Going the Distance

Going the Distance

โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์
★ 6.1/10 2010 102 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังชีวิต หนังรักโรแมนติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Going the Distance

เรื่องย่อ Going the Distance

ดรูว์ แบร์รีมอร์ ในบท เอริน (Erin Rankin Langford) กลับมาในลุคที่เราคุ้นเคยกันดีเลย เป็นสาววัยสามสิบต้น ๆ ที่ทั้งฉลาด ทั้งตลก แล้วก็ทั้งสับสนกับชีวิตแบบที่ใครหลายคนคงแอบเห็นตัวเองในนั้น เธอมาฝึกงานระยะสั้นที่นครนิวยอร์ก เมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงดนตรี ผู้คนที่เดินเบียดกันตลอดเวลา แต่ลึก ๆ แล้วกลับเหงาอย่างประหลาด ส่วน จัสติน ลอง ในบท การ์เร็ตต์ (Garrett Scully) ก็คือหนุ่มทำงานค่ายเพลงที่ชีวิตยังลอย ๆ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ วัน ๆ ก็กินดื่มเล่นเกมกับเพื่อนสนิทแล้วก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วคืนธรรมดาคืนหนึ่งที่บาร์เล็ก ๆ เกมทายเพลงกับเบียร์เย็น ๆ ก็ทำให้คนสองคนที่ไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครเลยได้หันมาชนกันพอดี บรรยากาศตอนนั้นมันเลยเหมือนหน้าร้อนในเมืองใหญ่ที่อบอ้าวนิด ๆ แต่หัวใจกลับสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนทุกอย่างเริ่มต้นแบบเบา ๆ โดยไม่มีใครตั้งคำถามว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ความน่ารักของคู่นี้คือเขาไม่ได้จีบกันแบบในเทพนิยายเลย แต่ค่อย ๆ กลายเป็นเพื่อนคุยที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เอรินหัวเราะง่ายและพูดตรง ๆ ส่วนการ์เร็ตต์ก็เป็นพวกกวน ๆ อบอุ่นแบบไม่ต้องพยายาม รอบตัวเขาก็ยังมีเพื่อนซี้อย่าง แดน (Dan Grant) ที่รับบทโดย ชาร์ลี เดย์ กับ บ็อกซ์ (Box Saunders) ที่รับบทโดย เจสัน ซูเดคิส สองหนุ่มที่คอยแซว คอยยุ แล้วก็คอยเป็นที่ปรึกษาความรักแบบมั่ว ๆ แต่น่าเอ็นดู ขณะที่ฝั่งเอรินก็มีพี่สาวอย่าง คอร์รีน (Corrine Berlin) ที่รับบทโดย คริสตินา แอปเปิลเกต คอยเป็นห่วงน้องแบบออกหน้าออกตา เพราะกลัวน้องสาวจะเจ็บอีก ยิ่งได้เห็นทั้งคู่แกล้งกัน ทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ง้อกันด้วยวิธีบ้าน ๆ เราก็ยิ่งรู้สึกว่า เออ นี่แหละคนรักกันจริง ๆ ไม่ต้องหวานตลอดเวลา แค่อยากตื่นมาเจอหน้ากันก็พอแล้ว แต่ปัญหาคือช่วงฝึกงานของเอรินมันมีวันหมดอายุ แล้วชีวิตจริงก็ใจร้ายกว่าที่คิด เมื่อเธอต้องบินกลับไปเรียนต่อและใช้ชีวิตที่ซานฟรานซิสโก ส่วนการ์เร็ตต์ยังต้องอยู่ต่อที่นิวยอร์ก จากที่เคยเจอกันทุกวัน กลายเป็นต้องนับวันรอโทรศัพท์ รอวิดีโอคอล รอตั๋วเครื่องบินลดราคา ความห่างแบบคนละฝั่งประเทศแบบนี้มันค่อย ๆ กัดกินความรู้สึกทีละนิด ทั้งเวลาที่ไม่ตรงกัน ทั้งความเหนื่อยจากงาน ทั้งเพื่อนรอบข้างที่เริ่มพูดว่าแบบนี้จะรอดเหรอ ไหนจะคนใหม่ ๆ ที่แวะเข้ามาในช่วงที่อีกฝ่ายไม่อยู่ การจะรักษาคำว่าเรากันไว้เลยไม่ใช่แค่เรื่องคิดถึงแล้วนะ แต่เป็นเรื่องความไว้ใจ ความอดทน แล้วก็การตัดสินใจว่าจะยอมเหนื่อยเพื่อบินไปหากันอีกครั้งไหม ทั้งที่รู้ว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันอีก สิ่งที่น่ารักมากของเรื่องนี้คือเขาไม่ได้บอกว่าความรักชนะทุกอย่างแบบง่าย ๆ แต่ชวนให้เรามองความรักแบบคนโต ที่ไม่ใช่แค่ชอบกันแล้วจะจบ แต่มันคือการต่อรองกับชีวิตจริง ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว อนาคต แล้วก็ระยะทางที่มองไม่เห็น เอรินไม่ใช่เด็กสาวที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้ชาย ส่วนการ์เร็ตต์เองก็ไม่ใช่พระเอกที่จะพูดคำหวานแล้วทุกอย่างคลี่คลาย ทั้งคู่ต่างมีฝัน มีความกลัว แล้วก็มีเหตุผลของตัวเอง การรักกันจากไกล ๆ แบบนี้เลยทำให้เห็นเลยว่า บางทีความคิดถึงก็หวาน แต่บางทีมันก็เหงาจนท้อ แล้วคำถามสำคัญก็ไม่ใช่แค่ว่ารักกันไหม แต่คือจะทำยังไงให้ความรักนั้นยังมีความหมายในวันที่ไม่ได้อยู่ข้างกัน ดูไปก็เหมือนได้ทบทวนความสัมพันธ์ของตัวเองไปด้วยเงียบ ๆ ใครที่เคยอินกับความสัมพันธ์ทางไกล หรือเคยต้องเลือกสักอย่างระหว่างหัวใจกับหน้าที่ บอกเลยว่าเรื่องนี้คือหนังที่ดูแล้วจะยิ้มทั้งน้ำตา เพราะมันทั้งตลก ทั้งโรแมนติก แล้วก็จริงใจแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง เคมีของดรูว์กับจัสตินคือดีมาก ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แสดง เหมือนแอบมองคู่รักจริง ๆ เขาใช้ชีวิตกัน ส่วนแก๊งเพื่อนก็ขโมยซีนเก่งจนต้องหัวเราะออกมา ถ้าคืนไหนอยากดูอะไรอบอุ่น ๆ ไม่หนักเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนกลวง อยากเอาใจช่วยคนสองคนให้เขาไปให้สุดทางสมชื่อ โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์ ลองเปิดดูคืนนี้ได้เลย แล้วจะเข้าใจว่าบางครั้งระยะทางก็ไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้ แต่มีไว้ให้รู้ว่าเราอยากเดินไปหาใครจริง ๆ

เรื่องย่อ Going the Distance

ดรูว์ แบร์รีมอร์ ในบท เอริน (Erin Rankin Langford) กลับมาในลุคที่เราคุ้นเคยกันดีเลย เป็นสาววัยสามสิบต้น ๆ ที่ทั้งฉลาด ทั้งตลก แล้วก็ทั้งสับสนกับชีวิตแบบที่ใครหลายคนคงแอบเห็นตัวเองในนั้น เธอมาฝึกงานระยะสั้นที่นครนิวยอร์ก เมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงดนตรี ผู้คนที่เดินเบียดกันตลอดเวลา แต่ลึก ๆ แล้วกลับเหงาอย่างประหลาด ส่วน จัสติน ลอง ในบท การ์เร็ตต์ (Garrett Scully) ก็คือหนุ่มทำงานค่ายเพลงที่ชีวิตยังลอย ๆ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ วัน ๆ ก็กินดื่มเล่นเกมกับเพื่อนสนิทแล้วก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วคืนธรรมดาคืนหนึ่งที่บาร์เล็ก ๆ เกมทายเพลงกับเบียร์เย็น ๆ ก็ทำให้คนสองคนที่ไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครเลยได้หันมาชนกันพอดี บรรยากาศตอนนั้นมันเลยเหมือนหน้าร้อนในเมืองใหญ่ที่อบอ้าวนิด ๆ แต่หัวใจกลับสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนทุกอย่างเริ่มต้นแบบเบา ๆ โดยไม่มีใครตั้งคำถามว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง

ความน่ารักของคู่นี้คือเขาไม่ได้จีบกันแบบในเทพนิยายเลย แต่ค่อย ๆ กลายเป็นเพื่อนคุยที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เอรินหัวเราะง่ายและพูดตรง ๆ ส่วนการ์เร็ตต์ก็เป็นพวกกวน ๆ อบอุ่นแบบไม่ต้องพยายาม รอบตัวเขาก็ยังมีเพื่อนซี้อย่าง แดน (Dan Grant) ที่รับบทโดย ชาร์ลี เดย์ กับ บ็อกซ์ (Box Saunders) ที่รับบทโดย เจสัน ซูเดคิส สองหนุ่มที่คอยแซว คอยยุ แล้วก็คอยเป็นที่ปรึกษาความรักแบบมั่ว ๆ แต่น่าเอ็นดู ขณะที่ฝั่งเอรินก็มีพี่สาวอย่าง คอร์รีน (Corrine Berlin) ที่รับบทโดย คริสตินา แอปเปิลเกต คอยเป็นห่วงน้องแบบออกหน้าออกตา เพราะกลัวน้องสาวจะเจ็บอีก ยิ่งได้เห็นทั้งคู่แกล้งกัน ทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ง้อกันด้วยวิธีบ้าน ๆ เราก็ยิ่งรู้สึกว่า เออ นี่แหละคนรักกันจริง ๆ ไม่ต้องหวานตลอดเวลา แค่อยากตื่นมาเจอหน้ากันก็พอแล้ว

แต่ปัญหาคือช่วงฝึกงานของเอรินมันมีวันหมดอายุ แล้วชีวิตจริงก็ใจร้ายกว่าที่คิด เมื่อเธอต้องบินกลับไปเรียนต่อและใช้ชีวิตที่ซานฟรานซิสโก ส่วนการ์เร็ตต์ยังต้องอยู่ต่อที่นิวยอร์ก จากที่เคยเจอกันทุกวัน กลายเป็นต้องนับวันรอโทรศัพท์ รอวิดีโอคอล รอตั๋วเครื่องบินลดราคา ความห่างแบบคนละฝั่งประเทศแบบนี้มันค่อย ๆ กัดกินความรู้สึกทีละนิด ทั้งเวลาที่ไม่ตรงกัน ทั้งความเหนื่อยจากงาน ทั้งเพื่อนรอบข้างที่เริ่มพูดว่าแบบนี้จะรอดเหรอ ไหนจะคนใหม่ ๆ ที่แวะเข้ามาในช่วงที่อีกฝ่ายไม่อยู่ การจะรักษาคำว่าเรากันไว้เลยไม่ใช่แค่เรื่องคิดถึงแล้วนะ แต่เป็นเรื่องความไว้ใจ ความอดทน แล้วก็การตัดสินใจว่าจะยอมเหนื่อยเพื่อบินไปหากันอีกครั้งไหม ทั้งที่รู้ว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันอีก

สิ่งที่น่ารักมากของเรื่องนี้คือเขาไม่ได้บอกว่าความรักชนะทุกอย่างแบบง่าย ๆ แต่ชวนให้เรามองความรักแบบคนโต ที่ไม่ใช่แค่ชอบกันแล้วจะจบ แต่มันคือการต่อรองกับชีวิตจริง ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว อนาคต แล้วก็ระยะทางที่มองไม่เห็น เอรินไม่ใช่เด็กสาวที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้ชาย ส่วนการ์เร็ตต์เองก็ไม่ใช่พระเอกที่จะพูดคำหวานแล้วทุกอย่างคลี่คลาย ทั้งคู่ต่างมีฝัน มีความกลัว แล้วก็มีเหตุผลของตัวเอง การรักกันจากไกล ๆ แบบนี้เลยทำให้เห็นเลยว่า บางทีความคิดถึงก็หวาน แต่บางทีมันก็เหงาจนท้อ แล้วคำถามสำคัญก็ไม่ใช่แค่ว่ารักกันไหม แต่คือจะทำยังไงให้ความรักนั้นยังมีความหมายในวันที่ไม่ได้อยู่ข้างกัน ดูไปก็เหมือนได้ทบทวนความสัมพันธ์ของตัวเองไปด้วยเงียบ ๆ

ใครที่เคยอินกับความสัมพันธ์ทางไกล หรือเคยต้องเลือกสักอย่างระหว่างหัวใจกับหน้าที่ บอกเลยว่าเรื่องนี้คือหนังที่ดูแล้วจะยิ้มทั้งน้ำตา เพราะมันทั้งตลก ทั้งโรแมนติก แล้วก็จริงใจแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง เคมีของดรูว์กับจัสตินคือดีมาก ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แสดง เหมือนแอบมองคู่รักจริง ๆ เขาใช้ชีวิตกัน ส่วนแก๊งเพื่อนก็ขโมยซีนเก่งจนต้องหัวเราะออกมา ถ้าคืนไหนอยากดูอะไรอบอุ่น ๆ ไม่หนักเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนกลวง อยากเอาใจช่วยคนสองคนให้เขาไปให้สุดทางสมชื่อ โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์ ลองเปิดดูคืนนี้ได้เลย แล้วจะเข้าใจว่าบางครั้งระยะทางก็ไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้ แต่มีไว้ให้รู้ว่าเราอยากเดินไปหาใครจริง ๆ

ดู Going the Distance ออนไลน์

นักแสดง

ดรูว์ แบร์รีมอร์

ดรูว์ แบร์รีมอร์

Erin Rankin Langford
Justin Long

Justin Long

Garrett Scully
Justin Long

Justin Long

Garrett Scully
Charlie Day

Charlie Day

Dan Grant
Jason Sudeikis

Jason Sudeikis

Box Saunders
Christina Applegate

Christina Applegate

Corrine Berlin
Ron Livingston

Ron Livingston

Will Broderick
นาตาลี โมราเลส

นาตาลี โมราเลส

Brandy
Kelli Garner

Kelli Garner

Brianna Jutsum
โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคเฮน

โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคเฮน

Damon
จิม แกฟฟิแกน

จิม แกฟฟิแกน

Phil Berlin
June Diane Raphael

June Diane Raphael

Karen Surgeoner

เรื่องที่เกี่ยวข้อง