麻生祐未นักแสดง

麻生祐未

ผลงานบนเว็บ 1 เรื่อง ซีรีส์ 0 หนัง 1

ผลงานของ 麻生祐未

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2015
The Walk
01

The Walk

ไต่ขอบฟ้าท้านรก

7.0
ประวัติศาสตร์ผจญหนังชีวิต

ถ้าเรามีความฝันที่ใหญ่จนคนทั้งโลกหาว่าบ้า เราจะยังกล้าก้าวเท้าออกไปไหม ไต่ขอบฟ้าท้านรก พาเรากลับไปยืนข้าง ฟิลิปป์ เปอตีต์ ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้มีหัวใจผูกติดอยู่กับเส้นลวดเส้นเล็ก ๆ กลางอากาศ ในวันที่เขามองขึ้นไปบนยอดตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่สูงที่สุดในโลกแล้วคิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากจะเดินข้ามมันให้ได้สักครั้งในชีวิต ดูหนัง ไต่ขอบฟ้าท้านรก เต็มเรื่อง จะทำให้เราเข้าใจเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มนักแสดงข้างถนนที่เคยไต่ลวดในสวนสาธารณะที่ปารีสถึงยอมทิ้งความสบายทั้งหมดแล้วบินข้ามทวีปมาเพื่อความฝันที่ไม่มีใครจ้าง ไม่มีใครขอ และไม่มีหลักประกันว่าจะรอดกลับลงมา เพราะสำหรับเขาแล้ว เส้นลวดไม่ใช่แค่เชือก แต่คือบ้าน คือภาษาที่เขาใช้คุยกับท้องฟ้า และตึกสองแท่งที่กำลังสร้างเสร็จใหม่ ๆ ในนิวยอร์กปี 1974 ก็เหมือนผ้าใบผืนใหญ่ที่สุดที่สวรรค์เตรียมไว้ให้เขาได้วาดฝันของตัวเองลงไป สิ่งที่ผลักฟิลิปป์มาตลอดไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินทองเลย แต่เป็นความหลงใหลแบบเด็ก ๆ ที่บริสุทธิ์มาก ๆ ว่าเขาอยากจะยืนอยู่ตรงที่ที่ไม่มีใครเคยยืนมาก่อน เขาฝึกฝนตัวเองมาตั้งแต่วัยรุ่น เรียนรู้จากครูสอนไต่ลวด ฝึกทรงตัว ฝึกฟังเสียงลม ฝึกทำใจให้นิ่งแม้ขาจะสั่น จนการเดินบนลวดกลายเป็นเหมือนการหายใจของเขาไปแล้ว แต่พอเขาเห็นภาพตึกแฝดในนิตยสารครั้งแรก ความฝันเล็ก ๆ นั้นก็ขยายใหญ่จนกลายเป็นภารกิจของชีวิต อุปสรรคตรงหน้าจึงไม่ใช่แค่ความสูงกว่า 400 เมตรหรือสายลมแรง ๆ บนยอดตึกเท่านั้น แต่คือความจริงที่ว่าสิ่งที่เขาอยากทำนั้นผิดกฎหมายและแทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เขาต้องแอบสำรวจตึก ต้องปลอมตัวเป็นคนงาน ต้องหาทางขนอุปกรณ์หนัก ๆ ขึ้นไปบนดาดฟ้าโดยไม่ให้ยามจับได้ ต้องคำนวณน้ำหนัก ความตึงของลวด ทิศทางลม และจังหวะเวลาที่เมืองทั้งเมืองกำลังหลับใหล ทุกอย่างต้องเป๊ะเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่พลาดแม้แต่นิดเดียวก็หมายถึงชีวิต และที่น่ารักมากก็คือเขาไม่ได้เดินไปคนเดียว เขาได้กำลังใจจากแอนนี่ แฟนสาวผู้เป็นทั้งคนรักและเพื่อนร่วมฝันที่คอยดึงเขากลับมาสู่โลกความจริงเวลาที่เขาลอยไปไกลเกินไป จากเพื่อนช่างภาพ เพื่อนนักดนตรี และทีมเล็ก ๆ ที่เชื่อในความบ้าของเขาแบบหมดใจ ความสัมพันธ์เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนเด็กหนุ่มดื้อรั้นให้กลายเป็นผู้นำที่ต้องเรียนรู้จะไว้ใจคนอื่น เรียนรู้จะฟัง เรียนรู้จะแบกความฝันของตัวเองโดยไม่ให้คนที่รักต้องเจ็บไปด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้หนังของ โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ ดูอบอุ่นและมีหัวใจมากกว่าหนังผจญภัยท้าความสูงทั่วไป เพราะเราไม่ได้ลุ้นแค่เขาจะตกหรือไม่ตก แต่ลุ้นว่าความไว้ใจเล็ก ๆ ระหว่างเพื่อนกลุ่มหนึ่งจะพาพวกเขาไปถึงเช้าวันนั้นได้อย่างไร พอเรื่องพาเรามาถึงนิวยอร์กในยุค 70 บรรยากาศรอบตัวก็ช่วยเล่าเรื่องไปพร้อมกันเลย เมืองยังไม่มีมือถือ ไม่มีกล้องวงจรปิดแน่นหนาแบบทุกวันนี้ ตึกแฝดเพิ่งสร้างเสร็จและยังดูใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งปักลงมาจากฟ้า ผู้คนด้านล่างใช้ชีวิตวุ่นวายโดยไม่รู้เลยว่าด้านบนสุดกำลังมีแผนลับ ๆ เกิดขึ้น ความต่างระหว่างโลกข้างล่างที่เสียงดังกับโลกข้างบนที่เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองนั้นถูกเล่าออกมาได้น่าขนลุกแบบนุ่ม ๆ ไม่ต้องมีฉากระเบิดหรือไล่ล่าเลย แค่ภาพลวดเส้นหนึ่งที่ค่อย ๆ ถูกขึงข้ามช่องว่างระหว่างสองตึก ท่ามกลางหมอกบาง ๆ ยามเช้า ก็ทำให้ฝ่ามือเราเหงื่อออกแล้ว การเล่าเรื่องจะค่อย ๆ พาเราไปรู้จักขั้นตอนการเตรียมงานแบบละเอียด ตั้งแต่การดูลาดเลา การซ้อมในโกดัง การทะเลาะกันเพราะความกดดัน ไปจนถึงคืนก่อนวันจริงที่ทุกคนนอนไม่หลับเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้เพื่อนของตัวเองกำลังจะเดินออกไปในอากาศว่างเปล่าที่ไม่มีตาข่ายรองรับ ความตึงเครียดแบบนี้ไม่ได้มาจากผู้ร้ายที่ไหน แต่มาจากแรงโน้มถ่วง ลม และเสียงกระซิบในใจของฟิลิปป์เองว่าจะก้าวต่อหรือถอยหลัง ซึ่งเราคนดูจะรู้สึกเหมือนยืนหายใจรดต้นคอเขาอยู่ตรงนั้นด้วยเลย และเมื่อวินาทีที่รอคอยมาถึง หนังก็เปลี่ยนจังหวะไปอย่างสิ้นเชิงเลยนะ จากที่เคยวุ่นวายกับการวางแผน ทุกอย่างกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด เราจะได้เห็นเมืองทั้งเมืองย่อส่วนเหลือเพียงแสงไฟเล็ก ๆ เบื้องล่าง เมฆลอยอยู่ในระดับสายตา และชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งค่อย ๆ ก้าวเท้าออกไปบนเส้นลวดด้วยไม้คานในมือ ช่วงเวลานี้ไม่ได้เน้นความหวาดเสียวแบบตะโกนลั่น แต่เน้นความนิ่ง ความเคารพต่อความสูง และความสุขลึก ๆ ของคนที่ได้ทำในสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตเสียที คนที่กลัวความสูงอาจต้องจิกเบาะหน่อย แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นความกลัวที่สวยงามและทำให้เราอิ่มใจมากกว่าจะทำให้ฝันร้าย เพราะเราเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงยอมเสี่ยงทุกอย่าง ไม่ใช่เพื่อทำลายสถิติ แต่เพื่อพิสูจน์ว่าความฝันที่บริสุทธิ์ยังมีที่ยืนอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยเหตุผลและกฎเกณฑ์ใบนี้ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคืนที่อยากดูอะไรดี ๆ กับครอบครัวหรือดูคนเดียวเงียบ ๆ ตอนพักผ่อนมาก ๆ คนที่ชอบดราม่าที่สร้างจากเรื่องจริง คนที่ชอบหนังชีวิตที่พูดถึงความฝัน ความรัก และมิตรภาพ หรือคนที่กำลังท้อและอยากได้แรงฮึดโดยไม่ต้องมีคำคมยัดเยียด จะรักเรื่องนี้เป็นพิเศษ ส่วนสายลุ้นก็ไม่ต้องห่วงเลยนะ เพราะถึงจะไม่มีฉากแอ็กชันตูมตาม แต่ความสูงอย่างเดียวก็ทำให้นั่งไม่ติดเก้าอี้จนต้องกลั้นหายใจไปหลายรอบแล้ว ดูจบแล้วอาจจะไม่ได้อยากลุกไปไต่ลวดแบบฟิลิปป์หรอก แต่จะรู้สึกอยากกลับไปกอดความฝันเก่า ๆ ของตัวเองอีกครั้ง แล้วถามใจเบา ๆ ว่ายังมีอะไรที่เราอยากทำสักครั้งในชีวิตก่อนจะไม่มีโอกาสได้ทำหรือเปล่า

ดูเลย · พากย์ไทย