียด รู้ว่าเวลางอนแล้วทำหน้าอย่างไร และรู้ว่าจริง ๆ แล้วใต้ความกวนกับความมั่นหน้านั้นมีเด็กขี้เหงาคนหนึ่งซ่อนอยู่ ดิวเลยอาสาเข้ามาช่วยในภารกิจที่ฟังดูทั้งจริงจังทั้งขำ นั่นคือภารกิจพิชิตความเฮิร์ท ช่วยกู้ทั้งฟอร์มในสนามและกู้ใจนอกสนามให้กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง แผนของเธอก็เลยมีทั้งแบบที่ดูเข้าท่าและแบบที่ดูแล้วรู้เลยว่าต้องพังแน่ ๆ ตั้งแต่การเรียกสติด้วยการซ้อมหนัก การปรับมายด์เซ็ตใหม่ การหาทางรับมือกับศัตรูหัวใจอย่างจิมมี่ ไปจนถึงการพยายามทำให้แอนนากลับมามองเห็นดอนคนเดิมที่เธอเคยรัก ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละ ตรงที่ยิ่งดอนพยายามทำตัวให้ดูดี ดูเข้มแข็ง ดูไม่แคร์ มันก็ยิ่งโป๊ะ ยิ่งโก๊ะ ยิ่งน่าเอ็นดู เหมือนคนอกหักที่พยายามแอ็กต์ว่าไม่เป็นไรครับผมสบายดี แต่สายตากับท่าทางมันฟ้องหมดว่าในใจยังร้องไห้อยู่เลย แล้วพอมีดิวมาคอยกัด คอยแซว คอยด่าแบบเพื่อนแท้ที่หวังดีแต่ปากแซ่บ บรรยากาศมันเลยกลายเป็นความกวนแบบอบอุ่นที่ทำให้เราทั้งขำทั้งสงสารในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังตลกจีบกันไปมา แต่มีอะไรให้รู้สึกตามไปด้วยจริง ๆ ก็คือวิธีที่มันหยิบคำว่าเจ็บมาเล่นทั้งสองความหมายอย่างน่ารักและตรงใจมาก สำหรับนักกีฬา คำว่ามือวางอันดับคือความภาคภูมิใจ คือแรงกดดัน คือความคาดหวังของคนทั้งประเทศที่แบกไว้บนบ่า แต่พอเติมคำว่าเจ็บเข้าไป มันกลายเป็นคำแซวตัวเองอย่างยอมรับสภาพว่าเออ ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วจริง ๆ นะ ดอนเป็นตัวแทนของคนที่เคยสำเร็จมาตลอดจนไม่รู้จะรับมือกับความพ่ายแพ้อย่างไร เขาไม่ได้แค่กลัวแพ้ในสนาม แต่กลัวถูกทิ้ง กลัวไม่ดีพอ กลัวว่าสิ่งที่แอนนารักอาจจะเป็นภาพของซูเปอร์สตาร์มากกว่าตัวตนจริง ๆ ของเขา ความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าระหว่างดอน แอนนา และจิมมี่เลยไม่ใช่แค่คำถามว่าใครจะชนะใจใคร แต่เป็นคำถามที่จี๊ดกว่านั้นว่าเรารักกันที่อะไรกันแน่ ที่ตัวตนหรือที่แสงแฟลชและความสำเร็จ ส่วนดิวก็เข้ามาเป็นความรักอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้หวือหวา ไม่ต้องแย่งชิง ไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย แค่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสมอในวันที่โลกทั้งใบเหมือนหันหลังให้ เป็นเพื่อนที่กล้าพูดความจริงในวันที่ทุกคนเอาแต่ปลอบแบบขอไปที ใครที่กำลังดูหนัง มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ เต็มเรื่อง ก็จะสัมผัสได้เลยว่ามวลของความน่ารัก ความกวน และความอบอุ่นใจมันผสมกันลงตัวแบบไม่ต้องพยายาม ดูไปก็เหมือนนั่งฟังเพื่อนสนิทเล่าเรื่องอกหักของตัวเองทั้งขำทั้งเอ็นดู อีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบก็คือโลกสีสันสดใสสไตล์หนังไทยร่วมสมัยที่เล่าเรื่องแบบลื่น ๆ ไม่เครียด ไม่ต้องตีความซับซ้อนอะไรเลย เราจะได้เห็นทั้งสนามเทนนิสสีสด แสงแฟลชในงานอีเวนต์ ไลฟ์สไตล์ของดารากับนักกีฬาที่ภายนอกดูวิ้งวับไปหมด ไปจนถึงโมเมนต์เล็ก ๆ อย่างบทสนทนากวน ๆ ระหว่างเพื่อนที่กัดกันไปมาแต่จริงใจสุด ๆ จังหวะมุกมาในแบบสถานการณ์ ทั้งความเข้าใจผิด การวางแผนกู้ใจแบบผิด ๆ ถูก ๆ ที่ยิ่งพยายามยิ่งพัง หรือท่าทางโก๊ะ ๆ ของพระเอกที่ทำเอาคนดูหลุดขำแบบไม่ต้องฝืน ส่วนพาร์ตโรแมนติกก็มาแบบละมุน ๆ ไม่เลี่ยน เป็นสายตาห่วงใยเล็ก ๆ การนั่งอยู่ข้าง ๆ ในวันที่แย่ที่สุด หรือประโยคปลอบง่าย ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกว่ามีคนเข้าใจจริง ๆ เคมีของตัวละครก็ชัดและเข้ากันดีมาก ทั้งความโก๊ะน่าเอ็นดูของดอน ความสวยมีเสน่ห์และมีมิติของแอนนาที่ไม่ได้เป็นแค่คนสวยใจร้าย แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ก็สับสนกับหัวใจตัวเองเหมือนกัน ความเท่กวน ๆ ของจิมมี่ที่ดูเป็นคู่แข่งแต่ก็มีมุมน่ารักของตัวเอง และความจริงใจคล่องแคล่วของดิวที่ขโมยซีนเก่งทุกครั้งที่โผล่มา ใครที่ชอบ หนังของ ซันนี่ ที่มักจะมีเสน่ห์แบบผู้ชายธรรมดา ๆ กวน ๆ แต่จริงใจ ก็น่าจะตกหลุมรักดอนในเวอร์ชันนี้ได้ไม่ยาก เพราะเขาเล่นความเป็นคนเก่งที่แพ้เป็นได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก หัวเราะได้เต็มเสียงในฉากหนึ่ง แล้วเผลอยิ้มทั้งน้ำตาในอีกฉากหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เพราะเรื่องรู้จักวิธีหยอดความรู้สึกเข้ามาพอดีคำ ไม่ยัดเยียด ไม่ดราม่าหนัก แต่ทิ้งความเหงา ความน้อยใจ และความคิดถึงตัวตนเดิมของเราไว้เบา ๆ ให้คนดูได้ทบทวนใจตัวเองไปด้วย ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคืนที่อยากพักใจแบบไม่ต้องคิดเยอะ อยากดูกับครอบครัวในวันหยุดสบาย ๆ ก็ได้เพราะโทนมันอบอุ่นและเป็นกันเอง ดูคนเดียวตอนพักผ่อนหลังเลิกงานก็ดีเพราะมันเหมือนมีเพื่อนมานั่งเล่าเรื่องตลกปนเศร้าให้ฟัง หรือถ้าใครกำลังอยู่ในโหมดอกหัก ใจพัง ฟอร์มหลุด เรื่องนี้ก็เหมือนผ้าพันแผลนุ่ม ๆ ที่ไม่ได้บอกให้หายเจ็บในทันที แต่บอกว่าเฮ้ย คนเก่งก็ร้องไห้เป็นนะ คนตลกก็เฮิร์ทเป็นนะ แล้วมันไม่ผิดเลยที่จะยอมรับว่าตอนนี้เราเจ็บอยู่ สายลุ้นก็สนุกกับการเอาใจช่วยว่าสุดท้ายดอนจะกู้ฟอร์มกลับมายืนหนึ่งในสนามได้ไหม สายโรแมนติกก็จะละมุนไปกับการค่อย ๆ เรียนรู้ใจตัวเองของตัวละครว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ ชัยชนะ เสียงปรบมือ หรือแค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ ในวันที่ไม่เหลืออะไรเลย โดยที่เราไม่ต้องเฉลยตอนจบก็พูดได้เต็มปากว่านี่คือหนังรักอารมณ์ดีที่ทั้งจี้ดทั้งจี๊ดในเวลาเดียวกัน ดูจบแล้วอาจไม่ได้คำตอบสำเร็จรูปเรื่องความรัก แต่ได้อย่างน้อยก็คือรอยยิ้มกว้าง ๆ กับหัวใจที่รู้สึกเบาลงนิดหนึ่ง เหมือนเพิ่งผ่านการเยียวยาใจแบบเบา ๆ มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ และทำให้อยากกลับไปกอดเพื่อนสนิทสักคนหรือโทรหาใครสักคนที่เคยอยู่ข้าง ๆ เราในวันที่เราเฮิร์ทที่สุดนั่นเอง

เรื่องย่อ Mr. Hurt

เคยสงสัยไหมว่าต่อให้เป็นมือวางอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ชนะมาทั้งชีวิต แต่พอมาแพ้เรื่องหัวใจแค่ครั้งเดียวทำไมมันถึงได้จุกจนยืนแทบไม่ไหว แล้วนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ ที่จะพาเราไปรู้จักกับ ดอน สีชัง นักเทนนิสซูเปอร์สตาร์หนุ่มที่ชีวิตข้างนอกดูเหมือนมีครบทุกอย่างทั้งชื่อเสียง เงินทอง แฟนคลับเต็มสนาม และแฟนสาวที่เป็นดาราสุดสวย แต่ข้างในกลับกำลังร้าวแบบไม่มีใครเห็น เพราะอยู่ดี ๆ ฟอร์มในสนามที่เคยเป๊ะทุกช็อตก็หลุดกระจาย ตีเสียเอง สมาธิหาย รอยยิ้มมั่นใจแบบเดิมก็หายไปด้วย สาเหตุไม่ใช่เข่าเจ็บหรือไหล่หลุดที่ไหนเลย แต่เป็นใจที่เจ็บล้วน ๆ เมื่อ แอนนา คนรักของเขาเริ่มมีระยะห่างออกไป แถมยังมี จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต ร็อกเกอร์หนุ่มมาดเท่เข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ชนิดที่คนทั้งวงการยังแอบลุ้นกันว่าสรุปใครคือพระเอกตัวจริงในชีวิตของเธอ จากคนที่เคยคุมเกมได้หมดทั้งในคอร์ตและนอกคอร์ต ดอนเลยกลายเป็นผู้ชายเฮิร์ท ๆ ที่เสียจังหวะชีวิตไปทั้งเกม ตื่นมาก็เหงา ลงสนามก็กังวล กลับบ้านก็ได้แต่นั่งนึกวน ๆ ว่าเราพลาดตรงไหนไปนะ ทำไมคนที่เคยชนะมาตลอดถึงได้รู้สึกเหมือนแพ้หมดรูปขนาดนี้

ท่ามกลางช่วงที่เสียศูนย์ที่สุดในชีวิตนั่นเอง คนที่ยื่นมือเข้ามาก็ไม่ใช่โค้ชระดับโลกหรือผู้จัดการมือทองที่ไหน แต่เป็น ดิว เพื่อนหญิงสมัยเด็กที่รู้จักดอนตั้งแต่ก่อนที่เขาจะดัง รู้ว่าเขาชอบกินอะไรตอนเครียด รู้ว่าเวลางอนแล้วทำหน้าอย่างไร และรู้ว่าจริง ๆ แล้วใต้ความกวนกับความมั่นหน้านั้นมีเด็กขี้เหงาคนหนึ่งซ่อนอยู่ ดิวเลยอาสาเข้ามาช่วยในภารกิจที่ฟังดูทั้งจริงจังทั้งขำ นั่นคือภารกิจพิชิตความเฮิร์ท ช่วยกู้ทั้งฟอร์มในสนามและกู้ใจนอกสนามให้กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง แผนของเธอก็เลยมีทั้งแบบที่ดูเข้าท่าและแบบที่ดูแล้วรู้เลยว่าต้องพังแน่ ๆ ตั้งแต่การเรียกสติด้วยการซ้อมหนัก การปรับมายด์เซ็ตใหม่ การหาทางรับมือกับศัตรูหัวใจอย่างจิมมี่ ไปจนถึงการพยายามทำให้แอนนากลับมามองเห็นดอนคนเดิมที่เธอเคยรัก ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละ ตรงที่ยิ่งดอนพยายามทำตัวให้ดูดี ดูเข้มแข็ง ดูไม่แคร์ มันก็ยิ่งโป๊ะ ยิ่งโก๊ะ ยิ่งน่าเอ็นดู เหมือนคนอกหักที่พยายามแอ็กต์ว่าไม่เป็นไรครับผมสบายดี แต่สายตากับท่าทางมันฟ้องหมดว่าในใจยังร้องไห้อยู่เลย แล้วพอมีดิวมาคอยกัด คอยแซว คอยด่าแบบเพื่อนแท้ที่หวังดีแต่ปากแซ่บ บรรยากาศมันเลยกลายเป็นความกวนแบบอบอุ่นที่ทำให้เราทั้งขำทั้งสงสารในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังตลกจีบกันไปมา แต่มีอะไรให้รู้สึกตามไปด้วยจริง ๆ ก็คือวิธีที่มันหยิบคำว่าเจ็บมาเล่นทั้งสองความหมายอย่างน่ารักและตรงใจมาก สำหรับนักกีฬา คำว่ามือวางอันดับคือความภาคภูมิใจ คือแรงกดดัน คือความคาดหวังของคนทั้งประเทศที่แบกไว้บนบ่า แต่พอเติมคำว่าเจ็บเข้าไป มันกลายเป็นคำแซวตัวเองอย่างยอมรับสภาพว่าเออ ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วจริง ๆ นะ ดอนเป็นตัวแทนของคนที่เคยสำเร็จมาตลอดจนไม่รู้จะรับมือกับความพ่ายแพ้อย่างไร เขาไม่ได้แค่กลัวแพ้ในสนาม แต่กลัวถูกทิ้ง กลัวไม่ดีพอ กลัวว่าสิ่งที่แอนนารักอาจจะเป็นภาพของซูเปอร์สตาร์มากกว่าตัวตนจริง ๆ ของเขา ความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าระหว่างดอน แอนนา และจิมมี่เลยไม่ใช่แค่คำถามว่าใครจะชนะใจใคร แต่เป็นคำถามที่จี๊ดกว่านั้นว่าเรารักกันที่อะไรกันแน่ ที่ตัวตนหรือที่แสงแฟลชและความสำเร็จ ส่วนดิวก็เข้ามาเป็นความรักอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้หวือหวา ไม่ต้องแย่งชิง ไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย แค่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสมอในวันที่โลกทั้งใบเหมือนหันหลังให้ เป็นเพื่อนที่กล้าพูดความจริงในวันที่ทุกคนเอาแต่ปลอบแบบขอไปที ใครที่กำลังดูหนัง มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ เต็มเรื่อง ก็จะสัมผัสได้เลยว่ามวลของความน่ารัก ความกวน และความอบอุ่นใจมันผสมกันลงตัวแบบไม่ต้องพยายาม ดูไปก็เหมือนนั่งฟังเพื่อนสนิทเล่าเรื่องอกหักของตัวเองทั้งขำทั้งเอ็นดู

อีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบก็คือโลกสีสันสดใสสไตล์หนังไทยร่วมสมัยที่เล่าเรื่องแบบลื่น ๆ ไม่เครียด ไม่ต้องตีความซับซ้อนอะไรเลย เราจะได้เห็นทั้งสนามเทนนิสสีสด แสงแฟลชในงานอีเวนต์ ไลฟ์สไตล์ของดารากับนักกีฬาที่ภายนอกดูวิ้งวับไปหมด ไปจนถึงโมเมนต์เล็ก ๆ อย่างบทสนทนากวน ๆ ระหว่างเพื่อนที่กัดกันไปมาแต่จริงใจสุด ๆ จังหวะมุกมาในแบบสถานการณ์ ทั้งความเข้าใจผิด การวางแผนกู้ใจแบบผิด ๆ ถูก ๆ ที่ยิ่งพยายามยิ่งพัง หรือท่าทางโก๊ะ ๆ ของพระเอกที่ทำเอาคนดูหลุดขำแบบไม่ต้องฝืน ส่วนพาร์ตโรแมนติกก็มาแบบละมุน ๆ ไม่เลี่ยน เป็นสายตาห่วงใยเล็ก ๆ การนั่งอยู่ข้าง ๆ ในวันที่แย่ที่สุด หรือประโยคปลอบง่าย ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกว่ามีคนเข้าใจจริง ๆ เคมีของตัวละครก็ชัดและเข้ากันดีมาก ทั้งความโก๊ะน่าเอ็นดูของดอน ความสวยมีเสน่ห์และมีมิติของแอนนาที่ไม่ได้เป็นแค่คนสวยใจร้าย แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ก็สับสนกับหัวใจตัวเองเหมือนกัน ความเท่กวน ๆ ของจิมมี่ที่ดูเป็นคู่แข่งแต่ก็มีมุมน่ารักของตัวเอง และความจริงใจคล่องแคล่วของดิวที่ขโมยซีนเก่งทุกครั้งที่โผล่มา ใครที่ชอบ หนังของ ซันนี่ ที่มักจะมีเสน่ห์แบบผู้ชายธรรมดา ๆ กวน ๆ แต่จริงใจ ก็น่าจะตกหลุมรักดอนในเวอร์ชันนี้ได้ไม่ยาก เพราะเขาเล่นความเป็นคนเก่งที่แพ้เป็นได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก หัวเราะได้เต็มเสียงในฉากหนึ่ง แล้วเผลอยิ้มทั้งน้ำตาในอีกฉากหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เพราะเรื่องรู้จักวิธีหยอดความรู้สึกเข้ามาพอดีคำ ไม่ยัดเยียด ไม่ดราม่าหนัก แต่ทิ้งความเหงา ความน้อยใจ และความคิดถึงตัวตนเดิมของเราไว้เบา ๆ ให้คนดูได้ทบทวนใจตัวเองไปด้วย

ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกว่าเหมาะมากสำหรับคืนที่อยากพักใจแบบไม่ต้องคิดเยอะ อยากดูกับครอบครัวในวันหยุดสบาย ๆ ก็ได้เพราะโทนมันอบอุ่นและเป็นกันเอง ดูคนเดียวตอนพักผ่อนหลังเลิกงานก็ดีเพราะมันเหมือนมีเพื่อนมานั่งเล่าเรื่องตลกปนเศร้าให้ฟัง หรือถ้าใครกำลังอยู่ในโหมดอกหัก ใจพัง ฟอร์มหลุด เรื่องนี้ก็เหมือนผ้าพันแผลนุ่ม ๆ ที่ไม่ได้บอกให้หายเจ็บในทันที แต่บอกว่าเฮ้ย คนเก่งก็ร้องไห้เป็นนะ คนตลกก็เฮิร์ทเป็นนะ แล้วมันไม่ผิดเลยที่จะยอมรับว่าตอนนี้เราเจ็บอยู่ สายลุ้นก็สนุกกับการเอาใจช่วยว่าสุดท้ายดอนจะกู้ฟอร์มกลับมายืนหนึ่งในสนามได้ไหม สายโรแมนติกก็จะละมุนไปกับการค่อย ๆ เรียนรู้ใจตัวเองของตัวละครว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ ชัยชนะ เสียงปรบมือ หรือแค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ ในวันที่ไม่เหลืออะไรเลย โดยที่เราไม่ต้องเฉลยตอนจบก็พูดได้เต็มปากว่านี่คือหนังรักอารมณ์ดีที่ทั้งจี้ดทั้งจี๊ดในเวลาเดียวกัน ดูจบแล้วอาจไม่ได้คำตอบสำเร็จรูปเรื่องความรัก แต่ได้อย่างน้อยก็คือรอยยิ้มกว้าง ๆ กับหัวใจที่รู้สึกเบาลงนิดหนึ่ง เหมือนเพิ่งผ่านการเยียวยาใจแบบเบา ๆ มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ และทำให้อยากกลับไปกอดเพื่อนสนิทสักคนหรือโทรหาใครสักคนที่เคยอยู่ข้าง ๆ เราในวันที่เราเฮิร์ทที่สุดนั่นเอง

ดู Mr. Hurt ออนไลน์

นักแสดง

ป้ายกำกับ

คำค้นหายอดนิยม

  • มิสเตอร์เฮิร์ท
  • หนังตลกรักโรแมนติก
  • นักเทนนิสซูเปอร์สตาร์
  • อกหักฟอร์มหลุด
  • เพื่อนหญิงสมัยเด็ก
  • ภารกิจพิชิตความเฮิร์ท
  • กู้ใจกู้ฟอร์ม