
รับบทLeo
นักแสดง
รับบทLeo
#1 แนะนำ
2013 
วินาทียึดโลก
เคยรู้สึกไหมว่าอยากเป็นฮีโร่ในสายตาลูกสักครั้งหนึ่งให้ได้ วินาทียึดโลก เปิดมาด้วยความรู้สึกแบบนั้นของ จอห์น เคล ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่แบกทั้งความหวังและความผิดหวังเอาไว้ในวันเดียวกัน เขาเป็นตำรวจรัฐสภาฝีมือดี มีอดีตเป็นทหารผ่านศึก และมีความฝันใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการได้สวมสูทดำยืนข้างประธานาธิบดีในฐานะหน่วยอารักขา แต่เช้าวันสัมภาษณ์งานที่ทำเนียบขาวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาถูกปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่เจ็บลึก เพราะประวัติและบุคลิกของเขายังไม่เข้าตากรรมการ ความผิดหวังนั้นยิ่งหนักขึ้นเมื่อคนที่นั่งรอเขาอยู่ข้างนอกคือ เอมิลี่ ลูกสาววัยสิบเอ็ดขวบที่คลั่งไคล้การเมืองและประวัติศาสตร์ยิ่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน เธอทั้งฉลาด ช่างพูด และกำลังอยู่ในวัยที่เริ่มตั้งคำถามว่าพ่อของเธอเก่งจริงอย่างที่คุยไว้หรือเปล่า จอห์นไม่อยากให้วันนี้กลายเป็นอีกวันที่ลูกต้องจดจำว่าโดนพ่อเท เขาก็เลยยิ้มกลบความเสียหน้าแล้วชวนลูกทัวร์ทำเนียบขาวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใครจะคิดว่าอาคารสีขาวโอ่อ่าที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เสียงไกด์ และรอยยิ้มของครอบครัว จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ไม่มีใครเตรียมใจไว้เลย สิ่งที่ผลักดันจอห์นมาตลอดไม่ใช่ยศหรือเครื่องแบบ แต่คืออยากแก้ตัวกับลูกสาวคนเดียวที่เขารักมากแต่แทบไม่มีเวลาให้หลังหย่ากับแม่ของเธอ เขาเป็นพ่อที่มาสาย เป็นพ่อที่รับปากแล้วทำไม่ได้บ่อย ๆ และเขารู้ดีว่าเอมิลี่กำลังค่อย ๆ หมดศรัทธาในตัวเขา การได้งานอารักขาประธานาธิบดี เจมส์ ซอว์เยอร์ ผู้นำสายสันติที่เพิ่งเสนอแผนถอนทหารออกจากตะวันออกกลางและกำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก จึงเหมือนตั๋วใบเดียวที่จะพิสูจน์ว่าเขามีค่าพอให้ลูกภูมิใจ ขณะเดียวกันประธานาธิบดีซอว์เยอร์เองก็เป็นคนที่มีอุดมการณ์แรงกล้า อยากเปลี่ยนโลกด้วยสันติภาพ แต่ก็ต้องเจอกับแรงต้านจากทั้งนักการเมือง พันธมิตร และคนในรัฐบาลของตัวเอง ความสัมพันธ์ของคนสามคนนี้ พ่อที่อยากไถ่โทษ ลูกสาวที่อยากเห็นพ่อเป็นคนเก่ง และผู้นำที่อยากเห็นโลกสงบสุข ถูกจับมาวางไว้ใต้หลังคาเดียวกันในวันที่ทุกอย่างกำลังจะระเบิดออก โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าในหมู่เจ้าหน้าที่ ช่างซ่อมบำรุง และกลุ่มทัวร์ที่เดินปะปนกันอยู่นั้น มีคนบางกลุ่มที่เข้ามาพร้อมแผนการที่ซ้อมมาอย่างดีและอาวุธที่พร้อมจะเปลี่ยนสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยให้กลายเป็นกับดักปิดตาย แล้ววินาทีที่ไม่มีใครคาดคิดก็มาถึงจริง ๆ เสียงระเบิดดังขึ้นกลางทำเนียบขาว ควันลอยคลุ้ง สัญญาณเตือนภัยดังระงม นักท่องเที่ยวกรีดร้องวิ่งหนีกันอลหม่าน รถติดอาวุธพุ่งทะลวงรั้ว กลุ่มติดอาวุธในคราบเจ้าหน้าที่บุกยึดอาคารจากข้างในอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ระบบสื่อสารถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่อารักขาล้มตายกระจัดกระจาย รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีถูกอพยพเข้าห้องนิรภัยใต้ดินท่ามกลางความสับสนว่าใครยังอยู่ ใครถูกจับ และใครสั่งการ จอห์นที่ตอนแรกเป็นแค่พ่อลูกอ่อนที่พาลูกเที่ยว กลับพลัดหลงกับเอมิลี่ในช่วงชุลมุน เขามีทางเลือกแค่สองทางคือหนีเอาตัวรอดออกไปข้างนอก หรือย้อนกลับเข้าไปในดงกระสุนเพื่อตามหาลูก และสัญชาตญาณของพ่อก็เลือกข้อสองโดยไม่ต้องคิด เขาคว้าปืนที่ตกอยู่ วิ่งฝ่ากลุ่มควันไปพร้อมกับประธานาธิบดีซอว์เยอร์ที่บังเอิญหนีตายมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดี จากคนที่เคยอยากแค่ยืนข้างผู้นำ ตอนนี้เขาต้องกลายเป็นโล่มีชีวิตให้ผู้นำคนนั้นจริง ๆ ทั้งที่ไม่มีทีมสนับสนุน ไม่มีวิทยุ ไม่มีแผนที่ มีแค่รองเท้าสนีกเกอร์ เสื้อเชิ้ตเปื้อนฝุ่น และหัวใจที่เต้นแรงเพราะเป็นห่วงลูกสาวที่ติดอยู่ตรงไหนสักแห่งในอาคารเดียวกับมือปืนนับสิบ ทุกโถงทางเดินหินอ่อนที่เคยดูสง่างามกลายเป็นทางวิ่งหนีตาย ทุกห้องทำงานที่เคยดูขลังกลายเป็นที่ซ่อนที่ต้องกลั้นหายใจ ความกดดันไม่ได้มีแค่ข้างใน เพราะข้างนอกทั้งเพนตากอน ทำเนียบรอง และศูนย์บัญชาการก็กำลังโกลาหล แย่งกันตัดสินใจว่าจะเจรจา จะบุก หรือจะยอมเสียสละอะไรเพื่อรักษาชีวิตผู้นำเอาไว้ ถ้าใครกำลังมองหา ดูหนัง วินาทียึดโลก เต็มเรื่อง สักคืนแบบที่ดูแล้วนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ให้อารมณ์แบบนั้นเป๊ะ ๆ เพราะจังหวะมันเดินหน้าเร็วตั้งแต่กลางเรื่องเป็นต้นไปแบบแทบไม่มีช่วงให้พักหายใจ หนังของ แชนนิง เททัม เรื่องนี้ใช้เสน่ห์ความเป็นคนธรรมดาของเขามาเต็มที่ ไม่ได้เก่งเว่อร์แบบซูเปอร์ฮีโร่ แต่เอาตัวรอดด้วยไหวพริบ ความอึด และความเป็นพ่อที่ยอมเจ็บไม่ยอมถอย เวลาเขาวิ่งลากประธานาธิบดีที่ใส่รองเท้าหนังหลบกระสุนไปตามสนามหญ้า หลบระเบิดในห้องใต้ดิน หรือแอบฟังแผนของคนร้ายหลังประตู มันเลยทั้งลุ้นทั้งขำทั้งสงสารในเวลาเดียวกัน ฝั่งประธานาธิบดีเองก็ไม่ใช่ตัวประกอบที่รอให้ช่วยอย่างเดียว แต่เป็นผู้นำที่ยังห่วงประชาชน ห่วงสันติภาพ และยอมเสี่ยงไปด้วยกัน ความต่างของคนสองวัยสองบทบาทที่ต้องมาไว้ใจกันกลางเสียงปืนเลยกลายเป็นหัวใจที่อบอุ่นที่สุดของเรื่อง ส่วนเอมิลี่ก็ไม่ใช่แค่เด็กที่รอให้พ่อมาช่วย เธอฉลาด กล้าหาญ และใช้ความรู้เรื่องทำเนียบขาวที่เธอรักมาช่วยเหลือในแบบที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ภาพรวมเลยไม่ใช่แค่บู๊ตูมตาม แต่มีโมเมนต์พ่อลูกเล็ก ๆ แทรกอยู่ตลอด ทั้งสายตาที่มองหากันกลางความวุ่นวาย ทั้งคำพูดติดตลกเพื่อกลบความกลัว ทั้งมือที่จับกันแน่นเวลาต้องวิ่งไปด้วยกัน มันทำให้ฉากไล่ล่า ฉากยิงปะทะ ฉากเฮลิคอปเตอร์ และฉากระเบิดที่สเกลใหญ่อลังการ มีความหมายมากกว่าแค่ความมัน เพราะคนดูรู้ว่าทุกกระสุนที่พลาดไปคืออีกหนึ่งวินาทีที่ครอบครัวนี้จะได้กลับมากอดกัน สุดท้ายแล้วต้องบอกว่าเรื่องนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบหนังบู๊สเกลใหญ่ที่หัวใจเป็นหนังครอบครัว ดูกับคนรักก็ได้ ดูกับพ่อแม่ลูกก็ดี หรือจะดูคนเดียวในคืนเหงา ๆ ที่อยากได้พลังใจก็ยังได้ เพราะมันไม่ได้เล่าแค่ว่าทำเนียบขาวถูกยึดได้อย่างไร แต่เล่าว่าคนธรรมดาคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาเหนือกว่าความกลัวได้อย่างไรเมื่อมีคนที่ต้องปกป้องอยู่ข้างหลัง สายลุ้นระทึกการเมืองจะสนุกกับการเห็นเบื้องหลังความโกลาหลของรัฐบาล การแย่งชิงอำนาจสั่งการ และคำถามเรื่องความเสียสละของผู้นำ สายแอ็กชันจะอิ่มกับฉากปิดล้อมอาคาร การเอาตัวรอดในพื้นที่ปิด และการสู้แบบตัวคนเดียวกับทั้งกองทัพภายใต้เวลาที่นับถอยหลัง ส่วนสายดราม่าความสัมพันธ์จะอิ่มใจกับพัฒนาการของพ่อที่จากคนเคยผิดสัญญา ค่อย ๆ กลายเป็นที่พึ่งที่ลูกกล้าฝากชีวิตไว้ และมิตรภาพต่างวัยระหว่างผู้คุ้มครองกับผู้ถูกคุ้มครองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากหน้าที่กลายเป็นความเคารพจากใจจริง ดูจบแล้วอาจไม่ได้จำแค่ว่าระเบิดลูกไหนใหญ่ที่สุด แต่จะจำความรู้สึกว่าในวันที่โลกทั้งใบพังลงตรงหน้า สิ่งที่ทำให้คนยังยืนอยู่ได้ไม่ใช่เครื่องแบบหรือตำแหน่ง แต่คือคำว่าเราจะไม่ทิ้งกันนั่นเอง
ดูเลย · พากย์ไทย