

The Rise of Ning Season 1
เรื่องย่อ The Rise of Ning Season 1
เช้าวันหนึ่งในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงของเมืองหลวง แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดม่านหมอกบาง ๆ ลงมาตามหลังคากระเบื้องสีเทาเข้ม กลิ่นชาร้อนลอยออกมาจากเรือนหลังเล็กหลังใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่ในตรอกเดียวกัน เสียงนก เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ และเสียงกระซิบกระซาบที่ดังแว่วมาตามทางเดินยาว ๆ ทำให้รู้สึกได้เลยว่าที่นี่เป็นเมืองที่สวยสงบแต่ไม่เคยหลับใหลจริง ๆ สักวัน ยิ่งถ้าเป็นบ้านตระกูลใหญ่ที่มีรั้วสูงล้อมรอบ ความสงบแบบนั้นยิ่งเหมือนผ้าผืนบางที่คลุมทับความคาดหวัง กฎเกณฑ์ และความเป็นห่วงเป็นใยเอาไว้พร้อมกัน ใครที่ชอบบรรยากาศจีนโบราณแบบละมุน ๆ มีกลิ่นไม้ มีแสงโคมตอนค่ำ และมีความอบอุ่นซ่อนอยู่ในความเคร่งขรึม จะตกหลุมรักโลกของเรื่องนี้ตั้งแต่ภาพแรกเลย ท่ามกลางบ้านหลังใหญ่นั้นเอง เราจะได้รู้จักกับ ลั่วอี้หนิง (Luo Yining) เด็กสาวที่รับบทโดย เหรินหมิ่น เธอเป็นคนสดใส ปากไว ใจดี แต่ข้างในกลับแบกความน้อยใจและความทรงจำที่ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง สิ่งที่เธออยากได้จริง ๆ ไม่ใช่ชีวิตที่หรูหราไปกว่าคนอื่นเลย แค่อยากมีพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง ได้ปกป้องคนที่รัก และได้เลือกทางเดินของตัวเองบ้างสักครั้ง ส่วนอีกคนคือ ลั่วเสินหยวน (Luo Shenyuan) ที่รับบทโดย จางหว่านอี้ ชายหนุ่มท่าทางนิ่งเงียบ สุภาพ แต่แววตากลับนิ่งลึกเหมือนคนที่เคยผ่านวันที่ไม่มีใครยื่นมือมาให้มาก่อน เขาไม่ได้อยากเอาชนะใคร แค่อยากยืนให้มั่นด้วยความสามารถของตัวเอง อยากให้สักวันมีคนมองเห็นคุณค่าของเขาโดยไม่ต้องมีคำว่าชาติกำเนิดมาแปะไว้ข้างหน้า เมื่อคนสองคนที่ต่างก็เคยรู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทางในบ้านของตัวเองมาเจอกัน ความผูกพันเลยค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จากความเป็นพี่น้องที่ต้องประคองกัน กลายเป็นความไว้ใจที่ค่อย ๆ ลึกขึ้นทีละนิด แต่ชีวิตในจวนตระกูลลั่วไม่ได้ปล่อยให้ใครอยู่นิ่ง ๆ ได้นานนัก เพราะข้างบนยังมีท่านพ่ออย่างหลัวเฉิงจางที่ต้องรักษาหน้าตาของตระกูล มีฮูหยินเฉียวที่คอยคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ มีเรื่องการแต่งงาน การดองตระกูล และผลประโยชน์ที่ผู้ใหญ่คิดเผื่อไว้ล่วงหน้าเสมอ ยังไม่นับการปรากฏตัวของคนนอกอย่าง ลู่เจียเสวี่ย และหลินเม่าที่พกทั้งความหวังดี ความทะเยอทะยาน และความลับของตัวเองเข้ามา ทุกย่างก้าวของอี้หนิงกับเสินหยวนเลยเหมือนต้องเดินบนสะพานไม้แคบ ๆ ที่พลาดนิดเดียวก็อาจเสียทั้งชื่อเสียงและอนาคตไปเลย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วใจฟูมาก ๆ คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องรักหวาน ๆ แต่เล่าเรื่องการเติบโตของคนสองคนที่คอยดันหลังกันในวันที่โลกใจร้าย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยมีความเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว และเป็นความอบอุ่นแบบที่ค่อย ๆ ซึมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว เราจะได้เห็นว่าเวลาที่คนหนึ่งท้อ อีกคนจะอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ได้มาพร้อมคำพูดสวยหรู แต่มาพร้อมการกระทำเล็ก ๆ อย่างการยืนบังข้างหน้า การจำรายละเอียดเล็ก ๆ ของกันได้ หรือการยอมถอยเพื่อให้อีกคนได้ไปต่อ ธีมหลักของเรื่องเลยพูดถึงการเยียวยาบาดแผลในใจ การเรียนรู้ที่จะไว้ใจอีกครั้ง และการกล้าที่จะเลือกความสุขของตัวเองท่ามกลางกฎเกณฑ์ที่บอกว่าต้องเสียสละอยู่ตลอดเวลา ดูไปแล้วทั้งยิ้มทั้งน้ำตาซึมแบบไม่รู้ตัวเลย ถ้ากำลังหา ซีรีส์จีนโบราณที่ดูได้เรื่อย ๆ อบอุ่นหัวใจ มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และโมเมนต์ให้ลุ้นเอาใจช่วยอยู่ตลอดทั้งซีซัน เรื่องนี้คือคำตอบที่อยากชวนให้ลองมาก ๆ เคมีของเหรินหมิ่นกับจางหว่านอี้คือน่ารักแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามก็รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่มีให้กัน ส่วนบรรยากาศภาพ เสื้อผ้า และจังหวะการเล่าเรื่องก็ละมุนละไม ดูเพลินจนลืมเวลาไปเลย ยิ่งตอนนี้ซีซันหนึ่งจบครบแล้วด้วย ยิ่งเหมาะกับการเปิดดูยาว ๆ ในคืนที่อยากพักใจ มาดูกันว่าสองหัวใจดวงนี้จะประคองกันผ่านพ้นวันที่ยากที่สุดไปได้ยังไง

