The Brothers Bloom

The Brothers Bloom

เดอะ บราเธอร์ส บลูม
★ 6.6/10 2008 114 นาที ภาพยนตร์ ตลก ผจญ หนังชีวิต หนังรักโรแมนติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Brothers Bloom

เรื่องย่อ The Brothers Bloom

ถ้าแผนครั้งนี้พังลงไป สิ่งที่ บลูม (Bloom) จะต้องเสียไปอาจไม่ใช่แค่เงินก้อนใหญ่ แต่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้หลุดออกจากชีวิตที่คนอื่นเขียนบทไว้ให้ทั้งหมด แล้วลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเองดูสักครั้ง แค่คิดก็ใจหายแล้วใช่ไหม เพราะสำหรับคนธรรมดาการเริ่มต้นใหม่อาจแค่ต้องเปลี่ยนงานหรือย้ายเมือง แต่สำหรับบลูมมันหมายถึงการตัดขาดจากพี่ชายแท้ ๆ ที่เลี้ยงกันมา การทิ้งตัวตนนักต้มตุ๋นที่สวมมานาน และการยอมเสี่ยงเชื่อใจใครสักคนทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าทุกอย่างรอบตัวอาจเป็นเรื่องโกหก โลกในเรื่องนี้เลยมีทั้งแสงไฟหรูหรา ทั้งโรงแรมเก่าแก่ รถไฟข้ามทวีป ท่าเรือยามค่ำ และบ้านหลังใหญ่ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทุกที่เป็นเหมือนเวทีละครที่จัดแสงไว้พอดี พร้อมให้นักแสดงเดินออกมาได้ทุกเมื่อ อบอุ่น มีเสน่ห์ ขี้เล่น แต่พอเงียบลงนิดเดียวกลับเหงาจับใจอย่างบอกไม่ถูก บลูม ที่รับบทโดย เอเดรียน โบรดี เป็นน้องชายผู้แสนสุภาพและอ่อนโยนที่สุดในแก๊งต้มตุ๋น เขาอาจจะยิ้มเก่ง พูดน้อย และดูเหมือนยอมพี่ไปเสียทุกอย่าง แต่ลึก ๆ แล้วเขาเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องตื่นมาแล้วสวมบทใหม่ทุกวัน เหนื่อยกับการต้องจำว่าประโยคไหนเรื่องจริงประโยคไหนเรื่องแต่ง ส่วน สตีเฟน (Stephen) พี่ชายที่รับบทโดย มาร์ก รัฟฟาโล นั้นตรงกันข้ามกันเลย เขาเป็นนักเล่าเรื่องโดยสัญชาตญาณ รักการวางพล็อต รักตัวละคร รักฉากจบที่สวยงามจนบางครั้งก็รักเรื่องแต่งมากกว่าคนจริง ๆ ตรงหน้า สำหรับสตีเฟนการหลอกคนไม่เคยเป็นแค่การเอาเงิน แต่คือการมอบเรื่องราวสุดตื่นเต้นให้เหยื่อได้มีบทสำคัญในชีวิตตัวเองดูบ้าง โดยมี แบงแบง (Bang Bang) สาวเงียบขรึมที่รับบทโดย ริงโกะ คิกูจิ คอยเป็นมือขวาเก็บทุกรายละเอียดให้แผนเดินต่อไปได้แบบไร้เสียง แล้ววันหนึ่งสองพี่น้องก็ตัดสินใจเปิดเกมสุดท้าย ด้วยการดึง เพเนโลปี สแตมป์ (Penelope Stamp) ที่รับบทโดย เรเชล ไวสซ์ มาร่วมวง เธอเป็นทายาทสาวผู้ร่ำรวย ฉลาด สดใส และเหงาแบบน่ารัก เธอใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่กับงานอดิเรกประหลาดเต็มไปหมด ตั้งแต่สะสมของเก่า ฝึกทักษะแปลก ๆ ไปจนถึงความอยากออกไปเห็นโลกกว้างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจริง ๆ สักที เพเนโลปีเลยกลายเป็นเหยื่อที่สมบูรณ์แบบในสายตาของสตีเฟน แต่กลับเป็นเหยื่อที่คุมไม่อยู่ที่สุดเท่าที่บลูมเคยเจอ เพราะเธอไม่ได้เดินตามบท เธอวิ่งออกนอกบทด้วยความตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ จนแผนที่วางไว้อย่างเนี้ยบเริ่มมีชีวิตของตัวเอง บลูมยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งหวั่นไหว ทั้งอยากปกป้อง อยากสารภาพความจริง และในขณะเดียวกันก็กลัวเหลือเกินว่าถ้าเธอรู้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากการหลอกลวง ความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทางจะยังเหลือความหมายอยู่ไหม ความสนุกของเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะหลอกใครสำเร็จ แต่อยู่ที่การดูคนสามคนที่ต่างขาดอะไรบางอย่างในใจค่อย ๆ เปลี่ยนกันและกันไปทีละนิด มันเป็นหนังผจญภัยที่เคลือบด้วยความรักแบบขมหวานปนขำ เป็นเรื่องของคนที่คุ้นเคยกับการแต่งเรื่องจนไม่กล้าพูดความจริงออกมาตรง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วอยากมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ต้องแสดง บลูมต้องถามตัวเองว่าถ้าความสุขที่เคยรู้สึกมันเกิดขึ้นในฉากที่เซ็ตไว้ทั้งหมด มันจะยังเรียกว่าความสุขจริง ๆ ได้หรือเปล่า ส่วนสตีเฟนก็ต้องเผชิญกับคำถามที่เจ็บไม่แพ้กัน ว่ารักน้องแบบพี่ชายที่อยากให้น้องมีบทที่ดีที่สุด กับการกักน้องไว้ในบทเดิมเพราะกลัวโดนทิ้งนั้น เส้นแบ่งมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ยิ่งเรื่องเดินไปไกล บรรยากาศยิ่งเหมือนความฝันที่ทั้งสวยทั้งเศร้า หัวเราะได้อยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอได้โดยไม่รู้ตัว ใครที่ชอบหนังอบอุ่นที่มีทั้งเสียงหัวเราะ การเดินทาง และความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวแบบไม่เร่งรีบ ต้องลองเปิดใจให้เรื่องนี้เลย เพราะมันไม่ได้มาแค่ขายฉากต้มตุ๋นเท่ ๆ แต่มาชวนเราคิดต่อว่าในชีวิตจริงเราก็อาจเคยสวมบทเข้มแข็ง บทร่าเริง หรือบทไม่เป็นไร ทั้งที่ข้างในไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด การได้เห็นบลูมค่อย ๆ กล้าที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาโดยไม่มีสคริปต์ การได้เห็นเพเนโลปีใช้ความบ๊องและความจริงใจของเธอป่วนแผนอันเนี้ยบจนพังไม่เป็นท่า และการได้เห็นความผูกพันของสองพี่น้องที่ทั้งรักทั้งรั้งกันไว้ มันทำให้หัวใจพองโตอย่างประหลาด เหมือนได้นั่งฟังเพื่อนสนิทเล่าเรื่องการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตให้ฟัง แล้วเราก็ได้แต่เอาใจช่วยให้ครั้งนี้เขาจะกล้าถอดหน้ากากออก แล้วเจอใครสักคนที่ยอมรักตัวตนจริง ๆ ของเขาเสียที

เรื่องย่อ The Brothers Bloom

ถ้าแผนครั้งนี้พังลงไป สิ่งที่ บลูม (Bloom) จะต้องเสียไปอาจไม่ใช่แค่เงินก้อนใหญ่ แต่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้หลุดออกจากชีวิตที่คนอื่นเขียนบทไว้ให้ทั้งหมด แล้วลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเองดูสักครั้ง แค่คิดก็ใจหายแล้วใช่ไหม เพราะสำหรับคนธรรมดาการเริ่มต้นใหม่อาจแค่ต้องเปลี่ยนงานหรือย้ายเมือง แต่สำหรับบลูมมันหมายถึงการตัดขาดจากพี่ชายแท้ ๆ ที่เลี้ยงกันมา การทิ้งตัวตนนักต้มตุ๋นที่สวมมานาน และการยอมเสี่ยงเชื่อใจใครสักคนทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าทุกอย่างรอบตัวอาจเป็นเรื่องโกหก โลกในเรื่องนี้เลยมีทั้งแสงไฟหรูหรา ทั้งโรงแรมเก่าแก่ รถไฟข้ามทวีป ท่าเรือยามค่ำ และบ้านหลังใหญ่ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทุกที่เป็นเหมือนเวทีละครที่จัดแสงไว้พอดี พร้อมให้นักแสดงเดินออกมาได้ทุกเมื่อ อบอุ่น มีเสน่ห์ ขี้เล่น แต่พอเงียบลงนิดเดียวกลับเหงาจับใจอย่างบอกไม่ถูก

บลูม ที่รับบทโดย เอเดรียน โบรดี เป็นน้องชายผู้แสนสุภาพและอ่อนโยนที่สุดในแก๊งต้มตุ๋น เขาอาจจะยิ้มเก่ง พูดน้อย และดูเหมือนยอมพี่ไปเสียทุกอย่าง แต่ลึก ๆ แล้วเขาเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องตื่นมาแล้วสวมบทใหม่ทุกวัน เหนื่อยกับการต้องจำว่าประโยคไหนเรื่องจริงประโยคไหนเรื่องแต่ง ส่วน สตีเฟน (Stephen) พี่ชายที่รับบทโดย มาร์ก รัฟฟาโล นั้นตรงกันข้ามกันเลย เขาเป็นนักเล่าเรื่องโดยสัญชาตญาณ รักการวางพล็อต รักตัวละคร รักฉากจบที่สวยงามจนบางครั้งก็รักเรื่องแต่งมากกว่าคนจริง ๆ ตรงหน้า สำหรับสตีเฟนการหลอกคนไม่เคยเป็นแค่การเอาเงิน แต่คือการมอบเรื่องราวสุดตื่นเต้นให้เหยื่อได้มีบทสำคัญในชีวิตตัวเองดูบ้าง โดยมี แบงแบง (Bang Bang) สาวเงียบขรึมที่รับบทโดย ริงโกะ คิกูจิ คอยเป็นมือขวาเก็บทุกรายละเอียดให้แผนเดินต่อไปได้แบบไร้เสียง

แล้ววันหนึ่งสองพี่น้องก็ตัดสินใจเปิดเกมสุดท้าย ด้วยการดึง เพเนโลปี สแตมป์ (Penelope Stamp) ที่รับบทโดย เรเชล ไวสซ์ มาร่วมวง เธอเป็นทายาทสาวผู้ร่ำรวย ฉลาด สดใส และเหงาแบบน่ารัก เธอใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่กับงานอดิเรกประหลาดเต็มไปหมด ตั้งแต่สะสมของเก่า ฝึกทักษะแปลก ๆ ไปจนถึงความอยากออกไปเห็นโลกกว้างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจริง ๆ สักที เพเนโลปีเลยกลายเป็นเหยื่อที่สมบูรณ์แบบในสายตาของสตีเฟน แต่กลับเป็นเหยื่อที่คุมไม่อยู่ที่สุดเท่าที่บลูมเคยเจอ เพราะเธอไม่ได้เดินตามบท เธอวิ่งออกนอกบทด้วยความตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ จนแผนที่วางไว้อย่างเนี้ยบเริ่มมีชีวิตของตัวเอง บลูมยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งหวั่นไหว ทั้งอยากปกป้อง อยากสารภาพความจริง และในขณะเดียวกันก็กลัวเหลือเกินว่าถ้าเธอรู้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากการหลอกลวง ความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทางจะยังเหลือความหมายอยู่ไหม

ความสนุกของเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะหลอกใครสำเร็จ แต่อยู่ที่การดูคนสามคนที่ต่างขาดอะไรบางอย่างในใจค่อย ๆ เปลี่ยนกันและกันไปทีละนิด มันเป็นหนังผจญภัยที่เคลือบด้วยความรักแบบขมหวานปนขำ เป็นเรื่องของคนที่คุ้นเคยกับการแต่งเรื่องจนไม่กล้าพูดความจริงออกมาตรง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วอยากมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ต้องแสดง บลูมต้องถามตัวเองว่าถ้าความสุขที่เคยรู้สึกมันเกิดขึ้นในฉากที่เซ็ตไว้ทั้งหมด มันจะยังเรียกว่าความสุขจริง ๆ ได้หรือเปล่า ส่วนสตีเฟนก็ต้องเผชิญกับคำถามที่เจ็บไม่แพ้กัน ว่ารักน้องแบบพี่ชายที่อยากให้น้องมีบทที่ดีที่สุด กับการกักน้องไว้ในบทเดิมเพราะกลัวโดนทิ้งนั้น เส้นแบ่งมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ยิ่งเรื่องเดินไปไกล บรรยากาศยิ่งเหมือนความฝันที่ทั้งสวยทั้งเศร้า หัวเราะได้อยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอได้โดยไม่รู้ตัว

ใครที่ชอบหนังอบอุ่นที่มีทั้งเสียงหัวเราะ การเดินทาง และความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวแบบไม่เร่งรีบ ต้องลองเปิดใจให้เรื่องนี้เลย เพราะมันไม่ได้มาแค่ขายฉากต้มตุ๋นเท่ ๆ แต่มาชวนเราคิดต่อว่าในชีวิตจริงเราก็อาจเคยสวมบทเข้มแข็ง บทร่าเริง หรือบทไม่เป็นไร ทั้งที่ข้างในไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด การได้เห็นบลูมค่อย ๆ กล้าที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาโดยไม่มีสคริปต์ การได้เห็นเพเนโลปีใช้ความบ๊องและความจริงใจของเธอป่วนแผนอันเนี้ยบจนพังไม่เป็นท่า และการได้เห็นความผูกพันของสองพี่น้องที่ทั้งรักทั้งรั้งกันไว้ มันทำให้หัวใจพองโตอย่างประหลาด เหมือนได้นั่งฟังเพื่อนสนิทเล่าเรื่องการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตให้ฟัง แล้วเราก็ได้แต่เอาใจช่วยให้ครั้งนี้เขาจะกล้าถอดหน้ากากออก แล้วเจอใครสักคนที่ยอมรักตัวตนจริง ๆ ของเขาเสียที

ดู The Brothers Bloom ออนไลน์

นักแสดง

เอเดรียน โบรดี

เอเดรียน โบรดี

Bloom
เรเชล ไวสซ์

เรเชล ไวสซ์

Penelope Stamp
มาร์ก รัฟฟาโล

มาร์ก รัฟฟาโล

Stephen
ริงโกะ คิกูจิ

ริงโกะ คิกูจิ

Bang Bang
Robbie Coltrane

Robbie Coltrane

Curator
Maximilian Schell

Maximilian Schell

Diamond Dog
Ricky Jay

Ricky Jay

Narrator (voice)
Nora Zehetner

Nora Zehetner

Rose
Zachary Gordon

Zachary Gordon

Young Bloom
Max Records

Max Records

Young Stephen
Andy Nyman

Andy Nyman

Charleston
Noah Segan

Noah Segan

The Duke

เรื่องที่เกี่ยวข้อง